• NiTa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nita2009@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-26
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 442646
  • ส่ง msg :
  • โหวต 42 คน
งานควบคุมโรคและระบาดวิทยา กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลปราณบุรี
การควบคุมโรคติดต่อและไม่ติดต่อ ระบาดวิทยาและการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสุขภาพ ดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โครงการเบาหวาน,ความดัน,กิจกรรมคลินิก,และข่าวสารทางสุขภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/owner
วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2552
Posted by NiTa , ผู้อ่าน : 3667 , 10:31:19 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


หลังจากรู้จักโรคED กันมาบ้างแล้ว มาดูกันต่อนะคะว่า มีกลไกลของร่างกายและแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้าง

การแข็งตัวขององคชาติ มีได้ 3 แบบคือ

1. การแข็งตัวจากความคิด (psychogenic erection) เกิดจากภาพที่เห็นหรือจินตนาการ

2. spinal reflex ที่เกิดในคนที่มีการบาดเจ็บของประสาทไขสันหลังแล้วทำให้องคชาติแข็งตัว

3. การแข็งตัวยามราตรี (nocturnal erection) ซึ่งอาศัยเทสโทสเตอโรนเป็นแหล่งสำคัญ ที่ทำให้องคชาติแข็งตัวเป็นระยะๆ ราว 15-20 นาที ตอนกลางคืนขณะที่เจ้าตัวหลับไปแล้วโดยเกิดขึ้นคืนละ 4-5 ครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ฝันเรื่องกามารมณ์ (erotic dream) อธิบายได้ว่าเป็นความพยายามของร่างกาย (nighttime erection cycle) ที่จะทำให้องคชาติมีออซิเจนมาเพิ่มเติมเพื่อยับยั้ง fibroblast action ไม่ให้ปล่อยเนื้อเยื่อพังผืด (fibrotic tissue)


ในเวลาปกติที่ไม่ได้รับการกระตุ้น องคชาติจะเป็นอวัยวะที่มีสภาพขาดออกซิเจน (anoxic, low oxygen tension) ธรรมชาติจึงมีวิธีทำให้องคชาติมีสุขภาพที่ดีดังกล่าว ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นในผู้หญิงเช่นเดียวกัน การที่อวัยวะเพศยังแข็งตัวตอนกลางคืนช่วยพิเคราะห์แยกโรคได้ว่า ED ที่เป็นอยู่น่าจะเป็นทางใจ (psychogenic) มากกว่าทางกาย (organic)


มาสเตอร์และจอห์นสัน (Master and Johnson) อธิบายกลไกปกติของความรู้สึกทางเพศว่าประกอบด้วย

ระยะถูกปลุกเร้าทางเพศ (arousal)

จุดสุดยอด (orgasm) และการหลั่ง (ejaculation)

ระยะคลายตัว (resolution) และในผู้ชายจะมี

refractory period เป็นระยะพัก


โดยทั้งคู่ไม่ทราบว่ามีปัญหาในแง่ของความต้องการหรือความปรารถนา (desire) ด้วย ซึ่งปรากฏว่าในเวชปฏอบัติกลับพบปัญหานี้บ่อยที่สุด


ความปรารถนา (Desire) เป็นกลไกกลาง (central mechanism) อยู่ที่ limbic system ของสมอง สมองส่วนนี้มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นสัตว์เลื้อยคลานประกอบด้วยหน้าที่หลายอย่าง เช่น ความหิว ความกลัว ความสุขสำราญและความปรารถนาหรือความต้องการทางเพศ (desire)


Desire นี้ถ้าเปรียบกับสวิทซ์ไฟแล้วจะสามารถปรับขึ้นปรับลงได้ โดยมีปัจจัยเสริมคือ ความรู้สึกที่ดีทางกาย อารมณ์ สิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์กับคู่สมรส


ผู้หญิงมีความต้องการทางเพศ (sex drive) สูงได้เท่าเทียมผู้ชายแต่เป็นเพศที่ทำให้ความต้องการลดลงได้ง่ายกว่า


ความต้องการช่วยเสริมระยะการปลุกเร้าให้ดีขึ้น แต่ทั้งคู่เป็นกระบวนการที่แยกจากกัน เช่น ถ้ามีความรู้สึกอยาก (horny หรือ sexy) ก็จะง่ายต่อการปลุกเร้า arousal จะเกิดเมื่อจิตใจ (mind) ของเราปิดแยกจากโลกภายนอก แล้วมุ่งเป้า (focus) สู่สิ่งกระตุ้นทางเพศเฉพาะตัว (erotic) เรียกว่าเกือบเหมือนการสะกดจิตตัวเอง ดังนั้นจึงอธิบายได้ง่ายว่าทำไมคนที่มีความห่วงใยต่างๆ เช่น หนี้สินที่ยังไม่ได้จ่าย ค่าเล่าเรียนลูก ซึ่งไม่ปลุกเร้าเลย แต่ถ้าคนๆ นั้นสามารถตัดความห่วงใยภายนอกทั้งหลายได้แล้วมุ่งความสนใจไปในสิ่งที่ตนเคยชิน เช่น กลิ่น รส การสัมผัส ภาพที่เห็น เสียง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายชอบการมองเห็นภาพหญิงเปลือย จนมีคำกล่าวว่า men fall in love with their eyes but woman fall in love with their ears. (visually stimulated vs what a man said is more important than how he look)


การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาขณะที่มีการปลุกเร้าในผู้ชายคือ องคชาติเริ่มแข็งตัว ส่วนของผู้หญิงจะหลบซ่อนและสลับซับซ้อนกว่า อย่างคลิตอริสและบริเวณข้างเคียงที่เรียกว่า จุดจี (G-spot) จะพองขึ้นเพื่อคุ้มครองปากท่อปัสสาวะขณะมีเพศสัมพันธ์ ตัวชี้วัดการปลุกเร้าของฝ่ายหญิง (female arousal) ที่ดีที่สุดไม่ใช่การหล่อลื่นหากแต่เป็นเลือดคั่ง (congestion) ภายในช่องคลอด (vagina) ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย โดยจะมีความยาวขยายออกไป 2 เท่า ส่วนนอก 1 ใน 3 (outer 1/3) จะกระชับขึ้น เนื่องจากเนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำ ส่วน 2 ใน 3 (inner 2/3) จะพองขยายออก ตัวมดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ นกสูงขึ้นพ้นเชิงกราน


การหล่อลื่นของช่องคลอดมิได้เกิดจากต่อมบาร์โธลิน ซึ่งผลิตสารคล้ายเจจลี่ในปริมาณเพียงเล็กน้อย ดังนั้นความหล่อลื่นจึงได้จากสารเหลว (transudate) จากผนังช่องคลอดเป็นหลัก โดยสารเหลวเหล่านี้ซึมรั่วออกมาจากผนังเส้นเลือดฝอยตามผนังช่องคลอดที่บวมขึ้น คล้ายๆ กับเวลาเราอาบน้ำจากฝักบัวแล้วกระจกในห้องน้ำเป็นฝ้าขึ้นส่วนปากช่องคลอด (vulva หรือ introitus) เสียอีกที่แห้ง จึงเน้นเรื่องนี้ให้คู่สมรสทำให้ส่วนนี้มีความหล่อลื่นขึ้นด้วย จากการกระตุ้นจนตื่นตัวเต็มที่ และมีเคล็ดอยู่ว่าปากช่องคลอดจะหล่อลื่นดีขึ้นขณะที่ฝ่ายหญิงอยู่ในท่ายืนเนื่องจากแรงโน้มถ่วง ส่วนในท่านอนนั้นสารหล่อลื่นในช่องคลอดจะมีมากทางด้านหลังของผนัง รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้จึงมีความสำคัญในกรณีที่ฝ่ายชายอาจวิตกว่าฝ่ายหญิงอาจจะแห้งจึงไม่รู้สึกตื่นตัว (turn on) ซึ่งไม่จริง


Orgasm คือจุดสูงสุดของความสุขทางเพศ ทำให้มีการบีบตัวของกล้ามเนื้อในช่องเชิงกรานทั้งหมด รวมทั้งกล้ามเนื้อรอบท่อปัสสาวะของฝ่ายชาย ตามมาด้วยระยะคลายตัวเมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติ โดยในผู้ชายจะตามมาด้วยระยะพัก


สุขภาพทางเพศอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงอายุ หลายคนคิดว่าเมื่ออายุของตนผ่านเลย 50 ไปแล้ว เรื่องทางเพศคลายความสำคัญลง จริงๆ แล้วสำหรับคนส่วนมาก กามารมณ์ยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตส่วนตัวและความสัมพันธ์ทางเพศ ตัวอย่างกรณีหนึ่งคือ นรีแพทย์บอกกับผู้หญิงสูงอายุที่มีวัยกว่า 80 รายหนึ่งก่อนการตัดมดลูกของเธอว่า น่าจะตัดช่องคลอดออกด้วยเพื่อความสะดวก ก็ได้คำตอบว่าสามีของเธอคงไม่พอใจแน่ งานวิจัยได้ยืนยันแล้วว่าคู่สมรสในวัย 70 ขึ้นไปนั้น ร้อยละ 60 ยังมีกิจกรรมทางเพศอยู่ จึงไม่ควรด่วนสรุปจากอายุเท่านั้น


หลายคนคิดว่า ED คือสิ่งที่มากับอายุ แต่ความจริงคือ ED เป็นพยาธิสภาพ ซึ่งมากับโรคหรือยา การเปลี่ยนแปลงตามอวัยวะอาจมีจริง เช่น ผู้ชายอาจใช้เวลานานขึ้นกว่าอวัยวะเพศจะแข็งตัว หลายคนต้องการกระตุ้นโดยตรงที่อวัยวะเพื่อจะให้แข็งตัวได้ โดยเฉพาะเมื่อผ่านวัย 50 ปีขึ้นไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อเสริมเข้ากับการกระตุ้นทางจิตใจ (psychogenic stimulation) ไวอากร้าเข้ามาสวมบทบาทอย่างเหมาะสมในการช่วยเสริมการปลุกเร้าตามธรรมชาติที่ทำอยู่ ยาจะให้ผลดีขึ้นมากถ้าเติมการกระตุ้นลำอวัยวะเพศเข้าด้วยคือ ถ้าคู่ขาไม่ช่วย เจ้าตัวก็อาจต้องทำเอง ไม่ว่าจะใช้ยาไวอากร้าหรือไม่ก็ตาม


จุดสุดยอดและการหลั่งก็จะมีระดับลดลงด้วยเช่นกัน เมื่อวัยสูงขึ้นระยะฟักตัวก็จะนานขึ้นต่างจากหนุ่มวัย 18 ที่มีช่วงพักสั้น จนมาดอนนากล่าวว่าเธอพอใจที่จะมีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่ม เพราะแม้ว่าพวกนี้จะทำไม่ค่อยจะถูกต้องแต่ก็ทำได้ทั้งคืน ข้อสังเกตทางคลินิกคือ ไวอากร้าดูเหมือนจะช่วยลดระยะฟักตัวในชายสูงอายุ อีกทั้งชะลอการหลั่งได้ด้วย ขณะนี้จึงมีการศึกษายาในแง่นี้


หญิงสูงอายุก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน อีกทั้งผนังช่องคลอดแห้งลงจากการที่ฮอร์โมนเพศลดลง ผู้หญิงออสเตรเลียที่ไม่ยอมรับประทานฮอร์โมนเพศเสริม (HRT) อาจแก้ได้โดยทาครีมเอสโตรเจนหรือแบบสอด


อาการเจ็บปวดขณะร่วมเพศของฝ่ายหญิง (dyspareunia) อาจเป็นผลทางจิตใจ (psychogenie) จากการปลุกเร้าไม่ดีพอหรือโรคทางการ


งานวิจัยที่สหรัฐอเมริกาสรุปว่า ED เป็นปัญหาทารุณจิตใจผู้ชายมากที่สุด เมื่อเทียบกับปัญหาการหลั่งเร็วเกินไปหรือปัญหาการไม่มีความอยาก


ที่ออสเตรเลียเวลาให้การรักษา ED นั้น จะสนับสนุนให้ผู้ป่วยพาคู่สมรสของเขามาด้วยจะได้ให้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน เพื่อเวชปฏิบัติที่ดีที่สุด แม้ว่าในทางปฏิบัติอาจจะลำบาก เพราะเจ้าตัวไม่อยากให้คู่ของเขาทราบเรื่องที่ตนเผชิญอยู่


การซักถามประวัติความเป็นมาสามารบอกได้มากว่าปัญหา ED เกิดจากจิตใจหรือทางร่างกาย คือถ้าเกิดอย่างรวดเร็วก็มักจะเป็นจากจิตใจ แต่ถ้าเกิดขึ้นช้าๆ แล้วเลวลงก็มักจะเป็นโรคทางกาย หลายต่อหลายอย่างยิ่งพยายามก็ยิ่งดี ยิ่งทำก็ยิ่งสำเร็จผล แต่เรื่องเพศกลับตรงกันข้ามคือยิ่งพยายามให้แข็งตัวก็ยิ่งอ่อน


การประเมินความรุนแรงของโรคสามารถใช้แฟ้ม IIEF ให้ผู้ป่วยประเมินตามตารางหรือหมออาจตามเอาเองก็ได้


การแข็งตัวขององคชาติตอนเช้ามืด ไม่ได้เป็นผลจากการกลั้นปัสสาวะที่เต็มอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ หากแต่เป็นช่วงปลายของการแข็งตัวยามราตรี (nocturnal erection) ตามระยะการนอนหลับ (REM)


เมื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และทราบพยาธิสภาพแล้ว ก็จะถึงตอนแนะนำผู้ป่วย เช่น เชิญคู่สมรสมาร่วมในการรักษาหากทำได้ หรือถ้ามีเวลามากพอก็คุยถึงเรื่องแนวทางการรักษาต่างๆ หรือซักประวัติละเอียดเพิ่มเติมถ้าคิดว่ามีปัญหาที่ลึกซึ้งและสลับซับซ้อน


การประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด


งานวิจัยจากญี่ปุ่น พบว่ามีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาเพิ่มความเสี่ยงต่อ MI 3 เท่า และการร่วมเพศกับหญิงเสิร์ฟอันตรายกว่าหญิงโสเภณี


โดยทั่วไปแล้ว ถ้าคนๆ หนึ่งสามารถเดินเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตรบนพื้นราบภายใน 15 นาที หรือขึ้นบันได 20 ขั้น โดยไม่มีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอกหรือหายใจไม่ทันก็บอกได้ว่า เขาแข็งแรงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์


การรักษา ED


ปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้แนะนำแนวทางการรักษาไว้เป็น 3 ขั้นตอน และการประชุมหาข้อแนะนำการรักษา ED ระดับนานาชาติ ที่กรุงปารีสเมื่อปี 1999 นั้น ได้ยินยันคำแนะนำของ WHO ว่าสำหรับคนไข้รายที่เหมาะสมแล้วควรเลือกยาชนิดรับประทานเป็นตัวเลือกแรก เมื่อได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจแล้ว จึงพิจารณาทางเลือกที่สองที่สามต่อไป


การออกฤทธิ์ของ sildenafil


sildenafil ออกฤทธิ์โดยเสริมการทำงานของ cyclic GMP ซึ่งปกติแล้ว cyclic จะถูกแยกสลายโดยเอนไซม์ phosphodiesterase type 5 (PDE 5) ส่วน sildenafil จะยับยั้ง PDE 5 และต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศช่วยด้วย หาใช่อาศัยยาเฉยๆ ไม่และเนื่องจากยานี้ไม่มี central effect จึงไม่จัดเป็นยาปลุกกำหนัด (aprodisiac) อย่างที่เข้าใจกันผิดๆ ดังนั้นในชายอายุ 50 ขึ้นไป ต้องมีการกระตุ้นองคชาติด้วยจึงจะทำให้ sildenafil ได้ผลดี


ข้อห้ามที่สำคัญของยานี้คือ ผู้ใช้ต้องไม่ได้กำลังใช้ยากลุ่มไนเกรตอยู่ รวมทั้งยานัตถุ์ที่มีสารไนเกรตอยู่ด้วย ในกรณีที่ใช้ยาแล้วมีอาการเจ็บหน้าอกภายใน 24 ชั่วโมง ก็ควรจะแจ้งคุณหมอเพื่อว่าคุณหมอจะได้ไม่สั่งยาไนเกรตบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกนั้น แม้ว่าครึ่งชีวิตของ sildenafil จะสั้นกว่านั้นมากก็ไม่ควรเสี่ยง


สิ่งที่ควรทราบไว้ด้วยก็คือ อาจต้องแนะนำผู้ใช้ว่าครั้งแรกที่ใช้ยาอาจไม่ได้ผลคือ มีสิ่งที่เรียกว่า learning curve ก็ขอให้ทำซ้ำจนได้การตอบสนองที่น่าพอใจ


อุปกรณ์สุญญากาศ ข้อสำคัญคือ สายรัดจะต้องไม่คาไว้เกิน 30 นาที และขณะนั้นองคชาติจะมีอุณหภูมิเย็นลงเล็กน้อยและมีสีคล้ำกว่าปกติ


การฉีดยาเข้าลำองคชาติ (Intraca vernosal Injection Therapy) เมื่อทางเลือกแรกประสบความล้มเหลวก็อาจพินจารณาฉีด alprostadil ซึ่งมักจะได้ผลถ้าฉีดได้ถูกต้อง อาการข้างเคียงอาจมีได้เช่น อาการแสบร้อนหรือปวด ผู้ใช้บางคนจะมีองคชาติแข็งตัวก่อนแล้วจึงมีอารมณ์ใคร่ (arousal) ตามมา ซึ่งจะตรงกันข้ามกับยาซิลเดนาฟิล


การฝังแกนองคชาติเทียม มีที่ใช้น้อยลงมาก นอกจากความผิดปกติของลำองคชาติที่อาจโค้งงอผิดรูปร่างจากโรค Peyronie ซึ่งในกรณีที่ใช้วิธีผ่าตัดสอดแกนแล้ว ต้องอาศัยการฉีดยาเข้าลำองคชาติ (interpenile injection therapy) ช่วยเพราะซิลเดนาฟิลจะไม่ได้ผล

 

 ที่มา : http://www.kachon.com/article/detail.asp?id=324





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เมื่อครั้งODที่เขากะโหลก

ทุกคนมีความสุขกับกิจกรรมครั้งนี้

View All
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]