(((((ป้ากะปู่... ป้าไม่อยู่ปู่เข้าWeb)))))
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ” ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา.. สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... .
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม 2551
Posted by ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ , ผู้อ่าน : 6246 , 13:23:13 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนไทยมาจากไหน ไม่ได้ เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ก็ แล้วกัน

บางคนว่า...ให้ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว  เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดเลย รู้ไปก็เท่านั้น  ฟังเพลงดีกว่า

เรื่องมันยาว ดูภาพ+ฟังเพลงได้ตาม  อำเภอใจ  ก็แล้วกัน  (แล้วที่ทำการอำเภอ ใจ มันอยู่จังหวัดไหนกันนะ)


 

(เป็นข้อความที่คัดลอกมาจาก เวบ)

ประวัติศาสตร์ชาติไทย

เชื้อชาติไทยเป็นเชื้อชาติที่สำคัญยิ่งใหญ่มาแต่โบราณและมีความเจริญรุ่งเรืองมานานรุ่นเดียวกับชาติอื่น ๆ เช่น
ชาติบาบิโลน นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ ผู้ทำการค้นคว้าทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกัน และจีน ได้ศึกษาจากประวัติศาสตร์
และวรรณคดีของจีน ลงความเห็นว่า หมู่ชนชาติเชื้อไทยนั้นได้ตั้งถิ่นฐานเป็นอาณาจักรถาวรในดินแดนทางภาคใต้ของจีน
ปัจจุบันมานานก่อนคนเชื้อชาติจีนจะเข้ามาในดินแดนที่เป็นอาณาเขตของจีนในปัจจุบันนี้
แหล่งกำเนิดของชนเชื้อชาติไทย
แหล่งกำเนิดของชนเชื้อชาติไทย มีข้อสันนิษฐานเชื่อกันมาว่า
( 1)
แหล่งกำเนิดของคนเชื้อชาติไทยเดิมนั้นอยู่แถบภูเขาอัลไตแล้วอพยพมาอยู่ในดินแดนของจีนในปัจจุบันก่อนคน
เชื้อชาติจีน
กล่าวกันว่าชนชาติโบราณที่อยู่ตามเทือกเขาอัลไตทางด้านนี้มีพวกโลโละ กะเหรี่ยง แม้ว เย้า มอญ เขมร ซึ่งเป็นพวก
พเนจรเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์ และบ้างก็ตั้งหลักแหล่งทำการเกษตรบ้างแล้ว ซึ่งชนชาติเหล่านี้มีชนชาติไทยอยู่ด้วย ถิ่นที่ว่าเป็นแหล่ง
กำเนิดเดิมของไทยคือตอนเหนือของแม่น้ำเออทิส ระหว่างแม่น้ำเอนนิสไซและแม่น้ำอิลี
เรื่องชนชาติไทยอพยพกันลงมาจากภูเขาอัลไตนั้นมีผู้คัดค้านมากมาย ชนชาติไทยในถิ่นเดิมนั้นยังไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัด
ทราบกันว่าแต่ก่อนนี้มีอาณาจักรของคนไทย เราเรียกตนเองว่า “อ้ายลาว” (แปลว่าคนใหญ่ คำว่า “อ้าย” แปลว่าใหญ่ ส่วน “ลาว”
แปลว่าคน) ต่อมาจึงใช้คำว่าไท สันนิษฐานว่าใช้คำว่า “ไท” นี้มานานแต่หลังอ้ายลาว นอกจากอ้ายลาวแล้วเรายังมีชื่อเรียกกันหลาย
อย่าง เช่น มุง ลุง ปา
ตามหลักฐานกล่าวว่าถิ่นฐานของไทยอยู่ระหว่างแม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำยั่งจื้อ หรือแยงซี
ไท หรืออ้ายลาวอยู่ในระหว่างแม่น้ำสองสายนี้ ปรากฏในจดหมายเหตุจีนเรียกชื่อไทยครั้งแรกว่า “ต้ามุง” หรือ “มุงใหญ่”
คือ ชาติ “อ้ายลาว” ไทยเรียกตนเองว่าอ้ายลาว แปลว่า “คนใหญ่” จีนเขียนจดหมายเหตุไว้ว่า ชนชาติอ้ายลาวเป็นเจ้าของถิ่นมาก่อนจีน ซึ่งเป็นระยะสองพันปีก่อนคริสต์กาล จีนได้มาพบไทย มุง ลุง ปา ปัง ปละลาว บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำยั่งจื้อ ครอบครองเสฉวน
ตะวันตกไปจนเกือบจดทะเล
3,881 ปีหลังจากจดหมายเหตุฉบับนี้ คือ ในปี ค.ศ.1901 หมอดอดจ์เดินทางไปในในดินแดนนี้ยังได้พบคนไทยที่เรียน
ตนเองว่า ลุง และ ปา แต่จีนเรียกว่า “ลุงเชน” แปลว่าประชาชนชาวลุง และพวก “ปา” เรียกว่า “ปายี่” แปลว่า “คนป่าเถื่อน”
พวกไทยมุงที่เรียกตนเองว่าอ้ายลาวนั้นเป็นพวกเก่าแก่โบราณกว่า พวกบาบิโลน อัสสิเรีย และอียิปต์
ในหนังสือแสดงพงศาวดารสยาม พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า “ชนชาติไทย
เป็นชาติใหญ่ชาติหนึ่งในเอเชียฝ่ายตะวันออกมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล แม้ในทุกวันนี้นอกจากนามสยามประเทศนี้ ยังมีชนชาติไทย
ตั้งภูมิลำเนาอยู่ในประเทศอื่นอีกเป็นอันมาก ที่อยู่ในดินแดนประเทศจีนก็หลายมณฑล ทั้งในแดนตังเกี๋ย แดนพม่า ตลอดจน
มณฑลอัสสัมในประเทศอินเดีย แต่คนทั้งหลายหากเรียกชื่อต่าง ๆ กันไปตามถิ่นที่อยู่ เช่น เรียกชาวสยาม ลาว เฉียง ฉาน เงี้ยว ลื้อ
เขิน และอาหม ที่เรียกตามเค้านามเดิมก็มีบ้าง เช่น ผู้ไท ที่แท้พวกที่ได้นามต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นชนชาติไทย พูดภาษาไทย
และถือตัวว่าเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ตามเรื่องพงศาวดารเดิมที่ปรากฏมาว่า เดิมนั้นชนชาติไทยตั้งภูมิลำเนาอยู่ในดินแดนทุกวันนี้
ตกเป็นอาณาเขตของจีนฝ่ายใต้ ที่เรียกว่ามณฑลฮุนหนำ มณฑลกุยจิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง มณฑลกวางใส ทั้งสี่มณฑลนี้มีบ้านเมืองและ
เจ้านายของตนปกครองแยกย้ายกันอยู่ในหลายอาณาเขต จีนเรียกชนชาติไทยพวกนี้ว่า “ฮวน”
ในปัจจุบัน ยังมีคนไทยอยู่ในอาณาเขตตอนใต้ของจีนอีกมาก ในมณฑลไกวเจาและมณฑลกวางสีและในตะวันออกของ
ยูนนานแม้รัฐบาลจีนในปัจจุบันได้ประกาศว่า คนจีนแคะ ที่แท้เป็นคนไทย ยอมให้แยกตัวเป็นรัฐอยู่ภายใต้สาธารณรัฐประชาชนจีน

(3) คนไทยมีถิ่นฐานเดิมอยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน
ชนชาติอ้ายลาวนั้นเป็นชนชาติไทยในแหลมทอง หรือเป็นพวกเซียมมอยด์ผิวคล้ำ อพยพกลุ่มใหญ่เพื่อหาที่ดินที่อุดม
สมบูรณ์ไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทั้งภาค ระหว่าง 5,000 ถึง 4,000 ปีล่วงมาแล้ว พวกเซียมมอยด์ทางตะวันตกเฉียง
เหนือและภาคกลาง ก็อพยพตามขึ้นไปบ้างเหมือนกันแต่ไม่มากเหมือนพวกแรก ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในอาณาเขตของจีนตอนใต้
ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตอนหลัง (ตอนสามก๊ก) ชนชาติไทยในจีนเสื่อมลง มีฐานะเป็นเพียงรัฐหนึ่งในหกรัฐของจีน จึงอพยพ
กลับลงมาทางใต้อีกครั้งหนึ่ง และอยู่กับพวกเดียวกันในแหลมทอง


อัลไตเป็นเทือกเขาในเอเชียกลาง ตั้งอยู่บนบริเวณพรมแดนร่วมของประเทศรัสเซีย จีน มองโกเลีย และคาซัคสถาน และยังเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำอิร์ทีช (Irtysh) แม่น้ำโอบ (Ob) และแม่น้ำเยนิไซ (Yenisei) ด้วย ส่วนปลายทางตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขา อยู่ที่พิกัด 52 องศาเหนือ กับระหว่าง 84 และ 90 องศาตะวันออก (ซึ่งไปจรดกลืนเขากับเทือกเขาสายัน (Sayan Mountains) ทางตะวันออก) และทอดยาวไปทางตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงพิกัด 45 องศาเหนือ 99 องศาตะวันออก แล้วค่อยๆ ลาดต่ำลง กลืนเข้ากับที่ราบสูงแห่งทะเลทรายโกบี (ข้อมูลจาก Wikipedia ไทย)


คนไทยอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยปัจจุบันมานานกว่า 3,000 ปีแล้ว ไม่ได้อพยพมาจากภูเขาอัลไต หรืออพยพมาจากไหน มีหลักฐานทั้งก่อนประวัติศาสตร์ (คือก่อนจะมีตัวหนังสือ) โดยมีหลักฐานจากการขุดค้นหลุมศพที่บ้านปราสาท ซึ่งตั้งอยู่กลางชุมชนปัจจุบัน พบโครงกระดูกมนุษย์ ชายหญิงและถ้วยโถโอชามที่พิสูจน์แล้วมีอายุเก่าแก่ 2,500-3,000 ปี พอๆกับโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่พบที่บ้านเชียง

และหลักฐานหลังประวัติศาสตร์คือ “ปราสาทหินพนมวัน” และ “ปราสาทหินพิมาย” ซึ่งมีอายุเก่าแก่พันกว่าปี มีจารึกเป็นภาษาเขมรเป็นหลักฐาน เพราะสมัยนั้น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ตั้งแต่ลพบุรีไปจนถึงกาญจนบุรี ล้วนตกเป็นเมืองขึ้นของ “เขมร” ซึ่งคนไทยสมัยก่อนชอบเรียกว่า “ขอม” ในยุคอาณาจักรชัยวรมันเรืองอำนาจ ภาคอีสานเขาเรียกว่า “เขมรสูง” เพราะอยู่บนที่ราบสูง

เมืองสำคัญของเขมรในภาคอีสาน ก็คือ “เมืองพิมาย” จึงมีการสร้างปราสาทหินพิมายไว้ที่เมืองนี้ด้วยสถาปัตยกรรมเขมร จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า ประตูปราสาทหินพิมายพุ่งตรงไปยัง ประตูเมืองนครธมในประเทศเขมร และมีการจารึกเรื่องราวไว้บนกำแพงประตูเป็นภาษาเขมรไว้ด้วย

แม้ในยุคสุโขทัย สมัยที่ พ่อขุนรามคำแหง เรืองอำนาจ ก็ไม่ได้รุกล้ำ เข้าไปในดินแดนนครราชสีมาซึ่งเป็นเมืองขึ้นของเขมร

จนถึงยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งทรงนิยมสร้าง “เมกะโปรเจกต์” เหมือนรัฐบาลไทยสมัยที่แล้ว โดยสร้าง “นครธม” ที่มีกำแพงเมืองยาวด้านละ 12 กิโลเมตร ด้วยหินและด้วยน้ำมือคนล้วนๆสร้างปราสาทตาพรหม ปราสาทพระขรรค์ อย่างยิ่งใหญ่

มีการเกณฑ์ราษฎรชายนับแสนๆคนไปสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์เหล่านี้ จนไม่เป็นอันทำมาหากิน ปล่อยให้ผู้หญิงและเด็กทำไร่ทำนาเลี้ยงหัวหน้าครอบครัว ที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นแรงงานสร้างปราสาทเหล่านี้แทน ทำให้บ้านเมืองเกิดความอ่อนแอ

ในที่สุดอาณาจักรเขมรก็ล่มสลายลงในสมัย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถูก “พระเจ้าอู่ทอง” แห่งกรุงศรีอยุธยา ตีเอาเมืองมาเป็นเมืองขึ้นมากมาย แล้วประกาศตั้งตนเป็นอิสระ ต่อมาในสมัย “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ทรงรวมเอา “เมืองโคราช” กับ “เมืองเสมา” เป็นเมืองเดียวกันเรียกว่า “นครราชสีมา” โดยมี “เมืองพิมาย” เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดนครราชสีมาด้วย

ไปเห็นมากับตา ฟังหลักฐานมากับหู วันนี้ผมเชื่อสนิทใจว่า คนไทยไม่ได้อพยพมาจากภูเขาอัลไต แต่เกิดที่นี่ มีชีวิตอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์แล้ว

ถ้าหากรัฐบาลและ คมช.อยากให้เด็กไทยรักชาติ ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาฯจะต้องเขียนประวัติศาสตร์ไทย ที่ใช้สอนนักเรียนกันใหม่ ให้คนไทยได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยที่แท้จริง ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ที่เรียนกันอยู่ทุกวันนี้.

จากหลักฐานใหม่ที่อ้างอิงนี้ก็ยังไม่สามารถอธิบายหลักฐานอีกข้อทางประวัติศาสตร์ที่ว่า คนไทยใหญ่ในรัฐฉาน คนไทยลื้อในสิบสองปันนะ คนไทยอาหม ในรัฐอัสสัม เป็นเผ่าเดียวกันอย่างแน่นอนโดยพิจารณาจากความเชื่อทางศาสนา ระบบการปกครอง การปลูกสร้างบ้านเรือน วัฒนธรรมและภาษาได้

เมื่อก่อนนักประวัติศาสตร์ไทยเชื่อกันว่าถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวไทยนั้นอยู่ที่บริเวณเทือกเขาอัลไต ก่อนที่แรงกระตุ้นจากการแสวงหาทรัพยากรจะผลักดันให้คนไทยเราเดินทางผ่านเทือกเขาลูกแล้วลูกเล่า ข้ามแม่น้ำใหญ่สายแล้วสายเล่า อพยพเคลื่อนย้ายกันมาระลอกแล้วระลอกเล่าเป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายพันปี จนมาอยู่อาศัยลงหลักปักฐานกันยังดินแดนสุวรรณภูมิที่เราอยู่ ณ ปัจจุบัน

อัลไตเป็นเทือกเขาในเอเชียกลาง ตั้งอยู่บนบริเวณพรมแดนร่วมของประเทศรัสเซีย จีน มองโกเลีย และคาซัคสถาน และยังเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำอิร์ทีช (Irtysh) แม่น้ำโอบ (Ob) และแม่น้ำเยนิไซ (Yenisei) ด้วย ส่วนปลายทางตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขา อยู่ที่พิกัด 52 องศาเหนือ กับระหว่าง 84 และ 90 องศาตะวันออก (ซึ่งไปจรดกลืนเขากับเทือกเขาสายัน (Sayan Mountains) ทางตะวันออก) และทอดยาวไปทางตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงพิกัด 45 องศาเหนือ 99 องศาตะวันออก แล้วค่อยๆ ลาดต่ำลง กลืนเข้ากับที่ราบสูงแห่งทะเลทรายโกบี (ข้อมูลจาก Wikipedia ไทย)

ทางภูมิศาสตร์ ด้วยความที่เทือกเขาแห่งนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างเขตแดนของทวีปยุโรปและทวีปเอเชียทำให้ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์มีความหลากหลายมาก โดยในพื้นที่เขตอัลไตที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของมณฑลซินเกียงนั้นมีทรัพยากรทางน้ำที่ถือว่าสมบูรณ์อย่างยิ่ง โดยในเขตนี้นั้นมีแม่น้ำน้อยใหญ่ไหลผ่านกว่า 56 สาย ก่อให้เกิดทัศนียภาพอันงดงาม โดยเป็นส่วนผสมระหว่างเทือกเขาหินสูง ยอดเขาหิมะตระหง่าน กับแม่น้ำสายน้อยใหญ่และทะเลสาบสีฟ้าคราม

สำหรับยอดที่สูงที่สุดของเทือกเขาอัลไตนั้นก็คือ ยอดเขามิตรภาพ (โหยวอี้เฟิง; 友谊峰) ที่อยู่บนรอยต่อระหว่างชายแดนของประเทศจีนกับมองโกเลีย โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 4,374 เมตร โดยรอบประกอบไปด้วยธารน้ำแข็ง (Glacier) กว่า 374 สาย

เทือกเขาอัลไต ในภาษาตุรกีโบราณคือ Altutara Alytau หรือ Altay โดยมีที่มาจากคำว่า Al ที่แปลว่า "ทองคำ" และ tau ที่แปลว่า "ภูเขา" ขณะที่ในภาษามองโกลและภาษาอุยกูร์นั้นคำกว่าอัลไต (Altai หรือ Altay) มีความหมายว่า "เทือกเขาทองคำ"* นอกจากนี้แล้วเทือกเขาแห่งนี้ ยังมีชื่อเรียกว่า เอก-ทัค (Ek-tagh) อัลไตแห่งมองโกล (Mongolian Altai) อัลไตใหญ่ (Great Altai) และอัลไตใต้ (Southern Altai) อีกด้วย ส่วนชาวจีนที่เป็นชาวฮั่นนั้นเขาเรียกเทือกเขาอัลไตว่า อาเล่อไท่ (阿勒泰)

ทฤษฎีที่ว่า เดิมทีชนชาติไทนั้นอาศัยอยู่เป็นบริเวณจีนตอนใต้จนถึงภาคเหนือของไทยและได้มีการอพยพลงใต้เรื่อยๆ เข้ามาอาศัยอยู่ในดินแดนคาบสมุทรอินโดจีน หรือ ทฤษฎีที่ว่าแต่ไหนแต่ไรมาชนชาติไทก็อาศัยอยู่ในดินแดนที่กลายมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบันอยู่แล้วมากกว่า


 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กบฎทุนิยม วันที่ : 22/10/2008 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bill125


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/10/2008 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่เชื่อใครครับ..
มันจะค่อยๆคลี่คลาย ประวัติศาสตร์ต้องแก้ไขเสมอ เมื่อมีการค้นพบใหม่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

V D O เพลงจีนขับร้อง+บรรเลงOrchestra เต็มวง /ชื่อเพลง:ลูกหลานผู้เสียสละ (ทำใหม่)

ยามที่เหลือเพียงหนึ่งตัวตน ไว้ซึ่งตำนาน เดี่ยวบทเพลง ท่ามกลางสมรภูมิแห่งคมกระบี่

View All
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]