• พาจรดอทคอม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pajon071207@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 3232
  • จำนวนผู้ชม : 3729045
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2409 คน
พาจรดอทคอม
Blogนี้เกิดจากความรักในการท่องเที่ยว ผมอยากเล่าประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัสให้กับเพื่อน ๆ ได้รับรู้กันครับ...ผจญ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน 2554
Posted by พาจรดอทคอม , ผู้อ่าน : 3297 , 09:21:41 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , Surakant และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

         เนื่องจากวันที่ ๕ มิถุนายนของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก แค่วันเดียวจริงๆ กับอีก ๓๖๔ วันเป็นวันธรรมดาที่หลายคนไม่ได้ได้คิดทำในสิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลายๆองค์กรพยามคิดค้นนวัตกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คิดเปลี่ยนการใช้น้ำมันในรถยนต์ เป็นการใช้ก๊าซในน้ำแทนน้ำมัน หรือบางหน่วยงาน บางบริษัทคิดค้นหีบห่อ บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายในเวลาอันรวดเร็ว เป็นต้น เพราะปัจจุบันในบ้านเราจะเดินไปทางไหนมีแต่ถุงพลาสติก ผมเคยเดินสำรวจข้างทางถนนสยหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตด้วยความอยากรู้ว่า ไอ้เจ้าขยะข้างทางมันมีอะไรมากที่สุด ปรากฎว่าเป็นหลอดดูดกาแฟที่พบ ๑ หลอดในทุก ๒ เมตร

          ผมไม่ใช่นักวิจัย แต่ทำเลย เคยคิดอยู่หลากครั้งว่าเราจะทำอย่างไรดีให้เจ้าขยะนั้นได้ลดน้อยถอยลง มันมีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เอื้อต่อการกระทำเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมเลย

           ๑) ป้ายโฆษณาต่างๆ ตั้งแต่สะพานสารสิน จนถึงภูเก็ต มีป้ายโฆษณาที่รณรงค์ในเรื่องสิ่งแวดล้อมมีน้อยมาก ที่ตอบได้เต็มปากมีป้ายเดียวของน้ำอัดลมยี่ห้อ ค ควาย เท่านั้นที่น่าชื่นชม

            ๒) การเก็บค่าขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงตรึงราคา ๓๐ บาทมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ สมัยนั้นน้ำมันดีเซลลิตรละ ๗ บาท เตาเผาขยะก็เลยขาดทุนมาตลอด ประชาชนไม่ให้ความสำคัญ

             ๓) ไม่มีการรณรงค์กันอย่างจริงจัง เช่นการใช้ถุงผ้า หรือถุงกระดาษ จริงๆเป็นเรื่องง่ายๆที่ทุกคนช่วยได้ เช่นการลดการนำถุงพลาสติกเข้าบ้านโดยการรวมสินค้าไว้ในถุงเดียวกัน เช่น เงาะ มังุดุด ส้ม รวมไว้ในถุงเดียวกันได้

             ๔) ตลอด ๒ ข้างทางถนนจาก สะพานสารสิน ภูเก็ต มีถุงพลาสติกอยู่ชั่วนิรันต์กาล โทษใครหละครับ.....พี่น้อง

             ๕) นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ใหตายสิ ไม่มรัฐบาลไหนอยากทำเพราะถือว่าเป็นเรื่องไกลตัว บวกกับประชาชนไม่ให้ความสนใจและไม่ใช่จุดขายของสังคมนี้

             ๖) ทุกคนรู้ดี และได้ยินมาตลอดว่า ประทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มีความสะอาดเป็นเลิศ แต่เราก็ฟังมาตลอด....แล้วเมื่อไรเราจะเป็นเช่นนั้น

             ๗) การเริ่มต้นที่โรงเรียนน่าจะเป็นสิ่งที่ดี ให้ความสำคัญ ให้ความรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อม น่าจะเป็นหนทางที่ดี ริ่มต้นที่เด็ก

             ๘) ที่ประเทศจีน ขวดเบียร์เปล่าหลังดื่มนำไปคืน มีราคา ครึ่งหยวน ( ๒.๕ บาท ) แต่บ้านเราขวดเบียร์เปล่า  กิโลกรัมละ ๔๐ สตางค์ ผมเคยซื้อถุงเปล่ามาในราคา ๕ บาท จัดใส่ขวดเบียร์เปล่าเต็มถุง นำไปขายได้มา ๔ บาท นับเป็นการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าชื่นชม ...แล้วอย่างนี้ ผีที่ไหนเขาจะเอาไปขายหละครับ เบียร์เมืองจีนขวดละ ๑๕ บาท คนขวด ๒.๕๐ บาท

               ๙) เคยเห็นมั้ยบรรจุภัณฑ์สินค้าใด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นกล่อง ทำจากซางข้าวโพด หีบห่อทำด้วยกระดาษย่อยสลายเร็ว เป็นต้น

                 ๑๐) สินค้าราคาแพงเพราะไปจ้างนางแบบมาอวดโฉม คนบริโภคจ่าย เช่นทำไมเบียร์ในประเทศจีนขวดละ ๑๕ บาท คืนขวด ๒.๕๐ บาท บ้านเราราคาขวดละ ๕๐ บาท ขวดเปล่าบ้านเราราคา ๘ สตางค์ หรือประเทศจีนหมักเบียร์จากแกลบหรือ

                  ๑๕) ไม่เห็นสินค้าใดที่โฆษณาในโทรทัศน์ ที่จะส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เงินกู้ และสินค้าประเทืองความงาม ที่จ้างนางแบบสวยมาโฆษณาว่าสวยเพราะใช้ผลิตภัณฑ์นั้น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คนจะสวยมันสวยมาจากท้องมารดา

                  เป็นต้น

.........ขอบ่นวันสิ่งแวดล้อม......ไว้แค่นี้.......

Axel หนุ่มเยอรมัน สุดยอดคัดแยก ขยะ จริงๆ

สุดแยกจริงๆ

Axel ไม่ได้ซื้อไข่มาเป็นกิโล...แต่แยก

ขวดโซดา

            Axel ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมโดยใช้พื้นที่ทั้งหมดในชั้นใต้ดินเป็นห้องคัดแยก และเก็บขยะ อย่างนี้นายกอรุณ โสฬส แห่งเทศบาลตำบลราไวย์ น่าจัดส่งทีมงานไปเก็บภาพ ทำข่าวเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ เชิญช่วน ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชน ท้องถิ่น ประเทศชาติ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนไทย แต่หากการกระทำของขาน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี ผมเก็บภาพของเขามาตั้งนาน แต่มาวันนี้เป็นโอกาสดีที่ผมจะนำเสนอ จริงๆแล้ว เขาน่าจะไปเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับโรงเรียนต่างๆในจังหวัดภูเก็ต หรือที่ไหนก็ได้ บางครั้งมันจะดีเสียกว่าชิญวิทยากรด้านสิ่งแวดล้อมที่รู้ดี แต่ไม่เคยปฏิบัติ ทฤษฎีมีเต็มบ้าน แต่ขยะล้นเมือง เพราะเรามัวแต่พูดแต่ไม่ทำ อันไหนเป็นสิ่งดีก็น่าจะส่งเสริม.....ในบ้านเราเป็นปัญหาหลักคือผู้คนไม่ยอมรับคนทำงานใกล้ตัวหลายครั้งที่เชิญวิทยากรนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพ พักโรงแรมหรู พูดชั่วโมงละเป็นหมื่น....เขาจากไป ทิ้งความว่างเปล่าไว้เบื้องหลัง ค่าเป็นศูนย์ เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของสำนึก รู้ดีแค่ไหนการศึกษาดีแค่ไหน มันไม่ได้ทำให้สังคมดีขึ้นมาเลยหากไม่ได้ทำ..........อย่าทำแค่ผิวเผิน อย่าคิดเพียงว่าวันนี้คือวันสิ่งแวดล้อมโลก ทุกวันคือวันสิ่งแวดแล้ม ทำได้ทุกวัน อีกไม่นานบ้านเราก็จะเต็มไปด้วยถึงพลาสติก เพราะไปที่ไหนมีแต่ถุงพลาสติก หากทุกคนช่วยกัน ช่วยตัวเอง ช่วยสังคม ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม...ดีแน่

             ขอบคุณ Axel ที่กรุณาเปิดใต้ถุนบ้านให้ผมเข้าไปชมการคัดแยกขยะ เซบาสเตียนคงอธิบายคุณพ่อได้ ถึงเรื่องราวที่ผมนำเสนอในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคน ต่อโลก ผมไม่เจอ Axel ปีกว่า แต่สิ่งดีๆที่ขาได้ทำไว้เป็นแนวทาง และเปนประโยชน์ต่อสังคม ผมขอชื่นชม และขอขอบคุณไว้ ณ.โอกาสนี้

           วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ วันสิ่งแวดล้อมโลก ที่หาดหมี่เค ดานัง ประเทศเวียดนาม

               วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ เบขยะชายหาดสุรินทร์ และหาดลายัน อำเภอถาง จังหวัดภูเก็ต ...ขอบคุณ อบต.เชิงทะเล , กลุ่มแม่บ้านตำบลเชิงทะเลม, กลุ่มหมอนวดชายหาด , กลุ่มกินรี บานบางเทา , โรงแรมดาหลา รีสอร์ท , โรงแรมทวินปาล์ม , โรงแรมบางเทา บีช รีสอร์ท , โรงแรมซันวิงค์ , โรงแรมตรีสารา,โรงแรมบันยันทรี , โรงแรมในเครือลากูน่า ภูเก็ต , และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการเก็บขยะชายหาดทุกท่าน.........ขอขอบคุณไว้ ณ. โอกาสนี้




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ขอโทษครับข้างล่างนี้คือ คห.๑๕ ครับ :A16

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 18.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๑๙ ผมมีเวลาเสวนาเสมอครับคุณ SW19 ถ้าสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พอเป็นประโยชน์กับสังคม พวกเราคือบุคคลตัวอย่างที่ทำเวทีสาธารณะให้เกิดประโยชน์แก่สังคม ในบ้านเรามีคนอยากทำดีเพื่อเอาหน้ามากมาย ตัวอย่างมีให้เห็น คือพวกที่สมัคร สส.ไง บางคนชั่วชีวิตไม่เค้ย..ไม่เคยแม้แต่เหยียบดิน วันนี้พวกนั้นลงไปทำท่าไถนาหน้าตาเฉย โทษเขาก็ไม่ได้ ประชาชนก็ชอบเช่นนั้น ไม่ต่างอะไรกับละครน้ำเน่าที่ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง แต่ประชาชนยอมช่วยปรบอีกข้าง ละครน้ำเน่าเหล่านั้นเลยดังทั่วฟ้าเมืองไทย มันเป็นควาลงตัวที่สมบูรณ์แบบ และเป็นความสมยอมโทษใครก็ไม่ได้.....มาเข้าเรื่องครับ เรื่องที่คุณบอกมานั้นถูกต้องครับ หากเราอ่านฉลากกับกับยาเราจะรู้คำแนะนำก่อนทานยา แต่คนซื้อโทรศัพท์มือถืออาจจะไม่เข้าใจ ( หรือผมเข้าใจผิดเอง ) ถ่านลิเที่ยมนั้นเมื่อทำการเปลี่ย หรือถ่านหมดอายุจะต้องนำไปทิ้งไว้ที่ศูนย์ที่เราซื้อมา ไม่ใช่ทิ้งกันเรี่ยราด เข้าทางบริษัทยักษ์ใหญ่ที่คนไทยไม่เห็นความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ จริงๆแล้วเป็นต้นทุนของเขา
ถังขยะก็เช่นกันเมื่อชาวบ้านแยก แต่ท้องถิ่น ( อบต. เทศบาล, กทม. เมืองพัทยา ) กลับเทรวมกันฉิบ ร้อยทั้งร้อย ผู้นำท้องถิ่นในประเทศไทยไม่ค่อยเห็นความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม หากใครรู้ว่าที่ไหนให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมพร้อมที่จะไปชม และนำมาบอกต่ออย่างชื่นชม รัฐบาลต้องสูญเสียเงินงบประมาณปีละหลายร้อยล้านเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดูงานยังต่างประเทศ หวังเพียงว่ากลับมาได้นำพาสิ่งที่ได้ไปพบเห็นมาพัฒนา จรรโลงสังคม ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม...สรุปว่ามันคุ้มทุนมั้ยหละครับพี่น้องชาวไทย มันคงอีกนานจริงๆ ในเรื่องสิ่งแวดล้อม มิเช่นนั้นคงขึ้นราคาค่าเก็บขยะไปนานแล้ว มันขาดคนกระตุ้นจริงๆ................รักประเทศไทย...ไชโย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๑๔ คุณ Bluehill ผมคิดว่าการเริ่มต้นกับเด็กมันเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องวัดดวงกันว่าเด็กเราเมื่อโตขึ้นจะเปลี่ยนพฤติกรรมเหมือนผู้ใหญ่ในวันนี้หรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นบ้านเราจะต้องอยู่ในวังวนนี้ ไปชั่วกาลปวสานต์ แต่อย่างไรเสียผู้ใหญ่ ผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ไม่หวังพึ่งคุณครูอย่างเดียว เพราะคุณครูก็หน้าดำ หน้าเขียวหวังสอนพิเศษกันอย่างเดียว ( ไม่ใช่ครูทุกคน ) สรุปว่าทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน ในสังคมก็ช่วยชี้นำเด็ก แวะไปเยี่ยมกระทรวงศึกษาธิการสักนิด..เปลี่ยนรัฐบาลที ก็เปลี่ยนนโยบายทีหนึ่ง จริงๆแล้วการฝึกให้เด็กมีจิตสาธารณะ รักสิ่งแวดล้อม ไม่รู้จะมีหรือเปล่า ผมเชื่อว่าบล็อคเกอร์หลายคนยอมอุทิศตนเป็นวิทยากรฟรี ให้กับนักเรียนที่อยู่ใกล้บ้าน เรามีบล็อคเกอร์อยู่ทั่วประเทศไทย บล็อคเกอร์คิดดีมีเยอะแยะ..ครับท่านรัฐมนตรี ( ที่ยังไม่มีตัวตน )

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๙,๑๐ คุณ Imagine ..ผมว่าประชาชนบางส่วนก็มีความพร้อม ส่วนประชาชนในส่วนที่เหลือต้องค่อยกระตุ้น หากไม่กระตุ้น ก็ลงอีหรอบเดิม บ้านเราขาดการกระทำที่ต่อเนื่องจริง ถึงวาระก็ทำกันทีหนึ่ง ผมว่าประเทศไทยหากสร้างระเบียบได้ ผมว่ากีฬาไทยคงไปโลดแล้ว หากใครว่าไม่เกี่ยว ผมขอเถียง เพราะการมีระเบียบจะทำอะไรก็ย่อมได้ผล...ครับ
คห.๑๑ ผมเห็นด้วยครับ จริงๆขยะมีแค่น้อยนิด ที่บ้านของ Axel ไม่เคยนำขยะออกจากบ้านเกือบปี เป็นตัวอย่างฝรั่งทำดี ใช่ว่าผมจะเชื่อฝรั่งทุกเรื่อง แต่สิ่งไหนดีก็นำมาปฎิบัติไม่เสียหายอะไร
คห.๑๒ ขอบคุณครับ คุณ Wullopp ที่มาเชียร์ ขอให้มั่งมีศรีสุข ครับ
คห.๑๓ ขอบคุณครับลุงวอ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
SW19 วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณคุณผจญที่ตอบกลับมา ชวนให้แอบกลับมาต่อยอดอีกนิด

ที่จริงแล้วคำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องความพอเพียงนั้น เป็นคำมหัศจรรย์นำไป apply ใช้ได้ทุกเรื่องแหละ พอเพียงกับตนเอง กับความเป็นอยู่ และธรรมชาติ ทุกอย่างมันก็จะเริ่มเหลือเฟือ

ไอ้ห้างต่างๆ ที่มาประโคมแจก / ขาย ถุงผ้าในเมืองไทยน่ะ ไม่ต้องทำหรอก เจียดที่ซักนิดทำที่รับขวด รับพลาสติกเพือการรีไซคลิ่ง ก็คงดีไม่น้อย ที่นี่ห้างร้านไหนไม่มีนี่แย่เลย ที่สำคัญ พวกถ่านไปฉาย หลอดไฟ ทำทีรับซิ แล้วหาทางช่วยเอาไปกำจัด จะดีกว่ามั้ย

เพิ่มเติมความเห็นที่๑๑ ตอนนี้เราต้องแยกขยะอาหาร อาหารเหลือ เศษผัก เปลือกผลไม้ กระดูก และถุงชา(เท่านั้น เพราะห้ามกระดาษอื่นๆ) ทางการเขามีถังแบบถังซักผ้านั่นแหละแต่มีฝาปิดมาให้ ให้สองถัง แจกถุงข้าวโพดมาให้ใช้ใส่เศษอาหาร ถังที่หนึ่งใบเล็กไว้ในบ้านพอเต็มให้เอาไปทิ้งถังนอกบ้าน จะได้ไม่ต้องโวยวายว่าเหม็นเน่า ถังนอกบ้านฝามีล็อค กันฟ็อกซ์มาคุ้ย ถึงอาทิตย์มาเก็บที เขาบอกว่าลดน้ำหนักขยะจากถุงดำธรรมดาไปได้เกือบครึ่งแล้ว และนี่เป็นการทำลายแบบธรรมชาติที่ดี เมืองไทยเมืองร้อนอาจจะทำยากกว่า แต่อย่าฆ่าไอเดียที่ดีของการแยกขยะอาหารทิ้งไปซิ เวลากลับไป เห็นเศษอาหาร กระดาษห่อ ถุงพลาสติก โฟมขาวๆ ทิ้งรวมกันหมดจด เคยกลับบ้านดึกๆ เจอรถเก็บขยะของเขต ยืนแยกของเหล่านั้นด้วยมือ พ.ศ. นี้แล้ว มันน่าจะมีทางที่ทำอะไรได้ดีกว่านี้มั้ง

ขอบคุณอีกครั้งทีให้ที่บ่นด้วยเรื่องของความสนใจเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
BlueHill วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

๗) การเริ่มต้นที่โรงเรียนน่าจะเป็นสิ่งที่ดี ให้ความสำคัญ ให้ความรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อม น่าจะเป็นหนทางที่ดี ริ่มต้นที่เด็ก

เห็นด้วยกับข้อนี้ แม้จะใช้ระยะเวลานานไปบ้าง
แต่เป็นวิธีการหนึ่งที่มีผลในระยะยาวครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลุงวอ วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

ชื่นชมครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
wullopp วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

Cheers! Cheers! Cheers!

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
MrTote วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 06.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

คนที่ชอบทำอะไรตามฝรั่งก็ควรทำตามในสิ่งดี ๆ เช่นนี้ อย่าเอาแต่ไอ้ที่ไม่ดีมาเลย!

ถ้าแยกขยะในครัว เอาพวกเศษผักเศษอาหารที่ย่อยสลายได้ไปหมักด้วยจุลินทรีย์ จะเหลือแต่เศษขยะถุงพลาสติกนิดเดียวเองครับ!

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
imagine วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 05.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bo-raan

ทุกวันนี้ ขยะประเภท ถ่านไฟฉาย กระป๋องเคมีแบบสเปรย์ หลอดนีออน หลอดไฟ ยังเก็บไว้อยู่เลยหลายปีมากแล้วหาที่ทิ้งไม่ได้ ถังขยะสีเทา กทม.เค้าไม่ใช้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
imagine วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 05.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bo-raan

เราเคยแยกขยะก่อนทิ้ง เศษอาหาร กระดาษ พลาสติก ถุงพลาสติกเลอะๆ ถุงสะอาด หนังยางแยกเอาไว้ให้แม่ค้านำกลับไปใช้ใหม่ ไม่ต้องซื้อ พวกขยะเช่นแบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย กระป๋องบรรจุเคมีต่างๆ แต่รถขยะมารวบทิ้งใส่ที่เดียวกันหมดเลย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๕ ขอบคุณครับ คุณ SW19 ที่กลับมาร่วมเสวนากับ พาจรดอทคอม ..ไม่รู้ผมคิดเพี้ยนไปหรือเปล่า สมัยผมเรียนหนังสือผมเป็นนักเรียนโง่ที่สุดในห้อง จบหลังเกณฑ์กำหนด คือเพื่อนจบ ๒ ปี ผมจบ ๓ ปี ย่อมแสดงว่าผมเข้าใจในวิชาเรียนช้า และโง่กว่าคนอื่นๆ คนอื่นๆฉลาดหมด
แต่พอเข้าสู่ชีวิตการทำงานผมไม่เข้าใจว่าคนที่เรียนฉลาด
ส่วนมากไม่ค่อยเข้าใจอะไรง่ายๆ เช่นการประหยัดพลังงาน เปิดไฟ เปิดแอร์ หรือตลอดถึงการทำตัวไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้สมกับเป็นคนฉลาดในห้องเรียน จิตสาธารณะไม่ค่อยมี ( ไม่ใช่ทุกคนนะครับ..แต่ส่วนมากที่เห็น ) อย่างการรณรงค์ก็ทำกันแค่เอาหน้า ทำข่าวโทรทัศน์ เสร็จงานก็จบ ถือว่าทุกคนทำงาน แต่สำหรับเรืองสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของจิตสำนึก
การเดินทางมากๆ ทำให้เราเห็นความแตกต่าง แต่ใช่ว่าเราเอาสิ่งที่ที่อื่นดีกว่า มาว่าบ้านเราไม่ดี เพราะมันคนละบริบทสังคม ใช่ว่าประเทศสิงคโปร์เจริญ และสะอาด แล้วประเทศด้อยพัฒนาจะสกปรกเสมอไป ประเทศมาดากัสก้ายากจนสุดๆ แต่บ้านเมืองของเขาก็ไม่สกปรก ด้วยเหตุผลไม่มีอะไรจะทิ้ง บ้านเราอยู่กึ่งกลาง อยู่บนทางแยก ไม่รู้จะไปยุโรป หรืออเมริกา แต่ตอนนี้วัยรุ่นไทยไปเกาหลี เรากำหนดตัวตนของเราไม่ได้ ตามเพื่อนตะพึด
สิ่งที่คุณพูดนั้นตรงเผงเลย เราช่วยในสิ่งอื่นได้เยอะแยะ ผมขับรถเครื่องไปทำงานเป็นปีแล้ว หากทุกคนช่วยลดการขับรถยนต์ได้วันละ ๑๐ กิโลเมตร ทั้งประเทศช่วยได้เยอะ การประหยัดกระดาษ อาจจะใช้ ๒ หน้า ประหยัดน้ำ เปิดแอร์หลังเวลาทำงานวันละ ๑ ชั่วโมง เหล่านี้....แต่บ้านเรา ว่าก็ว่า รัฐบาลไม่กระตุ้นจริง ปล่อยให้หน้าจอโทรทัศน์ มีแต่ละครประโลมโลก ให้คนเพ้อฝัน กับเรื่องที่ไกลความจริง.........ครับ

คห.๖ คุณ Khunphai มีคนไทยมากมายที่ทำเช่นนั้น ถึงแม้เขาจะไม่เปิดเผยตัวตน เราก็ต้องขอบคุณเขา แต่สำหรับ Axel คนนี้ผมยอมรับในความอดทน และเสียสละพื้นที่ของห้อง ๑ ห้องเป็นห้องเก็บแยกขยะ..น่าทึ่งจริงๆ สิ่งไหนที่เขาทำดีเราก็ควรนำมาเป็นตัวอย่าง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นทเป็นส่วนหนึ่งในการผลักโลก ในวันสิ่งแวดล้อม
คห.๑ คุณมุสิกะตะวัน...ขอบคุณครับ
คห.๒ คุณ Arattikron
คห. ๓ ใช่ครับ คุณพิซซ่า ไม่ใช่ขยะก็ทำให้เป็นขยะ วันนี้รัฐบาลไม่มีเวลาสิ่งแวดล้อม ให้กูได้ก่อน แล้วก็อีหรอบเดิม...ไม่ได้คิดเรื่องนี้...เพราะเขาว่าไกลตัว
คห. ๔ คุณชบาตานี คิดเหมือนผมมั้ย เขาน่าจะถูกรับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรสำหรับเด็กๆ ในเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยเด็กๆคงจะสนใจ เพราะอย่างน้อยเขาเป็นฝรั่ง และที่สำคัญ ประหยัดงบประมาณ ผมว่าเขายินดี หากตอนนี้เขาอยู่ภูเก็ต....ผมอยากทำในสิ่งเหล่านี้ แต่การการชี้นำ หรือขาดคนส่งเสริม การอุทิศกำลังกายให้กับสิ่งเหล่านี้ ผมว่ามันได้กุศลนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
khunphai วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ฝรั่งคนนี้น่ารักจัง
ดูสิฝรั่งยังรักประเทศไทย
แต่นะ คนบางคนยังไม่รักเลย
ประเทศตัวเอง ฮ่าๆๆไม่ได้่ว่าใครนะเนี้ย
น่าชื่นชมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
SW19 วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

จริงๆ แล้วมาตรการอะไรก็ไม่สามารถช่วยได้ ถ้าแต่ละบุคคลไม่มีจิตสำนึกในเรื่องนี้ ในก้าวแรกของที่นี่ห้างร้านก็พยายามหาทางคิดบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ย่อยสลายง่าย ต่อมาเกิดคำถามว่าทำไมต้องมีบรรจุภัณฑ์รุงรังมากมายเกินความจำเป็น ตัดมันเสียตั้งแต่ต้นจะดีกว่ามั้ยน้อ ผัก ผลไม้ มันมาดีๆ อยู่แล้ว หาทางเพิ่มค่าขึ้นราคาก็หาถุงห่อสวยงามมาเพิ่มโดยไม่จำเป็น เดี๋ยวนี้จึงไม่ค่อยมี กล่องใส่อาหารดูเหมือนพลาสติก เอาเข้าจริงทำมาจากแป้งข้าวโพด เจอน้ำร้อนหน่อยก็หงิกงอแล้ว
ถ้าเราตั้งใจจริงในการรักษาธรรมชาติ มีหลายอย่างเริ่มจากตัวเองได้ง่ายด้วยซ้ำ ปิดไฟที่ไม่จำเป็นสักดวง..ใช้รถให้น้อยลงอาทิตย์ละซักระยะทางหนึ่งที่ทำได้ (ที่นี่เขาว่าขับน้อยลงอาทิตย์ละไมล์สองไมล์ก็ช่วยได้บ้างแล้ว) มันมีรายละเอียดอีกมาก เอาแค่ค่อยๆ เริ่มตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง ลดการใช้เพิ่ม อยู่แต่ว่าจะทำตัวมีสติและทำหรือไม่นะ
ทุกวันนี้ขยะมาเก็บอาทิตย์ละครั้งเดียว ส่วนที่ทิ้งแบบที่ต้องเอาไปถมดินมีกันน้อยมาก ส่วนที่รีไซคลิ่งฟูฟ่อดกันทุกบ้าน ทางการเขาขู่ว่าต่อไปจะติดตาชั่ง ส่วนถมดินน้ำหนักเกินจะเก็บเงินเพิ่ม

ของอย่างนี้ถ้าไม่มีการกระตุ้นให้ตื่นตัวในส่วนรวม ก็คงยากเหมือนกันนะ
...
ขอร่วมบ่น + เล่าสู่กันฟัง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชบาตานี วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ขอปรบมือให้กับ Axel ดังๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พิชช่า วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

ขยะจริงๆมีไม่มากหรอกค่ะ เรานำกลับมาใช้ใหม่ได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นพวกที่เป็นพิษจริงๆ....สำนึกอย่างเดียว.จะไม่มีขยะล้นเมืองค่ะ...ถ้าทุกคนทำแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
arattikron วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 14.24 น.


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

๕ มิถุนายนของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก

เสียดายบ้านเรากระแสเบาบาง

ดีครับต้องรณรงค์ช่วยกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน