• paisal
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dpuech@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-16
  • จำนวนเรื่อง : 1686
  • จำนวนผู้ชม : 672703
  • ส่ง msg :
  • โหวต 355 คน
www.paisalvision.com
วิพากษ์การเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ สังคม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/paisalvision
วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม 2551
Posted by paisal , ผู้อ่าน : 1757 , 15:46:16 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


สรุปข่าวสารที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท ที่มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้อ่านที่เป็นผู้ประกอบการได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเตรียมความพร้อมในการปฎิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้

การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ หนึ่งเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการจัดตั้งธุรกิจ และสองสร้างความน่าเชื่อถือในการดำเนินกิจการมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้

1.    
 มาตรการเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแก่ธุรกิจ

มีการปรับลดจำนวนผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทจากเดิมที่กำหนดไว้ 7 คน ลงเหลือเพียง 3 คน  และสามารถจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทได้ภายในวันเดียวกัน ซึ่งแก้ไขจากเดิมที่ต้องแยกการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิก่อนแล้วจึงออกหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท โดยต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน หลังการประชุม แล้วจึงมาขอจดทะเบียนตั้งบริษัทได้

ประเด็นต่อมาคือจากนี้ไปผู้ประกอบการสามารถแปรสภาพห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นบริษัทจำกัด โดยใช้ชื่อเดิมได้ แก้ไขจากเดิมที่หากผู้ประกอบการต้องการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินกิจการเป็นบริษัทจะต้องดำเนินการจดทะเบียนเลิกห้างก่อนแล้วจึงสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ได้ และไม่สามารถใช้ชื่อเดิมของห้างเพื่อการจัดตั้งบริษัท

อีกประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือการประชุมใหญ่เพื่อให้เป็นมติพิเศษตามกฎหมายเดิมกำหนดให้ต้องประชุมสองครั้ง แก้ไขให้ประชุมเพียงครั้งเดียว และลดการประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ ในกรณีต้องการลดทุนและควบบริษัท   จากเดิมต้องลง 7 ครั้ง เหลือเพียงครั้งเดียว และลดระยะเวลาการคัดค้านของเจ้าหนี้ลงด้วย  นอกจากนั้นยังลดการประกาศโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์ในเรื่องอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้จากเดิมสองครั้งเหลือเพียงครั้งเดียวทั้งหมด

2.     มาตรการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการลงทุนและติดต่อธุรกิจการค้า

ประเด็นที่มีผู้ให้ความสนใจกันค่อนข้างมากก็คือ มาตรา
1175 ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ3 ลักษณะ22 ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทที่ว่า บริษัทจำกัดที่จัดตั้งแล้วหากมีการบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่จะต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และต้องส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ (ไปรษณีตอบรับนะครับ มิใช่ไปรษณีย์ทั่วไป) เพื่อเป็นมาตรการรักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้จากเดิมที่ได้กำหนดให้เรียกประชุมโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

เรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการบอกกล่าวประชุมใหญ่นี้ได้มีผู้สรุปความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจไว้ดังนี้

การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติทั่วไป

เดิม

ใหม่

1. ประกาศหนังสือพิมพ์ท้องที่ฉบับหนึ่ง อย่างน้อย 2 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ

1. ประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และ

2. ส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนทางไปรษณีย์ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

2. ส่งไปรษณีย์ตอบรับแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

 
มติพิเศษ


เดิม

ใหม่

1. ประกาศหนังสือพิมพ์ท้องที่ฉบับหนึ่ง อย่างน้อย 2 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ

1. ประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน และ

2. ส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนทางไปรษณีย์ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

2. ส่งไปรษณีย์ตอบรับแจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน

3. ต้องประชุม 2 ครั้ง

3. ประชุมเพียง 1 ครั้ง


 

โดยสรุปก็คือนับจาก 1 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไป การประชุมใหญ่ ทั้งที่เป็นการประชุมสามัญและวิสามัญของบริษัทจำกัด ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการบอกกล่าวด้วยการประกาศลงใน หนังสือพิมพ์ท้องที่ อย่างน้อย 1 ฉบับ และส่งหนังสือเชิญประชุมเป็นไปรษณีย์ตอบรับ ถึงผู้ถือหุ้น ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 7 วันก่อนการประชุม (ถ้าเป็นมติพิเศษ 14 วัน)

และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้  บริษัทส่วนใหญ่ที่สิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อ
31 ธันวาคม ทีผ่านมา จะต้องจัดประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนหรือภายใน 30 เมษายน (เพื่อส่งงบการเงินให้กับกระทรวงพาณิชย์ได้ภายใน 1 เดือนหลังประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรับรองงบ และนำส่ง ภงด.50 ให้กับกรมสรรพากรภายใน 150วัน นับแต่สิ้นรอบบัญชี ทั้งนี้หลังจากได้จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นและผู้สอบบัญชีรับรองงบแล้ว) ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นผู้ประกอบการก็จะต้องดำเนินการเรียกประชุมตามที่กฎหมายแก้ไขใหม่กำหนดไว้ ทั้งการส่งไปรษณีย์ตอบรับแจ้งผู้ถือหุ้นและการลงประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

จุดนี้มีข้อสังเกตประการหนึ่งคือ บริษัทส่วนใหญ่จะสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีในวันที่
31 ธันวาคม และจะต้องจัดประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนหรือ 30 เมษายน ซึ่งจะเท่ากับว่าวันสุดท้ายที่บริษัทจะสามารถลงประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์และส่งหนังสือเชิญประชุมด้วยไปรษณีย์ตอบรับถึงผู้ถือหุ้นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันนั้น หากไม่นับหัวนับท้าย วันสุดท้ายและท้ายสุดก็ไม่น่าจะเกินไปจากวันที่ 22 เมษายน

อย่างไรก็ดีบริษัทใดที่จัดทำและตรวจสอบงบฯแล้วเสร็จล่วงหน้าก็สามารถจัดประชุมได้ก่อนวันที่
30 เมษายน เพราะเหตุที่กฎหมายได้กำหนดไว้ว่า จะต้องจัดประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนหรือ 30 เมษายน ซึ่งเท่ากับว่าภายใน 4 เดือนนี้ หากพร้อมเสร็จสรรพก็สามารถจัดประชุมก่อน 30 เมษายนได้ ข้อดีของการจัดประชุมล่วงหน้าก็คือจะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดประชุมใหญ่โดยตรง ลดความเสี่ยงในการที่อาจจัดประชุมล่าช้าหรือไม่ถูกต้อง หรือเชิญประชุมและลงประกาศเชิญประชุมในหน้าหนังสือพิมพ์ไม่ทันหรือไม่มีพื้นที่ลงอันเนื่องมาจากบริษัทหลายจำนวนมากต่างจัดประชุมและต้องการลงประกาศในวันเดียวกัน

นอกจากประเด็นการเรียกประชุมใหญ่แล้วก็ยังมีเรื่องของการกำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจขีดชื่อห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลออกจากทะเบียนเป็นห้างร้านได้  แก้ไขจากเดิมที่ดำเนินการได้เฉพาะบริษัทจำกัดเท่านั้น

ประเด็นสุดท้ายคือกำหนดให้ห้างหุ้นส่วนและบริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนสิ้นสภาพนิติบุคคล และไม่สามารถตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อชำระสะสางทรัพย์สินหนี้สินของตนอีกต่อไป  แต่อาจร้องขอต่อศาลเพื่อสั่งให้นายทะเบียนจดชื่อคืนสู่ทะเบียนได้  ทั้งนี้ต้องร้องขอภายในสิบปีนับแต่วันถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน

เนื่องจากการแก้ไขประเด็นกฎหมายดังกล่าวคงจะปฎิเสธไม่ได้แน่ว่าย่อมที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่  และความรับผิดของผู้ประกอบการทุกท่าน ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลในเรื่องที่ทั้งหลายเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทราบและเตรียมการเพื่อการดำเนินการให้ถูกต้อง  เพื่อป้องกันมิให้เกิดกรณีปัญหาต่างๆในอนาคต แนะนำให้หากฎหมายที่แก้ไขใหม่นี้มาอ่านผ่านตากันดู.




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าในอีกหกเดือนข้างหน้ามีการเลือกตั้งใหม่... ท่านจะเลือก"ปาร์ตี้ลิสต์" พรรคการเมืองใด
พรรคเพื่อแผ่นดิน
7 คน
พรรคภูมิใจไทย
7 คน
พรรคเพื่อไทย
246 คน
พรรคพันธมิตร (ถ้าตั้งพรรรค)
636 คน
พรรคชาติไทยพัฒนา
3 คน
พรรคประชาธิปัตย์
1348 คน
พรรคมาตุภูมิ (ถ้าตั้งพรรค)
7 คน
พรรคมรวมใจไทยชาติพัฒนา
6 คน

  โหวต 2260 คน