(((((ป้ากะปู่... ป้าไม่อยู่ปู่เข้าWeb)))))
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ” ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา.. สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... .
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม 2550
Posted by ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ , ผู้อ่าน : 7732 , 07:30:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



ถ้าจะตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ ปู่เกิดไม่ทัน จึงไม่รู้ความจริง ก็ต้องไปพึ่งในInternet

พอเข้าไปดูก็ต้อง งง เป็นไก่ใส่แว่น เพราะหลายตำรา แตกต่างกันพอดู ส่วนที่เหมือนกันเด๊ะ เพราะไปก๊อป ไปแก๊บ กันมา ไม่รู้ว่าใครก๊อบของใครมาก่อนใคร นัวเนียกันไปหมด จึงได้เลือกคัดที่พอจะไม่เหมือนกันมาอ่านกันดูนะ

ว่าปู่ไป ก๊อบเขามาหลายเจ้าด้วย


ความเชื่อที่1

ซานตาคลอส คือใคร ?


เคยสงสัยกันบ้างมั้ยว่า ผู้ชายใส่แว่น หนวดเครายาว ตัวอ้วนๆ แบกถุงผ้าด้านหลัง ใส่ชุดสีแดง (หากเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำ รูปพรรณจะบ่งทันทีว่า เป็นพวกย่องเบา) หรือซานตาคลอสที่เรารู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ นั้นเป็นใคร และกับความเชื่อที่ว่า มีตัวตนจริงหรือไม่ มาทำความรู้จักกับ ซานตาตัวจริงของโลกเลยดีกว่า

มีหลายตำนานที่เล่าสืบทอดกันมา ถึงบุรุษใจดีผู้นี้ แต่ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ก็คงเป็น บิชอป ท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ในตุรกี สมัยยุคศตวรรษที่ 4 มีนามว่า เซนต์นิโคลัส แห่ง ไมรา ( Saint Nicholas of Myra ) บุรุษผู้ได้รับการกล่าวถึงว่า เกิดมาในตระกูลอันมั่งคั่ง ย่านท่าเรือของเมือง ปาตาร่า และมีจิตใจโอบอ้อมอารี เหนือสิ่งอื่นใด จนนิสัยการชอบให้ของขวัญ ได้ถูกเล่าขานกันไป

ที่มาของการเป็นซานตานั้น มาจากขุนนางท่านหนึ่ง มีความต้องการอยากให้ลูกสาวทั้ง 3 คนของตน ได้แต่งงาน แต่ตนนั้น ไม่มีเงินทองพอ คืนหนึ่ง ขณะที่ทุกคนหลับกันหมด นิโคลัส ได้หย่อนเหรียญทอง ให้ตกลงมาตามปล่องไฟ เหรียญทั้ง 3 ได้ร่วงลงมา ยังถุงเท้าที่พวกเธอเผอิญแขวนทิ้งไว้ เพื่อตากไอความร้อนให้แห้ง และเหรียญทองเหล่านั้น ก็ทำให้เจ้าสาวทั้ง 3 คน สมหวังในที่สุด

มาถึงตรงนี้ แล้ว เจ้าชื่อของซานตาคลอส มาจากไหนล่ะ


ความเชื่อที่2

ตัวจริงของซานตาครอสคือนักบุญนิโคลัสซึ่งเป็นบาทหลวงในตุรกีช่วงคริสต์ศตวรรษที่สี่ ผู้ขึ้นชื่อในเรื่องความใจดีโดยเฉพาะกับเด็กๆ ต่อมาท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วฮอลแลนด์ในชื่อ "ซินเตอร์คลาส" ราวค.ศ.1870 ชาวอเมริกันเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น"ซานตาคลอส"

ตั้งแต่แรกจนถึงค.ศ. 1890 ภาพของซานตาคลอสเป็นชายร่างผอมสูงสวมชุดสีเขียว หรือน้ำตาลสลับแดง เจนนี ไนสตรอม ศิลปินชาวสวีเดน เป็นผู้คิดค้นรูปลักษณ์ของซานตาครอสอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน โดยวาดภาพลงในบัตรอวยพรคริสต์มาส ภาพเหล่านี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เมื่อชาวสวีเดนอีกคนชื่อ แฮดดอน ซันด์บลอม นำภาพวาดของไนสตรอมสวมชุดขาวแดง อันเป็นสีเดียวกับเครื่องหมายการต้าของโคคา-โคล่า ซันด์บลอมยังเปลี่ยนโฉมซานตาคลอสให้ทรวดทรงอ้วนท้วน และมีกวางเรนเดียร์เป็นพาหนะประจำตัว

ความคิดที่ว่าซานตาคลอสเข้าบ้านทางปล่องไฟเริ่มขึ้นในค.ศ.1822 เมื่อคลีเมนต์ มัวร์ นักคิดชาวอเมริกัน ประพันธ์บทกลอนชื่อ "เมื่อนักบุญนิโคลัสมาเยี่ยมเยือน"

ความเชื่อที่3

ซานตาครอสอาศัยอยู่ในเขตประเทศ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้คือ ประเทศตุรกีซึ่งไม่มีใครรู้เรื่อง ที่เกี่ยวกับเขามากนัก มีแต่เรื่องที่เขาได้ทำการ ช่วยเหลือแก่เด็ก ที่ต้องการความช่วยเหลือ หลังจากที่เขาตายได้หลายปีแล้ว ได้ยกย่องให้เป็นนักบุญ ซึ่งในเวลานั้น เขาเป็นนักบุญ ที่ให้ความ อุปถัมภ์ต่อเด็กๆ ในปัจจุบันนี้วันท ี่ท่านได้เสียชีวิตลงนั้น ถือว่าเป็นวันสำคัญ ของคนยุโรปบางประเทศ ซึ่งตรงกับวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งก่อนที่จะถึงวันที่ 6 ธันวาคม ของทุกๆปีเด็กๆ จะนำถุงเท้ามาห้อยไว้ และในตอนเช้า พวกเขาจะรีบไปดูว่า นักบุญนิโคลลัดนั้น ให้อะไรแก่เขา นักบุญนีโคลลัดนั้น จะไปยังเมืองต่างๆ เป็นผู้นำขบวนพาเหรด พูดคุยกับเด็กๆ และให้ของขวัญแก่เด็กๆ เขาจะ แต่งตัวเหมือน บาทหลวง ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า จะต้องเป็นเสื้อสีแดง มีผ้าผูกเอวสีขาว และใส่หมวกที่ปลายแหลม  


ความเชื่อที่4

ซานตาคลอส (Santa Claus) เป็นบุคคลที่สร้างขึ้นมาจากจินตนาการของชาวคริสต์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเซนต์นิโคลัส ซานตาคลอสในความคิดของคนทั่วไปเป็นชายแก่รูปร่างอ้วนและดูใจดี เขามักใส่เสื้อโคทที่ทำจากขนสัตว์สีแดงสดมีคลิบสีขาวที่เอวคาดเข็มขัดหนังและรองเท้าบูทสีดำ ซานตอคลอสอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือโดยมีเอลฟ์ ซึ่งเป็นมนุษย์ตัวเล็กที่ช่วยผลิตของเล่นให้เขานำไปแจกเด็กที่เป็นเด็กดีในคืนวันคริสต์มาส ซานตาคลอสมีพาหนะเป็นเลื่อนหิมะที่ลากโดยกวางเรนเดียร์ซึ่งสามารถบินได้ ในกลางดึกวันคริสต์มาสซานตาคลอสจะแอบเข้าไปในบ้านที่มีเด็กดีทางปล่องไฟ เพื่อนำของขวัญไปใส่ในถุงเท้าที่แขวนรอไว้หน้าเตาผิง

ส่วน ซานตาคลอส อีกราย ซึ่งไม่เกี่ยวกับคริสตมาสดั้งเดิมเลยนั้น คนที่ทำให้ ซานตาคลอส เป็นที่นิยมในสหรัญอเมริกา คือ ศาสนาจาร์ ชาวนิวยอร์คชื่อ Dr. Clement C. Moore เมื่อเขาเขียนนิทานสนุกๆ เรื่อง A Visit from St. Nicholas ในปี 1822 เพื่อลูกๆ ของเขา ส่วนภาพของ ซานตาคลอส ที่เป็นชายแก่ที่คุ้นหน้า ผู้มีใบหน้าสีแดงกร่ำเหมือนผลเชอรี่ จมูกแดง หนวดเคราสีขาว นัยน์ตาสดใสเป็นประกายร่าเริง ใส่ชุดแดงที่เย็บชายเสื้อด้วยขนสัตว์สีขาว และสวมหมวกสี่แดงท่าทางใจดี สะพายถุงย่ามที่เต็มด้วยของขวัญ เดินทางด้วยเลื่อนที่ลากด้วยกวาง แอบเอาของขวัญมาให้ทางปล่องไฟ โดยใส่ไว้ในถุงเท้ายาว เป็นจินตนาการของนักวาดการ์ตูนชาวอเมริกันชื่อ โธมัส แนส ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในปี ค.ศ. 1866 เป็นครั้งแรก จนเป็นที่ยอมรับและนิยมไปทั่วโลก และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจการค้าและความบันเทิงจนกลบบดบังรัศมีของซานตาคลอสตัวจริงอย่างนิโคลัสไปจนหมดสิ้น

กล่าวโดยสรุป ซานตาคลอส ตัวจริงคือสานุศิษย์ผู้มีศรัทธาในพระเยซูคริสต์ ซึ่งมีนามว่า เซนต์ นิโคลัส ที่มีตัวจนจริงในประวัติศาสตร์ เป็นผู้ที่ให้ความช่วยเหลือแก่คนจนคนขัดสนตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์แห่งวัน คริสตมาส

ส่วน ซานตาคลอส ตัวปลอมคือ บุคคลสมมติที่เป็นผลจากจินตนาการของคนหลายคน และกลายเป็นรูปลักษณ์ที่ประทับตาคนทั่วไปมาจนทุกวันนี้ ทั้งๆ ที่ ซานตาคลอส สมมติคนนี้ไม่เคยได้ให้อะไรแก่ใครเป็นรูปธรรมจริงๆ เลยแม้แต่สักคนเดียว

ความเชื่อที่5

“ซานตาคลอส” ชายแก่พุงพลุ้ยท่าทางใจดีใส่ชุดสีแดงเป็นเอกลักษณ์ จะมาเยี่ยมเด็กๆทุกคนในโอกาสวันคริสต์มาส โดยจะลงมาทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กๆ นี่เป็นเรื่องเล่าถึงซานตาคลอส หากแท้จริงแล้วซานตาคลอสมีความเป็นมาอย่างไร เชื่อแน่ว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ประวัติความเป็นมาของซานตาคลอส

“เซนต์นิโคลัส”แห่งเมืองมีราหรือไมรา ในสมัยศตวรรษที่ 4 เป็นผู้ที่ได้รับการขนานนามให้เป็นซานตาคลอสคนแรกของโลก มีข้อสันนิษฐานหลายประการที่มีเรื่องเล่าถึงการเป็นซานตาคลอสของเซนต์นิโคลัส อาทิ เช่น มีอยู่วันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงผู้ยากไร้ แล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟบังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี เมื่อเด็กหญิงเห็นถุงเงินก็ดีใจคิดว่าได้ของขวัญวันคริสต์มาสจากซานต้า

อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่าเซนต์นิโคลาส เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ มักจะแจกจ่ายสิ่งของแก่เด็กๆโดยไม่เกี่ยงว่าจะยากดีมีจนมาจากไหน เพื่อเป็นการรำลึกถึงเซนต์นิโคลาสจึงใช้โอกาสของวันคริสต์มาสร่วมระลึกไปพร้อมๆกับการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า ส่วนที่เหตุใดจากเซนต์นิโคลาสจึงกลายมาเป็นซานตาคลอสชายแก่ที่อ้วน ใส่ชุดสีแดง อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีล้อเลื่อนเทียมกวางหิมะชื่อ รูดอฟ์ฟ ก็ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด

ความเชื่อที่6

ประวัติ....ซานตาคลอส

 

วันคริสต์มาสนี้เริ่มตั้งแต่คริสตวรรษที่4 มีนักบุญคนหนึ่งชื่อ "นิโคลาส " 

หรือ "เซนต์นิโคลาส" ท่านเป็นนักบุญ ตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเป็นเด็กหนุ่ม

ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆราชแห่งแคว้นไมรา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี

ท่านได้กลายเป็นนักบุญอุปถัมถ์ประจำชีวิตเด็ก เด็กในประเทศอังกฤษ จะเรียกคุณตาใจ

ดีว่า "คุณพ่อแห่งวันคริสต์มาส" ( Father Christmas ) 

เด็กเยอรมันนีเรียกว่า "ญาติแห่งพระคริสต์ " ( Christ Child ) 

เด็กชาวดัชท์เรียกว่า "ซาน นิโคลาส" หรือ "Sankt  Klous"

ในที่สุดกลายเป็น "ซานตาคลอส" ติดปากเด็กๆทั่วโลก 

ในปี ค.ศ. 1866 นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน ชื่อ โธมัส แนส เป็นคนแรกที่วาดภาพของ

ซานตาคลอสขึ้นมาลักษณะเหมือนที่เรา เห็นทุกวันนี้ ลงพิมพ์ในหนังสือ 

"Horpers Weekly"เป็นครั้งแรกใบหน้าของซานตาคลอส

เป็นสีแดงอมชมพูเหมือนกลีบกุหลาบ จมูกแดงเหมือนผลเชอรี่สุก 

นัยน์ตาสุกใสเป็นประกาย หนวดเคราสีขาวท่าทางใจดี   ถึงแม้ซานตาคลอสจะเป็นเพียง

ตำนานที่เกิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสก็ตาม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์

ที่รวมเอาวิญญาณและความหมายของคริสต์มาสไว้อย่างมากมาย คือความปิติยินดีชื่นชม 

ความโอบอ้อมอารี ความรัก  และความเป็นกันเอง     

 


… คำว่า Santa Claus นั้นมาจากภาษาดัชต์ว่า Sinterklass นั่นก็คือชื่อ เซนต์นิโคลัส นั่นเอง ที่เด็กๆ อ่านเพี้ยนมาเป็นภาษาอังกฤษว่า ซานตาคลอส ในที่สุด และเรื่องของ เซนต์นิโคลัส ก็ได้ถูกเล่าขานต่อกันมา จนถึงทวีปอเมริกา ซึ่งการแต่งกายของซานตาในยุคนั้น จะมีโทนสีเขียวแก่ ไปถึงม่วง

ในปี1823 Clement Clarke Moore ได้แต่งกลอนเรื่อง A Night Before Christmas และได้มีการพูดถึง ที่มาของซานตาครั้งแรกว่า มาจาก ขั้วโลกเหนือ และสีเสื้อผ้าของซานตา ถูกเปลี่ยนมาเป็นสีขาว - แดง โดย Abraham Lincoln ประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็น พิเศษ ที่ 3
LittleBird วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/yukiokung
แสงสว่างไม่ต่างอะไรกับความมืดมิด
ip : 172.27.104.22/202.44.135.35

แล้วมันจะมาอ่ะเปล่าหว่า
ความคิดเห็น พิเศษ ที่ 2
HalfMoon วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 20.12 น.
http://www.oknation.net/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...
ip : 58.9.192.147
เชื่อแบบไหนดี
หรือไม่เชื่อดีนะ

ใกล้เทศกาลแล้ว
เสียงเพลงแห่งคริสมาสต์ กำลังดังเลย


ความคิดเห็น พิเศษ ที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 19.56 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้
ip : 10.2.3.4
อยากเห็นลุงซานต้า...




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ คงไม่สำคัญเท่าไหร่ .. แต่การเป็นสัญญลักษณ์ของเทศกาลไปทั่วโลก น่าสนใจค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายธาร วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour


ใกล้วันที่ซานต้าฯ...จะมาหาเด็กๆแล้วครับ....แต่ยุคใหม่นี้...ลุงซานต้าฯ...มาเครื่องบินครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Nozz วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

ขอบคุณคับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Nozz วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 07.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

อยากให้มาที่บ้านจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

V D O เพลงจีนขับร้อง+บรรเลงOrchestra เต็มวง /ชื่อเพลง:ลูกหลานผู้เสียสละ (ทำใหม่)

ยามที่เหลือเพียงหนึ่งตัวตน ไว้ซึ่งตำนาน เดี่ยวบทเพลง ท่ามกลางสมรภูมิแห่งคมกระบี่

View All
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]