• NiTa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nita2009@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-26
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 443018
  • ส่ง msg :
  • โหวต 42 คน
งานควบคุมโรคและระบาดวิทยา กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลปราณบุรี
การควบคุมโรคติดต่อและไม่ติดต่อ ระบาดวิทยาและการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสุขภาพ ดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โครงการเบาหวาน,ความดัน,กิจกรรมคลินิก,และข่าวสารทางสุขภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/owner
วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2551
Posted by NiTa , ผู้อ่าน : 1702 , 00:33:22 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดนตรีบำบัด - มนตราบำบัด

ในปัจจุบัน ยิ่งโลกเราเจริญขึ้นมากเท่าไหร่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาไปไกลมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ทำให้อัตราการป่วยด้วยโรคร้ายแรงของคนในโลกเราเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยหลงลืมการดูแลรักษาตนเองในแบบพื้นบ้าน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยและเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ในรูปแบบต่างๆ เช่น การนวด ฤษีดัดตน การสวดมนต์ภาวนา โดยเฉพาะการสวดมนต์ภาวนา ด้วยการใช้มนตาบำบัดและดนตรีบำบัด กำลังเป็นที่นิยมและเริ่มเป็นที่ยอมรับในการแพทย์ปัจจุบัน

อ.ศุภชัย กล่าวว่า “คนไทยเราห่างเหินจากการสวดมนต์ไหว้พระ  ไม่รู้ว่าสวดมนต์แล้วได้อะไร เกิดอะไรขึ้น ใช้ประโยชน์อะไร คือไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้  แต่แท้จริงแล้ว ศาสนาพุทธนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย โดยเฉพาะการสวดมนตรานั่นเอง แล้วคนสมัยก่อนเขาใช้เป็นการบำบัดรักษาตัวเองด้วย "

อาจารย์ยังอธิบายให้เราเข้าใจก่อนว่า
อะไรเรียกว่ามนตรา ?
อะไรเรียกว่าคาถา ?
และอะไรเรียกว่าเวทมนตร์ ?
เพื่อให้เราเข้าใจและจะได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ถูกต้อง

คาถา คุณสมบัติที่สำคัญคือต้องฟัง แล้วผู้ฟังต้องติดตั้งเสาอากาศรับคลื่นเสียงนี้ ....เราเรียกว่า ตีลัญจกร

การตีลัญจกร คือการติดตั้งเสาอากาศเพื่อให้เกิดวงจรไฟฟ้าในร่างกายสัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กของจักรวาล โดยมีคาถาเป็นตัวสตาร์ทเตอร์ ทำให้วงจรในร่างกายเราสัมพันธ์กับจักรวาล อันนี้คือความสำคัญของคาถา

                ผู้สวดต้องมีพลังที่ดี คือต้องมีวัตรปฏิบัติดี คนสวดต้องมีพลัง สวดเสร็จต้องแผ่เมตตา
"การสวดคาถาเป็นการช่วยผู้อื่น ไม่ได้ช่วยตัวเอง เป็นการช่วยทางอ้อม เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์โลกนั่นเอง หัวใจของคาถาคือฟังไม่ใช่สวด ในพระไตรปิฎกบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า
คาถาไว้ฟังไม่ใช่สวด ถ้าสวดคือสวดเพื่อรักษาผู้อื่น"

            อาจารย์บอกว่าทั้งหมดนี้มีจารึกไว้อยู่ในพระไตรปิฎก

"หลักที่แท้จริงคือ คาถานั้นต้องฟัง ไม่ใช่สวด ฟังเพื่อพิจารณาความจริงของสังขารในตัวเรา ว่ามีเกิด ก็มีดับเป็นธรรมดา เมื่อปล่อยวางได้ ไม่ยึดไว้ ร่างกายเราก็จัดเรียงโมเลกุลในร่างกายเราเอง"

มนตรา  คือคำย่อ คือหัวใจของคาถาทุกชนิด เช่น หัวใจของอริยสัจสี่ คือ ทุ สะ นิ มะ
ก็ย่อมาจากทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

วิธีสวดก็จะสวดไล่คำ หรือสวดไล่เสียงไปเรื่อยๆ จนทำให้เกิดสมาธิ  เป็นกุศโลบายให้เกิดสมาธิ
เมื่อสวดมากๆ จะทำให้คลื่นสมองจะลดต่ำลงจากเบตาเป็นอัลฟา
สวดมนต์เสร็จก็ภาวนาต่อ การภาวนาคือการสั่งจิตใต้สำนึกนั่นเอง เช่น
สวดมนต์เสร็จขอให้สุขภาพแข็งแรง ขอให้น้ำตาลในเลือดลดลง ก็สามารถทำได้
ขอให้ความดันเลือดลดลง ก็ทำได้

การภาวนาของคนสมัยก่อนก็คือ การสั่งจิตใต้สำนึกให้ไปกำหนดร่างกาย   มนตราจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  และนั่นคือความลับของบทสวดมนต์ที่รักษาโรคได้





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เมื่อครั้งODที่เขากะโหลก

ทุกคนมีความสุขกับกิจกรรมครั้งนี้

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]