(((((ป้ากะปู่... ป้าไม่อยู่ปู่เข้าWeb)))))
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ” ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา.. สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... .
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2552
Posted by ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ , ผู้อ่าน : 15286 , 08:03:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

THE IMPOSSIBLES ข้อมูลที่1

ดิอิมพอสซิเบิ้ล หรือชื่อเรียกสั้นๆ ว่า ดิอิม เป็นวงดนตรีสตริงคอมโบวงแรกๆ ของไทย ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 มีสมาชิกรุ่นแรกประกอบด้วย วินัย พันธุรักษ์, อนุสรณ์ พัฒนกุล, สุเมธ แมนสรวง และพิชัย ทองเนียม และได้นักร้องนำคือ เศรษฐา ศิระฉายา ใช้ชื่อวงว่า Holiday J-3 ต่อมาเปลี่ยนเป็น จอยท์ รีแอ็กชั่น เล่นดนตรีเพลงสากลที่มีชื่อเสียง เช่น เพลงของคลิฟ ริชาร์ด เอลวิส เพรสลีย์ บางเพลงนำทำนองเพลงต่างประเทศที่เป็นที่นิยม มาแต่งเนื้อร้องเป็นภาษาไทย เช่นเดียวกับวงอื่นๆ ในยุคเดียวกัน เช่น ซิลเวอร์แซนด์ รอยัล สไปรท์ส เล่นดนตรีตามไนท์คลับต่างๆ

วงจอยท์ รีแอ็กชั่น เข้าร่วมการประกวดวงสตริงคอมโบ จัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปีติดต่อกัน [1] ในปี(2512,2513,2515) วงจอยท์ รีแอ็กชั่น เปลี่ยนชื่อเป็น ดิอิมพอสซิเบิ้ล (The Impossibles) ชื่อนี้ตั้งโดยเศรษฐา ตามชื่อภาพยนตร์การ์ตูนทางโทรทัศน์ จากสหรัฐอเมริกา คือเรื่อง The Impossibles (1966) [2][3]

ช่วงหลังจากชนะเลิศในปีแรก ความนิยมได้พุ่งสูงอย่างมากมาย วงดิอิม ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมแสดงและบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องโทน (เพลงเริงรถไฟ ชื่นรัก ปิดเทอม) ของผู้กำกับเปี๊ยก โปสเตอร์ ทำให้ดิอิมได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น ในขณะเดียวกันก็เกิดความเปลี่ยนแปลง สุเมธ แมนสรวง ได้ลาออกไป และได้สิทธิพร อมรพันธุ์ จากวงฟลาวเวอร์กับ ปราจีน ทรงเผ่า จากวงเวชสวรรค์ ได้เข้าร่วมวงแทน ระยะเวลานั้นดิอิม เล่นประจำอยู่ที่ศูนย์การค้าเพลินจิต แห่งเดียว ส่วนการแสดงตามโรงภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ไทย หรือการแสดงในรอบเช้า 6.00 นาฬิกา ร่วมกับการฉายภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุคนั้น (ภาพยนตร์ไทยเรื่อง เก๋า..เก๋า พ.ศ. 2549 ได้นำเสนอบรรยากาศของเรื่องการแสดงรอบเช้าของดิ

อิมด้วย ถึงจะไม่เหมือนไปทุกอย่าง แต่ก็ทำได้ใกล้เคียงและทำให้เห็นบรรยากาศในยุคนั้นได้ดีทีเดียว) ได้รวมถึงการแสดงตามเวทีลีลาศทั้งที่สวนลุมพินี สวนอัมพร ซึ่งมีขึ้นประจำทุกวันศุกร์หรือเสาร์ ช่วงปี 2511-2515 กลายเป็นปีทองของวงดิอิมอย่างแท้จริงราวปี พ.ศ. 2516-2518

ดิอิมพอสซิเบิ้ล มีชื่อเสียง และได้ทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก ผลงานแผ่นเสียงขายดีที่สุดในยุคนั้น ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในกลางปี 2515 ดิอิมพอสซิเบิ้ล ได้รับทาบทามให้ไปทำการแสดงที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ได้เพิ่มยงยุทธ มีแสง ทรัมเป๊ตจากวงวิชัย อึ้งอัมพร ร่วมวงไปด้วย ตลอดเวลา 1 ปีใน ฮาวาย ดิอิมพอสสิเบิลส์ได้รับความนิยมและความสำเร็จมากมาย เป็นวงดนตรีแรกที่ทำสถิติยอดขายต่อคืนสูงสุดตั้งแต่เปิดทำการของคลับที่แสดงอยู่ชื่อ ฮาวายเอี้ยนฮัท โรงแรมอลาโมอานา (ที่มีศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้นตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน) ดิอิมซ้อมนักมาก พิชัย ทองเนียม มือเบส ขอลาออก เศรษฐาต้องไปเล่นเบส ทำให้ไม่สะดวกในการร้องนำ จึงทำให้เกิดความคิดที่จะเรียกเรวัติ พุทธินันท์(เต๋อ) นักร้องนำวงเดอะแธ้งค์ ซึ่งเคยเล่นสลับที่อิมพอสสิเบิลส์คาเฟ่มาเป็นนักร้องนำแทนเศรษฐา ช่วงที่เต๋อเข้ามาได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของการบรรเลง โดยได้เน้นเพลงที่มีเครื่องเป่ามากขึ้น และเป็นเพลงที่เหมาะกับการเต้น เช่นเพลงของวง Tower of Power เป็นต้น ขณะที่แสดงที่นั้นได้มีนักร้องศิลปินดัง ๆ ของโลกมาเปิดการแสดงที่ฮาวาย ทำให้วงดิอิม ได้ใช้ประสบการณ์ในการเข้าชมศิลปินดัง ๆ เหล่านี้มาปรับปรุงการแสดงของวงให้พัฒนาขึ้นตลอดเวลา

ดิอิมหมดสัญญาที่ฮาวายในเดือนสิงหาคม 2516 และได้เดินทางกลับเมืองไทยพร้อมกับผู้จัดการวงใหม่ ชื่อจรัล นันทสุนานนท์(ปัจจุบัน ดร.พุทธจรัล) เพื่อให้มีการจัดการวงในรูปแบบสากลอย่างมีระบบ ต้นเดือนพฤศจิกายน 2516 หลังเหตุการณ์วันมหาวิปโยค ดิอิม ได้เข้าทำการแสดง ณ เดอะเดนไนท์คลับ โรงแรมอินทรา ประตูน้ำเป็นเวลา 6 เดือน และที่เดอะเดนนี้เอง ดิอิม ได้สร้างระบบใหม่ในการเข้าชมของวง โดยมีการเก็บค่าชม ก่อนการเข้าไปในคลับ ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของเมืองไทยและวงดนตรีไทย ในช่วงนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง ได้สมชาย กฤษณเศรณี(ปึ๊ด) มาเล่นเบสแทนเศรษฐา และปรีด์เทพ มาลากุล ณ อยุธยา(เปี๊ยก)มาเล่นกลองแทนอนุสรณ์ พัฒนกุล ได้ให้เรวัติเป็นนักร้องนำและเล่นออร์แกน เศรษฐาได้กลับไปเป็นนักร้องนำตามเดิม

การเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังหมดสัญญาที่เดอะเดน วงดิอิมได้รับการติดต่อไปแสดงในประเทศแถบสแกนดิเนียเวีย เริ่มจากสวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ตั้งแต่เดือน มิถุนายนถึงธันวาคม 2517 จากนั้นกลับเมืองไทย และเปลี่ยนมือเบส ไพฑูรย์ วาทยะกร เข้ามาแทนสมชาย เดือนมิถุนายน ไปยุโรปอีกครั้ง เริ่มที่สวีเดน ฟินแลนด์ ข้ามไปสวิตเซอร์แลนด์ กลับมาสวีเดนอีกและไปจบที่สวิสในเดือนกุมภาพันธ์ 2519 กลับเมืองไทย เล่นที่โรงแรมมณเฑียรเหมือนเดิม

ในปี 2518 ระหว่างการกลับไปตระเวณแสดงในยุโรปครั้งที่ 2 ดิอิมพอสสิเบิ้ล ได้ทำการบันทึกเสียงเพลงสากลเป็นครั้งแรกของวง ในชื่ออัลบั้ม Hot pepper

หลังจากนี้ได้ว่าเกือบเป็นปลายยุคของวง ได้มีการประชุมตกลกที่จะยุบวง หลังจากวงมีอายุรวมกันมาถึง 9 ปี มีการแถลงข่าวยุบวงอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนช่วงเดือนเมษายน 2519 หลังจากนั้นได้เดินทางไปเล่นที่โรงแรมมาเจสติค กรุงไทเป ไต้หวัน โดยทำสัญญาเดือนต่อเดือน พอเริ่มทำงานหมดเดือนแรก เรวัติออกไปก่อน และได้เดินทางไปทำงานที่สวีเดน 3 เดือน ในไต้หวันทำงานค่อนข้างหนัก เพราะต้องแสดงทั้งกลางวันและกลางคืน (1 มิถุนายน-4 กันยายน 2519) หลังกลับเมืองไทยดิอิมได้แสดงในช่วงสุดท้ายที่คลับโรงแรมแมนฮัตตัน ทอปเปอร์คลับ ตึกนายเลิศ และที่เดอะฟ๊อกซ์ ชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเพลินจิต โดยทำการแสดงคืนละ 3 แห่ง ในราวเดือนตุลาคม 2519 ก็ได้หยุดทำการแสดงอย่างเป็นการถาวรในนาม ดิอิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตำนานของวงดนตรีสากลแบบสตริงคอมโบ วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นของประเทศไทย


THE IMPOSSIBLES  ข้อมูลที่2

เริ่มจากที่วินัย พันธุรักษ์ นักดนตรีหนุ่มจากวงพี.เอ็ม.พ็อคเก็ท มิวสิค ได้รวบรวมวงดนตรี เพื่อเล่นประจำใน บาร์ฮอลลิเดย์ บนถนนเพชรบุรี ประกอบด้วยพิชัย ทองเนียม มือเบส, อนุสรณ์ พัฒนกุล มือกลอง, สุเมธ แมนสรวง มือออร์แกน และตัวของเขาเองเล่นกีต้าร์ ในนามวงว่า ฮอลลิเดย์ เจ-3 ต่อมา เศรษฐา ศิระฉายา มือกีตาร์และนักร้องที่มีประสบการณ์โชกโชน จึงได้เข้ามาร่วมด้วย และเปลี่ยนชื่อเป็น "ดิ อิมพอสสิเบิ้ล" ในปีพ.ศ. 2511

                  สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ริเริ่มจัดประกวดสตริงคอมโบ้ชิงชนะเลิศ ครั้งแรกในปี 2512

นริศร์ทรัพย์ประภา ครูเพลงที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เห็นฝีมือของเด็กหนุ่มกลุ่มนี้จึงได้ชักชวน ให้พวกเขาเข้าประกวดวงดนตรี  

แล้วถ้วยรางวัลชนะเลิศปีแรกก็ตกเป็น ของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล  

ความสำเร็จครั้งนี้ได้นำ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ก้าวไปสู่วงการหนังเมื่อ เปี๊ยก โปสเตอร์ มาทาบทามให้ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ทำเพลง ประกอบภาพยนตร์เรื่อง "โทน" 

หลังการประกวดครั้งนั้น ดิ อิมพอสสิเบิ้ล เข้าเล่นประจำที่ ไฟร์ แคร็คเกอร์ คลับ โรงแรมเฟิร์สต์ ถนนเพชรบุรี แต่แล้วสุเมธ แมนสรวงก็ขอแยกตัวออกไป และสิทธิพร อมรพันธุ์ มือกีตาร์จากวงฟลาวเวอร์ส เข้าแทนที่

     ในช่วงเวลาไม่นานนัก ปราจีน ทรงเผ่าก็ถูกดึงมาช่วย ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ในการเรียบเรียงเพลงให้กับ "โทน" พวกเขายังถูกเลือกให้ทำ เพลงประกอบภาพยนตร์ อีกหลายเรื่อง อย่าง "หนึ่งนุช", "สวนสน", "จันทร์เพ็ญ" และกระทั่งทำเพลงภาคภาษาไทย ให้กับหนังอินโดนีเซีย เรื่อง "โอ้รัก" นอกจากนี้พวกเขายังมีโอกาส ได้แสดง ร่วมในภาพยนตร์บางเรื่องด้วย

ปี 2513 ดิ อิมพอสสิเบิ้ล เข้าประกวด สตริงคอมโบ้ เป็นครั้งที่ 2 และคว้ารางวัลชนะเลิศอีกครั้ง พ.ศ. 2514 ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ยังคงเป็นวงดนตรีที่มีแฟนเพลงจำนวนมาก พวกเขาเล่นประจำอยู่ที่ อิมพอสสิเบิ้ล คาเฟ่ ในบริเวณเพลินจิต อาเขต ถือเป็นสถานบันเทิงที่โด่งดังที่สุดในยุค ถัดมาอีกปี การประกวดสตริงคอมโบ้ ได้รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ นักทรัมเป็ตหนุ่มจากอยุธยา ยงยุทธ มีแสง ถูกดึงเข้ามาร่วมงาน พวกเขาปรับแนวดนตรีให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น อีกด้วยการเล่นเพลงของวงสไตล์แจ๊ซร็อค อย่าง ชิคาโก้, เทาเวอร์ ออฟ พาวเวอร์, วอร์ แอนด์ บลัด และ สเวท แอนด์ เทียร์ส

รางวัลชนะเลิศสตริงคอมโบ้ แห่งประเทศไทยตกเป็นของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล อีกครั้ง

 ตอนนั้นตำแหน่งของวงได้แก่

เศรษฐา ศิระฉายา : ร้องนำ 

วินัย พันธุรักษ์ : แซ็กโซโฟน/กีตาร์

 สิทธิพร อมรพันธ์ : กีตาร์

 อนุสรณ์ พัฒนกุล : กลอง

 พิชัย ทองเนียม : เบส

 ยงยุทธ มีแสง : ทรัมเป็ต

ปราจีน ทรงเผ่า :คีย์บอร์ด/ทรอมโบน

หลังการประกวดครั้งสุดท้าย ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ได้รับการติดต่อให้เดินทางไปเล่นที่ ฮาวายเอี้ยน ฮัท ของ อะลา โมน่า โฮเต็ล ในรัฐฮาวาย ไม่เพียงแต่ได้รับการต้อนรับจากคนที่นั่น อย่างดียิ่ง ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ยังเป็นวงดนตรีที่ได้รับค่าจ้างสูงที่สุด ในฮาวายอีกด้วย

ระหว่างปี 2515-2516 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ครั้งยิ่งใหญ่ในวง เริ่มจากการลาออกของ พิชัย ทองเนียม ปัญหาเฉพาะหน้าถูกแก้ไขด้วยการที่ เศรษฐา รับหน้าที่เล่นเบสแทน จากนั้นก็มีการเรียกตัว เรวัต พุทธินันทน์ บินจากเมืองไทยไปเสริมใน ตำแหน่งร้องนำและคีย์บอร์ด เรวัตเคยเป็นผู้นำวง เดอะ แธ็งค์ส ที่เคยเล่นคู่กับ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ที่ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล คาเฟ่

กลางปี 2516 ดิ อิมพอสสิเบิ้ล หมดสัญญาที่ฮาวายบินกลับสู่ประเทศไทย พวกเขา ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่เวทีหอประชุม ในสวนลุมพินีโดยเล่นประกบกับ วี.ไอ.พี. วงฮาร์ดร็อคที่โด่งดังที่สุดในสมัยนั้น ภายใต้การนำของ รุ่งศักดิ์ อิสราภรณ์ หรือแหลม มอริสัน ราคาบัตร 30 บาท ซึ่งนับว่าแพงที่สุด เพราะราคาเฉลี่ยของบัตรตอนนั้น ยังอยู่ที่ 15-20 บาทต่อจำนวน 10 วง

ดิ อิมพอสสิเบิ้ล เปิดการแสดงใน กรุงเทพอีกกว่า 20 ครั้ง ก่อนจะเข้าเล่นประจำที่ คลับ เดอะ เดน โรงแรมอินทราซึ่งได้ เปลี่ยนแปลงระบบจ้าง จากการเป็นนักดนตรี เล่นประจำเป็นการ แบ่งเปอร์เซนต์ระหว่าง นักดนตรีกับเจ้าของสถานที่โดยมี จรัล นันทสุนานนท์ เป็นผู้จัดการวงช่วงนี้ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกอีกครั้ง มีสมชาย กฤษณะเศรณ มือเบส อดีตสมาชิกวง ไดนามิคส์ เข้ามาเสริมแทนเพื่อให้เศรษฐา ได้ร้องนำเต็มที่ ไม่นานนัก อนุสรณ์ พัฒนกุล มือกลองก็ได้แยกตัวออกไป ทางวงได้ปรีดิ์เทพ มาลากุล ณ อยุธยา เข้ามาแทน

หลังจากเปลี่ยนแปลงจนลงตัวแล้ว ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ก็บินไปเล่นที่ยุโรปเป็นครั้งแรก ช่วงปลายปี 2517-18 ในละแวก สแกนดิเนเวีย เช่น สวีเดน, นอร์เวย์ และ ฟินแลนด์ หลังกลับจากยุโรปพวกเขาไปเล่นที่คลับ แอน-แอน โรงแรมมณเฑียรได้ระยะหนึ่งก่อนย้อน ไปเล่นที่ยุโรปอีกครั้ง คราวนี้ สมชาย ลาออกจากวง ได้มือเบสใหม่ ไพฑูรย์ วาทะยากร นักดนตรีจากพัทยามาเสริมแทน

การทัวร์ยุโรปครั้งที่ 2 ดิ อิมพอสสิเบิ้ล มีโอกาสเข้าห้องบันทึกเสียงผลิต อัลบั้มเพลงสากล 1 ชุด ชื่อว่า Hot Peppers โดยเพลงส่วนหนึ่งเป็นเพลง ที่มีผู้บันทึกเสียงมาแล้ว สังกัดที่สวีเดนเป็นผู้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ อีกส่วนแต่งไปจากเมืองไทยมีโรเบิร์ท นิวตั้น นักแต่งเพลงโฆษณาที่ทำงาน ในเมืองไทยเป็นผู้เขียนคำร้อง การทัวร์ยุโรปครั้งรี้กว้างขวางขึ้นไปอีก

นอกจากแถบสวีเดนที่เคยเล่นแล้ว ยังลงไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล กลับเมืองไทยในปี 2519 ไม่นานก็ได้รับการติดต่อให้เไปเล่นที่มาเจสติค ไนต์คลับ โรงแรมมาเจสติค ในไต้หวัน การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะสภาพของวงตอนนั้นมาถึงจุดอิ่มตัวเต็มที่ และเศรษฐา ศิระฉายาก็มีงานแสดงภาพยนตร์ มากขึ้นนับรวมแล้วพวกเขา เล่นดนตรีกันมาเป็น ระยะเวลา 9 ปี

หลังการปิดฉาก ดิ อิมพอสสิเบิ้ล พ.ศ. 2520 ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ปิดฉากลง ทิ้งตำนานยิ่งใหญ่ ไว้ให้เล่าขาน และการสร้างสรรค์ ผลงานเพลงไทยในแนวทางใหม่ ของพวกเขาคือ ประตูที่เปิดกว้างสำหรับศิลปินและ นักดนตรีรุ่นหลังๆ ระหว่างที่อยู่ร่วมกัน ดิ อิมพอสสิเบิ้ล มีงานอัลบั้มจริงๆ ของวงเพียง 3 ชุด ได้แก่ เป็นไปไม่ได้ ปี 2514, หมื่นไมล์ใจแค่เอื้อม ปี 2516 และHot Peppers ในปี 2519

ปี 2524 พวกเขากลับมาเล่นร่วมกัน อีกครั้งในคอนเสิร์ต Hand in Hand ร่วมกับ อลิซ วงดนตรีชื่อดังของญี่ปุ่น ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอีกครั้งในปี 2534 โดยร้องกับวง บางกอกซิมโฟนี่ ออร์เคสตร้า ที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรม ถนนรัชดาภิเษก

จากจุดเริ่มต้น แต่ตำนานของพวกเขาก็ยังคงอยู่ และทุกครั้งที่มีการเอ่ยถึงตำนานวงการเพลงไทย "ดิ อิมพอสสิเบิ้ล" จะเป็นหนึ่งที่ดำรงอยู่ในตำนาน และความทรงจำเหล่านั้น

(ข้อมูลจากอินเตอร์เนต)

ควรรับฟังด้วย อินเตอร์เนตความเร็วสูงความยาว   32.12     นาที

**หากฟังได้ไม่จบ ให้ปิดก่อน แล้วย้ายไปเปิดฟังด้านล่างแทน (ปู่อัพใหม่ให้แล้ว)

เหนื่อยจัง ทำแล้วไม่แล้ว (ขอบ่น)

************

************ 

 

ฟัง ตอนที่ 2

http://www.oknation.net/blog/pakapoo/2009/07/29/entry-1

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Akhababy วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akhababy

สวัสดีค่ะ

ฟังแล้วคิดถึงวัยเด็ก

ฟังบ่อย แล้วหัดร้องตาม

ใสสะอาด เป็นอมตะมากๆ


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 27/07/2009 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ปัจจุบันยังเปิดฟังอยู่เลยครับ ชอบทุกเพลง ที่พิเศษคือ เป็นไปไม่ได้ ทะเลไม่เคยหลับ ไหนว่าจะจำ หนาวเนื้อ หนึ่งในดวงใจ โอ้รัก และชาวดง

ทำไปทำมา ผมจะชอบทุกเพลงแล้วนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 27/07/2009 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.


ชอบมากครับ
วงนี้คือประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีเมืองไทย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 27/07/2009 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมจำได้ว่าตอนนั้นยังเด็กๆ มีคอนเสิร์ตดิอิมฯที่ตัวจังหวัด
วัยรุ่นแห่กันไปทั้งเมืองเลยมั๊ง..
เล่นที่โรงหนังครับ เพราะโรงหนังมีเวทีหน้าจอ
เพลงแรกที่รู้จักของวงนี้คือเป็นไปไม่ได้ ..ดิ อมพอสซิเบิ้ล..นั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
soonthorn วันที่ : 27/07/2009 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

หวัดดีครับ วงนี้ดังตอนผมเด็กมากๆ ชอบมากครับ ผมเคยอ่านคำให้สัมภาษณ์คุณเศรษฐา ว่าเช่าบ้านรวมกัน อาหารหลัก คือข้าวขาหมู เล่นซ้อมกันหนักมาก มีช่วงหนึ่งไปบวชพระด้วยกันที่จ.สระบุรี ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

V D O เพลงจีนขับร้อง+บรรเลงOrchestra เต็มวง /ชื่อเพลง:ลูกหลานผู้เสียสละ (ทำใหม่)

ยามที่เหลือเพียงหนึ่งตัวตน ไว้ซึ่งตำนาน เดี่ยวบทเพลง ท่ามกลางสมรภูมิแห่งคมกระบี่

View All
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]