*/
  • หัวใจเดียวกัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ourheart2552@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 107
  • จำนวนผู้ชม : 163520
  • จำนวนผู้โหวต : 110
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


%...ท่านชอบอ่านคอลัมน์ไหนมากที่สุดในหนังสือนิตยสารหัวใจเดียวกัน....%
Cover Story
2 คน
เขียนด้วยแสง,Photo Story
6 คน
พระจันทร์รำพึง
3 คน
ก้อนหินรำพัน
2 คน
นักเขียนน้อยชายแดนใต้
3 คน
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
2 คน
มองไกลเห็นใกล้
3 คน
อ้อมกอดของความรัก
4 คน
ท่องไป ใต้-ดาว-เดือน
5 คน
The way of The World
2 คน

  โหวต 32 คน
วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2552
Posted by หัวใจเดียวกัน , ผู้อ่าน : 2440 , 15:37:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



คนกลุ่มหนึ่ง อาจไม่ได้สื่อสาร หรือส่งเสียงของเขา ผ่านช่องทางสื่อ กระแสหลัก แต่ยืนอยู่ ณ รอยต่อของเส้นขอบแดน แสนไกลห่าง-ห่างไกลจากความรับรู้ของคนส่วนใหญ่ในสังคม เป็นเสียงจากเลาะเลียบริมเมย ริมสาละวิน และอีกฟากจากปลายสุดด้ามขวานไทย


พวกเขายืนหยัด เพื่อยืนยันว่า ระยะทางหาใช่ปัจจัย ที่ทำให้ผู้คนเหินห่าง เพิกเฉย ไม่แยแสต่อความทุกข์เข็ญของ เพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ หากยังมีบางเหตุผลที่สำคัญกว่า นอกเหนือไปจากหลักกิโลเมตรนับหมื่นพัน


..........


บินข้ามลวดหนาม


มินกาละบา เราขอมาพักพิงอาศัย ถูกทำร้ายจึงลี้ภัยข้ามสาละวิน...หากวันใดคราบน้ำตาของเราเหือดหาย ได้กลับไปยังบ้านเราเฝ้าคอยถวิล จะส่งยิ้มผ่านแสงดาว ทอดในคืนเดือนสุกสกาว เจชูตินบาเด โยเดีย...


เจชูตินบาเด โยเดีย = ขอบคุณมาก คนไทย คือคำแปล ซึ่งระบุไว้ ช่วยให้รู้ถึงความหมายตอนท้ายของบางบทเพลง จากอัลบั้มที่ใครคนหนึ่งยื่นให้


เป็นใครคนเดียวกับที่บอกกล่าวแก่เราว่า


มายาคติเรื่องชาติพันธุ์ ทั้งที่ถ่ายทอดผ่านสื่อ และหลักสูตรในระบบการศึกษาของไทย เป็นตัวการ ที่ทำให้มองผู้ลี้ภัยเป็นผู้ร้าย หรือต้อยต่ำ เราลองไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ดูไหม ลองเปิดโลก เปิดตาให้กว้าง ฟังความหลายๆ ด้าน เวลาที่เห็นคนๆ หนึ่งเดินผ่านหน้าเราไป ลองมองเขาอย่างที่เราเป็น เมื่อเช้าเขาก็ตื่นนอนเหมือนเรา กินข้าวเหมือนเรา มีชีวิตจิตใจ เจ็บปวด ร้องไห้ หัวเราะเป็นเหมือนกันกับเรา คนที่เดินผ่านเราไปวันนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนไทยหรือเป็นคนที่ลี้ภัยมาจากพม่า ถึงอย่างไรก็เป็นคนเหมือนกัน



เป็นถ้อยคำจาก พิม-พรสุข เกิดสว่าง หญิงสาวมาดเซอร์ จากองค์กร " เพื่อนไร้พรมแดน" ซึ่งนอกจากทำกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจในสิทธิมนุษยชน ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนระหว่างประชาชนไทย และผู้พลัดถิ่นจากประเทศพม่าแล้ว

การส่งเสริมเครือข่ายภาคประชาชนหลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม ผ่านสื่อทางเลือก อาทิ นิตยสารแจกฟรีรายสองเดือน เพื่อสร้างความเข้าใจ และมิตรภาพอันดีให้เกิดขึ้นระหว่างคนไทยกับผู้พลัดถิ่น ผู้ลี้ภัย แรงงานอพยพเชื้อชาติอื่นๆ รวมทั้งจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจสิทธิมนุษยชน ผ่านบทเพลง และภาพยนตร์ คืออีกภารกิจหลักขององค์กรเล็กๆ แห่งนี้ ที่กำลังย่างก้าวเข้าสู่ ปีที่ 10



เราจึงถือเอาวาระพิเศษนี้ เชื้อเชิญเธอให้นั่งลงตรงหน้า เพื่อสนทนา ถามไถ่ ว่านับแต่ย่างก้าวแรก ตราบกระทั่งวันนี้... เพื่อนไร้พรมแดน ยังจุดคบไฟดุ่มเดินด้วยความมุ่งหวังที่เน้นย้ำอยู่หรือไม่

ความเชื่อมั่น ศรัทธาในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันนั้น โรยราไปหรือยัง

และนับจากนี้ คือถ้อยคำจากเธอ ที่ฝากแก่รัฐไทย คนไทยถึงทัศนคติต่อผู้ลี้ภัย


สิทธิขั้นพื้นฐานของคนคือต้องเคลื่อนไหว เคลื่อนย้ายได้ เดินทางได้ แล้วคุณเอาผู้ลี้ภัยมากักเก็บไว้อย่างนี้ได้อย่างไร เขาอยู่ไม่ได้หรอก เขาก็ต้องยอมออกมาอย่างผิดกฎหมาย นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า สิทธิมนุษยชน มันคือเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หรือเลื่อนลอย แต่เป็นความจริงขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องมี ปัญหาก็คือ เมื่อเขาไม่ได้ออกมาอย่างถูกกฎหมาย เขาก็ต้องออกมาอย่างผิดกฎหมาย ต้องติดต่อนายหน้า ซึ่งก็มีทั้งที่พาไปทำงานจริงๆ และมีที่หลอกลวง มองย้อนกลับไป ถ้าเขาสามารถเดินเหิน ออกมานอกรั้วได้ตามปรกติอย่างเราๆ เขาก็ไม่ต้องผ่านขบวนการนายหน้าค้ามนุษย์ ที่ทุกวันนี้ขบวนการเฟื่องฟูขึ้นเยอะ



คนเหล่านั้นไม่ได้ต้องการสัญชาติไทย เขาเพียงต้องการสถานะ ให้เขาได้รับการรับรองเป็นผู้ลี้ภัย สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อน ได้อยู่อย่างปรกติเหมือนคนทั่วไป เขาไม่ต้องการอะไรมากกว่านั้นเลย แม้พูดกันอย่างเป็นธรรม พิมมองว่าเมืองไทยไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าประเทศอื่นๆ ที่รับผู้ลี้ภัย ทว่า ประเด็นสำคัญก็คือ


การดูแลผู้ลี้ภัยในเมืองไทย ไม่ได้เลวร้ายมากหรอก แต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น อย่างประเด็นว่าด้วยการกักเก็บผู้ลี้ภัยไว้ในค่าย เก็บเขาไว้ในรั้วลวดหนาม ห้ามทำงาน ให้ใช้เฉพาะของบริจาค ห้ามออกไปไหน แล้วเขาอยู่มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 เด็กที่นั่นเติบโตขึ้นในกรง แล้วรัฐไทยก็บอกว่า ทำเพราะจำเป็น เราก็จำเป็นต้องตั้งคำถามกลับว่า แล้วมันจำเป็นอย่างนั้นจริงหรือ? คนอยู่อย่างนั้นมา 20 กว่าปี อยากถามว่าคุณตั้งใจให้เขาอยู่อย่างนั้นจริงๆ เหรอ แล้วจะห้ามไม่ให้เขาออกมาได้อย่างไร เขาย่อมต้องอยากออกมา เพื่อทำงาน ไม่อย่างนั้นจะให้เขารอรับบริจาค และกินแต่ปลาร้ากับถั่วเป็น 20 ปี มันเป็นไปไม่ได้ แต่รัฐไทยก็ยังจะให้เขาอยู่แบบนั้น



ถามว่าทุกอย่างในค่ายฟรีไหม? ก็เปล่า เพราะในค่ายผู้ลี้ภัยมีตลาดให้จับจ่าย การศึกษาในค่ายก็ต้องใช้เงิน ต้องมีเครื่องแบบ ต้องมีหนังสือ มีเรียนพิเศษด้วย และเมื่อเขาต้องใช้เงิน ดังนั้นจึงต้องทำงาน เป็นเรื่องที่รู้ๆ กันอยู่ ว่าชีวิตจริงๆ ที่นั่นเป็นอย่างไร แต่เราก็ห้ามพูดกันถึงเรื่องสิทธิของคนในค่ายผู้ลี้ภัย


การไปตีกรอบเขา มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะปัญหาในค่ายผู้ลี้ภัยที่เป็นปัญหาใหญ่ คือ ห้ามไม่ให้เขาทำงาน จากบทบาทเดิมที่เขาเคยทำตอนอยู่หมู่บ้าน ทำไร่ ทำนา แต่มาอยู่ที่นี่เขาไม่ได้ทำ เขาก็เครียด เมื่อไหร่รัฐไทยจึงจะมองความจริงสักที รัฐบอกว่าการกักเก็บเขาไว้ในรั้ว เป็นการทำ เพื่อความมั่นคงของชาติ มันก็ทำให้คนข้างนอกมองว่า ผู้ลี้ภัยขี้เกียจ อยู่สบาย มีคนเลี้ยงดู ไม่ต้องทำอะไร ลองให้เราไปอยู่บ้างสิ สักอาทิตย์หนึ่งอาจยังอยู่ได้ สบาย มีคนเลี้ยง แต่ให้อยู่สัก 20 ปี มีคนเลี้ยงไปวันๆ ไม่ต้องทำอะไร อยู่แต่ในรั้ว ใครจะอยากอยู่


ถ้อยคำดังกล่าว โยงความรู้สึกเรา ให้ลอยไปสัมผัสกับท่อนหนึ่งของบางบทเพลงจากอัลบั้ม "ไร้พรมแดน" ที่พิมมอบให้

...อยากจะเป็นเหมือนนก ที่บินข้ามลวดหนาม เห็นโลกที่กว้างใหญ่ บินไป ไปแสนไกล อย่างเสรี...ฉันก็มีค่าเหมือนกันใช่ไหม มีสิทธิที่จะบิน มีสิทธิที่จะไป จงปล่อยฉันบินไป อย่างเสรี…”

เพลงนั้นชื่อ...บินข้ามลวดหนาม

...........


หัวใจเดียวกัน


ากเรื่องราวของผู้ลี้ภัย ณ รอยตะเข็บชายแดนไทย-พม่า เปลี่ยนบรรยากาศมุ่งหน้าลงสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกันบ้าง ผ่านคำบอกเล่า และความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่อหังการ์ ก่อตั้งสำนักเถื่อน ไร้การจดทะเบียน ควักทุนตัวเองเป็นก้อนใหญ่

เพียง เพื่อมุ่งหวังอยากให้ผู้คนทั่วแคว้นแดนไทย สัมผัสพบกับแง่มุมความสวยงามของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยปรัชญา หรือธงนำ ว่า นำความรู้สึกผูกพัน มาหลอมกันเป็นหนึ่งเดียว และ หัวใจเดียวกันคือนามสำนักที่ว่านี้



ผมชอบคำว่า หัวใจเดียวกัน และตั้งใจจะขยายแนวคิดไปเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น เพื่อหล่อหลอมความรู้สึกดีๆ ของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันก็สื่อไปถึงคนทุกคนในสังคม ว่า เราจะช่วยพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไรบ้าง”

ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ โต้โผใหญ่ และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง "สำนักหัวใจเดียวกัน" แวะเวียนมาให้เราได้ถามไถ่ หลังจากฝังตัว ท่อง ตะลอนไปแทบทุกซอกมุมของปลายด้ามขวาน และยังคงท่องต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด


ในนามของคนเขียนหนังสืออิสระ ที่มุ่งมั่นกับการเผยแง่มุมความงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่การรับรู้ของคนไทยในถิ่นอื่นไกล เมื่อหันมาทุ่มเทกับการก่อตั้งสำนักผ่านกิจกรรมต่างๆ จึงน่าสนใจไม่น้อย ว่า สารที่ผลักดัน และขับเคลื่อนไปจากนักเขียนสารคดีมือรางวัลผู้นี้ จะเป็นไปในท่วงทำนองใด


ทัศนคติที่เขาบอกเล่า ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า หัวใจเดียวกัน นั้น ย่อมไม่ใช่ฝันที่เลื่อนลอย



ผมเชื่อว่าต้นทุนของคนสามจังหวัดชายแดนใต้มีสูงมาก ไม่ว่าความรักความสามัคคี ความสมานฉันท์กับ เพื่อนต่างศาสนา ความสวยงามของถิ่นเกิด อะไรก็ตามแต่ ผู้คนที่นี่เขามีสิ่งเหล่านี้อยู่เยอะ แต่ข่าวจากสื่อกระแสหลักมีแต่ความรุนแรง มีแต่ข่าวเข่นฆ่ากัน ทั้งที่โดยเนื้อแท้เขายังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน แม้จะต่างศาสนาก็ตาม ผมจึงต้องการนำเสนอให้เห็นภาพเหล่านี้"


กอปรกับช่วงเวลาดังกล่าว คือนับแต่เหตุการณ์ปล้นปืนคลังสรรพาวุธ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2547 น้องชายของเขารับหน้าที่ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์ เกาะติดสถานการณ์อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุมศักดิ์จึงแนะให้น้องเก็บภาพสวยๆ ในพื้นที่ไว้


กระทั่งวันหนึ่งผมคิดจะนำภาพเหล่านี้เสนอสู่สังคมในวงกว้าง ก็เลยนำไปให้กวีเขียนบทกลอน บทกวี เป็นกำลังใจให้แก่พี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วผมก็เริ่มจัดนิทรรศการภาพถ่าย เป็นนิทรรศการเร่เลย ไปตามจังหวัดต่างๆ



ช่วงนี้เอง มิตรสนิทอีกคน นาม ชวิน ถวัลย์ภิยโย ช่างภาพฝีมือดี ก็เสนอความเห็นว่าน่าจะก่อตั้งสำนักให้ชัดเจน


ชุมศํกดิ์ เห็นด้วย สำนักหัวใจเดียวกัน จึงก่อตั้งขึ้น โดยทุนตนเอง เพื่อภารกิจเร่งด่วนคือ เยียวยาปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้


บางคนก็ถามนะ ว่าผมบ้าหรือเปล่า แต่ถ้าเราไม่ทำ ชีวิตนี้ก็คงไม่ได้ทำสักที แล้วเราไม่ทำใครจะทำ ผมไปไหนก็เร่แสดงไปเรื่อย เพื่อให้คนได้เห็นความงาม และเป็นกำลังใจให้พี่น้องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้


ชุมศักดิ์เพิ่มเติมว่า กิจกรรมอีกอย่างคือการทำค่ายวรรณกรรม ที่จัดร่วมกับ ดร. รุ่ง แก้วแดง ด้วยความคิดที่ว่าเด็กๆ เยาวชนในพื้นที่มีวัตถุดิบพร้อม นั่นคือ


เด็กๆ เยาวชนที่นั่นเขามีข้อมูลอยู่รายรอบตัวเขา เพียงแต่เขาไม่มีทักษะในการเขียนเท่านั้นเอง เราก็ไปสร้างแรงบันดาลใจ ไปเพิ่มทักษะให้เขา เราจัดค่ายมาสี่ครั้งแล้ว ครั้งหนึ่งมีเด็กจากสามจังหวัดคือปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมกันประมาณ ห้าสิบคน จัดสามคืนสี่วัน ในนามสำนักหัวใจเดียวกัน มีมิตรสหายในแวดวงวรรณกรรม มาช่วยด้วย มาร่วมเป็นวิทยากรแนะนำน้องๆ อย่าง ธนาคม พจนาพิทักษ์, มนตรี ศรียงค์, สายธาร สิโป ก็ไปกินนอน ใช้ชีวิตร่วมกันกับเด็กๆ ในค่ายเลย มีวงดนตรีพื้นบ้านไปเล่นเพลงร็องแง็ง เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจ แล้วผลออกมาก็คือเด็กๆ เขาเขียนงานออกมาได้ดีมาก



นอกจากนิทรรศการเร่แสดงภาพถ่าย และบทกวี, จัดค่ายวรรณกรรม แล้ว สำนักพิมพ์หัวใจเดียวกัน ก็เป็นอีกหนึ่งหนทาง เพื่อเผยแพร่เรื่องราวในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังที่จัดพิมพ์ไปแล้วอย่าง เกาะติดไฟใต้ และ ใต้ความทรงจำ ความตั้งใจล่าสุด คือ จัดพิมพ์พ็อกเกตบุ๊ค หัวใจเดียวกัน รวมภาพถ่าย และบทกวีที่จัดทำนิทรรศการเร่ ให้ออกมาเป็นรูปเล่ม ภาพสี่สีสวยงาม


พร้อมทั้งกิจกรรมอีกไม่น้อย ที่ริเริ่ม และกำลังสานต่อ

ความตั้งใจอีกอย่างคือการชวนคนดังๆ จากส่วนกลางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะผมเชื่อว่า ทุกวันนี้คนส่วนมากไม่กล้าไป แต่เชื่อเถิดว่า เมื่อไปแล้ว คุณจะเห็นตรงกันเลยว่า ที่นั่นสวยงามมาก ไม่เหมือนกับที่สื่อกระแสหลักนำเสนอ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำให้เขาเข้าใจเขาก็กล้าไป เช่นที่ผมพาอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ไปเบตง แล้วจัดเสวนาเรื่องการเขียนหนังสือ เขียนบทกวี มีเด็กๆ มาฟังกันเป็นพันเลย คนที่นั่นให้ความสนใจกันมาก เช้าวันถัดมามาอาจารย์เนาวรัตน์ไปเดินตลาดที่เบตง พูดคุยทักทายกับชาวบ้านอย่างเรียบง่าย เหล่านี้ มันก็เป็นภาพที่สวยงาม แสดงให้เห็นว่า พื้นที่เหล่านั้นไม่ได้น่ากลัวเลย



อีกหนึ่งความมุ่งหวังของสำนักหัวใจเดียวกันคือ การทำนิตยสาร เพื่อเชื่อมโยงชาวบ้านกับคนส่วนใหญ่ในสังคมให้เข้าถึงกัน ชุมศักดิ์ บอกเล่าความตั้งใจของเขาว่า ต้องเป็นหนังสือที่ชาวบ้านมีส่วนร่วม ลูกหลาน เด็กๆ เยาวชนในพื้นที่ก็ต้องมีส่วนร่วมในการเขียน
ด้วยเหตุผลว่า


การทำค่ายวรรณกรรมกับเด็กๆ ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าเราได้งานเขียนดีๆ จากเด็กๆ เยอะมาก ผมก็อยากจะนำงานเหล่านี้มาลงตีพิมพ์เผยแพร่ ถ้าถามว่าเทียบกับมาตรฐานงานของมืออาชีพได้ไหม มันก็เทียบไม่ได้ แต่ในแง่ของแรงบันดาลใจ ผมว่ามันยิ่งใหญ่มาก เพราะทำให้เด็กๆ มีกำลังใจ ว่าเขาจะได้หัดเขียน ได้บอกเล่าเรื่องราวของเขาให้คนอื่นๆ ได้รับรู้


สำคัญกว่านั้น คือการได้ถ่ายเทความรู้สึกกดดัน เพื่อร่วมแบ่งปัน และเยียวยา

ทุกวันนี้เขารู้สึกกดดดัน คนมุสลิมกลายเป็นจำเลยของสังคม ทั้งที่ส่วนใหญ่แล้วผมยืนยันเลยว่าคนมุสลิมเป็นคนเรียบง่าย สันโดษ และอยู่อย่างพอเพียง ไม่ชอบความรุนแรง เป็นความตั้งใจของผม ที่อยากให้เขามีพื้นที่ส่งสารเหล่านี้ออกไปในสังคม ว่าพวกเขาคิดอย่าง ไร เขารู้สึกอย่างไร


.........



เสียงของ คนเล็กๆ ที่ถ่ายทอดผ่านบทเพลง ภาพยนตร์ นิทรรศการเร่ แม็กกาซีนทางเลือก และนานากิจกรรมที่ผลักดัน ขับเคลื่อนร่วมกับประชาชนคนพื้นถิ่น ล้วนสะกิดให้ได้ตระหนักว่า อคติ หรือขอบแดนในใจนั่นต่างหาก ที่เราทุกคนควรละลายให้เลือนราง จางหาย ขจัดความดูแคลน หมิ่นหยาม เดียดฉันท์ ให้หมดสิ้น


เพื่อมองดู เพื่อนร่วมผืนแผ่นดิน ด้วยสายตาที่เปิดกว้าง และหัวใจที่เปิดรับว่า เรา-เขา ไม่แตกต่าง หากมีสถานะของความเป็น มนุษย์ ดุจเดียวกัน


เป็น เพื่อนร่วมผืนแผ่นโลก...ใบเดียวกัน


.........

เรื่องโดย รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
ภาพประกอบ :

ภาพสีโดย เพื่อนไร้พรมแดน
ภาพขาวดำโดย สำนักหัวใจเดียวกัน

ที่มา อินดี้...ชายขอบ..โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
http://www.boybdream.com/manager-news-content2.php?newid=19349


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 19/10/2009 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 


เป็นกำลังใจให้ครับ
เดินหน้าต่อไป,

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 15/10/2009 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

ชอบคำว่า "หัวใจเดียวกัน" เหมือนกันค่ะ
ฟังแล้วอบอุ่นดี

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงฟาง วันที่ : 14/10/2009 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/semtele

แวะมาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ทะเลไร้คลื่น วันที่ : 14/10/2009 เวลา : 00.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talay
http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1 " ลูกหลานสายน้ำตาปีเมืองปักษ์ใต้ "

คอมเม้นท์ ที่ 3 คนเล่าเพลง พูดโดนใจอย่างจัง เห็นด้วยทุกประการค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ส.ทหรลำชี วันที่ : 13/10/2009 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/t-vee
ทวี   เนื่องอาชา

ให้กำลังใจผู้ที่มีหัวใจเป็นมนุษย์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนเล่าเพลง วันที่ : 13/10/2009 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuth111
ฉกเพลงมาเล่า

2 เรื่องในหน้าเดียว...อ่านแทบไม่ทัน...
เรื่องแรก บินข้ามลวดหนาม...
อยากได้ยินเพลงจริงๆจังเลย
เรื่องที่สองนี่ค่อนข้างใกล้ตัวผม...
เราเคยไปเล่นคอนเสิร์ตให้เด็กๆดู
ท่ามกลางสถานการณ์ระอุที่เมืองยะลา
เล่นเสร็จไปต่อที่สงขลา...
พวกโทร.มาบอก ที่ข้างเวทีเรา็โดนระเบิด...
........
ทุกครั้งที่ได้ไปเยือนผมว่า ไม่น่ากลัวเหมือนที่เป็นข่าวนะ
แต่นักสร้างเพลงจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่
ไม่อนุญาตให้ศิลปินของเขารับงานในเขตนี้...
ทั้งๆที่ศิลปินอยากไป
และค่ายของเขา...เป็นคนเขียนเพลง
ให้ภาคใต้เกิดสันติสุข...
น่าแปลกใจไหม...ที่บทเพลงกับพฤติกรรม...
มันสวนทางกัน?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
cubicstudio วันที่ : 13/10/2009 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cubicstudio

ภาพและเรื่องราวสร้างสรรกำลังใจให้กับคนที่ท้อแท้ สิ้นหวัง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 13/10/2009 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

นับถือหัวใจดีๆของพี่ทั้งสอง
คือพี่ย่อง ปราณชลี และพี่วิน หนุมานชานสมร
ที่ทำให้สำันักหัวใจเดียวกันก่อเกิดขึ้น
สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน