• พาจรดอทคอม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pajon071207@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 3232
  • จำนวนผู้ชม : 3741557
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2409 คน
พาจรดอทคอม
Blogนี้เกิดจากความรักในการท่องเที่ยว ผมอยากเล่าประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัสให้กับเพื่อน ๆ ได้รับรู้กันครับ...ผจญ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน 2554
Posted by พาจรดอทคอม , ผู้อ่าน : 9285 , 07:49:07 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ครูหนวด โหวตเรื่องนี้

          เห็นสะตอหยอดโม่ง ( ออกดอก ) เมื่อต้นเดือนมิถุนายนก่อนทำให้นึกอยากทานแกงสะตอแบบฉบับบ้านเรา ( พัทลุง ) สะตอเริ่มเป็นผักที่แพร่หลายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย และผ็คนก็ทานสะตอได้อย่างสบายใจ เพราะคงไม่มีใครขึ้นไปฉีดยากนแมลงถึงปลายต้น หากสะตอมีการฉีดยาจริงก็คงเป็นเรื่องเศร้า หวังว่าสะตอที่รักของคนใต้คงไม่เป็นเหมือนผักทั่วไปที่อยู่ใกล้ถุงยาฆ่า...แมลง ทั่วทุกที่ทั้งประเทศคนรู้จักสะตอ แต่เข้าใจว่าถึงแม้เป็นฝักสแต่รสชาติและกลิ่นอาจจะแต่งต่างกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงอาจจะเป็นเพราะดินฟ้าอากาศ คนภาคอื่นคงจะจำกล่นสะตอไม่เหมือนคนปักษ์ใต้ เช่นเดียวกับคนปัษ์ใต้ไม่ลึกซึ้งกับกลิ่นปลาร้า แต่ถึงอย่างไร เราคนไทยก็ชิม แลกเปลี่ยนการทานอาหารกันได้ทุกภาค และอาหารไทยก็เป็นเอกลักษณ์ของคนในชาติ และแต่ละภาคก็มีวัฒนธรรมการทำการประกอบอาหารต่างกัน ถึงแม้ว่าจะชื่อเดียวกัน และมาจากที่มาเหมือนกันก็ตาม...แกงสะตอแบบปักษ์ใต้ถึงแม้ว่าจะเป็นแกงกะทิแต่ก็มีความแตกต่างกัน เช่นคนจังหวัดสงขลาแกงกะทิสะตอต้องแกะเม็ด และใส่ผักอย่างอื่นลงไปด้วยเช่น หน่อไม้ มะเขือ เป็นต้น แต่สำหรับแกงกะทิสะตอแบบฉบับของจังหวัดพัทลุงนั้น แกงทั้งฝัก ( เชื่อหรือไม่ )  โดยในวันหยุดผมมีความสุขกับการประกอบอาหารอย่างน้อยทำให้เด็กๆได้รู้และเข้าใจในกรรมวิธีในการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม...ตามผมมาครับ

              ก่อนอื่นต้องขออภัยผมไม่ใช่กุ๊กมืออาชีพ แต่พอสาธยายได้ดังนี้...เครื่องปรุงเริ่มจากแถวบนจากซ้ายไปขวาเวียนลงมาตามเข็มนาฬิกา..ใบมะกรูดข้างบ้าน  กะปิแกงที่ค่อนข้างหายาก มีขายทั่วไปแต่รสชาติไม่โดนใจ    ขมิ่นที่ปลูกไว้ข้างบ่อน้ำ   พริกไทยดำซื้อจากตลาดบ้านเคียน  ดีปลี ( พริก ) ที่มีสัดส่วนเท่ากันระหว่างแห้งกับสด ด้วยเหตุผลหากใส่แห้งอย่างเดียวน้ำแกงจะแดงเกินไปซึ่งไม่ใช่สีแกงที่นิยมขิงคนเมืองลุง จะเน้นสีออกเหลือง ( ไม่เกี่ยวการเมือง แต่คนเมืองลุงทำมาเช่นนี้ตั้งแต่ผมคนยังไม่เกิด ) กะเทียม และหัวหอม เกลือเม็ดหรืออาจจะใช้เกลือป่น แต่ผมชอบใช้เกลือเม็ดคือไม่ต้องผ่านโรงงานก็ใชได้เลย  ตะใคร้ริมรั้ว ...ส่วนกุ้งแกะหัวออกไม่ต้องปอกเปลือก..หากใครที่ไม่มีเวลามากก็อาจจะใช้เครื่องปั่น หรือสะดวกกว่านั้นก็ซื้อเครื่องแกงจากตาด หรือที่มีขายแบบสำเร็จรูปทั่วไป แต่ผมเลือกที่จะปรุงเองจะได้รสชาติดั้งเดิม และอร่อยถูกใจกว่า ที่สำคัญกุ้งนั้นไม่ต้องตำรวมกับเครื่องแกงนะครับ..ช่างป๋อง

             ขูดเปลือกสะตอโดยใช้มีดขูดเปลือกเขียวเพือไม่ให้ขม แต่ก่อนตอนผมเป็นเด็กเห็นแม่ขูดกับช้อนเขียว ( ช้อนสังกะสี  เดียวนี้คนไม่รู้จักช้อนเขียว) การขูดกับช้อนปลอดภัยกว่าการใช้มีด

           หั่นสะตอเป็นเม็ด พอดีคำ สะดวกรับประทาน นอกจากแกงแล้วสะตอยังนาไปทำอาหารอย่างอื่น เช่นนำไปลวก ปิ้ง ย่าง จิ้มน้ำพริกเป็นสะตอที่นางสาวไทยทานได้เพราะมันจะไม่ปรากฎกลิ่นในขณะอยู่บนเวที คนอินโดนีเซียนำสะตอทั้งฝักไปทอด เพื่อนำมาจิ้มน้ำพริก สะตอที่เหลือมากๆในปลายฤดู จะนำไปดอง เรียกว่าสะตอดอง หากคนที่ไม่ชอบสะตอผมแนะนำว่าห้ามใช้บริการรถไฟขาขึ้นจากภาคใต้ เพราะกลิ่นแอมโมเนียจากห้องน้ำมันจะแรงมากช่วงฤดูสะตอ ไม่ค่อยพบว่าคนใต้คนไหนไม่ทานสะตอ ยกเว้นเหตุผลทางสุขภาพ มื้อเย็นเหมาะที่จะทานมากที่สุดครับ

           เด็กๆ ไม่เคยเรียนพิเศษในวันหยุด แต่สิ่งที่ทำให้เขาเป็นเด็กพิเศษคืออย่างน้อยเขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่ผู้ปกครองของเขาเคยเป็น เคยทำ เคยรับประทาน วัฒนธรรมการกินที่เด็กต้องเรียนรู้ ไม่ต้องไปนั่งเล่นเกมส์หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทานขนมถุง เรียนพิเศษจนหัวโตขาลีบ ผมไม่อยากโทษคุณครู แต่การที่จะให้เด็กรู้มากน่าจะมาจากสิ่งใกล้ตัว..เด็กที่บ้านรู้จักเหล็กขูด ( กระต่าย) ชีวิตรวดเร็วในชีวิตประจำวันแค่บอกเด็กไปซื้อกะทิกระป๋องจากร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่เต็มทั้งประเทศ ทำให้เด็กรู้ว่ากะทิมาจากโรงงาน แต่หารู้ไม่ว่าที่มาของกะทินั้นเป็นอย่างไร หากวันหนึ่งประเทศเราต้องอยู่ในสภาวะข้าวยากหมากแพง เด็กๆที่เรียนพิเศษกันอย่างมากมายคงพาตัวไม่รอด อาจจะรอดแค่การเรียนแล้วชนะได้ที่หนึ่ง หากการดำรงชีวิตแล้วผมว่าท่าจะแย่...แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนนะครับ ..ผมคิดของผมเช่นนี้

พร้าว กับเหล็กขูด ( มะพร้าว กับกระต่าย )

            ตั้งน้ำกะทิ แต่ต้องเปิดฝาหม้อ ไม่งั้นน้ำกะทิจะโพ่ลงไฟ ( น้ำกะทิเดือดจะฟูแล้วมันจะทะลักลงไฟ แล้วเกิดเสียงดังน่าตกใจ )..ครับช่างป๋อง การใช้เตาไม้ฟืนในบางครั้งในชีวิตสมัยใหม่นั้น มันได้ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาในกรณีแก้สหมด เรายังมีสำรองหากเราไม่เคยฝึกการใช้ของสำรอง ถึงเวลาเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมาถึงเราจะแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเราฝึกให้ชีวิตในตัวเราแขวนอยู่กับความสะดวกจนเกินไป...ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่การจัดสรรเวลานั้นแตกต่าง คนทั่วไปใช้เงินซื้อความสะดวก หากเรามีเวลทบทวนย้อนไปดูอดีตบ้างมันทำให้เราเข้าใจอดีต ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต จริงแล้วเมืองไทยเรานั้นมีอาหารการกินที่สมบูรณ์ แต่ถึงกระนั้นมีพ่อค้าหัวใส ผัดกระเพราหมูใส่กล่องขายกันในร้านสะดวกซื้อก็ยังขายกันได้ ในขณะที่คนต่างชาตินั่งเครื่องบินมากินอาหารสดในประเทศไทย แต่คนไทยทานข้าวผัดจากกล่องที่ออกมาจากตู้ไมโครเวฟ

              ต้มหางกะทิใส่เครื่องแกงต้มกับสะตอจนเดือด แล้วจึงใส่กุ้งตามลงไปพร้อมใบมะกรูดพอเปลือกกุ้งเป็นสีเหลืองเป็นใช้ได้ไม่ต้องให้กุ้งสุกมาก หากสุกมากเนื้อกุ้งจะไม่หวานการไม่แกะเปลืกกุ้งนั้นทำให้ครื่องแกงไปอยู่ในตัวกุ้งทำให้มีรสหวานบวกกับเครื่องแกงที่กปาก ที่สำคัญเราเบไว้ทานหลายมื้อหากเราปอกเปลือกกุ้ทำให้เน้อกุ้งเละ ไม่น่ารับประทานในเมื้อต่อไป หากเป็นการรับประทานในร้านอาหารคงไม่เป็นไร เพราะเป็นการรับประทานมื้อเดียว...เล่าจากประสบการณ์และที่เคยทำครับ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดพลาด รับฟังข้อชี้แนะครับ

 

             ขอส่งแกงกะทิสะตอกุ้งถ้วยนี้สำหรับคนเมืองลุงที่อยู่ไกลบ้านและทุกท่านที่คิดว่าชอบแกงปักษ์ใต้ทุกคนครับ พิเศษสำหรับช่างป๋องแห่งเมืองสุรินทร์ หากไปภูเก็ตช่วงนี้ รับรองได้รับประทานฝือมือกุ๊กแบบบ้านๆแบบเมืองลุงแต่ปรุงที่ภูเก็ตแน่นอน  ...เด้อ

            หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ลุงอิ้ด ( Heath Norris ที่ตั้งชื่อไทยเรียกและจำง่ายให้เขา ) ก็ชมรำไทยจากเด็กๆ ที่ในวันนั้นเขาได้เรียนรู้เรื่องพิเศษนอกห้องเรียนที่ได้ทั้งวิชาปรุงอาหาร วิชาวัฒนธรรม วิชามนุษย์สัมพันธ์ และวิชาภาษาอังกฤษ...หลังจากลุงอิ้ดนั่งบ่นหลังจากลองชิมแกงสะตอ " Pet Ship Hei Loi " เผ็ดจนเรือหายที่จังหวัดเลย

Thanks ..Heath Norris for visit my Family




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 14/06/2011 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๙ ขอบคุณครูทิว เดี๋ยววันหน้าไปเมืองลุงจะแกงลูกสะตอให้กิน....ขอบใจหลายที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นครับ.....สบายดี

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Yaowapan วันที่ : 14/06/2011 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krooTulip
ได้กินของอร่อย  นอนหลับฝันดี  ฟังดนตรีเพราะ ๆ  หัวเราะอย่างพอเพียง

มายืนยันว่าฝีมือคุณพาจรอร่อยแบบร่ำลือจริง ๆค่ะ โดยเฉพาะแกงส้มทั้งหลาย เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ปลายจวักเลยล่ะค่ะ อ่านแล้วน้ำลายไหล

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 14/06/2011 เวลา : 05.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๕ ขอบคุณครับครูหนวดคนบ้านเรา ช้อนเขียวหาซื้อไม่มีที่ภูเก็ต แต่เตาฟืน กับเหล็กขูดแม่หยิบใส่รถตอนกลับเมืองลุงเมื่อหลายปีก่อนกับขันทองเหลืองด้วย วันก่อนเห็นแม่ตวงสารกับป้อยเท่ทำกับพรกพร้าวว่าจะขอแล้ว แต่แม่บอกว่ามันมีอันเดียว ของพันนี้มีติดบ้านไว้มั่งก็ดี บางครั้งมันดีกว่าพระที่ห้อยคอ ( ผมรับผิดชอบในคำพูด ) เวลาไฟฟ้าดับ เหล็กขูดกับเตาถ่านยังเป็นเครื่องมือปรุงอาหารให้เราได้ ถึงแม้ที่พึ่งทางใจทำให้เราสบายกายใจแต่ไม่อิ่มท้อง.....ผมเชื่อและศรัทธาหลวงพ่อปัญญาที่ท่านพูดไว้ในเรื่องความเชื่อของคนที่สวนทางกับแนวคำสอนในพระพุทธศาสนา .....พระดีบ้านเราครับครู.........ส่วนลูกตอผมชอบทั้งแกงส้ม แกงใสพร้าว ส่วนผัดเปรี้ยวหวานแรกวาเซ้อกุ้ง หอมใหญ่ โลกเขือเทศ ลูกตอยังเหลือเหลย กะว่าหัวเช้านี้ ( ๑๔ มิถุนายน ๕๔ ) จะทำเลยหากครูโยแค่จะชวนไปกินกัน....คราวหน้าไปเมืองลุงจะเซ้อช้อนเขียวเท่หลาดเสกักสักโหล

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 14/06/2011 เวลา : 05.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๔ ขอบคุณคุณทรายแสงนวลครับ ในสังคมเราโหยหาและบ่นว่าคนโน้น คนนี้ไม่เป็นแบบอย่าง นักการเมือง คุณครู ผู้นำต้องเป็นแบบอย่าง ที่เราไม่ค่อยเห็น หรืออาจจะมีมากน้อย หรือไม่มีเลย เราก็ไม่รู้ แต่เท่าที่รู้คนในสังคมเขาพูดกัน แต่อย่างน้อยเราต้องเริ่มที่ตัวเรา อย่างน้อยเราต้องเป็นแบบอย่างให้กับลูกๆครับ...ส่วนสูตรอาหารนั้นผมยินดีครับนำไปทำได้เลยครับ หากว่ามันอร่อยก็ช่วยบอกด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คห.๓ คุณชบาตานีครับ ผมเคยกินสะตอทอดที่เมืองบันดุง อินโดนีเซีย บ้านเราเผา กับลวกแล้วกินกับน้ำชุบ ที่นั่นนำสะตอทั้งฝักไปทอดครับ ถ้าจำไม่ผิดเขาเรียกว่า '' บาเต๊ะ กอแรง " ส่วนสูตรในการปรุงไม่จดลิขสิทธิ์ นำไปทำได้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูหนวด วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/livinginusa2009

ช้อนเขียว
เหล็กขูด
เตาฟืน..........สุดยอกของบทเรียนเด็กรุ่นลูกหลานเราเลยครับ

ขอบคุณที่แบ่งปันแกงใส่พร้าวลูกตอ ไม่ได้กินเมนูนี้นานมากแล้ว
แกงส้มก็ได้
และผมชอบสะตอผัดเปรี้ยวหวานด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ทรายแสงนวล วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chida

การเรียนรู้ของเด็กๆ เกิดขึ้นได้จากผุ้ใหญ่คะ และขอบคุณสำหรับสูตรอาหารนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชบาตานี วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

อาโรย น้ำลายไหลเด้!!!!!!!!!!!!!! ขอถ้วยต๊ะ?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

เดี๋ยวนี้อุปกรณ์เกือบทุกอย่างต้องพึ่งไฟฟ้าทั้งหมด กบไฟฟ้า ลูกหมูไฟฟ้า กระต่ายไฟฟ้า ของเดิมๆของเราถึงไม่ได้ใช้ก็น่าจะเก็บไว้เป็นของสำรอง อย่างน้อยตอนไฟฟ้าดับ เราจะได้ขยับออกกำลังกาย...ขอบคุณครับคุณทุนดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
toondee วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

สนใจกระต่ายขูดมะพร้าวค่ะ เดี๋ยวนี้หาดูยาก สะตอเป็นของชอบที่สุดเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน