*/
  • Supanich
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-11-06
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 48249
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน 2560
Posted by Supanich , ผู้อ่าน : 715 , 12:38:41 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ต้องการความง่าย สะดวก รวดเร็วมากขึ้น ในการทำธุรกรรมหรือการใช้สินค้าและบริการ ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการจึงต้องสนองตอบความต้องการอย่างตรงจุด เพื่อให้ตรงใจ และได้ใจผู้บริโภค

เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยให้สินค้าและบริการเป็นไปตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เมื่อเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น ผลสะท้อนก็ย่อมมีตามมา



ยุคนี้เราได้ยินคำว่า Disruptive technology หรือ Digital disruption กันบ่อย ๆ แต่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่าคืออะไรกันแน่ และยังไม่มีคำภาษาไทยที่กระชับ ตรงตัว ได้ความหมายเข้าใจในทันที มีความพยายามสร้างคำให้พอเข้าใจก็คือ เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

Disruptive technology อธิบายง่าย ๆ หมายถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเดิมที่มีอยู่ และมีผลกระทบต่อสินค้าหรือบริการรูปแบบเดิม ๆ ที่มีอยู่ในตลาด หรือก่อให้เกิดสินค้า บริการ หรืออุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น แล้วมีผลไปล้มล้างของเดิม

ตัวอย่าง disruptive ที่เราเห็นกันชัด ๆ ตอนนี้ก็เช่น เมื่อก่อนเราไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ก็จะใช้บริการกับพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ หลายสาขาลูกค้าเยอะ จนต้องต่อคิวกันยาว ๆ เกิดเป็นความไม่สะดวก โดยเฉพาะสำหรับคนที่เร่งรีบ มีเวลาน้อย

ต่อมาจึงมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย โดยลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ และพัฒนาจนมาถึงปัจจุบันที่มีการใช้แอพพลิเคชั่น ทำบนมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วยังมีบริการใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก เป็นต้นว่าโอนเงินหรือจ่ายค่าบริการสาธารณูปโภค อย่างค่าน้ำ ค่าไฟ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เช่น บริการ PayPal, True Money Wallet, BluePay Wallet



การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง จนไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงพนักงานบริการหน้าเคาน์เตอร์ มีผลทำให้พนักงานมีงานน้อยลง ในที่สุดธนาคารก็ลดจำนวนพนักงาน ไปถึงขั้นตอนการปิดสาขา



กระบวนการที่เกิดขึ้นนี้เอง ที่เรียกกันว่า Disruptive ซึ่งเรื่องนี้มีบทขยายความที่น่าสนใจจากคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)ที่ได้กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “Business and Sustainability, the Hype and the Reality” ในงาน “Thailand SDGs Forum 2017#3: Positioning Thailand on SDG Mapเมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ว่า

ความเปลี่ยนแปลงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในระบบอุตสาหกรรมโลก ซึ่งเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน องค์กรขนาดใหญ่ของโลกเป็นองค์กรอุตสาหกรรมหนัก เช่น องค์กรน้ำมัน องค์กรธนาคาร ต่อมาในปี 2016 องค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้ง 5 องค์กรที่สร้างผลกระทบสูงสุดในโลก ล้วนแล้วแต่เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม ดิจิทัลมีเดีย มีแอปเปิล (Apple), กูเกิล (Google), ไมโครซอฟต์ (Microsoft), แอมะซอน (Amazon), และเฟซบุ๊ก (Facebook)”

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรียกว่า Disrupt ซึ่งไม่ใช่เฉพาะธุรกิจดิจิทัล แต่ไปในทุกอุตสาหกรรม เพราะดิจิทัลแพลตฟอร์มถูกนำมาใช้ ทำให้ธุรกิจเกิดการลดกระบวนการทุกอย่าง จากการที่ซัพพลายกับดีมานด์มาเจอกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อำนาจของข้อมูลหรือการมีข้อมูลทำให้เกิดการสร้างมูลค่าใหม่



อย่างไรก็ตาม Disruption เป็นได้ทั้ง “วิกฤติ” และ “โอกาส” เราสามารถนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้าไปอยู่ในเรื่องความยั่งยืนได้เช่นกัน ในเกือบจะทุกรูปแบบ เช่น ระบบติดตามเรือประมง (VMS: Vessel Monitoring System) ในท้องทะเลไทย

หลายอุตสาหกรรมถูก Disrupt โดยดิจิทัลเทคโนโลยี แต่จะมีอย่างน้อย 3 อาชีพที่จะถูกทดแทนจาก AI และ Automation น้อยที่สุด คือ

1. ทนายความ (Lawyers)
2. ครู (Teachers) เพราะความเชื่อว่า “คนก็ยังต้องสอนคน”
3. แพทย์ (Doctors) หรือศัลยแพทย์ (Surgeons)

“ที่บอกว่าแรงงานจะหายไป จริง ๆ แล้วไม่ได้หายไป องค์กรจะกลายเป็นโรงเรียน องค์กรจะต้องทบทวนทักษะแรงงาน ซึ่งทางหนึ่งต้องให้ “แรงจูงใจ” อีกทางหนึ่งต้องทำให้ออกจาก “คอมฟอร์ทโซน” มาเรียนรู้สิ่งใหม่ องค์กรจะต้องปรับทักษะพนักงาน สร้างพื้นฐานใหม่ทางภาษา พื้นฐานทางด้านไอที ด้านวิศวกรรมในวิธีการใช้ระบบอัตโนมัติ”

พัฒนาทักษะเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แม้การเข้ามาของเทคโนโลยีจะทำให้หลายอุตสาหกรรมสั่นคลอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะอยู่รอดไม่ได้ คุณศุภชัยให้ความเห็นว่า องค์กรภาคเอกชนจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนจะต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. Value Driven (Market Driven) -- เพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการ (ใช้กลไกการตลาดเข้ามาช่วย)
2. Data Driven -- ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขและข้อมูล
3. Service Driven -- เน้นบริการ
4. Collaboration Driven -- สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
5. Innovative Driven -- ใช้นวัตกรรม
6. Leadership, Entrepreneurship, Talent Development -- มีความเป็นผู้นำ
7. Sustainable Driven -- ใช้แนวคิดของความยั่งยืน
8. Accountability และ discipline Driven -- มีความรับผิดชอบ ธรรมาภิบาล จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ
9. Platform และ Technology Driven -- ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

“เรากำลังอยู่ในความเปลี่ยนแปลง ความยั่งยืนก็คือเราทุกคนต้องปรับตัวร่วมกัน และถ้าเรามีเป้าหมายร่วมกันและปรับตัวร่วมกัน เราก็มีโอกาสที่จะสร้างความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง” คุณศุภชัย กล่าว





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน