painepanaroundtheworld
ขอเอาพื้นที่นี้เป็นที่รวบรวมเรื่องราวการท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆของเราก็แล้วกัน การท่องเที่ยวของเราเป็นแบบราคาประหยัด low cost, hostel, economy, backpacker
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/painepanaroundtheworld
วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2559
Posted by แมวไม่มีหางกินก้างติดคอ , ผู้อ่าน : 1332 , 13:11:54 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน february26 , บูรพากรณ์ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ROUTE SUMMARY >>> Mandalay-Mingun-Sagaing-Inwa-Bagan

 

   เนื่องจากมือลั่นเผลอกดซื้อตั๋วกรุงเทพ-มัณฑะเลย์ในราคาสองพันกว่าบาทไป (เผลอแบบนี้ก็ได้หรอ?) เราจึงมีโอกาสไปเยือนพม่าอีกครั้ง หลังจากที่เคยไปมาเมื่อครั้งแรกตั้งแต่ก่อนพม่าเปิดประเทศ และก็ถือว่าโชคดีที่ปัจจุบันคนไทยไม่ต้องขอวีซ่าแล้วหากเราเข้าประเทศเค้าผ่านทางสนามบิน (อันนี้แอบงงๆว่าทำไม ยกเลิกให้แค่แบบนี้เหมือนกัน) และหลังจากศึกษาข้อมูลแล้วก็พบว่า ช่วงเดือนพฤษภาคมนั้น พม่าร้อนสุดๆ ถถถถถถถถถ นี่อุตส่าห์จะหนีคลื่นความร้อนของเมืองไทยไปซักแป๊บนึง ดันไปเจอร้อนกว่าซะงั้น

   การเดินทางของเราในครั้งนี้จะเป็นเส้นทาง มัณฑะเลย์-พุกาม-มัณฑะเลย์ ที่จริงอยากไปอินเลด้วย และเวลาที่มีคือ5วัน ก็พอจะทำได้ แต่จะค่อนข้างเหนื่อยมาก คือต้องนอนบนรถบัสแทบทุกคืน เราเลยตัดสินใจตัดอินเลออก เพราะไม่อยากกดดัน และเร่งทำเวลามากเกินไป มันจะเหมือนไม่ได้มาพักผ่อนซักเท่าไหร่

   พูดเรื่องเงินพม่านิดนึง เราแลกเงินดอลล่าร์ไป และจะแลกเป็นเงินจั๊ด(Kyat)ที่พม่า และก็ตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างเลย แบงค์ดอลล่าร์ที่เราเอาไปนั้น ห้ามยับ ห้ามพับ เพราะฉะนั้น ตอนไปแลกที่ไทย เราควรแจ้งที่ร้านแลกเงินว่า เราจะเอาไปพม่า ของแบงค์สวยๆ (เราไปแลกที่Siam Exchange เค้าคิดเพิ่มดอลล่าร์ละ10สตางค์ด้วยแหละ ค่าแบงค์ใหม่เนี่ย โคดจะไม่เม้คเซ้นส์ คิดว่าบางที่ก็ไม่เสียเพิ่มนะ)

   สิ่งที่ควรเตรียมไป (จากประสบการณ์ที่เจอในพม่าของเรา) ก็มี แบงค์ดอลล่าร์เรียบกริบ หมวก แว่น ครีมกันแดด เสื้อแขนยาว (พูดง่ายๆคืออุปกรณ์กันแดดนั้นแหละ เพราะแดดแรงมากๆ แต่เสื้อก็ไม่ควรเป็นผ้าหนานะ เพราะอากาศมันร้อน #ย้อนแย้งมาก) กางเกงขายาวหรือพวกโสร่ง ผ้าถุง (เอาไว้เวลาจะเข้าวัด) ผ้าปิดปากปิดจมูก (เพราะฝุ่นเยอะ) ยาแก้เมารถ (ถ้าต้องเดินทางด้วยรถไปเมืองต่างๆ เพราะสภาพถนนยังไม่ค่อยดีนัก คือเวลามองด้วยตาเปล่ามันดูเรียบนะ แต่พอวิ่งเท่านั้นแหละ สะเทือนไปถึงลำไส้) และยาแก้ท้องเสีย (ปกติเราเป็นคนธาตุแข็งนะ ยังตกม้าตายในวันสุดท้าย คาดว่ามีสาเหตุมาจากน้ำแข็ง)

   เริ่มเดินทางกันเลยดีกว่า ตัดภาพมาที่สนามบินมัณฑะเลย์ พอผ่านตม.และสายพานรับกระเป๋าแล้ว เราก็แทบจะออกมาด้านนอกสนามบินทันที แต่ก่อนออกก็จะมีบูธแลกเงินอยู่หลายบูธ เราเดินดูเรทแล้ว เท่ากันหมด แลกร้านไหนก็ได้ เราไปกัน2คน แลกเงินไป200ดอลล่าร์ ได้มาสองแสนกว่าจั๊ด (เหลือด้วยแหละ ขากลับมาแลกคืน ได้กลับมาอีก10ดอลล่าร์ สรุปแล้ว5วันเราใช้ไปคนละ95ดอลล่าร์ คูณ35 ก็ตกประมาณ 3325 บาท ไม่รวมค่าที่พัก เพราะจองตั้งแต่ก่อนไป)

   ก่อนหน้านี้ แอร์เอเชียมีบริการรถบัสจากสนามบินเข้าเมืองฟรี แต่พอเราจะไปเท่านั้นแหละ ยกเลิกไปเลยซะงั้น เราเลยต้องใช้บริการแท็กซี่ค่ะ แถวๆที่แลกเงินจะมีจุดให้บริการรถดท็กซี่อยู่ ราคามีมาตรฐานค่ะ ถ้าไปคนเดียวก็เลือกแบบ shared taxi ได้ ราคา4000kyatต่อคน (ประมาณ120บาท) แต่เราแนะนำให้ไปจับกลุ่มกับผู้โดยสารคนอื่นที่บินมาลำเดียวกันเนี่ยแหละ ให้ได้4คน แล้วก็เลือกป็นแบบ private taxi ราคาคันละ12000kyat หารออกมาก็จะตกคนละ3000 (ประมาณ90บาท)ประหยัดไปได้อีกหน่อย แต่private taxiทุกคนต้องลงที่เดียวกันนะคะ ถ้าต้องไปส่งหลายจุดเค้าก็จะคิดราคาเป็นshared taxiค่ะ

 

   ใช้เวลาเดินทางประมาณ40นาที  เราก็มาถึงโรงแรมค่ะ วันนี้พักที่โรงแรมA1 ราคาห้องละ700กว่าบาท (ต่อ2คน) ตอนจองผ่านอโกด้า กดผิดไปเลือกราคาที่ไม่รวมอาหารเช้า แต่ไม่รู้ยังไง เค้าก็ให้คูปองอาหารเช้ามาอยู่ดี สภาพห้องใช้ได้เลยค่ะ มีห้องน้ำในตัว เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆมีให้ครบ  มีให้แม้กระทั่งด้ายและกระดุมไว้ซ่อมเสื้อผ้า(แต่ดันไม่มีเข็มให้ แล้วจะเย็บยังไง) ไลน์อาหารเช้ามีไม่เยอะแต่ก็ไม่น้อย รสชาติใช้ได้ ถือว่าอาหารผ่าน ที่สำคัญ มีจักรยานให้ยืมฟรี ขอสรุปว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากค่ะ

 

   หลังจากพักไปแป๊บนึง เราก็เริ่มผจญภัยบนรถสองล้อชนิดแรก คือจักรยาน เราจะปั่นไปพระราชวังมัณฑะเลย์กัน ต้องใช้ความระมัดระวังกันนิดนึงนะคะ ที่นี่รถค่อนข้างเยอะ และไม่ค่อยสนใจกฎจราจรซักเท่าไหร่ อ่อ แล้วก็ที่นี่ขับรถชิดขวานะคะ ต่างจากบ้านเรา ช่วงแรกก็อาจจะงงกันนิดนึง ที่สำคัญจะปั่นจักรยานที่นี่ ก็ต้องถึกกันหน่อย เพราะมันร้อนมากกกกก แดดแรงมากกกก ปั่นไปได้ไม่ถึงกิโลเหงื่อก็ไหลเป็นน้ำแล้ว ที่จริงโรงแรมก็อยู่ใจกลางเมืองอยู่นะ ถ้าดูจากแผนที่คือไม่ไกลจากวังเลย แต่ด้วยความที่พระราชวังนั้นมีพื้นที่ใหญ่มากกกกกกกก และเราก็ต้องปั่นไปเข้าประตูอีกฝั่งนึง เราใช้เวลาปั่นนานมากกว่าที่จะผ่านกำแพงแต่ละด้านของวังไปได้ ในที่สุดก็ถึงจุดจำหน่ายตั๋วค่ะ จะเป็นลม

 

   เพิ่งรู้ระยะทางจริงๆก็ตอนมาทำแผนที่นี่แหละ มีความตกใจ (จุดAคือโรงแรมค่ะ จุดBคือประตูทางเข้า)

 

 

   ค่าธรรมเนียมคนละ10000kyats สำหรับโซนเมืองโบราณซึ่งใช้เข้าสถานที่ต่างๆได้ตามรูปค่ะ รวมไปถึงเมืองInwaและAmarapuraที่เราจะไปกันในวันพรุ่งนี้ด้วย ใช้ได้เป็นเวลา5วันค่ะ

 

 

   จ่ายเงินเสร็จ เราต้องจูงจักรยานลอดซุ้มประตูเข้าไปค่ะ ไม่แน่ใจว่าทำไม คงเป็นการให้ความเคารพ ชาวพม่าเองไม่ว่าจะขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซด์มาก็ต้องจอดแล้วเข็นเอาค่ะ พอผ่านซุ้มไปได้แล้วจึงจะสามารถขี่ได้อีกครั้งหนึ่ง

   

   ขี่ตรงไปยาวๆค่ะ จนสุดทางเราก็จะพบกับตัวพระราชวัง พระราชวังมัณฑะเลย์สร้างโดยพระเจ้ามินดง ระหว่างปี1857-1859 หลังการย้ายเมืองหลวงจากอมระปุระมายังมัณฑะเลย์ เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีคูน้ำล้อมรอบ และเป็นพระราชวังที่สุดท้ายของพระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้ายในประวัติศาสตร์พม่าและระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพม่า ต่อมาพระราชวังถูกทำลายจากการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินในปี 1945 โดยอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากคิดว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมของทหารญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยรัฐบาลพม่า โดยการลอกแบบโครงสร้างเดิม 

 

   ขนมอันนี้อร่อยยยยย

 

   จุดที่เป็น the must สำหรับเรา คือบนหอคอยค่ะ

 

 

   จากพระราชวังเราก็รีบปั่นจักรยานล้อฟรีมาวัดชเวนันดอว์ (Shwenandaw) ซึ่งระหว่างทางก็เจอตลาด อยากลองของกินพม่าดู เห็นไอขนมครกนี้ เลยลองจัดมา200kyats หรือประมาณ6บาท ได้มา6ชิ้น ลองกินแล้วมีนคือแป้งทอดมันๆเลี่ยนๆ มีถั่วอยู่1เม็ดข้างใน ไม่ถูกจริตค่ะ

 

 

   จุดA-วัง B-วัดชเวนันดอว์ C-วัดจอกต่อจี

 

 

   วัดชเวนันดอว์ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เป็นวิหารไม้สักเพียงหลังเดียวของพระเจ้ามินดงที่รอดจากการเผาทําลายในช่วงสงครามโลก เนื่องจากพระเจ้าธีบอทรงให้ย้ายวิหารนี้ออกมาจากบริเวณพระราชวัง(โชคดีไป) เมื่อก่อนจะปิดทองทับทั้งหลังแต่ปัจจุบันหลุดลอกไปหมดแล้ว

   ตอนเรามาเค้ากำลังจะปิดประตูค่ะ น่าจะปิดประมาณ5โมงเย็น แต่เค้าใจดีปล่อยเราเข้าไป แต่บอกให้เรารีบๆเข้าไปถ่ายรูปแล้วออกมา น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสเข้าไปด้านใน

 

   ติดกันเลยก็จะเป็นวัด Atumachi จากภายนอกดูอลังการณ์เชียวค่ะ ดูต่างดาวเบาๆ

 

 

   วัดกุโสดอร์ (Kuthodaw Pagoda) ก็อยู่ใกล้ๆกันค่ะ ที่นี่มีเจดีย์ที่จำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม พระเจ้ามินดงทรงสร้างวัดนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 และทรงให้จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก เราได้แต่ปั่นผ่านหน้าวัดค่ะ เพราะจะรีบไปปีน Mandalay Hill ดูพระอาทิตย์ตก

 

 

   ไม่แน่ใจว่าทางขึ้นMandalay Hillมีกี่ทาง แต่จุดที่เราขึ้นอยู่ตรงข้าม วัดจอกต่อจี (Kyauk Taw Gyi Phaya ) เราต้องถอดรองเท้าตั้งแต่บันไดข้างล่างนี้เลยค่ะ อาจเป็นเพราะระหว่างทางจะมีพวกศาลหรือจุดที่ให้สักการะบูชาอยู่เรื่อยๆ แต่สภาพก็ไม่ได้เหมาะแก่การเดินเท้าเปล่าซักเท่าไหร่ แนะนำให้พกถุงไว้ใส่รองเท้าด้วยค่ะ เราก็ไต่กันมาเรื่อยๆค่ะ เหนื่อยและไกลพอสมควร ที่จริงพอเราขึ้นไปถึงด้านบน ก็พบว่ารถยนต์กับมอเตอร์ไซด์สามารถขึ้นไปได้นะคะ จากลานจอดรถเดินขึ้นต่อไปอีกไม่มากก็จะถึงยอดค่ะ  ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินขึ้นเหมือนเรา ทางที่เราขึ้นมาบางจุดนี่ดูร้างมากเลย บางจุดก็มีคนมาพักอาศัยด้วยล่ะ

 

   พอถึงด้านบน ก็ต้องเสียค่าเข้าอีกคนละ 1000kyats วิวด้านบนก็สวยงามตามท้องเรื่องค่ะ

 

   พอจะลง เราก็ค้นพบว่า จากลานที่จอดรถ เราสามารถขึ้นบันไดเลื่อนมาด้านบนนี้ได้ แต่เราดันไม่เห็น เพราะโผล่ขึ้นมาคนละด้านกับบันไดเลื่อน เสียเวลาไปอี๊กกกกก รู้สึกว่าหลังหกโมงเย็น เค้าจะเปลี่ยนเป็นบันไดเลื่อนลง ใครไปหลังเวลานั้น ก็ต้องเดินขึ้นเอาเองค่ะ พวกเราเลือกกลับทางเดิม แม้ว่ามันจะค่อนข้างเปลี่ยวและมืด เพราะกลัวว่าถ้าลงทางอื่น จะไปโผล่ตรงไหนก็ไม่รู้ เราต้องกลับไปเอาจักรยานที่จอดทิ้งเอาไว้ค่ะ แต่แนะนำนะ ว่าลงทางที่คนอื่นเค้าลงจะดีกว่า เพราะเราเห็นว่ามันสว่างกว่ามากเลยทีเดียว

 

   พอพวกเราลงไปจนเกือบจะถึงอยู่แล้ว ก็พบว่าเค้าปิดประตูแล้วจ้า ใจนี่หล่นลงไปถึงตาตุ่ม ในหัวนี่คิดอยู่อย่างเดียวว่า นี่ตรูต้องถ่อขึ้นไปด้านบนอีกจริงๆหรอ เราเลยลองเปิดดู โชคดีที่เค้าไม่ได้ล็อคเอาไว้ค่ะ 

   วัดจอกต่อจีตอนกลางคืนค่ะ 

 

   ทุกคนอยู่ในสภาพอิดโรย เพราะยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลยค่ะ เราเลยปั่นไปแถวๆประตูทางเข้าพระราชวังมัณฑะเลย์ และก็ตัดสินใจแวะร้านข้าวแกงค่ะ ก็พยายามติดต่อสื่อสารกัน พอจะรู้ว่าเมนูไหนทำจากเนื้ออะไร เราสั่งมา4อย่างค่ะ รู้สึกว่าจานละ1500kyats อาหารที่สั่งจะมาเป็นจานเล็กๆ แล้วเค้าก็จะเสิร์ฟเมนูเคียงอื่นๆมาให้อีก4-5อย่าง (มากกว่าที่เราสั่งไปอีก) ก็กินกันไปแบบงงๆ บางจานก็รสชาติคล้ายแกงบ้านเรา แต่ส่วนใหญ่จะมันค่ะ

 

   ข้างๆร้านข้าวเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต เลยลองไปดูซักหน่อย ซื้อน้ำเปล่าตุนไว้ ราคาน้ำขวดใหญ่ที่นี่คือ200kyats ในขณะที่ข้างนอกจะขายอยู่ที่ประมาณ400-500kyatsค่ะ ลองจัดไอติมที่นี่ซะหน่อย ราคาพอๆกับที่ไทย แต่รสชาตินี่สู้ไม่ได้เลย

 

 

   ขากลับผ่านวังอีกรอบ

 

Part 2 http://www.oknation.net/blog/painepanaroundtheworld/2016/07/24/entry-1

Part 3 http://www.oknation.net/blog/painepanaroundtheworld/2016/07/26/entry-1

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

เห็นภาพแล้วอยากไปเที่ยวมัณฑเลย์กับพุกามมากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
บูรพากรณ์ วันที่ : 13/07/2016 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/silpakorn

สวยงามครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภาพจุใจจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สาครงค์ วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

อ่านเพลินได้ความรู้ครับ นึกถึงวัดที่ลำปาง คล้ายกับบางภาพเลย แล้วนี่ตกลงจบด้วยภาพเหรอครับ ภาคต่อไปเขียนอะไรสักหน่อยต่อท้ายจะดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
WIC!!WIC!! วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thingtoyou

โชคดีที่คนอ่านข้อมูลที่เป็นคนไทย เชิญกันอ่าน การกระทำกับนามธรรมได้ที่ WIC!!WIC!! จะทำให้ยิ่งเข้าใจมากขึ้นครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]