painepanaroundtheworld
ขอเอาพื้นที่นี้เป็นที่รวบรวมเรื่องราวการท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆของเราก็แล้วกัน การท่องเที่ยวของเราเป็นแบบราคาประหยัด low cost, hostel, economy, backpacker
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/painepanaroundtheworld
วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม 2559
Posted by แมวไม่มีหางกินก้างติดคอ , ผู้อ่าน : 1056 , 00:44:39 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน february26 โหวตเรื่องนี้

PART 1 ค่ะ http://www.oknation.net/blog/painepanaroundtheworld/2016/07/11/entry-1

 

   หลังจากที่เราจัดเต็มกันไปในวันแรก ก็จบวันแรกไปด้วยขาที่อ่อนล้า และน่องที่โป่งขึ้นสามระดับ ที่จริงอยากจะหลับยาวไปซัก8ชม. แต่พรุ่งนี้เรามีนัดที่วัดพระมหามัยมุนี เพื่อเข้าร่วมพิธีล้างหน้าพระ ซึ่งจะเริ่มตอนตีสี่!!! พระพุทธรูปนี้เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของชาวพม่าค่ะ พวกเราปั่นจั๊กไปแบบแนวๆ ตอนตีสามครึ่งนี่ค่อนข้างมืดนะ ใครมาเที่ยวคนเดียวไม่แนะนำวิธีนี้นะคะ ปั่นๆอยู่หมาเห่าอี๊กกกก  พิธีจะใช้เวลาประมาณ1ชม. หลังจากนั้นผู้ชายจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปปิดทองค่ะ ใครอยากได้น้ำที่เค้าใช้ล้างหน้าองค์พระ ก็พกขวดไปด้วยนะคะ พอเค้าล้างเสร็จ เราจะเห็นชาวพม่าเดินไปต่อแถวเพื่อรอรับน้ำนี้กันเยอะเลยค่ะ

   พระท่านเช็ดประณีตมากกกกกค่ะ เรานี่นั่งตาปรืออออออ

   หลังจากนั้นเราก็รีบกลับ...ไปนอนต่อ 555 พอตื่นเป็นรอบที่2ของวัน และจัดการอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราจะแว๊นซ์ไปเที่ยวรอบๆมัณฑะเลย์กัน เราเช่ารถมอเตอร์ไซด์ในราคาวันละ10000kyats เติมน้ำมันไป1500kyats ที่เราเลือกวิธีนี้เพราะมันถูกสุดค่ะ ไม่อย่างนั้นเราต้องเหมารถพร้อมคนขับค่ะ น่าจะราคาประมาณ6-70000kyats ใครไปเป็นกลุ่ม เช่ารถเอาก็โอเคนะคะ 

   ที่นี่ขี่ลำบากพอควร วิธีการเดินทางแบบนี้เหมาะสมกับคนที่ขี่มอเตอร์ไซด์แข็งหน่อยนะ รถเยอะ บางจุดถนนนี่ยังเป็นลูกรัง บางช่วงมีขึ้นเขา ทางแคบบ้างกว้างบ้าง มาครบเลย แต่ก่อนที่จะไปเมืองมินกุน (Mingun) เราจะแวะซื้อตั๋วรถบัสรอบกลางคืนไปพุกามไว้ก่อนค่ะ เป็นรถของSwhe Mann Thu รอบดึกสุดคือสามทุ่มครึ่งค่ะ ราคา 8500kyats

   

สถานีรถบัสชื่อ Chan Mya Shwe Pyi Highway Station 

   หลังจากได้ตั๋วแล้ว ทำให้สบายใจได้ว่าเราไปถึงพุกามแน่ๆ ก็เริ่มเที่ยวกันได้เลย Mingun อยู่ห่างจากมัณฑะเลย์ประมาณ40กม. ที่จริงก็ดูไม่ไกลมากนะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เล่นเอาหมดสภาพเหมือนกันค่ะ ทางมีครบทุกรสชาติเลย ทางดีเลนกว้าง เลนแคบด้านซ้ายเป็นเขาด้านขวาเป็นแม่น้ำ ขี่สวนกับรถบรรทุก ทางราดยาง ทางลูกรัง คือครบไปนะ 

 

   ระหว่างทางมีเพิงขายน้ำอ้อย ขอแวะหน่อยละกัน ไม่ไหวละ สั่งปุ๊ป ลุงจัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ คั้นให้แบบสดๆ สดชื่นมาก แม้ว่ามันอาจจะดูไม่ได้สะอาดมากนัก (คำแนะนำคือ อย่าคิดเยอะ ถ้าคิดเยอะจะไม่กล้ากิน แต่ถ้าเทียบแล้ว ร้านนี้ดูสะอาดกว่าร้านที่เราไปกินที่พุกามเยอะ)

   

หลังจากที่นั่งจนก้นชา และผมเริ่มมีลูกรังเกาะ ในที่สุดเราก็มาถึงมินกุนจนได้ (อย่าลืมพกผ้าปิดจมูกมานะ) จุดแรกที่เราแวะ คือเจดีย์มินกุนค่ะ ฝั่งตรงข้ามเจดีย์จะเป็นจุดที่เราต้องไปซื้อตั๋วเข้าชมมินกุนค่ะ ซึ่งใช้ร่วมกับสะกายด้วย ราคา5000kyats เราสามารถนั่งเรือมามินกุนจากมัณฑะเลย์ได้ค่ะ แต่จะมีแค่ไป-กลับวันละรอบเท่านั้น ซึ่งจะค่อนข้างเสียเวลานิดนึง ถ้าใครเวลาจำกัดแล้วอยากจะไปหลายๆเมือง คงต้องเช่ารถพร้อมคนขับหรือแว๊นเอาล่ะ 

   

   เจดีย์มินกุนเป็นเจดีย์ที่สร้างยังไงก็ไม่เสร็จซะที ผู้สร้างคือพระเจ้าปดุง ซึ่งด้วยความทะเยอทยาน พระองค์ตั้งใจจะสร้างให้ใหญ่กว่า องค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในสุวรรณภูมิ แต่ก่อสร้างไปได้7ปี พระเจ้าปดุงก็สวรรคตเจดีย์นี้จึงเสร็จเพียงแค่ตรงฐานเท่านั้น

 

   เราสามารถขึ้นไปด้านบนได้นะคะ แต่พึงระวังว่า พม่าต้องถอดรองเท้าเสมอเวลาที่จะเข้าวัด เจดีย์ หรือสถานที่สำคัญทางศาสนา ซึ่งนึกภาพตามนะ ตอนเที่ยงๆ อากาศร้อนมาก แดดแรงสุดๆส่องลงบนตัวเจดีย์ที่สร้างมาจากอิฐ คิดดูว่าพื้นมันจะร้อนแค่ไหน เราเลยตัดสินใจนั่งกินโค้กรออยู่ด้านล่าง ส่วนเพื่อนร่วมทางขอขึ้นไปดูซะหน่อย เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้มาที่นี่ซ้ำอีก สรุปนางลงมาพร้อมด้วยฝ่าเท้าอันบอบช้ำ คือเรียกว่าเกือบไหม้อ่ะ น้องไกด์เด็กแถวๆนั้น จะให้เราหยิบกิ่งไม้ที่มีใบไม้ขึ้นไปด้วย ไว้ใช้ปูพักเท้าเป็นระยะๆค่ะ คำว่าระยะนี่แค่6-7เมตรนี่ก็เก่งแล้วล่ะ สรุปนางก็บอกว่าไม่ได้มีอะไร ก็เห็นวิวในมุมสูงระดับนึง นางไม่ได้recommendว่าต้องขึ้นค่ะ
ฝั่งตรงข้ามจะมีซากของสิงห์คู่อยู่ด้วยค่ะ แต่สภาพก็ไม่ค่อยเหลือความเป็นสิงห์เท่าไหร่นัก แต่แค่ซากที่เหลืออยู่ก็ใหญ่มากละค่ะ

 

 

   เดินไปตามถนนเข้าไปเรื่อยๆ เราจะเจอกับระฆังมินกุน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่จริงเป็นอันดับ2รองจากระฆังเคลมลิน แต่ว่าระฆังเคลมลินนั้นร้าวไปแล้ว ระฆังมินกุนจึงได้ตำแหน่งไป ระฆังนี้พระเจ้าปดุงโปรดให้สร้างคู่กับเจดีย์มินกุนค่ะ เนื่องจากเจดีย์มีขนาดใหญ่ ระฆังก็ต้องสมฐานะนิดนึง ระฆังมิงกุนมีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน!!! โอ้วววววว

 

 

   อีกนึงจุดเช็คอินของมินกุนคือ เจดีย์ชินพิวเม (เมี๊ยะเต็งดาน) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2359 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาของพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักต่อพระมหาเทวีชินพิวเม ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร เจดีย์มีความสวยงาม และได้รับฉายาว่าเป็นทัชมาฮาลแห่งลุ่มน้ำเอยาวดี ที่นี่ก็ต้องถอดรองเท้าเช่นกัน และก็โดนหนามต้นไม้ เศษหิน ตำเท้ากันไปตามท้องเรื่อง

เสร็จจากที่นี่ เราก็เตรียมแว๊นซ์ไปสะกายกัน และก็แวะกินน้ำอ้อยร้านเดิม เค้าคงมีงงเหมือนกันว่าไอแก้งค์คนต่างชาติพวกนี้มาทำอะไร เพราะเราแทบไม่เจอนักท่องเที่ยวที่จะขี่มอไซมากันเลย มีเจอแก้งค์ฝรั่ง2-3คันเท่านั้น 

   

   ที่เมืองสะกาย เรามุ่งตรงไปสะกายฮิลล์อย่างเดียวเลยค่ะ เพราะเริ่มจะเย็นละ แล้วเราต้องไปอังวะต่ออีก แถมยังต้องไปให้ทันพระอาทิตย์ตกที่สะพานอูเบ็งด้วย ตารางจึงค่อนข้างแน่นไปหน่อย การขึ้นสะกายฮิลล์น่าจะมีอยู่2-3ทาง แต่เราไปตามGPSซึ่งคงเลือกทางที่ใกล้สุดมาให้ และไม่สนใจว่ามันจะสภาพเป็นไง ทางที่เราขึ้นบางช่วงมีความแคบและค่อนข้างชันค่ะ ใครจะตามรอยเราและขี่มอไซ ต้องขี่กันด้วยความระมัดระวังกันหน่อยนะคะ

   ไปถึงด้านบนจะเป็นวัดค่ะ เสียค่ากล้องถ่ายรูปไปตัวละ300kyats วิวด้านบนดีงามค่ะ เห็นพื้นที่สีเขียว มีสีทองของเจดีย์ขึ้นมาแซมอยู่ตลอด เห็นแม่น้ำอิยาวดี รวมไปถึงเห็นวิวของฝั่งมัณฑะเลย์และอังวะอีกด้วย 

 

 

   เดินชมรอบๆได้ไม่นานนัก ก็ค้องรีบแว๊นซ์ไปอังวะต่อค่ะ เราปักหมุดในแอพออฟไลน์แมพไว้ที่หอคอยเมืองอังวะค่ะ คือไม่รู้ว่ามันมีทางที่ดีกว่าที่เรามามั๊ย เพราะทางที่แอพมันพาเรามานี่เป็นทรายเลยค่ะ ขี่ยากมาก มีเสียหลักเหมือนกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นล้ม ระวังด้วยค่ะ ถ้าใครยังไม่มั่นใจในฝีมือการขี่มอไซของตัวเอง อีกวิธีที่เค้านิยมกันคือนั่งรถม้าค่ะ ถ้าใครมากับรถเช่าก็คงต้องอาศัยรถม้านี่แหละ

   

   อังวะเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงเก่าของพม่าค่ะ เป็นอยู่หลายครั้งเหมือนกัน รวมๆก็เกือบ400ปี หลังจากได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปีพ.ศ.2381 และในปี 2384 ก็มีการย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองอมระปุระ

และนี่คือหอคอยเอียงแห่งเมืองอังวะค่ะ เคยเป็นหอสังเกตการณ์ในพระราชวังเก่า สูง27เมตร แต่แผ่นดินไหว ในปี 2381 ทำให้หอคอยเอียง ส่วนบนเหมือนจะถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ค่ะ เพราะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเช่นกัน

   

   จากจากคอคอยเราก็ขี่ตรงไปที่ วัดมหาอองมเยบองซาน สร้างขึ้นด้วยปูนตามแบบโครงสร้างไม้เดิมที่พังทลายลงในในช่วงแผ่นดินไหวในปี พ.ศ.2381 จุดนี้ขอแนะนำค่ะ สวยอลังการณ์มากค่ะ ถ้าไม่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนั้น คงเป็นวัดไม้ที่สวยมากแน่ๆ

  

   สารภาพว่าตอนนั้นเหนื่อยหมดพลังมากค่ะ เลยตัดสินใจจบการเที่ยวอังวะเพียงเท่านี้ และก็รีบตรงไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานอูเบ็ง ตรงทางมาอังวะจะมีปั๊มขนาดใหญ่ สไตล์ปตท.บ้านเราซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักที่พม่า เลยแวะเติมน้ำมัน ล้างหน้าล้างตา หาของกินในมินิมาร์ท รองท้อง จัดไปมาม่าต้มยำกุ้ง มาแค่2วันก็คิดถึงอาหารไทยแล้วค่ะ 

   แนะนำโคล่ากาแฟค่ะ อร่อยแปลกๆดี

 

   หลังจากบิดมอไซกันแบบเร่งรีบสุดๆ (แต่ก็ไม่ได้เร็วมากนะคะ) เราก็มาถึงสะพานอูเบ็ง (แอพแผนที่ทำพิษอีกละค่ะ พามาทางเล็ก ผ่ากลางชุมชนเลย) เกือบไม่ทันพระอาทิตย์ตกค่ะ ชมบรรยากาศริมน้ำได้ซักพัก ก็เริ่มมืดค่ะ ไม่แนะนำให้อยู่จนมืดนะ เพราะถนนหนทางคือมืดมาก แทบไม่มีไฟถนน อันตรายค่ะ (เห็นงูเลื้อยอยู่ข้างทางด้วย กรี๊ดดดดดด) 

   

   แผนที่เดินรถของพวกเราตลอดวันนี้ค่ะ (A-โรงแรม B-มินกุน C-สะกายฮิลล์ D-หอคอยเมืองอังวะ E-สะพานอูเบ็ง) สรุปวว่าวันนี้ น่าจะแว๊นซ์ไปประมาณร้อยโลนิดๆค่ะ)

 

 

   และแล้วเราก็มาถึงมัณฑะเลย์โดยสวัสดิภาพ แวะไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม ล้างหน้าล้างตานิดหน่อย แล้วก็ตรงไปคืนรถที่โฮสเทลของเพื่อชาวไทยที่เพิ่งมาเจอกันบนเครื่อง เลยเกาะกลุ่มกันเที่ยวในมัณฑะเลย์และพุกามค่ะ หลังจากนั้นเค้าจะไปย่างกุ้งต่อ ให้ทางโฮสเทลเรียกแท็กซี่ไปสถานีขนส่งให้ จัดการต่อไปต่อมาจนเหลือคันละ 6000 kyats พอมาถึงสถานีก็รอรถออกค่ะ คนค่อนข้างเยอะทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน ไม่น่ากลัวค่ะ แต่ควรหาอะไรกินมาตั้งแต่ที่มัณฑะเลย์ เพราะร้านในสถานีไม่ค่อยมีอะไร และก็ปิดกันไปเกือบหมดแล้ว และโปรดระวังไว้ด้วยว่ารถออกตรงเวลานะจ๊ะ

 

ตอนต่อไปจะถึงพุกามละจ้าาา

Part 3 http://www.oknation.net/blog/painepanaroundtheworld/2016/07/26/entry-1




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]