(((((ป้ากะปู่... ป้าไม่อยู่ปู่เข้าWeb)))))
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ” ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา.. สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... .
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน 2550
Posted by ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ , ผู้อ่าน : 1906 , 13:15:17 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รูปแรก ชิน เนียวกุล / รูปที่สอง รุจี  อุทัยกร(ซ้าย) /มัณฑนา   โมรากุล

ถ่ายเมื่อ พ.ศ.2484 (ภาพจากอินเตอร์เนต)

ยังหาประวัติคุณรุจีไม่เจอ

ชื่นชีวัน

ขับร้อง / ชิน เนียวกุล-รุจี อุทัยกร - 


ประวัติชีวิตของ ชิน   เนียวกุล   (ข้อมูลจากคุณนุช)
      พ่อเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 9 เม.ย. 2463  ที่สถานฑูตอังกฤษ
ถ.เจริญกรุง  สถานที่นี้ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่ทำการ
ไปรษณ๊ย์กลาง พ่อเกิดในสถานฑูตอังกฤษเพราะคุณปู่ ซี เนียว
รับราชการและ พักอาศัยอยู่ที่นั่น  คุณปู่เป็นชาวบาบ๋า
เชื้อชาติจีนฮกเกี้ยน ซึ่งมีรกรากอยู่ที่เมืองมะละกาบนปลาย
แหลมมลายู  บาบ๋าเป็นชื่อที่ใช้เรียกชาวจีนรุ่นแรกๆ ที่เข้ามา
ตั้งถิ่นฐาน ที่เมืองมะละกานับร้อยปีมาแล้ว  เนื่องจากมากัน
เป็นจำนวนไม่มากนัก จึงปรับตัวรับเอาวัฒนธรรมของชาวมลายู
ท้องถิ่นเข้าผสมผสานกับวัฒนธรรมจีน  ขาวบาบ๋าจึงมีเอกลักษณ์
เฉพาะตนต่างจากชาวจีนรุ่นหลังๆ ที่มาตั้งถิ่นฐานบนแหลมมลายู
      หลังจากที่มลายูตกอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ  คุณปู่ก็
กลายเป็นคนในบังคับอังกฤษ  คุณปู่ไปเรียนหนังสือที่สิงคโปร์
เมื่อเรียนจบแล้วก็เข้ารับราชการกับรัฐบาลอังกฤษ  และถูกส่งมา
ทำงานด้านธุรการในสถานฑูตอังกฤษที่กรุงเทพ  พร้อมทั้งมีหน้าที่
ดูแลคนในบังคับอังกฤษจากมลายูที่อยู่ในเมืองไทยด้วย
      ที่เมืองไทยคุณปู่แต่งงานกับคุณย่ากิมช่วน พูลโภคา
ชาวไทยเชื้อชาติจีนจากฝั่งธนบุรี  และมีลูกด้วยกัน 12 คน
เสียชีวิตเมื่อแรกเกิด 2 คน  เติบโตต่อมา 10 คน คือ
1. นางลมุล  พูลโภคา (ถึงแก่กรรม)
2. นายพิจิตร เนียวกุล (ถึงแก่กรรม)
3. นางลมัย  ธีระสิงห์ (ถึงแก่กรรม)
4. นางลม่อม  เนียวกุล
5. นางเกษรา  วรรณพฤกษ์
6. นางนราศรี  สุวรรณสุภา
7. นายชิน เนียวกุล
8. นายยศ เนียวกุล
9. นายศักดิ์ เนียวกุล (ถึงแก่กรรม)
10. นายเกียรติ  เนียวกุล

     เมื่อจะมีการย้ายสถานฑูตอังกฤษที่ทำการเดิม
คุณปู่ได้รับมอบหมายให้จัดหาที่ดินเพื่อสร้างสถานฑูต
แห่งใหม่  จึงได้เจรจาซื้อที่ดินติดกับปาร์คนายเลิศ ถ.วิทยุ
จากพระยาภักดีนรเศรษฐ  และได้ช่วยดูแลการก่อสร้าง
สถานฑูตแห่งใหม่ด้วย  เมื่อสร้างเสร็จคุณปู่กับครอบครัว
ก็ย้ายพร้อมกับสถานฑูตมาพักอาศัยอยู่ ณ สถานที่ใหม่
คุณย่าเสียชีวิตหลังจากที่ครอบครัวมาอยู่ที่ ถ.วิทยุนี้แล้ว
ได้ระยะหนึ่ง
     ที่นี่พ่อเริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์  คุณปู่มิได้
ทำงานที่สถานฑูตจนเกษียณอายุราชการ  เพราะเพื่อนฝูง
คนรู้จักชวนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว  ประกอบกับในระยะหลัง
คุณปู่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าใดนักกับบรรยากาศในการทำงาน
ที่สถานฑูต  ซึ่งเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นมา  เมื่อลาออกจาก
ราชการคุณปู่ก็พาครอบครัวย้ายมาอยู่นอกสถานฑูต  คุณปู่
ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ได้ไม่นานก็เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 60 ปี
     ที่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์  พ่อเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียกับอาสมปอง
นันทาภิวัฒน์  ทำให้พ่อได้รู้จักคุ้นเคยกับครอบครัวนันทาภิวัฒน์
เมื่อคุณปู่เสียชีวิตและพ่อจบจากโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์  คุณปู่ใหญ่
นันทาภิวัฒน์  บิดาของอาสมปอง  จึงได้ชวนพ่อไปทำงานด้วย
งานแรกที่พ่อทำคือเป็นผู้ดูแลกิจการเหมืองแร่  และรับซื้อแร่ให้
คุณปู่ใหญ่ที่ปักษ์ใต้
     พ่อได้ใช้ชีวิตที่ปักษ์ใต้ระยะหนึ่ง  ที่นั่นพ่อได้รู้จักและแต่งงาน
กับแม่ฉลาดา ลิ่มสวัสดิ์  และมีลูกเป็นเรา 5 คนพี่น้อง คือ
1.  นางชลาวัลย์ (แต่งงานกับนายจักร  นพวงศ์ ณ อยุธยา
     มีลูก 2 คน คือ นายศิชา และน.ส. นุชภัทร)
2.  ดร. ชลินทร  (แต่งงานกับนายเฟรดริค จอห์น เบอเรียน  มีลูก
     2 คน คือ  น.ส. แอนเจลี่ โบ และนายแอนโทนี ชิน)
3.  นางชโลมพร  (แต่งงานกับนายจักรชัย รังคะรัตน  มีลูก 3 คน
     คือ นายจักรพัชร นายจักรพันธ์ และนายปานจักร)
4.  นางชลอลาภ (แต่งงานกับนายสมเจตน์  สิงคารวานิช  มีลูก
     2 คน คือ นายวเรนทร และ ด.ญ. ฌานี)
5.  นายชินนรงค์ (แต่งงานกับ น.ส. จารุวรรณ  ครองทรัพย์)
 
      ต่อมาพ่อได้พาครอบครัวกลับมากรุงเทพฯ และเข้าทำงาน
ที่บริษัทเชลส์แห่งประเทศไทย  และอยู่ที่นั่นกว่าสิบปี  ร่วมบุกเบิก
งานประชาสัมพันธ์  และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  จากบริษัทเชลส์
ก็ย้ายมาบริษัทสยามกลการ และบริษัทกรุงเทพสหกลเป็นแห่งสุดท้าย
      นอกจากงานอาชีพแล้ว  พ่อก็สร้างผลงานด้านต่างๆ ไว้จำนวนหนึ่ง
แต่งานที่พ่อรักที่สุดดูจะเป็นงานเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย  ทั้งงาน
ประพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานร้อยกรองและงานเพลง  พ่อร้องและ
ประพันธ์เพลง  รวมทั้งประพันธ์บทละครด้วย  ในฐานะครูเพลง
พ่อใช้นามว่า ศิวะ วรนาฎ  พ่อได้ประพันธ์และร้องเพลงเขาดินวนา
และประพันธ์เพลงศีลห้า  ซึ่งทั้งสองเพลงเป็นที่รู้จักและนิยมกันในครั้งนั้น
      เมื่อเกิดวาตภัยครั้งใหญ่ที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช
และมีการจัดรายการแสดงเพื่อระดมเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ทั้งในโรงภาพยนตร์และทางสถานีโทรทัศน์  พ่อก็ได้ประพันธ์เพลง
บรรยายถึงความทุกข์ของผู้ประสบภัย  และความเห็นใจของเพื่อน
ร่วมชาติ  และได้ร้องเพลงนี้เพื่อร่วมการแสดงดังกล่าวในหลายสถานที่
     พ่อได้ประพันธ์เพลงสุขสันต์วันเกิดเพื่อใช้แทนเพลงฝรั่ง  ซึ่งใช้ในการ
อวยพรวันเกิด  ถึงแม้ว่าเพลงสุขสันต์วันเกิดจะไม่เป็นที่แพร่หลายใน
วงกว้างนัก  แต่วลี "สุขสันต์วันเกิด" ก็ติดปากผู้คนมาจนบัดนี้
     จากการที่พ่อเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนและใช้ภาษาไทยได้ดีมาก
พ่อได้ผลิตเพลงโฆษณาและคำโฆษณาที่ฟังรื่นหู ได้ใจความ และ
ถูกหลักภาษาไว้จำนวนหนึ่ง
     พ่อเป็นคนที่ไม่เคยอยู่เฉยโดยไม่ได้ทำประโยชน์  เมื่อย้ายเข้ามา
อยู่ในหมู่บ้านเกษตรนิเวศน์  และหมดภาระงานประจำแล้ว  ก็ได้ร่วม
ก่อตั้งชมรมพิทักษ์สังคมเกษตรนิเวศน์ขึ้น  ซึ่งเป็นงานบริการและ
พัฒนาชุมชน  โดยทำงานให้กับชมรมจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต
     พ่อก็เหมือนกับคนไทยทั้งหลาย  ที่มีความจงรักภักดีในพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
และพระบรมวงศานุวงศ์  สิ่งที่พ่อภูมิใจที่สุดในชีวิตคือ  เมื่อครั้งที่
พ่อทำงานอยู่ในบริษัทเชลส์แห่งประเทศไทย  พ่อได้มีโอกาสร่วมงาน
กับขบวนเสด็จฯ  ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เสด็จประพาสจังหวัด
ต่างๆ ในภาคใต้เป็นครั้งแรก
     เมื่อมีการก่อตั้งชมรมพิทักษ์สังคมเกษตรนิเวศน์ขึ้นแล้ว
ก็มีการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาในหมู่บ้านเราอยู่เป็นนิจ
ในหลายโอกาสพ่อจะเป็นผู้ประสานงานรวบรวมเงินขึ้นทูลเกล้า
ทูลกระหม่อมถวาย  ล่าสุดเมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เสด็จสวรรคต  พ่อก็ได้รวบรวมเงินที่กลุ่มมรรคปฏิปทาบริจาค
ถวายเป็นพระราชกุศล
     เราไปพบบทกลอนซึ่งพ่อคงจะเริ่มแต่งก่อนที่จะล้มป่วย  และ
ไม่มีโอกาสจะแต่งต่อจนจบ  เราคิดว่ากลอนบทนี้น่าจะเป็นงานเขียน
ชิ้นสุดท้ายของพ่อ  โดยมีเนื้อหาแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณา
ธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ดังต่อไปนี้

      ป่าคงสิ้นดินคงแห้งฝนแล้งทั่ว
      สัตว์ทุกตัวทั่วป่าหาพบไม่
      ประชาชนทนยากลำบากไป
      ถ้าไม่ได้ในหลวงของปวงชน
      เพราะพระองค์ทรงวางทางช่วยเหลือ
      ทรงเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเพิ่มพูลผล
      ...........................................

      พ่อเป็นคนไทยที่รักความเป็นไทย  รักขนบธรรมเนียม
ประเพณีไทย  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ถ่ายภาพยนตร์
บันทึกกิจวัตรประจำวันของพ่อกับลูกหลานไปเผยแพร่  เป็นการ
แสดงถึงความเป็นอยู่ของครอบครัวไทย  โดยมีคำบรรยายเป็น
ภาษาอังกฤษเพื่อใช้ประกอบในการปฐมนิเทศ  แก่ชาวต่างประเทศ
ที่เข้ามาอยู่เมืองไทย
      พ่อสนใจในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่วัยหนุ่ม  เคยบวชเรียนอยู่
เจ็ดเดือน  เพลงศีลห้าซึ่งพ่อประพันธ์ดังกล่าวแล้วก็เกี่ยวเนื่อง
ด้วยพระธรรม  แต่เพิ่งหลังจากหมดภาระจากงานประจำแล้วเท่านั้น
ที่พ่อมีโอกาสปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและจรรโลงพระพุทธศาสนา
อย่างเต็มที่  โดยพ่อได้ก่อตั้งกลุ่มมรรคปฏิปทา  อันเป็นที่สมาคม
ของพุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่ธรรม  พ่อจะนิมนต์พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี
ปฏิบัติชอบมาบรรยายธรรมอบรมวิปัสสนากรรมฐาน  และเพื่อให้
สมาชิกได้มีโอกาสร่วมกันทำบุญกับพระคุณเจ้าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ตามวาระอันควรที่บ้านเรา   งานในด้านพระพุทธศาสนานี้
พ่อก็ได้ปฏิบัติจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตเช่นกัน
      ระยะสองสามปีมานี้พ่อเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพ  โดยโรคหัวใจซึ่ง
พ่อเป็นมาแต่วัยหนุ่มได้กำเริบขึ้น  หลังจากได้รับการผ่าตัดเปลี่ยน
เส้นเลือดสู่หัวใจก็ดูจะหายเป็นปกติ  แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้พ่อก็เริ่ม
มีอาการโรคหัวใจและเจ็บในช่องอกขึ้นมาอีก  จากการตรวจของแพทย์
ทำให้รู้ว่าพ่อเป็นมะเร็งในปอดขั้นสุดท้าย  สุดวิสัยที่แพทย์จะเยียวยา
รักษาได้  เราปรึกษากันอยู่หลายวันว่าจะบอกพ่อดีหรือไม่  ในที่สุด
เราก็ตกลงกันว่าจะให้พ่อรู้ความจริง  เพื่อให้พ่อหายสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
กับร่างกายของพ่อ  และเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถตรวจรักษาโรคหัวใจ
ของพ่อได้  เราเชื่อในความมั่นคงในสติของพ่อที่สามารถจะรับความ
เป็นอนิจจังของร่างกายได้  เราแน่ใจว่าพ่อจะใช้ประโยชน์จากการ
รับรู้สภาพร่างกายของพ่อเองไปในทางเจริญวิปัสสนาได้  และทุกอย่าง
ก็เป็นดังที่เราคาดไว้  หลังจากที่พ่อรู้ว่าเป็นมะเร็งขั้นรุนแรงที่สุด  และได้
พิจารณาแล้ว  พ่อก็ตั้งมั่นในสติ  และได้เจริญวิปัสสนากรรมฐานอย่าง
สม่ำเสมอ  จนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต  เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม
พุทธศักราช 2539


หรือ ฟังเพลงทั้งหมดได้ที่

http://www.oknation.net/blog/pakapoo/2007/11/20/entry-4




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
หม้อดิน วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mordiinubulasd3

หนูพึ่งเคยฟังเป็นครั้งแรกเลยค่ะ ปูแวะไปเยี่ยมหนูบ้างนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 06.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

สวัสดีครับคุณสุรศักดิ์ น่าจะเป็นเช่นนั้น
แล้วนายกคนต่อมายิ่งไปกันใหญ่

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 29/11/2007 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "เกร็ดประวัติศาสตร์ 2475 !! (ตอนที่  9)"  [โดยเชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

รุจี อุทัยกร คนนี้ ใข่ไหมครับ
ที่ ครูล้วน ควันธรรม ชอบ แต่ตอนหลัง
ไปเป็นแฟน จอมพล ป.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

สวัสดีคุณยามบ่ายนะคุณ Jui ติดตามไปเรื่อยๆนะ บางเพลงอาจจะเคยได้ยินมาก่อน แต่ที่จะเอามาให้ฟังกันในBLOGนี้จะเป็นการบันทึกเสียงและขับร้องเป็นครั้งแรกเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Jui วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ไม่เคยได้ยินเลย ปู่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

คุณทนาย ตามฟังไปเรื่อยๆนะ มีอีกหลายเพลง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วัชรากร วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watcharakorn

โอ้โห ! ปู่ ขุดมาจากไหนคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

V D O เพลงจีนขับร้อง+บรรเลงOrchestra เต็มวง /ชื่อเพลง:ลูกหลานผู้เสียสละ (ทำใหม่)

ยามที่เหลือเพียงหนึ่งตัวตน ไว้ซึ่งตำนาน เดี่ยวบทเพลง ท่ามกลางสมรภูมิแห่งคมกระบี่

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]