• ป้าเค็ก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : may@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-04-29
  • จำนวนเรื่อง : 54
  • จำนวนผู้ชม : 121617
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
รักเธอประเทศไทย
รายงานข่าวตามที่เจอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pacake
วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2556
Posted by ป้าเค็ก , ผู้อ่าน : 1698 , 15:47:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน คนเมืองพระชนกจักรี , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

จาก แนวหน้า วันที่ 24/5/2556

คอลัมนิสต์ 

เล่าหลังไมค์ โดย อัญชะลี ไพรีรัก

เสียงร้องจากโรงงิ้ว

โลกโซเชียล มีเดีย พาเอา“งิ้วธรรมศาสตร์“จัดขึ้นในวันรับเพื่อนใหม่เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค.56  ที่ท่าพระจันทร์ ร้อนระเบิดกว่าครั้งใดๆที่เคยจัดมา เมื่อคลิปงิ้วการแสดงความยาว 8 นาทีเศษๆถูกแชร์กันไปทั่วทุกหัวระแหงอย่างฮึกเหิม เป็นคลิปงิ้วสั้นๆที่พูดถึงความชั่วร้ายที่กินเวลายาวนาน  ตั้งแต่สมัยทักษิณกินเมืองจนถึงหญิงชั่วขายชาติ...สั้นแต่ลึกกินใจ

@ต่อตระกูล ยมนาค  โพสต์ความเห็นบนเฟส บุ๊คของเขาหลังดูงิ้วธรรมศาสตร์ชุดล่าสุดว่า 

“ผมขอแสดงความรู้สึกชื่นชมน้องๆนักศึกษาธรรมศาสตร์มาก  ที่ได้จัดงิ้วการเมืองรับน้องใหม่เมื่อวันอาทิตย์ 19 พ.ค.56 ที่ผ่านมา ฟังเสียง นศ.ธรรมศาสตร์ที่ได้ดูงิ้วเสียดสีรัฐบาลแล้ว ได้ เฮ กันสนั่นแบบนี้ มันบอกว่า เขาไม่ใช่เด็กๆที่ไม่รู้ความเป็นไปของบ้านเมือง สมควรแล้วกับที่สอบเข้ามาเรียนที่นี่ได้  ดูสีหน้าและน้ำเสียงของเขาที่มีต่องิ้วของรุ่นพี่ที่จัดละครนี้มารับน้องซีครับ ผมน้ำตาซึมเลย ยิ่งตอนที่เขาประกาศประโยคสุดท้ายปิดการแสดง ได้ยินเสียงนักศึกษาธรรมศาสตร์ดังกึกก้องขึ้นมาใหม่แล้ว เป็นเสียงที่ดังขึ้นท่ามกลางความกดดันเสรีภาพของสื่อมวลชน งิ้วชุดนี้จบด้วยคำประกาศที่ผมแกะออกมาจากคลิปวีดีโอ ได้ความว่า รุ่นพี่เรียกร้องรุ่นน้องดังนี้ :

"ได้ยินไหมพวกเราคือความหวัง 
ฤา จะยังนิ่งดูดายไม่แยแส
ฤา จะยอมให้เขามารังแก
จะยอมแพ้หรือจะสู้เพื่อมวลชน
จะยอมแพ้หรือจะสู้เพื่อมวลชน"

เชื่อว่าหลายคนที่ดูงิ้วธรรมศาสตร์ชุดนี้แล้วคง “ขนลุก” กับเสียงเรียกร้องที่ “รุ่นพี่” มีต่อ “รุ่นน้อง”  และซ่อนนัยหมายไปถึง เสียงเพรียกของนักสู้ที่กู่ก้องร้องตะโกนถึงคนไทยในยุค “ไทยเฉย”ว่า “จะยอมแพ้ หรือจะสู้เพื่อมวลชน”

“งิ้วธรรมศาสตร์” โด่งดังมากพอๆกับ “โขนธรรมศาสตร์”   เนื้อหาของงิ้วและโขนมักล้อเลียนการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ ทั้งเหน็บ เจ็บ แสบ คัน ร้าว ลึก และ ซึ้งแซ่บถึงใจ  ครบรส  ครบเครื่อง และรวบเรื่องได้ครบครันง่ายต่อการรับรู้

งิ้วธรรมศาสตร์เงียบๆ หายๆ ไปจากการรับรู้ของสังคมไทยอยู่ช่วงหนึ่ง  มาเปรี้ยงปร้างอีกทีก็ตอนขึ้นเวที “กู้ชาติ”กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

มาศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองด้วย”อาวุธ” ที่ชื่อว่า “งิ้ว “ กัน

งิ้วล้อการเมือง”คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการแสดงการล้อเลียนเสียดสีสถานการณ์บ้านเมืองในยุคนั้นๆโดยเอาอุปรากรจีนหรืองิ้วมาดัดแปลง  เริ่มมีตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ที่ชุมนุมนาฏศิลป์ ส่วนใหญ่มักใช้เรื่องสามก๊กผสานกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนั้นๆ เป็นสำคัญ

การแสดงงิ้วธรรมศาสตร์หยุดไปช่วงหนึ่งหลังเหตุการณ์ 6 ตุลามหาวิปโยค และกลับมาอีกครั้งเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 จากนั้นก็หยุดไปยาวจนมาเริ่มคึกคักกันใหม่ช่วงรัฐบาลทักษิณ

ปัจจุบันงิ้วธรรมศาสตร์ที่เล่นอยู่ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จริง ๆกับงิ้วธรรมศาสตร์ที่เล่นในการชุมนุมเรียกร้อง ขับไล่อดีตนายกทักษิณนั้นเป็นคนละงิ้วกัน แต่มีที่มาเดียวกัน  

กล่าวคืองิ้วล้อการเมืองนั้นเริ่มจากคณะนิติศาสตร์ และต่อมาคณะนิติศาสตร์ไม่มีคนสืบงานต่อ  งิ้วล้อการเมืองธรรมศาสตร์ปัจจุบันจึงตกทอดสืบเนื่องมาเป็นงิ้วของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นชมรมปิด รับเฉพาะนักศึกษาสังคมสงเคราะห์เท่านั้น เรียกกันว่า “ งิ้วล้อการเมืองคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์”  เล่นโดยนักศึกษาจริงๆ ซึ่งการเล่นนั้นจะเล่นบทให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองและใช้เหตุและผล ความคิดของนักศึกษาอย่างแท้จริง 

ส่วนงิ้วที่เล่น ณ เวทีพันธมิตร เป็นงิ้วของรวมดาวศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนฝ่ายพันธมิตรและเคยเล่นงิ้วมาก่อน แต่คนทั่วไปรับรู้และเรียกรวมๆว่า “ งิ้วธรรมศาสตร์”  

ทว่างิ้วธรรมศาสตร์ที่แท้จริงและเล่นโดยนักศึกษาธรรมศาสตร์เป็นประจำสม้ำเสมอนั้นคือ “งิ้วล้อการเมือง คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” โดยงานประจำที่งิ้วล้อการเมืองเล่นทุกปี คือ งานรับเพื่อนใหม่  - งานวันครบรอบการสถาปณาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และงานเปิดโลกกิจกรรมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันคณะงิ้วล้อการเมืองเปิดรับงานแสดงทั้งในและนอกสถานที่ตลอดทั้งปีอีกด้วย (ข้อมูลจากวิกิพีเดียและเฟสบุ๊คของงิ้วธรรมศาสตร์)

รู้ที่มางิ้วธรรมศาสตร์แล้ว มาดูข้อมูลที่มาของศิลปะจีนที่ทรงคุณค่านี้บ้าง(ที่มา:เฟสบุ๊ค งิ้วธรรมศาสตร์)

“งิ้ว” เป็นศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นมานาน 5,000 ปี เริ่มต้นจากช่วงรัชสมัยราชวงศ์จิว ซึ่งมีการผสมผสานการขับร้องและการเจรจาประกอบกับลีลาท่าทางของนักแสดงให้ออกเป็นเรื่องเป็นราว โดยนำเหตุการณ์ต่างๆ ในพงศาวดารและประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเป็นบทแสดง ยังแฝงความเชื่อ ประเพณี และศาสนาผสมผสานอยู่ในการแสดง“งิ้ว” ด้วยเช่นกัน ในยุคสมัยนั้นยังไม่มีแบบฉบับโดยเฉพาะ จึงมีผู้แสดงเพียงไม่กี่คน และมีการแสดงเป็น เรื่องสั้นๆ 

คณะงิ้ว...เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ซ้องประมาณปีค.ศ.1179-1276 ทางภาคใต้ของจีนมีคณะงิ้วที่มีชื่อได้เปิดการแสดงที่มีบทพูดเป็นโคลงกลอน สลับกับการร้อง ใช้เครื่องดีดสีตี เป่าเป็นดนตรีประกอบการแสดง

ช่วงต้นศตวรรษที่ 13 พวกชนเผ่ามองโกลสร้างรูปแบบของงิ้วขึ้นมา เรียกว่า "ซาจู" โดยมักแบ่งการแสดงออกเป็น 4 องค์ โดยตัวละครเอกเท่านั้น ที่จะมีบทร้องเป็นทำนองเดียวตลอดเรื่อง ส่วนตัวประกอบอื่นอาศัยการพูดประกอบ  ขณะที่อุปรากรฝ่ายเหนือเป็นที่นิยมในหมู่ขุนนางชั้นสูง ทางใต้นั้นผู้คนนิยมดูงิ้วที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้าน

ในศตวรรษที่ 16 บ้านเมืองเข้าสู่ความสงบ ผู้คนเริ่มมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้วงการวรรณกรรมเฟื่องฟูไปด้วย ซึ่งส่งผลทำให้บทร้องอุปรากรทำนองสละสลวยยิ่งขึ้น โดยนายเหว่ย เหลียงฟุ (1522-1573) นำนิยายพื้นบ้านดังๆเรียกว่า "คุนฉู" มาเขียนเป็นบทร้อง มีสไตล์การร้องที่อ่อนหวาน ใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้นส่วนใหญ่คือกลองและขลุ่ยไม้

วิวัฒนาการของงิ้ว..ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา มาเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดสมัยเฉียนหลงฮ่องเต้ ประมาณปีค.ศ.1736-1796 ในศตวรรษที่ 18 เกิดอุปรากรแบบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบของงิ้วสมบูรณ์แบบ 

อุปรากรงิ้วเป็นที่แพร่หลายนับตั้งแต่เปิดการแสดงในงานฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของเฉียนหลงฮ่องเต้ ในจำนวนคณะงิ้วที่เข้ามาแสดงเหล่านี้รวมถึงคณะ ของนายเว่ย จางเฉิน จากเสฉวน ซึ่งนำเทคนิคการแสดงงิ้วแบบใหม่ๆเข้ามาเผยแพร่ในเมืองหลวง

กระทั่งปลายราชวงศ์ชิง งิ้วจึงมีลักษณะต่างๆกันออกไปหลายร้อยแบบ ทั้งในด้านการร้อง การจัดฉากเพลง แต่ส่วนใหญ่นำเนื้อเรื่องมาจากคุนฉู หรือนิยายที่เป็นที่นิยม และ มีคนให้ความอุปถัมภ์คณะงิ้วกันมากขึ้น.... การแสดงงิ้ว...จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปจนทั่วประเทศจีน

 งิ้วที่ยอมรับกันว่าเป็นงิ้วที่สมบูรณ์แบบชนิดแรกคือ ละครใต้ (หนันซี่) ของสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ แถบเมืองเวินโจว จนกระทั่งสมัยราชวงศ์ชิงจึงเกิด ‘งิ้วปักกิ่ง’ ซึ่งถือได้ว่า เป็นศิลปะประจำชาติ มีความโดดเด่นมากเพราะเป็นการแสดงที่เอาความเด่นของงิ้วทุกชนิดมารวมเข้าด้วยกัน มีการแสดงที่โลดโผนกว่างิ้วแต้จิ๋ว มีการร้องโอเปร่า ร้องลากเสียงเพื่อแสดงพลังเสียง และมีการใช้เสียงบีบเพื่อแสดงศิลปะการใช้เสียงที่หลากหลายด้วย (ข้อมูลที่มา:เฟส บุ๊ค งิ้วธรรมศาสตร์)

ในเฟสบุ๊คงิ้วธรรมศาสตร์ยังให้เกร็ดในอดีตไว้ว่า "งิ้วการเมือง" จะเปรี้ยงปร้างต้องเป็นยุคที่นำโดย นายพีระพงศ์ อิศรภักดี, นายชวน หลีกภัย และ นายวิทยา สุขดำรงค์   มักจะใช้เรื่อง "สามก๊ก" ในพงศาวดารจีนแสดงนำ ที่ใช้สามก๊กเพราะเป็นเรื่องที่มากด้วยแม่ทัพนายกอง  มีการรบราฆ่าฟัน  ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนายทหารทั้งสิ้น  จึงเห็นว่าน่าจะตรงกับเหตุการณ์บ้านเมือง เช่น ครั้งหนึ่งมีงิ้วการเมืองล้อเลียนจอมพลสฤษดิ์ ใช้ชื่อตัวละคร "ตั๋งโต๊ะ"เป็นคนแก่ชอบมีเมียสาวทำนองนั้น...

งิ้วธรรมศาสตร์กลับมาในการรับรู้ของคนทั่วไปและระเบิดระเบ้อ จากงานวันรับเพื่อนใหม่ 56 เพราะงิ้วเข้าสู่ยุคโลกออนไลน์แชร์ไปไม่หยุด โดยงิ้วปีนี้เอาการเมืองสามานย์ของพี่น้องชินวัตรมาผูกเรื่องสั้นๆ เริ่มที่นโยบายประชานิยมที่ขมขื่ม มาสู่การเสเสร้งแสดงความขื่นขมตรมใจของนายกน้องสาวที่เล่าเรื่องพี่ชายขายชาติที่มองโกเลีย  ทุกครั้งที่แสดงงิ้วธรรมศาสตร์ต้องหยิบเอาสถานการณ์รอบตัวมาเหน็บแนม ปล่อยมุก คราวนี้หยิบมุกเด็ดเข็ดฟันของ “ชัย ราชวัตร” ว่าด้วย “กะหรี่แค่หญิงขายตัว แต่หญิงคนชั่วเร่ขายชาติ” ผลคือ เรียกเสียงกรี๊ดลั่นสนั่นธรรมศาสตร์จากน้องๆนักศึกษา ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ในที่สุดงิ้วก็บอกเล่าถึงความแตกแยกของประชาชนคนไทย เสื้อสีแดง เปิดศึกเสื้อสีเหลือง ทะเลาะ ถกเถียง และรบกันจนบ้านเมืองบรรลัยวายวอด ขณะที่นักการเมืองชั่วยังอยู่ดีมีสุข แต่ที่สุดแม่ทัพ นักรบ คนดีบนเวทีงิ้วได้รัวกลองในใจชน ปลุกคนเฉยได้ตื่น กระตุ้นคนนิ่งให้นึกสู้ มิใช่เพื่อใคร แต่เพื่อเราและลูกหลานของเรา

"ได้ยินไหมพวกเราคือความหวัง 
ลือจะยังนิ่งดูดายไม่แยแส
ลือจะยอมให้เขามารังแก
จะยอมแพ้หรือจะสู้เพื่อมวลชน
จะยอมแพ้หรือจะสู้เพื่อมวลชน"

งิ้วธรรมศาสตร์ไม่ใช่แค่เล่นให้ฮาว่าด้วยเรื่องกะหรี่ขายชาติ  แต่มุ่งหมายปลุกคนไทยให้สู้กับความอยุติธรรม เป็นการรับไม้ขานรับจาก”ชัย ราชวัตร” การ์ตูนล้อการเมืองเบอร์ 1 ของไทย ที่กล้าหาญและเสียสละ  ยอมใช้ทุนทางสังคมที่สะสมสูงส่ง  เขียนเฟส บุ๊ค บรรทัดเดียวจนสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน และมีคดีติดตัวกับนายกรัฐมนตรีหญิง

จากหมู่บ้านทุ่งหมาเมินสู่โรงงิ้ว   สิ่งที่ชัย ราชวัตร ได้เขียน  เป็นสิ่งเดียวที่งิ้วธรรมศาสตร์ได้ขับขาน   สิ่งนั้นคือ ภัยคนพาลที่ผลาญไทยให้ล่ม  กดเราให้จมใต้ฝ่าเท้าพี่เผด็จการ- น้องกะล่อนปลิ้นปล้อนตอแหล  รวมหัวเปลี่ยน”สภาฯเป็นซ่องปล้นแผ่นดิน

ได้ยินไหม...เรื่องเล่าจากโรงงิ้วในหมู่บ้านทุ่งหมาเมิน ที่ร่ายลำนำเรื่องเราเผ่าไทย  ที่ต่อจากนี้ไป...ไม่เพียงแต่ต้องสู้  แต่ต้องรู้ว่าจะอยู่และสู้อยู่ด้วยกัน..สู้กับมันให้บรรลัย เพื่อปล่อยไทยให้เป็นไทจากมือโจร

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 11/06/2013 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูพอเพียง วันที่ : 25/05/2013 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/valueofthailanguage

เห็นเด็กๆใส่ใจบ้านเมืองก็ปลื้มใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนสองยุค2503 วันที่ : 24/05/2013 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongsong

ขอบคุณครับ ที่ออกมาช่วยชาติบ้านเมืองในยามนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 24/05/2013 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ในช่วงระยะหลัง ก็มีงิ้วธรรมศาสตร์ชุดนี้ละครับที่มีเนื้อหาสาระมากที่สุด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน