• ป.ป.ช.ภาคประชาชน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 134979
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
ป.ป.ช.ภาคประชาชน
ป.ป.ช.ภาคประชาชน คือ องค์กรภาคประชาชนที่มีพันธกิจคู่ขนานกับหน่วยงานภาครัฐในการป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pacm
วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม 2554
Posted by ป.ป.ช.ภาคประชาชน , ผู้อ่าน : 2993 , 15:34:50 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สายน้ำพระจันทร์ โหวตเรื่องนี้



หมายเหตุ: หลังจากชาวบ้านหลายชุมชนใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เริ่มคัดค้านโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ "มอเตอร์เวย บางปะอิน - โคราช" ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ด้วยเห็นว่ามีความไม่โปร่งใส ไม่คุ้มค่าด้านการลงทุน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังเดินหน้าเพิ่มงบประมาณอย่างผิดปกติ จากเดิมที่กำหนดไว้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทในปัจจุบัน

ที่ผ่านมาชาวปากช่องได้ยกระดับการต่อสู้คัดค้าน โดยประสานความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ภาคประชาชน และร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนมีส่วนร่วมป้องกันการทุจริต และตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ วุฒิสภา และสภาทนายความ ทำให้การต่อสู้คัดค้านได้พัฒนาศักยภาพอย่างเป็นระบบ และปรากฏผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น จนกระทั่งล่าสุดตัวแทนชาวปากช่องผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ ได้มอบอำนาจให้คณะทำงานของสภาทนายความเป็นตัวแทนยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ตัวแทนสภาทนายความไม่เพียงแต่จะฟ้องเพื่อขอให้ศาลระงับยับยั้งและยกเลิกเพิกถอนโครงการ "มอเตอร์เวย บางปะอิน - โคราช" มูลค่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น หากแต่ยังเห็นว่าจำเป็นต้องขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งยกเลิกหรือเพิกถอน "แผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย" ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า ๕๓๗,๐๐๐ ล้านบาท (งบประมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า ๓ เท่าตัวเช่นกัน) รวมทั้งขอให้ยกเลิกเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๐ ต้นเรื่องของโครงการทั้งหมดที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

PACM news center ขอย้อนรอยการต่อสู้คัดค้านโครงการ "มอเตอร์เวย บางปะอิน - โคราช" ตอนที่ ๑ ดังต่อไปนี้

ศูนย์ข่าว ป.ป.ช.ภาคประชาชน (๒ สิงหาคม ๒๕๕๔)



รายงานพิเศษ
หยุด! มอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช
หยุด! ผลาญชาติ…ทำลายชุมชน (๑)
โดย แสงอุทัย ศรีนาคร


แม้ที่ผ่านมาจะมีข้อครหาจาก “กลุ่มผู้สนับสนุนอำนาจเก่า” ทำนองว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ คือ “ผลไม้พิษ” จากการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แต่อีกด้านหนึ่งนักกฎหมายมหาชนและแกนนำภาคประชาชนหลายคนต่างเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความก้าวหน้าด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนและชุมชนเหนือกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ฉบับประชาชน”

ดังตัวอย่างรูปธรรมจากชัยชนะของ “ชาวมาบตาพุด” จ.ระยอง ที่ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ผ่านกระบวนการศาลปกครอง จนสามารถหยุดยั้งมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่จะก่อตั้งขึ้นใหม่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีกฎหมายลูกรองรับ แต่ศาลก็เห็นว่าสิทธิของชุมชนได้รับความคุ้มครองแล้วตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นั่นคือคำอธิบายอย่างรวบรัดที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

ในไม่ช้านี้จะมีกรณีการละเมิดสิทธิชุมชมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ที่น่าจับตายิ่ง เข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองอีกคดีหนึ่ง อันเนื่องมาจากความพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ สายบางปะอิน – นครราชสีมา หรือ “มอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช” มูลค่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ที่ก่อตัวอย่างเงียบๆ มาหลายปี จนใกล้ที่จะกดปุ่มเดินหน้าเดินหน้าโครงการแล้ว

ชนวนเหตุแห่งการคัดค้านโครงการนี้เกิดจากชาวบ้านหลายชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง โดยเฉพาะ อ.มวกเหล็ก อ.ปากช่อง และ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เห็นว่าที่ผ่านมากรมทางหลวงมุ่งดำเนินโครงการแบบ “มัดมือชก” โดยไม่มีการให้ข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวางเท่าที่ควร และกระบวนการมีส่วนร่วมตัดสินใจของชุมชนก็เป็นไปอย่างจำกัด ก่อนที่โครงการนี้จะได้รับ “ไฟเขียว” คือได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙

แต่ด้วยปัญหาทางการเมืองในปี ๒๕๕๐ - ๒๕๕๑ โครงการนี้จึงถูกชะลอไว้ ก่อนจะพลิกฟื้นอย่างแข็งขันในปี ๒๕๕๒ พร้อมๆ กับที่คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้รับการร้องเรียนถึง ความไม่โปร่งใส ความไม่คุ้มค่าของโครงการ และผลกระทบต่อทรัพยากรและวิถีชีวิตของชุมชนตลอดแนวทางก่อสร้าง ตลอดจนการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ร่วมกับ คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบในทรัพย์สินของรัฐ วุฒิสภา ได้จัดการเสวนาเรื่อง “โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ๖ หมื่นล้าน : ใครได้-ใครเสีย” ณ อาคารรัฐสภา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่ติดตามตรวจสอบโครงการนี้และผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ ร่วมประมวลข้อเท็จจริงและความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา เพื่อสนับสนุนการปกป้องสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างไม่ผิดพลาด โดยรายละเอียดในการเสวนาดังกล่าวสรุปได้ ดังนี้

แฉมอเตอร์เวย์ได้ไม่คุ้มเสีย : ย่นระยะทางจากเดิมเพียง ๕ ก.ม.

นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ กลุ่มประชาสังคมโคราชได้ประมวลความต้องการของประชาชนไว้ ๑๑ เรื่อง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ทำ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายโสภณ ซารัมย์) กลับยืนยันว่าจะผลักดันโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ปี ทั้งๆ ที่ชาวอีสานไม่ต้องการเพราะ (๑) เป็นการพัฒนาแบบยัดเยียด โดยนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ) เคยชูประเด็น “รถไฟรางคู่” ในการหาเสียงที่ผ่านมา แต่กลับส่งเสริมให้มีการยัดเยียดมอเตอร์เวย์ที่ชาวบ้านไม่ต้องการ (๒) เป็นการพัฒนาแบบทำลายสิ่งแวดล้อม ในอดีตชาวโคราชเคยต่อต้านโรงไฟฟ้าลำตะคอง (แบบสูบกลับ) มูลค่า ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ภาครัฐก็ดึงดันสร้าง ถึงวันนี้ก็เห็นชัดแล้วว่าต้องตรวจสอบความคุ้มค่าของโครงการ (๓) เป็นการพัฒนาที่ก่อให้เกิดความแตกแยก โดยที่ผ่านมามีการจ้างสถาบันการศึกษาออกแบบสอบถามประชาชนที่มีรถยนต์ว่าโครงการมอเตอร์เวย์ฯ ดีหรือไม่ เป็นการชี้นำคำตอบในตัว และเพิ่มความแตกแยกในเมืองโคราช ที่ขัดแย้งกันมากอยู่แล้วในโครงการขุดอุโมงค์กลางเมือง
นายทวิสันต์ กล่าวต่อไปว่าข้อดีของโครงการมอเตอร์เวย์ฯ ตามข้ออ้างของกรมทางหลวงส่วนใหญ่ค่อนข้างเลื่อนลอย เช่น ถนนมิตรภาพมีรถยนต์เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๒๐ ต่อปี การมีมอเตอร์เวย์ฯ จะแก้ปัญหานี้ได้ โดยค่าก่อสร้างจะสูงขึ้นทุกปี จึงจำเป็นต้องรีบก่อสร้าง (ด้วยเงินจากโครงการไทยเข้มแข็ง) เพื่อประหยัดงบประมาณของรัฐในอนาคต นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ แม้จะย่นระยะทางจากเดิม (ถนนมิตรภาพ) ได้ ๕ กิโลเมตร แต่จะลดเวลาเดินทางจาก ๓ ชั่วโมง เหลือ ๒ ชั่วโมง ถ้าสามารถทำความเร็วได้

ส่วนข้อเสีย โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ที่สำคัญมีดังนี้

    -เพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน (ค่าผ่านทาง) เที่ยวละ ๒๐๐ บาท และจะเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการผลักภาระให้ผู้บริโภคทั้งค่ารถโดยสารและค่าขนส่งสินค้า
    -ค่าก่อสร้างจากเงินกู้จะเป็นหนี้สาธารณะที่คนไทยต้องรับผิดชอบร่วมกัน หากเกินร้อย ๖๐ ต่อ GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศในอนาคต
    -ประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ล่าสุดคะแนนชี้วัดภาพลักษณ์ความโปร่งใสของไทยอยู่ที่ ๓.๔ จากคะแนนเต็ม ๑๐ ใครจะรับประกันได้ว่าโครงการ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไม่มีคอร์รัปชัน (ผลสำรวจดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี ๒๕๕๒ ของ Transparency International)
    -ประชาชนส่วนใหญ่ตลอดเส้นทางก่อสร้างยังไม่ทราบข้อมูล ข้อดี-ข้อเสีย ของโครงการ โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิชุมชนที่น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง
    -วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนจะถูกทำลายตั้งแต่ อ.แก่งคอย อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ ฯลฯ เพราะมอเตอร์เวย์จะมีรั้วกั้นแบ่งแยกตัดขาดชุมชนเป็น ๒ ฝั่ง ยากต่อการข้ามไปมา
    -ถนนมิตรภาพยังใช้งานได้ไม่เต็มที่ เพราะช่องซ้ายชำรุดเกือบตลอดแนว หากซ่อมบำรุงให้ดีจะลดอุบัติเหตุและระบายการจราจรได้ดีขึ้นในช่วงเทศกาล
    -รถยนต์ทุกชนิดสามารถใช้มอเตอร์เวย์ได้ ทำให้รถที่มีความเร็วสูงไม่สามารถใช้ความเร็วได้เกิน ๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงไม่ใช่ทางเลือกใหม่ และอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากรถที่ไม่ได้มาตรฐาน



ข้องใจมอเตอร์เวย์ “ใครเข้มแข็ง” ต้นทุนโคตรแพง ๒๘๐ ล้าน/ก.ม.

ทันตแพทย์ ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ผู้ประสานงานสมัชชาประชาชนภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด กล่าวว่าคนโคราชส่วนใหญ่ไม่ต้องการมอเตอร์เวย์ เช่นเดียวกับคนนครปฐมที่ไม่ต้องการมอเตอร์เวย์ลงใต้ จากการไปศึกษาดูงานที่ประเทศเวียดนาม จึงทราบว่าต้นทุนค่าขนส่งของเวียดนามมีสัดส่วนเท่ากับร้อยละ ๒๕ ของ GDP ส่วนต้นทุนค่าขนส่งของไทยอยู่ที่ร้อยละ ๑๙ ต่อ GDP กรมทางหลวงมีแผนจะสร้างมอเตอร์เวย์รวม ๕ สาย เริ่มจาก บางปะอิน - โคราช โดยอ้างเหตุผลทางจราจร ความปลอดภัย การกระตุ้นเศรษฐกิจ และเชื่อมเส้นทางขนส่งจากอันดามันสู่ประเทศลาวและเวียดนาม โดยไม่คำนึงว่าต้นทุนการขนส่งทางถนนของไทยสูงกว่าระบบราง ๔ เท่าตัว ขณะที่เวียดนามกำหนดยุทธศาสตร์ชัดเจนว่า ในปี ค.ศ.๒๐๒๐ เวียดนามจะเปิดเดินรถไฟหัวกระสุน (ชินคันเซน) ความเร็ว ๓๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเมืองดานังเชื่อมระบบขนส่งครอบคลุมทั้งประเทศ

ทันตแพทย์ศุภผล กล่าวต่อไปว่า โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช เปรียบเสมือน “เส้นทางไฮโซ” เพราะมีระยะทาง ๑๙๙ กิโลเมตร (ค่าผ่านทาง ๒๐๐ บาท/เที่ยว) แต่มีต้นทุนรวมโดยเฉลี่ยประมาณ ๒๘๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร ขณะที่รถไฟหัวกระสุนมีต้นทุนค่าก่อสร้างโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๓๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร เทียบกับค่าก่อสร้างระบบรถไฟรางคู่ของไทยโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๘๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร จึงชวนให้คิดว่าโครงการนี้ “ใครเข้มแข็ง” โดยโครงการมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวงทั้ง ๕ สายจะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้นราว ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถนำมาสร้างระบบรางคู่ได้ทั่วประเทศ แต่รัฐบาลคิดไม่เป็น วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเขื่อนลำตะคองสูบกลับใช้ไม่ได้ ชาวบ้านเคยคัดค้านแต่ก็ไม่ฟัง แล้วใครจะรับผิดชอบเงินลงทุน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น จึงขอยืนยันว่า “ระบบราง” คือคำตอบสุดท้ายที่จะทำให้ต้นทุนการขนส่งของไทยลดลงจากร้อยละ ๑๙ ต่อ GDP เหลือร้อยละ ๑๑ ต่อ GDP

นายประเทือง ปรัชญพฤทธิ์ ประธานเครือข่ายรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน (กรรมการ ป.ป.ช.ภาคประชาชน) กล่าวว่าได้ติดตามโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ตั้งแต่เริ่มก่อตัวในปี ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ โดยต้นทุนโครงการขณะนั้นประมาณ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มเป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทในปัจจุบัน และเชื่อว่าต่อไปอาจจะเพิ่มถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กรมทางหลวงทำโครงการเหลวไหลเป็นประจำ ชอบทำประชาพิจารณ์แบบงุบงิบตามสไตล์ ภาคประชาชนสามารถตอบโต้กรมทางหลวงได้ทุกประเด็น ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันสกัดกั้นโครงการนี้ ประเด็นที่ควรจับตาก็คือการจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการ ๔ ราย วงเงิน ๗๖ ล้านบาท เพื่อจะได้เห็นเส้นทางคอร์รัปชัน รวมทั้งงบประมาณที่กำลังจะจ่ายกว่า ๑๐๐ ล้านบาทเพื่อเตรียมการเวนคืนที่ดิน หากโครงการนี้ยกเลิกไปใครจะรับผิดชอบงบประมาณที่เสียไป

นายประเทืองกล่าวต่อไปว่า กรมทางหลวงชอบคิดไปทำไป เปิดช่องให้มีการคอร์รัปชันอย่างร่าเริง ตั้งงบประมาณตามอำเภอใจ เงิน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทควรเอาเงินมาสร้างรถไฟรางคู่ที่มีประสิทธิภาพและประโยชน์ใช้สอยมากกว่า ดังนั้น จึงไม่ควรเสียเวลากับโครงการที่เหลวไหล ขอเชิญประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปทอดกฐินที่ศาลปกครอง

กรมทางฯ ย่ำยีมรดกโลกเขาใหญ่ : ชี้ช่องฟ้องศาลบังคับใช้ ม.๖๗ วรรคสอง

นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ (ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี) กล่าวว่าโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ได้ผ่ากลางพื้นที่มรดกโลกของอุทยาทแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีสัตว์ป่ามากถึง ๘๐๐ สายพันธุ์ สำนักทางหลวงที่ ๘ ก็ยอมรับในเว็บไซต์กรมทางหลวงว่า โครงการนี้บุกรุกป่าในบริเวณมรดกโลก ดังนั้น กรมทางหลวงควรเสนอให้รัฐบาลถอนมรดกโลกก่อนสร้างมอเตอร์เวย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกประจานภายหลัง ถ้ากรมทางหลวงไม่เสนอให้ถอนมรดกโลก ภาคประชาชนก็จะทำหนังสือถึงคณะกรรมการมรดกโลก ให้มาตรวจสอบผลกระทบของโครงการมอเตอร์เวย์ฯ เพราะกว่าเขาใหญ่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ต้องใช้เวลาถึง ๔ ปี นอกจากนี้แนวก่อสร้างยังตัดผ่านโบราณสถานสำคัญคือ แหล่งตัดหินสีคิ้ว (ที่ใช้สร้างปราสาทหินพิมาย) และ เมืองโบราณเสมา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในทรัพย์สินของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะผู้ดำเนินรายการ แสดงความเห็นเสริมว่า เมื่อโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ดังนั้น ประชาชนสามารถใช้สิทธิฟ้องศาลตามบทบัญญัติในวรรคสาม (สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ย่อมได้รับความคุ้มครอง)



ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์
นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญฯ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าหัวใจของการประชาพิจารณ์คือการมีส่วนร่วมของประชาชน การศึกษาผลกระทบด้านสังคม (Social Impact Assessment : SIA) คือส่วนหนึ่งของการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ EIA ในปี ๒๕๔๒ – ๒๕๔๔ และมีโอกาสศึกษาปัญหา SIA ในการก่อสร้างทางหลวงสาย “นครปฐม-ชะอำ” จึงได้ข้อสรุปจากบทเรียนที่ผ่านๆ มาว่า ประชาชนไม่ควรปล่อยโครงการที่ไม่ชอบใจให้ผ่านไป เพราะจะต้องทนอยู่กับผลกระทบอย่างถาวร

ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวต่อไปว่า โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ผ่านความเห็นชอบ EIA ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙ แต่ปัจจุบันเราใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ดังนั้น กรมทางหลวงจะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียที่บัญญัติไว้มีตัวแปรใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคือ การให้ความเห็นขององค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง โดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าวเน้นเรื่องสุขภาพ ดังนั้น การศึกษาเรื่อง SIA ก็คือการคุ้มครองสุขภาวะของผู้มีส่วนได้เสีย แต่โครงการนี้ไม่ได้มีการศึกษาเรื่อง SIA

หนุนชาวบ้านใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ : แผงลอยลำตะคองนับพันรอวันเจ๊ง!

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ในฐานะประธานในที่ประชุม ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า การทุจริตคอร์รัปชันในบ้านเรามีมากเหลือเกิน มีโครงการที่ไม่จำเป็นมากมาย อาทิ “ถนนควายเดิน” และ “โค้งทรราช” นักการเมืองจะคิดโครงการจากความต้องการเม็ดเงินที่จะคอร์รัปชัน แล้วจึงค่อยคิดตั้งโครงการ การเอาชนะคอร์รัปชันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น กรณีทุจริตยาในอดีต องค์ประกอบทุกอย่างพร้อม กล่าวคือ คนในประชาคมสาธารณสุขต้องการปราบคอร์รัปชัน ภาคประชาชนก็เข้มแข็ง เมื่อผนึกกำลังกันจึงสามารถจับนักการเมืองติดคุกได้ เช่นเดียวกับบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาที่เปรียบเสมือนหัวหอก ซึ่งจะทะลุทะลวงได้ก็ต้องอาศัยกำลังจากด้ามหอกคือประชาชน เพราะฉะนั้นอย่าโยนความคาดหวังทั้งหมดไว้กับหัวหอก

นางสาวรสนา กล่าวต่อไปว่า กรณีศาลปกครองสั่งยกเลิกเพิกถอนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) เพราะศาลเห็นว่านโยบายดังกล่าวขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยไม่ได้พิจารณาประเด็นการบิดเบือนมูลค่าสินทรัพย์ให้มีต่ำกว่าความเป็นจริงของ กฟผ.ก่อนจะเข้าตลาด ดังที่กล่าวกันว่าคอร์รัปชันและอาชญากรรมจะทิ้งร่องรอยเสมอ ผู้ร้องต้องรู้จักหยิบยกประเด็นขึ้นฟ้อง คดี กฟผ.และ ปตท.ที่ภาคประชาชนชนะ ไม่ใช่เพราะประเด็นคอร์รัปชัน แต่กลับเป็นกระบวนการไม่มีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องควรยื่นทุกประเด็น เพราะถ้าศาลไม่รับ ศาลก็จะต้องตอบทุกประเด็นเช่นกัน เช่นเดียวกับคดี ปตท.ในเบื้องต้นมีเสียงวิจารณ์ว่าร้องไปก็แพ้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยหารู้ไม่ว่าเราไม่ได้มุ่งประเด็นนี้

นางสาวรสนา เปิดเผยด้วยว่า ศาลปกครองจะพิจารณาเฉพาะการกระทำทางปกครองที่ทำให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียเดือดร้อน ผู้ร้องต้องเขียนให้เข้าช่องทางให้ถูก ดังนั้น กฎหมายก็คือเครื่องมือ ประชาชนต้องฝึกใช้ให้เป็น ถ้าใช้เป็นแล้วการตรวจสอบคอร์รัปชันก็จะเข้มข้น
    
นายประสาน ยุวานนท์ แกนนำชาวปากช่อง แสดงความคิดเห็นว่า ถ้ายับยั้งโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ได้ จะช่วยประหยัดเงินให้ประเทศชาติและหยุดย่ำยีคนปากช่อง เพราะโครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อแผงลอยนับ ๑,๐๐๐ แผงที่บริเวณลำตะคอง ผู้ค้าจะเดือดร้อน เพราะรถวิ่งอยู่ข้างบน ใครจะลงมาซื้อของ ขณะที่ผู้รับเหมาได้เงินหลายหมื่นล้านบาท

นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เครือข่ายธรรมาภิบาล แสดงความเห็นว่า ประเทศไทยอ่อนแอมากเพราะปัญหาคอร์รัปชัน โดยส่วนตัวไม่อยากเป็นด้ามหอก เพราะไม่อยากเป็น “ไอ้หอกหัก” แต่จะขอเป็น “ก้างขวางคอ” พวกคอร์รัปชัน โดยข้อเท็จจริงเห็นได้ชัดว่าโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ไม่มีความจำเป็น เพราะถนนมิตรภาพสามารถรองรับได้อีกมาก กรมทางหลวงอย่าใช้ปริมาณรถยนต์ในช่วงเทศกาลมาอ้าง ดังนั้น ขอสนับสนุนให้ประชาชนฟ้องศาลปกครอง



หวั่นวิถีชุมชนและการค้าย่อยยับ : มลพิษลงสู่แหล่งน้ำดิบลำตะคอง

นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ตั้งคำถามว่า การคัดค้านโครงการนี้จะเหมือนโครงการเช่ารถเมล์ NGV ที่รัฐบาลมุบมิบอนุมัติจนได้หรือไม่ อีกทั้งขบวนการต่อสู้คัดค้านจะดำเนินต่อไปอย่างไร และงบประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถนำมาสร้างระบบรถไฟหัวกระสุนได้หรือไม่
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ตอบข้อซักถามในเรื่องรถเมล์ NGV ว่า มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเช่ารถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คัน แบบข้างๆ คูๆ เสมือนหนึ่งว่าอนุมัติไปแล้ว แต่แท้จริงแล้วเป็นการอนุมัติหลักการที่ ขสมก.ไม่สามารถปฏิบัติได้ เว้นแต่จะลดจำนวนเหลือ ๕๐๐ คัน โดยวุฒิสภาและภาคประชาชนยังคงเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด หากเกิดความเสียหายขึ้น คณะรัฐมนตรีก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้

นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ ตอบข้อซักถามเรื่องแนวทางการต่อสู้คัดค้านโครงการมอเตอร์เวย์ฯ ว่า ก็คงต้องรวมพลังทุกภาคส่วนและให้ข้อมูลต่อสาธารณะ แต่ประเด็นที่น่าวิตกก็คือ ธรรมชาติของคนไทยมี ๓ ประเภท ๑) รู้แล้วชี้ ๒) รู้แล้วไม่ชี้ ๓) ไม่รู้ไม่ชี้

ทันตแพทย์ ศุภผล เอี่ยมเมธาวี แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการขนส่งระบบรางของไทยมีอยู่เพียงร้อยละ ๒.๘ ของเส้นทางคมนาคมทั่วประเทศ แต่ระบบถนนมีถึงร้อยละ ๙๐ ดังนั้น จะต้องยุติโครงการมอเตอร์เวย์ทั้ง ๕ สาย ทั้งนี้ มีรายงานข่าวที่น่าสนใจคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายโสภณ ซารัมย์) ประกาศห้ามสร้างทางรถไฟใหม่ แต่อนุมัติให้ซ่อมรางเก่าได้ โดยตั้งเป้าจะใช้งบประมาณถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - โคราช จะต้องทำ EIA ใหม่ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในรูปแบบการลงทุน EIA เดิมผ่านจากรูปแบบการลงทุนโดยรัฐ แต่ล่าสุดมีความพยายามจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นโครงการร่วมทุนกับเอกชน ดังนั้น EIA ที่ผ่านมาจึงไม่ชอบ เพราะการตรวจสอบ EIA นั้น หากเป็นโครงการของรัฐ จะผ่านความเห็นชอบโดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่ถ้าเป็นโครงการเอกชน จะผ่านความเห็นชอบโดยผู้ชำนาญการ

นายประเทือง ปรัชญพฤทธิ์ แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ผู้รู้ได้อธิบายว่าการคอร์รัปชัน = นักการเมือง + ข้าราชการ + ผู้รับเหมา – การตรวจสอบ จากการติดตามโครงการต่างๆ ของกรมทางหลวงมาตลอด ได้ข้อสรุปว่ากรมทางหลวงชอบทำ “ห” หายตลอด (กรมทางลวง)
   
แกนนำชาวปากช่อง (ไม่ทราบชื่อ) แสดงความเห็นว่า ผลเสียของโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช คือ ตัดขาดวิถีชีวิตและการค้าขายของชุมชน เพียงเพื่อส่งเสริมให้รถยนต์วิ่งเร็วขึ้นในระยะทาง ๑๙๙ กิโลเมตร วิศวกรกรมทางหลวงก็ยอมรับว่าโครงการนี้ไม่มีประโยชน์ แต่จำเป็นต้องทำตามหน้าที่
   
นายเสงี่ยม เอกโชติ นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยว แสดงความเห็นว่าประเทศไทยขยายถนนมากเกินไป อย่างไรก็ตามโดยหลักการก่อสร้างทางพิเศษไม่ควรสร้างให้คดเคี้ยว ประเด็นก็คือมอเตอร์เวย์ฯ ประหยัดระยะทางกว่าเดิมเพียง ๕ กิโลเมตรเท่านั้น การสร้างให้คดเคี้ยวเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ใครหรือไม่

แกนนำชาวปากช่อง (ไม่ทราบชื่อ) แสดงความเห็นว่าโครงการนี้แบ่งแยกพื้นที่ ๒ ฝั่ง วิถีชีวิตของคนและสัตว์จะเปลี่ยนไปตลอดกาล นอกจากนี้มลพิษจากท่อไอเสียบนมอเตอร์เวย์ จะลงสู่ลำตะคองซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบของเมืองโคราช ถนนมิตรภาพก็ดีอยู่แล้ว ปัญหาก็คือกรมทางหลวงไม่ยอมซ่อมช่องทางที่ชำรุด แต่กลับจะซ่อมในช่วงเทศกาลอย่างไร้เหตุผล ทำให้เกิดปัญหาจราจรตามมา

สรุปผลกระทบรุนแรงหลายมิติ : งบประมาณก้าวกระโดดส่อทุจริต

นางชินพร ณิลังโส ผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำแดง อ.ปากช่อง เปิดเผยว่าชาวปากช่องรายหนึ่งแจ้งเตือนให้ระวังเรื่องการเวนคืนที่ดินของกรมทางหลวง เนื่องจากเคยโดนหลอกมาแล้วจากการถูกเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางยกระดับแยกบายพาสปากช่อง จากที่เคยตกลงว่าจะจ่ายให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่สุดท้ายได้เพียงไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาท

พ.ต.อ.เดชา ผลลาภกิจ ข้าราชการบำนาญ แสดงความเห็นว่า น้องชายของตนทำไร่ที่บริเวณเชิงเขาปากช่องมากว่า ๓๐ ปี วันหนึ่งกรมทางหลวงก็มาวางแนวก่อสร้างห่างจากไร่ของเขาไม่ถึง ๒ กิโลเมตร โดยกรมทางหลวงไม่ได้เดินสำรวจแม้แต่น้อย นอกจากนี้ในการจัดประชุมประชาพิจารณ์ของกรมทางหลวง ก็มีการออกแบบสอบถามเชิงชี้นำ ทุกข้อล้วนแฝงการสนับสนุนโครงการทั้งสิ้น

นายประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร ประธานสภาราษฎร แสดงความเห็นว่า ขอเสนอให้ทั่วโลกใช้ระบบรถไฟในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งระบบรางคู่ ขนาดหัวรถจักรและตู้บรรทุก เพื่อเชื่อมระบบ Railway ของโลก

นายประเสริฐ เลิศยะโส องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (จ.บุรีรัมย์) แสดงความเห็นว่า ต้องหยุดโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ที่ต้นเหตุคือคณะรัฐมนตรี กรมทางหลวงเป็นปลายเหตุ ประชาชนชาวอยุธยา สระบุรี ปากช่อง ต้องผนึกกำลังเรียกร้องให้ ส.ส.และ ส.ว.ช่วยระงับโครงการ พร้อมกับการยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและอื่นๆ นอกจากนี้ควรจัดกองกำลังเฝ้าระวังพื้นที่ก่อสร้าง ในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา ก็ควรจัดเสวนาเปิดโปงเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง   

นายไพบูลย์ นิติตะวัน
 กล่าวสรุปการเสวนาว่า โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – โคราช ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายแสนคน กระทบต่อชุมชน ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นมรดกโลก วิถีชีวิตชุมชนถูกแบ่งกั้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาทั้งหมดได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมปี ๒๕๕๐ ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะผ่าน EIA ในปี ๒๕๔๙ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานแล้วว่า การใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.๒๕๓๕ จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ วรรคสองด้วย ดังนั้น ประชาชนสามารถฟ้องศาลปกครองได้ เพื่อหยุดยั้งหรือคุ้มครองชั่วคราว

นายไพบูลย์ กล่าวต่อไปว่า โครงการนี้ยังมีความไม่โปร่งใสในการเพิ่มงบประมาณจาก ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งส่อทุจริต ดังนั้นวุฒิสภาจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยับยั้งโครงการนี้ รวมทั้งการเตรียมใช้เงิน ๗๔ ล้านบาทในการรังวัดที่ดิน และการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนไว้ก่อน โดยจะสอบถามนายกรัฐมนตรีถึงแนวโน้มความเดือดร้อนของประชาชนและความไม่โปร่งใสในโครงการนี้ด้วย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)
 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Bunjerds วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunjerds

ไม่ควรทำ....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
inzy วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inzakaew

ถ้ามีเงินเยอะขนาดนั้น สร้างระบบราง น่าจะดีกว่านะ
ให้ความสำคัญระบบรางมากกว่า สร้างถนน ได้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แก้วตาดวงใจ วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faroong

บ้าหรือเปล่าเนี่ยลงทุนไปเป็นแสนล้านบาท เพื่อสร้างมอเตอร์เวย์ที่ย่นระยะทางเพียง 5 กม.
การทำประชาพิจารณ์แบบงุบงิบเนี่ยมันเป็นกันหมดนะ ทำไงภาคประชาชนจะรู้เท่าทัน หรือว่าควรตามข่าวกันเอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
TrainingGuru วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThaiTrainingNetwork

เห้นด้วย 100%
รัฐควรเลิกสร้างถนนได้แล้ว หันมาสร้างระบบขนส่งมวลชนระบบรางดีกว่า อย่างรถไฟสายอีสาน สายเหนือ พัฒนาให้มีความเร็ว ปลอดภัยเหมือนญี่ปุ่น จะมีประโยชน์กว่า ต้นทุนถูกกว่า ปลอดภัยกว่า ระบบถนนเปิดให้โกงกินหลายทอด หลายโครงการ กระตุ้นให้คนใช้รถ สิ้นเปลืองพลังงาน ทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อไหร่พวกข้าราชการ นักการเมืองจะนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเสียทีหนอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รู้ทันปัญหาปราสาทพระวิหาร

วิดีทัศน์นำการเสวนา (25/08/2552)

View All
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]