painepanaroundtheworld
ขอเอาพื้นที่นี้เป็นที่รวบรวมเรื่องราวการท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆของเราก็แล้วกัน การท่องเที่ยวของเราเป็นแบบราคาประหยัด low cost, hostel, economy, backpacker
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/painepanaroundtheworld
วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม 2560
Posted by แมวไม่มีหางกินก้างติดคอ , ผู้อ่าน : 777 , 16:45:51 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน PiyaiandNoolek โหวตเรื่องนี้

ทริปไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ซัวเถา ... แต่ไหนๆก็ไปแล้วแวะกวางโจวด้วยละกัน DAY 1

ทริปไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ซัวเถา ... แต่ไหนๆก็ไปแล้วแวะกวางโจวด้วยละกัน DAY 2

ทริปไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ซัวเถา ... แต่ไหนๆก็ไปแล้วแวะกวางโจวด้วยละกัน DAY 3

 

DAY 4

เราตื่นเช้ามาเพื่อพบกับความจริงที่ว่าฝนเจ้ากรรมยังตกอยู่ รอซักพักก็ยังไม่หยุด เอาไงล่ะทีนี้ ด้วยความที่หม่าม้าไม่อยากอุดอู้อยู่ในโรงแรม เราเลยใส่เสื้อกันฝนและถือร่มเดินออกมาหาข้าวเช้ากินกัน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนตกหรือร้านที่ซัวเถาเปิดสาย เราหาร้านอาหารไม่ได้เลยค่ะ เดินกันมาซักพัก พอรู้ตัวอีกทีก็หันมาเป็นว่าหม่าม้ากำลังผูกมิตรกับอาเจ้ที่เดินผ่านมา แล้วอาเจ้ก็พาเรามาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง ซึ่งที่จริงเค้าเหมือนยังไม่เปิดซะทีเดียว เหมือนกำลังเตรียมของกันอยู่ แต่อาเจ้ก็จัดการคุยให้ จนในที่สุดเราก็ได้ก๋วยเตี๋ยวมาครองคนละชาม รสชาติโอเค ค่อนไปทางจืด น้ำซุปร้อนมาก และชามใหญ่มากจนกินไม่หมด ราคาชามละ 10 หยวนค่ะ

 

พอกินเสร็จเราก็เดินเล่นต่อ แถวๆนั้นจะมีตลาดอยู่ค่ะ แต่ความลำบากที่แท้ทรูก็คือฝนที่ยังตกไม่หยุด ซึ่งกว่าเราจะเดินถึงที่พัก ก็เปียกกันไปทั้งตัว นั่งรอนอนรอกันซักพักฝนก็ยังไม่หยุดอยู่ดี แผนการท่องเที่ยวที่เตรียมมาก็เริ่มมีแววว่าจะล่มไม่เป็นท่า ใจเราไม่อยากจะพาหม่าม้าไปตากฝนอีก แต่ก็หม่าม้านั่นแหละที่พยายามจะโน้มน้าวให้เราออกไปเที่ยวกัน หลังจากที่พยายามสื่อสารกับพนักงานโรงแรมเพื่อหาแท็กซี่ไปศาลเจ้าแม่ทับทิม (เป็นภาษาแต้จิ๋ว เพราะพนักงานพูดอังกฤษไม่ได้เลยค่ะ) สรุปคือเค้าบอกว่าต้องไปหาเอาตามข้างทาง และราคาก็ขึ้นอยู่กับเราต่อรองกัน งานมาสิ เพราะแม้ว่าหม่าม้าจะพอพูดแต้จิ๋วได้ แต่ก็ไม่ได้ในระดับที่แอ๊ดว๊านซ์มากนัก ขนาดคุยกับพนักงานโรงแรมยังงงๆกันอยู่เลย ต่อมาพนักงานโรงแรมก็แนะนำให้เราไปที่  จุดชมวิวเฉวี่ยสือ เฟงจิ่งชวี   礐石风景区   (Queshi Scenic Spot Area) เพราะว่าสามารถนั่งรถเมล์ไปได้ สารภาพว่าตอนนั้นเราตัดแผนที่จะไปที่นี่ออกไปแล้ว เพราะว่าฝนตก เกรงว่าทางเดินจะลื่น และมันจะเละเทะเกินไป เราอยากจะนั่งแท็กซี่ไปศาลเจ้ามากกว่า แต่หม่าม้าไม่ยอมไปเพราะคิดว่าแท็กซี่มันแพงค่ะ เค้าอยากนั่งรถเมล์มากกว่า และถ้าจะไปศาลเจ้าก็เหมือนว่าจะต้องนั่งแท็กซี่หรือเรือไปเท่านั้น สรุปเราก็ต้องยอมนั่งรถสาย 11 ไป Queshi Scenic Spot Area ค่ะ โดยเราต้องเดินไปขึ้นรถที่ป้ายบนถนน Jinsha Middle Rd. แถวๆจุดตามแผนที่ด้านล่าง ค่ารถคนละ 2 หยวนเท่านั้นค่ะ ได้นั่งชมเมืองซัวเถากันไปยาวๆ

 

 

โพยนี้พนักงานโรงแรมเขียนให้ค่ะ บรรทัดแรกน่าจะหมายถึงรถสาย 11 บรรทัดที่สองคืออะไรก็ไม่รู้ค่ะ ส่วนบรรทัดที่สามคือชื่อป้าย โดยเราเอาตัวอักษรบรรทัดนี้ไปเทียบตรงป้ายรถ ป้ายที่ต้องลงคือป้ายรองสุดท้ายค่ะ

 

แต่ความทุลักทุเลทัวร์นี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นค่ะ ด้วยความที่เราไม่ได้เป็นคนคุยกับพนักงานโรงแรมเอง และหม่าม้าก็สามารถจับใจความได้แค่เนื้อความหลักๆ เท่านั้น เราก็ไม่แน่ใจว่าเราต้องลงตรงไหน (ขอบอกไว้ก่อนตรงนี้ว่าถ้าใครจะมาที่นี่ สาย 11สามารถพาท่านไปถึงจุดที่จะเดินขึ้นไปซื้อตั๋วเข้า Queshi Scenic Spot Area เลย แต่จากการที่เราดูเส้นทางตามที่แอพแผนที่ (รวมถึงกูเกิ้ลแมพ) เราเลยลงจากรถก่อนเวลาอันควรไปมาก ทำให้ต้องเดินลุยฝนไปตามถนนใหญ่ค่อนข้างไกลมาก)

 

 

ตามแผนที่มันจะบอกประมาณนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว (ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดนะ เพราะมานั่งดูแผนที่ตอนที่กลับมาแล้ว) รถจะยังพาเราไปอักซักพักตามเส้นสีเหลือง เราต้องลงแถวๆจุดสีแดง เพื่อเดินขึ้นไปที่จุดซื้อตั๋วค่ะ (ถนน Haiguanding)   

ระหว่างทางขึ้นก็จะเจอวิวแบบนี้ มีความยุโรป บ้านริมทะเลสาบเบาๆ

 

 

Queshi Scenic Spot Area เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAA (4A) (การจัดระดับนี้เป็นการแบ่งระดับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีน เพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐบูรณะโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคของการท่องเที่ยวแต่ละแห่งให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น และเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง)

ค่าเข้า 10 หยวนค่ะ แต่จะมีค่า Cable car 40 หยวน (ไปกลับ) ถ้าเที่ยวเดียวจะเที่ยวละ 25 หยวน (เราว่าควรขึ้นนะคะ เพราะถ้าเดินคงจะเหนื่อยมาก แค่เราเดินไปตามจุดต่างๆด้านบนก็เหนื่อยแล้วอ่ะ) ตรงนี้ตอนซื้อตั๋วต้องดูดีๆค่ะ ว่าเค้าจัดเซ็ทอะไรมาให้เราบ้าง ด้วยความที่สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย พอเค้าบอกว่าคนละ 45 หยวน (แทนที่จะเป็น 50) หยวน ก็เลยนึกว่าข้อมูลที่หามาคลาดเคลื่อน เพราะถ้าเค้าให้ตั๋ว cable car มาแค่เที่ยวเดียวก็ต้องเป็น 35 หยวนสิ สรุปมารู้ตอนที่กำลังจะนั่ง cable car ลงมาว่าเราได้ตั๋วเที่ยวเดียวมา แล้วก็มีตั๋วเข้าไปในพระสังกะจายสีทองๆตามรูปด้านล่าง ราคา 10 หยวน ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าด้านในจะเป็นวัดไม่ก็ศาลเจ้า แต่มันเป็นเหมือนที่จัดแสดงนรกเหมือนประมาณวัดไผ่โรงวัว แต่เค้าทำออกมาเหมือนบ้านผีสิงต้นทุนต่ำ แบบว่าถ้าเทียบแล้วบ้านผีสิงตามงานวัดบ้านเรายังดูดีกว่า มีความพยายมทำให้เราตกใจด้วยเสียงและกลไกแบบกะโหลกกะลา ถ้าใครมาอย่าเสียเงินเข้านะคะ

 

Cable car ที่นี่มันก็จะเสียวหน่อยๆ คือมันเหมือนนั่งชิงช้าสวรรค์แบบที่ห้อยขาลงมา ใครใส่รองเท้าแตะก็ระวังมันหลุดร่วงลงไปในป่าด้านล่างนะคะ แต่วิวสวยมากค่ะ บรรยากาศดีมากจริงๆ และด้วยความที่ฝนตกตลอดเวลา มันเลยดูเขียวชะอุ่มมากกกกก ได้รับโอโซนกันไปแบบชุ่มปอดเลยค่ะ 

พอไปถึงด้านบน เราก็เดินไปตามทางแบบงงๆ เดินไปเรื่อยๆ และแทบไม่เจอนักท่องเที่ยวรายอื่นเลย (มันคงไม่ใช่เวลาที่ดีนักในการมาเที่ยวที่นี่ในหน้ามรสุม) ทางก็จะเปียกๆแฉะๆหน่อยๆ เดินยากนิดนึง และเราดันใส่รองเท้าแตะด้วย (เพราะฝนตกขนาดนี้ เลยไม่อยากใส่ผ้าใบ และตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะมาที่นี่) ทุลักทุเลกันพอสมควร จุดนี้ต้องชื่นชมหม่าม้าที่กล้าลุยมาก ไม่บ่นเลย แถมยังเดินนำหน้าเกือบตลอด

 

หลังจากเที่ยวด้านบนจน(น่าจะ)ทั่วแล้ว เราก็ลงมา (โดนค่า cable car ไปอีก 25 หยวน T_T) แวะซื้อของกินเล่นระหว่างทางลงไปป้ายรถเมล์เพราะยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เป็นเหมือน wrap เป็นแป้งแล้วก็ห่อไส้ข้างในซึ่งเป็นไข่และผัก แล้วก็ทาซอสเค็มๆเผ็ดๆ ราคา 5 หยวน

 

เรามารอรถสายเดิมที่จุด A ซึ่งเรา (หมายถึงหม่าม้า) ก็ถามคนแถวๆนั้นมา แต่ความทุลักทุเลเราก็ยังดำเนินต่อไป แทนที่รถมันจะผ่านป้ายเรา มันดันเลี้ยวออกไปถนนใหญ่ก่อนที่จะมาถึงป้าย ณ จุดนี้คนจีนที่ยืนรออยู่เหมือนกัน ก็ยังทำหน้างงๆ แล้วก็เดินไปรอแถวๆทางแยก หม่าม้าเลยไปจัดการผูกมิตร จนได้ความว่าปกติรถต้องผ่านป้ายที่เรายืนรออยู่ก่อนแล้วค่อยวนออกถนนใหญ่ เค้าก็งงเหมือนกัน แล้วรถสายนี้ก็นานๆมาทีด้วย จ่ะ......เราก็รอกันต่อไป รอกันนานมากค่ะ จนพวกเราตัดสินใจเดินออกไปรอที่ถนนใหญ่ ตรงจุด B เพราะคิดว่าไม่ว่ายังไงรถต้องผ่านตรงนั้นแน่ๆค่ะ น่าจะรอทั้งหมดประมาณ 40-50 นาทีได้ค่ะ รถก็มา ตอนแรกว่าจะหาแท็กซี่ แต่ก็ไม่มีผ่านมาเลย มีแต่รถที่เหมือนเป็นรถรับจ้าง ที่จะมาจอดชวนไปด้วย แต่ด้วยความที่เราก็ไม่กล้าจะไว้ใจประกอบกับที่เราไม่สามารถสื่อสารกันได้ดีพอ เราเลยไม่กล้าใช้บริการค่ะ

 

 

ตอนขามาเรามองๆไว้แล้วว่าไม่ไกลจากป้ายที่เราขึ้น จะมี KFC กับ McDonald’s อยู่ เราเลยกะจะลงรถแถวๆนั้น เพื่อหาอะไรกิน ซึ่งพอลองเปิดแผนที่ดูก็เห็นว่าถนนคนเดิน Hua Qiao Xin Cun อยู่ไม่ไกลกัน พอลงรถมาเราก็เห็นว่าใกล้ๆกันมีร้านขายของกินสไตล์ฟู้ดคอร์ทอยู่ เลยลองไปดูเผื่อมีอะไรแปลกให้ลองกิน ได้สิ่งที่หน้าตาคล้ายโรตีแต่ใส่ไส้คาว (อร่อย) ไก่ยัดไส้ข้าว (อร่อย) เกี๊ยว (ไม่อร่อย) ไส้เป็นผักแต่กลิ่นแรงมา กลิ่นคล้ายๆกับกุ้งแห้ง ซึ่งเราไม่กินกุ้งแห้ง กินไปคำเดียวคายทิ้ง เราทั้งสามคนไม่สามารถทนกลิ่นต่อได้ ถึงกับต้องยกให้ขอทานที่เดินมาขอเงินพอดีไป ซึ่งก็ถูกแม่ค้าแอบเหล่มองนิดหน่อย แล้วก็ได้ข้าวกับไก่ตุ๋นมาอีกกล่อง

 

 

กินเสร็จแล้วก็เดินต่อไปที่ถนนคนเดินค่ะ ร้านแรกสุดตรงหัวมุมคือร้าน Miniso ซึ่งสินค้าของสาขาที่จีนน่ารักมาก ดูดีมาก และราคาถูกมากค่ะ อย่างตุ๊กตา We Bare Bears ตัวละ 150 บาท พวงกุญแจ We Bare Bears 100 บาท ไม้นวดหลังมูมินอันละ 50 บาท สรุปแล้วหมดไปเป็นพันค่ะ 555

 

ร้านที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าค่ะ ราคาก็ค่อนข้างถูก แต่ไม่ใช่สไตล์เราเท่าไหร่ เราว่าที่เมืองไทยสวยกว่าเยอะค่ะ
เนื่องจากยังกินไม่อิ่มเท่าที่ควร เราเลยแวะหาอะไรกินต่อที่ KFC ค่ะ รสชาติก็อร่อยได้มาตรฐานดี ระหว่างทางเดินกลับโรงแรมเจอร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เลยลองซื้อเบียร์ยี่ห้อต่างๆมา2-3ขวด ราคาถูกกว่าที่ไทยค่อนข้างเยอะค่ะ

 

 

ลืมบอกว่าตลอดเวลา ฝนเจ้ากรรมก็ยังไม่หยุดนะคะ มีตกปรอยๆบ้างสลับกับตกแรงหน่อยอยู่ตลอด และความทุลักทุเลของทริปนี้ก็ยังไม่หมดไป ปกติแล้วเวลาไปเที่ยวเราจะใส่ผ้าใบตลอดค่ะ มีแค่วันนี้แหละที่ใส่รองเท้าแตะ แต่แค่ครั้งแรกก็โดนเลยค่ะ...โดนอะไรน่ะหรอ...โดนตะปูจิ้มค่ะ (ซวยไปอี๊ก)แต่ ไม่ลึกนะ 1-2 มิลเอง เลือดซึมออกมาจิ๊ดเดียว แต่ตัวตะปูมันดูไม่ค่อยสะอาด เราเลยกะว่าจะกลับมาฉีดกันบาดทะยักดีกว่า โชคดีที่โดนก่อนวันกลับแค่วันเดียว (ขอวาร์ปผลการไปฉีดตรงนี้นิดนึงค่ะ สรุปพอไปโรงพยาบาล คุณหมอบอกโดนทิ่มแบบนี้อันตราย (ทิ่มแบบที่ตัวตะปูไม่หลุดออกไป คือยังคาอยู่หลังจากที่โดนทิ่มแล้วอ่ะ นึกภาพตามออกมั๊ยคะ) คุณหมอบอกว่า “ต้องกรีดแผล แล้วล้างให้สะอาดครับ” .............กินจุดไปเลยค่ะ ช็อกมาก สรุปวันนั้นโดนผ่าล้างแผล แล้วก็ต้องไปทำแผลทุกวัน อีตะปูชั่ววววววว) 

 

DAY 5

แม้ว่าจะเป็นวันสุดท้ายของทริปแล้วก็ตาม แต่ฝนก็ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องและดูเหมือนว่าจะหนักกว่าเมื่อวานอีก เช้านี้ไมีมีแพลนอะไรค่ะ แต่ต้องไปถึงสนามบินช่วงเที่ยง เราเลยออกไปหาข้าวเช้ากินกัน โดยเลือกเดินไปคนละทางกับเมื่อวาน เดินไปไกลพอสมควรถึงเจอร้านอาหารเล็กๆร้านนึง เป็นสิ่งคล้ายๆก๋วยเตี๋ยวหลอดค่ะ รสชาติก็โอเค สรุปแล้วอาหารที่ซัวเถาไม่ค่อยหวือหวาหรือถูกปากเราเท่าที่กวางโจวค่ะ

 

เราเดินลุยฝนกลับมาเก็บของที่โรงแรม พยายามรอให้ฝนซาลงอีกซักหน่อย แต่ก็ไม่ เลยต้องยอมกางร่มลุยฝนออกไป (ซึ่งก็เปียกอยู่ดี) เราต้องไปหา airport bus ที่หน้าโรงแรม Golden Gulf อีกเช่นเคย (ใครพักโรงแรมนี้ ถือว่าสะดวกมากๆค่ะ) แต่เนื่องจากตอนขามามันมืดแล้ว เราเลยยังไม่แน่ใจว่าไอโรงแรมนี้มันอยู่ที่ไหน เมื่อวานก็ลืมเดินสำรวจ เราเลยเดินไปตามที่แอพแผนที่บอกค่ะ ซึ่งมันปักไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ สรุปเราเดินอ้อมค่ะ (เราเดินไปตามเส้นสีแดง) ที่จริงโรงแรมอยู่ใกล้กับที่พักเรานิดเดียว ที่ขายตั๋วรถบัสจะอยู่ด้านหน้าโรงแรมติดริมถนนเลยค่ะ เห็นได้ชัดเจน ค่ารถ 25 หยวน รถออกตรงเวลาค่ะ

 

ถ้าใครหิวแนะนำให้กินตั้งแต่ข้างนอกเกตค่ะ (ซึ่งก็มีแค่ร้านเดียวแหละ แต่มันจะค่อนข้างใหญ่หน่อย) เพราะพอเข้าไปแล้ว แทบไม่มีอะไรเลย มีร้านอาหารเล็กๆอยู่ร้านนึง กับดิวตี้ฟรีจิ๋วๆ เผื่อเวลาเช็คอินด้วยนะคะ เพราะคิวเช็คอินยาวอยู่ 

สรุปค่าใช้จ่ายของทริปนี้ต่อคนนะคะ (ไม่รวมค่าช้อปปิ้งซึ่งก็ไม่เยอะเท่าไหร่)

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ = 1450 บาท
2. ค่าโหลดกระเป๋า 20 ก.ก. ไปกลับ /3คน (ซื้อแค่คนเดียวแล้วใช้ด้วยกัน) + ค่าอาหารบนเครื่องขามา = 652 บาท
3. ค่าวีซ่า = 1500 บาท
4. ค่าที่พัก 4 คืน = 1862 บาท
5. ค่ารถไฟไปกลับ ซัวเถา-กวางโจว = 2066 บาท
6. ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ = 450 บาท
7. ค่ากิน ค่าเดินทาง = 1900

รวม 9880 บาทต่อคน

เราประทับใจกวางโจวนะคะ มีความเป็นเมืองที่เจริญแล้ว เดินทางสะดวก แต่ยังมีต้นไม้เยอะ ร่มรื่น สะอาด คือเรียกว่ามีครบ สามารถตอบสนองรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายช้อปปิ้งหรือสายธรรมชาติ แต่สำหรับเราซัวเถายังคงเที่ยวเองลำบากนิดนึงค่ะถ้าพูดจีนไม่ได้ ยังไม่สามารถใช้ระบบขนส่งมวลชนในการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ เพราะมีแต่รถเมล์ซึ่งก็จะใช้เวลาในการเดินทางพอสมควร อาจเป็นเพราะเรามาเที่ยวช่วงมรสุมด้วย เลยทำให้การท่องเที่ยวของเราลำบากเข้าไปอีก และแผนการท่องเที่ยวที่ว่างไว้ก็ล่มไม่เป็นท่าทีเดียว แต่นี่ก็คือสเน่ห์ของการเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆด้วยตัวเองล่ะเนอะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันก็คือประสบการณ์และความทรงจำที่มีค่าสำหรับเราเสมอค่ะ

 

 

ทริปไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ซัวเถา ... แต่ไหนๆก็ไปแล้วแวะกวางโจวด้วยละกัน DAY 1

ทริปไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ซัวเถา ... แต่ไหนๆก็ไปแล้วแวะกวางโจวด้วยละกัน DAY 2

ทริปไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ซัวเถา ... แต่ไหนๆก็ไปแล้วแวะกวางโจวด้วยละกัน DAY 3

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]