*/
  • pakprak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 68592
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
<< เมษายน 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 เมษายน 2556
Posted by pakprak , ผู้อ่าน : 2156 , 14:17:41 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน rattiya , มะอึก โหวตเรื่องนี้

 


อีกตำนานความลับที่ไม่มีใครรู้ของผู้ชายที่ “แม่นาค” รัก...รักมาก...


เริ่มในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกิดสงครามจนทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกเกณฑ์ไปรบ "พี่มาก" จำต้องทิ้งเมียของเขาที่กำลังท้องแก่ไว้ที่บ้านเพื่อเข้าร่วมศึก ณ กาญจนบุรี...

ระหว่างสงคราม มากได้พบกับสาวงามนามว่า “ปากแพรก” (ถนนคนเดินปากแพรก ในปัจจุบัน)

และ...ได้เสียกันอย่างลับๆโดยไม่มีใครล่วงรู้

 


พี่มากเป็นคนปากหวาน ปากแพรกจำประโยคที่ทำให้ปากแพรกต้องยอมพลีกายให้พี่มากได้อย่างแม่นยำ


"ปากแพรก...เวลาอยู่กับคุณ ผมโคตรมีความสุข...อย่างนี้เค้าเรียกว่ารักรึเปล่า?" 



" คะใช่!!!ใช่ค่ะ...เป็นสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก!!!

 

แต่พี่มากต้องมากด Like กด Share นะค่ะ..แล้วปากแพรกจะอยู่กับพี่มากไปอีกนานแสนนานค่ะ.."

จากนั้นพี่มากก็กด Like กด Share  กดให้ปากแพรกทุกวั้นทุกวัน...โดยไม่บอกเพื่อนเกลอทั้งสี่คนให้ล่วงรู้

 


 

เมื่อสงครามยุติ พี่มากก็ชวนให้เพื่อนทั้งสี่ไปเยี่ยมบ้านที่พระโขนง แต่พี่มากยังคงไม่บอกใครๆในเรื่องของปากแพรก

และพี่มากก็ไม่มีวันได้รู้เลยว่า ก่อนพี่มากจากมา “ปากแพรกตั้งท้องสองเดือนแล้ว!!!” 


ปากแพรกคลอดลูกแฝดค่ะ และ...ไม่ได้คลอดลูกตายเหมือนใครบางคน...???!!!

 


ลูกคนโต...พอมีครอบครัวปากแพรกก็ให้เค้าไปรอพ่อมากอยู่ทางทิศใต้ จนกลายเป็นชุมชนบ้านใต้  ใกล้วัดใต้...วัดไชยชุมพลชนะสงครามไงค่ะ พี่มากจำได้ไหม ที่รัชกาลที่ 1 ท่านสร้าง ก็ตรงที่กองทัพพี่มากเคยไปตั้งทัพอยู่นั้นแหละค่ะ

นอกจากนี้แถวบ้านใต้ประเดี๋ยวนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก สะพานพหลฯ โรงงานกระดาษพิมพ์แบงค์แห่งแรกของเมืองไทย และที่วัดใต้นี่หลวงปู่เปลี่ยนประเดี๋ยวนี้ท่านดังมากเลยนะค่ะพี่มากขา..

 


ลูกคนเล็ก...ปากแพรกก็ให้เค้าไปรอพ่อมากทางทิศเหนือ  ตรงที่พี่มากไปคุมพวกมอญอาสาไงค่ะ ปัจจุบันเป็นชุมชนบ้านเหนือค่ะ

ตอนนี้มี วัดถาวรฯ วัดสไตล์จีนเส้าหลิน ของพวกชาวมอญตั้งอยู่ถัดจากวัดเหนือหรือในชื่อใหม่คือวัดเทวสังฆาราม เป็นวัดแห่งตำนานสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุับันอะค่ะ มีหลวงพ่อดีเป็นพระเกจิชื่อดัง ...ดังมากด้วย ถัดไปนี่มีทั้งสุสานจีน สุสานฝรั่ง 

สุสานฝรั่งนี่พอเปลี่ยนชื่อเป็นสุสานทหารสัมพันธมิตร ญี่ปุน ฝรั่ง ไทย มาที่นี่กันมากค่ะ เค้าเรียกว่า " หลังป่าช้า" เห็นแล้วอยากให้...พี่นาค...ของพี่มาก...มาอยู่จุง...หุ..หุุ...หุ...

ทั้งวัดเหนือและวัดใต้ ลุงยศ บ้านชาวเกาะ ชอบพาคนมาเที่ยว ไปวัดใต้ก่อนไปไห้วหลวงปู่เปลี่ยน แล้วไปวัดเหนือกราบหลวงพ่อดี คือเปลี่ยนเป็นดี...เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี อะไรประมาณนั้นอะค่ะ

 

 

ปากแพรกเองก็รอพี่มากอยู่ตรงกลาง...ที่ๆเราพบกัน...ริมแม่น้ำที่พี่มากหอมฟอด..หอมฟอดดดดดดดดดดด !!!จุ๊บ..จุ๊บ..และจูบปากแพรกตั้งหลายครั้งไงค่ะ!!!

 


 

พี่มาากจำได้ไหมมมมมค่ะ ...ก็ตรงทางแยกแม่น้ำสองสี กาญจนบุรี ...ที่เค้าเอามาตั้งชื่อปากแพรกอะค่ะ…

พี่มากยังบอกว่า...


ปากแพรก..ถึงเธอจะไม่ได้! "สวย" ที่สุดในโลก .. แต่! เวลาที่ได้อยู่กับเธอ...

"โลกมันสวยที่สุด...เมื่อได้หยุดอยู่กับเธอ" !!! … 


โฮยยย!!!ใจละลายเจ้าค่ะ...โดนอย่างแรงงง!!!

 

 

เมื่อจบสงครามของพี่มากแล้ว ภายหลังรัชกาลที่ 3 ย้ายเมืองกาญจนบุรีมาที่ปากแพรกค่ะ

ไม่นานก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางการค้าเมืองกาญจน์เชียวนะค่ะ เป็นเมืองแห่งการค้าขายทางน้ำเชียวนะค่ะพี่มากขา...

 


ระหว่างที่ปากแพรกรอพี่มากกลับมา ปากแพรกก็ทำการค้าขายเล็กๆในตลาดสดใกล้ๆแม่น้ำอะค่ะ

...แต่ตอนนี้แม่น้ำถอยห่างออกไป...เพราะเทศบาลไหนไม่รู้ถมแม่น้ำให้เป็นตลิ่ง เป็นถนน เป็นบ้านคน ปากแพรกหละเคื้อง...เคือง!!!

 

ต่อมาก็เป็นยุคค้าไม้ พ่อค้าไม้จากทองผาภูมิ สังขละบุรี ข้าราชการ คนใหญ่คนโตก็มาที่นี่... 

ปากแพรกเลยมีโรงแรมสุมิตราคารเป็นโรงแรมแห่งแรกของเมืองกาญจน์เชียวนะ จาก 12 ห้องขยายเป็น 19 ห้องค่ะ สร้างด้วยปูนโครงไม้ลวก ตอนนั้นเงินน้อยค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังอยู่นะค่ะ แต่หันไปค้าขายอาหารสัตว์แล้วค่ะ

 


ฝั่งตรงข้ามก็มีสิทธิสังข์...ตึกชิโนโปรตุกิสเก่าที่ได้รับดูแลอย่างดีทั้งๆที่ตอนนี้เกือบร้อยปีเขาไปแล้วอะค่ะ...ก็เขารวยนี่ค่ะ...แถมยังเป็นครูนักอนุรักษ์อีกตะหาก...เหลืองสวยแหล่มคลาสสิคจุงค่ะ

 

ใครๆก็แวะมากินกาแฟที่นี่ เพราะความคลาสสิคเหนือความอร่อยนี่่หละค่ะ...

 


 

คนที่มาพักที่สุมิตรคารเค้าชอบมาจีบปากแพรกค่ะ...ก็คุยกะทุกคนนะค่ะ...



อ้ออออออออออ!!!แบบว่า...เป็นพี่น้องกันอะค่ะ...เป็นเพื่อนกันจิง..จิงงงงงงงงงงงค่ะ...จิงๆ


ปากแพรกอยากบอกว่า...


ปากแพรก ไม่ได้ "เจ้าชู้" จาก "สันดาน" ... แต่ "ประสบการณ์ " สอนให้ปากแพรกเป็น… 
ก็เพราะพี่มากนี่แหละค่ะ

 

 

 ต่อมาปากแพรกก็สร้าง โรงแรมหรูแบบเซี่ยงไฮสไตล์ชิโนโปรตุกิสในแบบจีนๆ ชือว่าโรงแรมกาญจนบุรี 

ข้างล่างมีภัตราคารดังชื่อนำกรุงด้วยนะ ดึกๆเฮฮากันสนั่นลั่นนำกรุงเชียว ใครมาแต่งงานที่นี่ถือว่ารวยมากค่ะ 

...ก็สร้างเตรียมไว้รอพี่มากมาอะค่ะ...


ไม่เชื่อไปถามป้าวิไลที่ตึกเก่าฮั่วฮงได้เลยค่ะ...อยู่ตรงข้ามบ้านป้าแกเลยค่ะ..ลูกหลานป้าเพิ่งมาเปิดเป็นร้านกาแฟแนวๆหรูๆเมื่อกลางปีที่แล้วค่ะ...

 

ช่วงนี้เริ่มมีคนจากเมืองกรุงเข้ามาเป็นระยะๆ ปากแพรกก็ถามข่าวคราวพี่มากนะเพราะคิดถึง..อยากแต่งงานกะพี่มากแล้ว ...แต่ไม่มีข่าวเลย...

รู้อย่างเดียวว่า...เมียพี่มากตายทั้งกลมเป็นแม่นาคพระโขนงไปแล้ว...แต่พี่มากไปไหนนะ??? ไม่มีใครรู้…

 

พอมาช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ลูกหลานของปากแพรกที่เกิดจากลูกแฝดของพี่มากมีเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด

...ตั้งแต่บ้านเหนือยันบ้านใต้ หนีระเบิดกันคึกคักเชียวค่ะ!!!

แต่ก็มีญี่ปุ่นมาวุ่นวายนะค่ะ ค้าขายดีมาก โดยเฉพาะสิริโอสถพ่อหมอใจดีที่มีลูกชายชื่อบุญผ่องเป็นนายกเทศมนตรีอายุ 40 ปี ผู้ขาดการค้ากับญี่ปุ่น ในนามบุญผ่องแอนด์บราเดอร์

 


แต่ด้วยความใจบุญ บุญผ่องก็เลยเสี่ยงตายแอบส่งยารักษาโรคให้เชลยสงคราม ทั้งยังส่งข่าวให้ฝ่ายพันธมิตรในทางลับอีกด้วย ภายหลังก็ยังเอาลูกสาวมาเสี่ยงด้วย...เพียงเพื่อมนุษยธรรม...อยากให้ลูกหลานไทยเอาไปเป็นตัวอย่างค่ะ

ฉายทางไทยพีบีเอส  8 พค.นี้ 2 ทุ่มกว่าๆ ทุกวันพุธ พฤหัสค่ะ ... หุ..หุ.. แอบโฆษณาซะ .. ทราบว่าลูกสาวบุญผ่องให้เค้าโครงเรื่องอะค่ะ ไม่รู้จริงหรือป่าวค่ะ...

 

 

ลูกหลานเราคนนี้แหละที่เชิดหน้าชูตาปากแพรกให้ชาวโลกรู้จัก..

 

ภายหลังเมื่อสงครามเสร็จเขาได้เป็น...



”พันโทบุญผ่อง........วีรบุรุษทางรถสายมรณะ” 


เป็นพันโทกิติมศักดิ์ของฝรั่ง...พวกฝรั่งยกย่องหลานคนนี้มากเลยค่ะ...

ตายไป 30 ปีแล้ว ญาติๆของทหารเชลยฝรั่งยังมาเยี่ยมตลอดค่ะ...

...เรียกว่าเป็น " คนดีที่โลกไม่ลืมค่ะ "...

 

 

 และเมื่อปี 51 -52 เค้าจัดถนนคนเดินให้ปากแพรกด้วยนะค่ะ ทีแรกดูเหมือนเค้าจะให้ความสำคัญกะปากแพรกมากเลย ปากแพรกก็หลงดีใจ...

แต่จู่ๆเมื่อพวกเค้ากินอิ่มหนำสำราญ ได้... ได้หน้าได้ตาก็เลิกไป ทิ้งปากแพรกและลูกหลานของเราไว้ให้เดียวดายต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตอยู่กันเอง

 

 

พี่มากขา...นาคเอ๊ย!!!ปากแพรก  ...รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ...พี่มากขาของปากแพรกมา พี่มากก็ไม่มาซักที ... 

สุดท้ายพี่มากก็ลืมปากแพรกไปจิงๆใช่ไหม???...คนจัยร้ายยยยย


ตอนนี้ปากแพรกโดดเดี่ยวไม่มีหน่วยราชการใดมาเหลียวมองอย่างจริงจัง 

...ถ้ามีก็ลูกหลานเรา ต้องพยายามกันเอาเองสุดชีวิต เพื่อให้เป็นที่รู้จัก...

พี่มากลองไปดูที่เฟสบุ๊คนี้้ซิค่ะ "แหล่งเรียนรู้ บนถนนสายแรก ปากแพรก กาญจนบุรี"  ชื่อยาวดี...แต่ก็มีสาระ

 

ลูกหลานเราเค้ากำลังพยายามอยู่ค่ะ..

 


เมื่อต้นปี..เมษาที่แล้ว ศาสตราจารย์ระพี สาคริก อายุ 90 กว่าปีแล้วนะค่ะ ...เป็น ปราชญ์ของแผ่นดิน ที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายของคนไทยรู้จักดี ท่านอาจารย์ยังมาช่วยปากแพรกเลยค่ะ

ท่านอาจารย์เข้าใจและให้ความสำคัญกับปากแพรกมากเลยนะค่ะ...

เห็นว่าโดดขึ้นรถมาในนาทีสุดท้าย ...มาเยี่ยมปากแพรก พาคนมาวาดรูป  มาสีไวโอินให้ปากแพรกฟัง ทำให้ปากแพรกสุขใจ...

 

 

เฉพาะ ชุมชนปากแพรกนี้ 180 กว่าปีเข้าไปแล้วนะค่ะ แล้วก็เป็นสุดยอดของความคลาสสิคทั้งเรื่องราว ตึกรามบ้านช่อง และผู้คนดีๆดังๆมาอยู่กับปากแพรกมากมาย 


ปากแพรกนะ อยู่คนเดียวได้ ไม่เร่งรีบ ... แต่...

 

sensitive ทุกที ที่ "ความเหงา" มาเยือนค่ะ 


พี่มาก… ต้องเข้าใจปากแพรกด้วยนะค่ะ ว่าปากแพรกเหงาอยากให้คนมาหาปากแพรกเยอะๆค่ะพี่มากขา ...

 


อยากชวนให้พี่ๆมากด...LIKE...เหมือนที่พี่มากเคยทำ...แต่ก็เกรงใจนะค่ะ...

แค่เพียงบอกกล่าวเรื่องราวออกไป คนก็จะรู้จักปากแพรก ณ กาญจนบุรี มากขึ้นและมากขึ้น เค้าก็จะมาเที่่ยวหาถนนคนเดินปากแพรก จนกระทั่งปากแพรกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง...

 

ถึงเวลานั้น หน่วยงานราชการคงมาสนใจบ้าง...ละอายใจบ้าง...อะไรบ้างงงงงงงงงง

แต่ถ้าไม่ชอบใจก็ไม่เป็นไรนะค่ะ..." เกรงจัย..ไม่เอานะเกรงใจ..ไม่ดีนะเกรงใจ!!!..จิงๆค่ะ "

 


คิดถึงพี่มากค่ะ...

ปากแพรก ณ กาญจนบุรี

 

 

...

***หมายเหตุ: เป็นบทความที่เอกชนสร้างขึ้นเพื่อเกาะกระแสพี่มากพระโขนง วัตถุประสงค์เพื่่อประชาสัมพันธ์ปากแพรก กาญจนบุรี ที่หน่วยงานภาครัฐไม่เหลียวมอง เพื่อกระตุ้นต่อมใต้สมองของ...(เซ็นเซอร์..โดยกองเซ็นเซอร์เหนือเมฆ)...

 

เค้าโครงการท่องเที่ยวปากแพรก ณ กาญจนบุรีเป็นเรื่่องจริงทั้งสิ้น...  ยกเว้นเรื่องพี่มากกับน้องปากแพรกที่เป็นเรื่องโกหก...สามารถเผยแพร่แก้ไขและหากกระจายไปมากๆยิ่งดีจ๊ะ

 ...

 

เรียนท่านผู้อ่าน

ความจริงเป้าหมายในการทำบล๊อกของเราอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนปากแพรก 180 กว่าปี เพราะหมั่นไส้ภาครัฐที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจัง เราก็มองหาบล็อกไทยดีๆที่เหมาะสมกับความรู้ของผู้อ่าน ก็มีที่นี่หละ มีให้ทำได้ 3 บล็อก ผนวกกับเราเห็นเรื่องจริงของคุณบุญผ่องน่าสนใจมากและเกี่ยวข้องกับชุมชนปากแพรกโดยตรง ละครบุญผ่องก็กำลังมาคงนำพาชุมชนปากแพรก กาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องพึ่งภาครัฐ และเพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงด้วยความมั่นใจในโอเคเนชั่นว่าจะเก็บข้อมูลเอาไว้ให้  ส่วนใครอยากรู้ว่าเอามาจากไหน ก็ต้องถามอาจารย์กรูเกิ้ลในชื่อ boonpong  อะนะมีเพียบบบบบบ

ทีนี้เราก็เลยใช้วิจารณญาณแบ่งเรื่องเป็นบล๊อกๆให้ชัดเจนดังนี้

http://www.oknation.net/blog/boonpong บอกเล่าเรื่องราวจริงๆบุญผ่องในมุมมองของชาวต่างชาติอันนี้ส่วนใหญ่แปลและสรุปความเพื่อให้ได้อรรถรสโดยจะอยู่ใน ศิลปะวัฒนธรรม

http://www.oknation.net/blog/boonphong วิพากษ์ละครบุญผ่อง(ที่กำลังจะลงจอไม่นานนี้)กับการอิงเรื่องจริงและเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ในละครภาพยนต์

http://www.oknation.net/blog/pakprak บอกเล่าเรื่องราวปากแพรกในท่องเที่ยว

บางคนก็ว่าทำทำไม?มีบุญผ่องตั้งสองบล็อก อ่าว!!!ก็อันหนึ่งเรื่องจริง…อีกอันละคร …อีกอันก็ปากแพรกล้วนๆ แล้วก็จะเชื่อมโยงกันในภายหลังหากเราไม่ท้อซะก่อน

เรามีวิจารณญาณของเราแบบนี้ ส่วนโอเคเนชั่นดอทเน็ทจะมีวิจารณญาณแบบใด และจะปรับเปลี่ยนไปอย่างใดวางไว้ที่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพวกเขานะ...หรือหากระบบผิดพลาดก็ไม่ขอแก้…เพียงแต่จะสะเทือนใจนิดๆ !!!ก็เท่านั้น…(แต่ละครเหนือเมฆน่าจะสะเทือนใจมากกว่าเราเป็นร้อยเท่า…ฮึๆๆ)

หรือหากจะมีวิจารณญาณอื่นก็เป็นสิทธิของโอเคเนชั่นดอทเน็ท…ซึ่งไม่น่าจะเหนือเมฆ...ฮึๆๆ แต่ขอเรากระจายไปในบล็อกอื่นก่อนนะจ๊ะ…เพื่อความมั่นใจ...

อยากบอกว่าเหนื่อยนะกับการหาข้อมูล แปล และเขียน…เราทำบล๊อกเหล่านี้ด้วยหัวใจ…เราสุขใจ...และไม่ได้ตังค์ซักบาทจากใคร  

วันนี้03/05/56...ขอดราม่านิดนึงว่าเรายังหาตังค์จ่ายค่าไฟเดือนนี้อยู่เลย!!!ฮึๆๆ ต้นเดือนหน้ามิถุนา 56 คงจะไม่ค่อยได้โผล่หน้ามาที่นี่เพราะต้องหาปัจจัยมาเลี้ยงชีพอะนะ …จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและดราม่าให้ฟังจร้า…


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rattiya วันที่ : 25/05/2013 เวลา : 22.44 น.


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 16/05/2013 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

จากคำอธิบายเรียนท่านผู้อ่าน...ทำให้ผมเข้าใจหลาย ๆ สิ่งในบล็อกนี้มากขึ้น
ในตอนแรกคิดว่า ไทยพีบีเอส จะใช้บล็อกนี้เพื่อการประชาสัมพันธ์ละครบุญผ่อง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 16/05/2013 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ในภาพอาจารย์ระพีสีไวโอลิน....
"คุณครูน้อย" เพื่อนรักของผมไปนั่งทำอาราย?

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน