*/
  • pakprak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 68522
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม 2556
Posted by pakprak , ผู้อ่าน : 5067 , 14:53:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน rattiya , มะอึก โหวตเรื่องนี้

 

ณ วัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือวัดใต้ ท้ายสุดของถนนชุมชนปากแพรก เป็นวัดที่มีความสำคัญคู่เมืองกาญจนบุรีมาโดยตลอด ตามประวัติศาสตร์ กองทัพไทยที่ยกออกไปต่อต้านทัพพม่าก็จะต้องมาพักแรมประชุมพลที่ตำบลปากแพรก หรือบริเวณอาณาเขตวัดไชยชุมชนะสงครามแห่งนี้ แทบทุกครั้งไป  

ตามตำนานประวัติศาสตร์ ได้บันทึกไว้ว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) พร้อมด้วยพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ได้ทรงประชุมพลเหล่าทหารกล้า ณ ตำบลปากแพรก บริเวณวัดไชยชุมพลชนะสงครามก่อนออกศึกสงครามทุกครั้ง แล้วจึงยกกองทัพออกสู่สมรภูมิรบ  การชุมพลจะมีพิธีตั้งศาลเพียงตาบวงสรวงเทพารักษ์ทางไสยศาสตร์  ก่อนที่จะไปรบ

ณ ที่ชุมพลศาลเพียงตา ซึ่งต่อมาได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นไว้เพื่อเป็นนิมิตฉลองชัย คำว่า “ไชยชุมพล”  ด้วยเหตุที่บริเวณ ณ ริมตลิ่งที่ตั้งเจดีย์ไชยชุมพลนี้  มีการประชุมพลที่นี่ครั้งใด เมื่อออกศึกสงครามจะได้รับชัยชนะกลับมาทุกครั้งไป ในศึกเก้าทัพ พ.ศ. 2328 สงครามครั้งสุดท้ายก็ชนะอีกที่ตำบลลาดหญ้า ครั้นพอเสด็จกลับมา จึงทรงทรงบูรณะวัดใต้และพระราชทานนามวัดว่า...

“วัดไชยชุมพลชนะสงคราม”

ปัจจุบันกรมศิลปากรได้จัดขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตามประกาศครั้งที่ ๑ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘ ว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เรียกว่า “เจดีย์โบราณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม”

ข้อสันนิษฐานการสร้างวัดใต้แห่งนี้ บ้างก็ว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันมาว่าพระยาตาแดงเป็นผู้สร้างบ้างหละ บ้างก็ว่าสร้างสมัยรัชกาลที่ 1 หลังจากทรงชนะสงครามเก้าทัพ พ.ศ. 2329 ข้อมูลไม่แน่ชัด

 ต่อมาได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 จากนั้นเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองกาญจนบุรี  พ.ศ. 2420 พบว่าวัดชำรุดทรุดโทรมมาก ร.5 จึงสั่งให้พระยากาญจนบุรีเอาส่วยในเมืองกาญจนบุรีมาซ่อมแซม ปัจจุบันเป็นวัดพระอารามหลวง ตามหลักฐานสงครามเก้าทัพที่มี... วัดนี้มีอายุมากกว่าปากแพรก 180 ปีกว่าปีมากมายนัก...

พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดใต้นี้ก็ได้แก่ " หลวงพ่อเปลี่ยน " หนึ่งในพระคณาจารย์ยุคสงครามญี่ปุ่นบุกไทยที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุดอีกรูปหนึ่ง ท่านเป็นที่เลื่อมใสทั้งชาวกาญจนบุรีและใกล้เคียง  ด้วยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินมาทิ้งระเบิดบ่อยๆ บริเวณวัดใต้ จะโดนทิ้งระเบิดอยู่บ่อย ๆ ท่านก็จะคอยช่วยเหลือเพิ่มกำลังใจให้ชาวบ้าน

 

เซียนพระเล่าว่า “หลวงพ่อวัดใต้ท่านก็เป็นที่พึ่งพิงของบรรดาชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อน ท่านจึงได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นเพื่อแจกไปให้คุ้มครองป้องกันตัว ใครที่มีเสื้อยันต์ และผ้ายันต์ของหลวงพ่อวัดใต้ จะแคล้วคลาดและปลอดภัยจากระเบิดได้ทุกรายไป และชาวบ้านก็มักจะหนีระเบิดไปอยู่ในบริเวณวัดใต้ เคยมีคนเก่าคนแก่เล่าให้ฟังว่า เวลาเครื่องบินมาทิ้งระเบิด หลวงพ่อท่านจะมายืนโบกผ้ายันต์ ลูกระเบิดที่หนักแสนหนักซึ่งกำลังจะตกลงมาก็เหมือนกับมีอะไรมาผลักออกไปตกที่อื่นทุกครั้งไป ซึ่งข้อนี้เป็นข้อยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านได้เป็นอย่างดี “

 

หลวงพ่อเปลี่ยนได้รับการชมเชยจาก ร.๕ ในคราวเสด็จประพาสเมืองกาญจนบุรีโดยนำพระสงฆ์ ๒๐ รูปมาสวดมนต์รับเสด็จที่พลับพลาว่า "สวดมนต์เก่ง สวดได้ชัดเจน ตลอดจนการลีลา สังโยคน่าฟัง และขัดตำนานได้ไพเราะ"

ลักษณะของหลวงพ่อเป็นมหาอำนาจ ใครได้พบเห็นน่าเกรงขามยิ่งนัก จนถึงกับมีคำขวัญว่า "เจ้าชู้ต้องวัดเหนือ เป็นอ้ายเสือต้องวัดใต้" วัดเหนือหมายถึงพระครูอดุลยสมณกิจ (ดี) ในสมัยนั้น (หลวงพ่อดีเป็นลูกศิษย์ของหลวงงพ่อเปลี่ยน) ซึ่งต่อมาได้เลื่อนเป็นพระเทพมงคลรังษ๊ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีสืบแทนหลวงพ่อเปลี่ยน


สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร ได้เคยเขียนชมเชยในใบตรวจการคณะสงฆ์ จ.กาญจนบุรีว่า " หลวงพ่อวัดใต้นี้ท่านฉลาดในทางปกครองมาก แม้เมืองกาญจน์มีอาณาเขตกว้างขวาง ก็ปกครองด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้หลวงพ่อยังชอบทางวิปัสสนาธุระ..."

ขัอมูลจากหนังสือ"พิธีเททองหล่อพระบูชารูปเหมือน พระวิสุทธิรังษี เปลี่ยน อินฺทสโร หลวงพ่อวัดใต้ ๕ เมษายน ๒๕๒๘ ณ วัดไชยชุมพลชนะสงคราม จ.กาญจนบุรี - สมาคมนักเรียนเก่าวิสุทธรังษี"

ใครสนใจก็เข้าไปกราบนมัสการท่านได้ตลอดเวลา และหนีร้อนมาพึ่งเย็นได้ที่นี่ ห้องแอร์เย็นฉ่ำตลอดปี ทำให้หุ่นขี้ผึ้งของท่านเหมือนจริงไม่มีวันจาง “ จะทำบุญ ถวายสังฆทาน จะเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี ก็มาทำบุญที่หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเปลี่ยนนี่ก่อน แล้วค่อยไปหาหลวงพ่อดีวัดเหนือ เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ก็ต้องมาที่นี่ก่อน “ ผู้เฒารายหนึ่งเล่าให้เราฟัง

ดังนั้น...ขอย้ำอีกที...หากจะเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ต้องมาที่นี่แล้วไปต่อที่วัดเหนือ...เทวสังฆารามด้วยนะจ๊ะ...ขอบอก...ขอบอก...งานนี้ได้บุญเพียบบบบบบบบบบ!!!LOLๆๆๆ

บริเวณแพวัดด้านติดแม่น้ำแม่กลอง สามารถนั่งเล่นริมน้ำ ชมฝูงปลานานาชนิด หรือให้อาหารปลาที่วัดใต้แห่งนี้ก็ได้

คุญลาเต้แก้วหญ่ายๆในพันทิพย์เบอกว่า "คุณยายที่อยู่บ้านแถวนี้เคยเล่าให้ฟังว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารเชลยศึกถูกขังรวมกันอยู่ในค่ายที่วัดใต้ ต้นถนนปากแพรก เวลาเย็นก็จะถูกต้อนให้เดินผ่านตามถนนนี้่ไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ แต่ละคนผอมโซและเจ็บป่วย..." ซึ่งก็น่าจะเป็นความจริง เพราะเราเคยอ่านเจอเรื่องเชลยที่วัดใต้หลายครั้งเหมือนกัน...

เคยมีเรื่องเล่าจาก http://www.gotoknow.org/posts/343041 ผูเขียนเล่าว่า " ที่วัดที่ผู้เขียนเคยอยู่ตอนเด็กๆๆชื่อวัดไชยชุมพลชนะสงคราม(วัดใต้) มีสถานที่จำลองเหมือนที่นอนทหารเฉลยศึก มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีชาวญี่ป่นมาบวช นัยว่าเคยเป็นทหาร มาบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปในสมัยสงคราม " มาบวชที่วัดใต้ทำไม ถ้าไม่มีความหลังกับที่นี่...เนาีะ!!!...ว่าปะ!!!


อีกตัวอย่างก็คือเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2543 ...เหมือนฟ้าสั่่ง...สววรรค์แกล้ง!!! ผ่านพ้นไปหลายสิบปีแล้ว... 

ตากาชิ นากาเซ่ อดีตทหารล่ามญี่ปุ่นที่คุมค่ายเชลยเมืองกาญจน์ ยังคงเดินทางมาเยี่ยมสุสานทหารพันธมิตรกาญจนบุรีหลายสิบครั้ง 

และได้ก่อตั้งมูลนิธิสันติภาพแม่น้ำแคว (The River Kwai Peace Fnd.) ขึ้น ขณะที่เออเนสต์ กอร์ดอน ทหารสก๊อต ที่กลายเป็นบาทหลวงผู้เคร่งศาสนา ก็มาเยี่ยมที่นี่เช่นกัน...ทั้งคู่มาจ๊ะเอ๋กันที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ก็เลยขอโทษขอโพยกัน เป็นข่าวใหญ่โต...

แสดงว่าทหารญี่ปุ่นก็มีสำนีกในความเป็นคนในแบบมิโยชิในเรื่องของคุณบุญผ่องทหารกลุ่มนี้ก็ยังมีอยู่ เพียงแต่หน้าที่และความเชื่อที่ถูกฝังหัวหรือล้างสมองมาตั้งแต่เด็กว่าข้าคือผู้กล้าตาย ข้าคือประเทศผู้ยิ่งใหญ่หาใครเทียม และข้าทำเพื่อจักรพรรดิ์ ครั้นพอแพ้ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ถึงได้รู้ว่าตัวข้าถูกหลอกมาตั้งแต่เกิด ก็เลยมาบวชเพราะรู้ว่าตรูข้าได้กระทำกรรรมหนักโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ซะแล้ว และภายหลังเราจะพบว่ามีทหารญี่ปุ่นที่สำนึกได้แบบนี้แยะมาก...ถ้าไม่ทำฮาราคีรีฆ่าตัวตายไปเสียก่อนนะ...


อีกเรื่องหนึ่งต้องขอเล่าซ้ำอีกทีด้วยเหตุที่ประทับใจมาก...

เรื่องหมอเวรี่เพื่อนซี้ยามสงครามของนายบุญผ่อง...จำได้ว่าหมอเวรี่เคยบรรยายไ้ว้หลายครั้งประมาณว่า "หมอเวรี่รักเมืองไทยและชอบคนไทยมาก เสมือนเขาคือคนไทย"...

และเรื่อง...ก่อนหมอเวรี่ตายหมอเวรี่ได้ขอร้องกับลูกชายไว้ว่า   “โปรดแยกกระดูกธาตุของพ่อออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเก็บไว้ในออสเตรเลีย อีกส่วนหนึ่งให้นำไปประเทศไทย” และลูกชายของเขาก็เล่าว่า “ สถานฑูตออสเตรเลีย ขอร้องให้ผมทำพิธีกรรมทำบุญให้ในแบบไทยทั่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม ในเมืองกาญจบุรี และลอยเถ้ากระดูกของเขาไปตามลุ่มน้ำแคว เพื่อที่เขาจะได้ไปพบกับเพื่อนของเขาที่ตายภายใต้การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้ ”

“the bridge over the River Kwae”  สถานที่ซึ่งชาวโลกได้บันทึกไว้ในความทรงจำอันโหดร้าย สถานที่ซึ่งหมอเวรี่กลับมาพบดวงวิญญาณของเพื่อนตายนายบุญผ่องและเพื่อนๆเชลย ณ วาระสุดท้ายแห่งวัย...


จากนั้นเชิญเดินมาหน้าวัดใต้ เข้าสู่ถนนปากแพรก ถนนชื่อดังของเมืองกาญจน์ฯสุดถนนทางด้านทิศใต้ พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก ก็ของวัดนี่หละตั้งตระหง่านอยู่ โดยเลียนแบบค่ายเชลยมา แล้วเราจะรู้ว่าคุณบุญผ่อง ณ ปากแพรกของเราเจออะไร...ประเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง….

 ...

230556 พบข้อมูลดองที่เก็บไว้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม 

มีข้อมูลว่า  บริเวณโกดังขององค์การเหมืองแร่ใกล้วัดไชยชุมพลชนะสงครามหรือวัดใต้แห่งนี้ มีการพบโครงกระดูกสมัยยุคหินใหม่...นักโบราณคดีจึงเชื่อว่าผู้คนในยุคหินใหม่ได้อยู่ที่นี่มานานถึง 2,000-3,900 ปี

จากหลักฐานที่พบโครงกระดูกและเครื่องมือหิน ซากพืชและสัตว์ จึงยืนยันได้ว่าจังหวัดกาญจนบุรี เป็นดินแดนที่มนุษย์ได้เคยอาศัยอยู่มาแล้วเป็นเวลานานกว่า 7,000 ปีขึ้นไป นักโบราณคดีเชื่อว่ามนุษย์ยุคหินใหม่อาศัยอยู่ในประเทศไทย มานานตั้งแต่ 2,000–3,900 ปีมาแล้ว " ข้อมูลจาก http://www.baanjomyut.com แจ้งว่ามีที่มาจาก ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคฯ

น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆแล้วซินะ...ปากแพรกหนะมีอะไรดีๆอีกมากมาย ไม่งั้นเราจะมาค้นหาให้เหนื่อยทำไม่เนาะ...ว่าปะ!!!....

...

 

 ***

210556

เรียนท่านผู้อ่าน

ความจริงเป้าหมายในการทำบล๊อกของเราอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนปากแพรก 180 กว่าปี เพราะหมั่นไส้ภาครัฐที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับปากแพรกซะที... เราก็มองหาบล็อกไทยดีๆที่เหมาะสมกับความรู้ของผู้อ่าน ก็มีที่นี่หละ มีให้ทำได้ 3 บล็อก ผนวกกับเราเห็นเรื่องจริงของคุณบุญผ่องน่าสนใจมาก เรื่องลับๆก็มีแต่เราลบออกซะ และเรื่องของคุณบุญผ่องก็เกี่ยวข้องกับชุมชนปากแพรกโดยตรง ละครบุญผ่องก็มาแล้วคงนำพาชุมชนปากแพรก กาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องพึ่งภาครัฐ และเพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง. 

ส่วนใครอยากรู้ว่าแปลมาจากไหน ก็ต้องถามอาจารย์กรูเกิ้ลในชื่อ boonpong dead railway ทีลอกภาษาไทยก็มีนะ...

ที่นี่...เราใช้วิจารณญาณแบ่งเรื่องเป็นบล๊อกๆให้ชัดเจนดังนี้

http://www.oknation.net/blog/boonpong  บอกเล่าเรื่องราวจริงๆบุญผ่องในมุมมองของชาวต่างชาติอันนี้ส่วนใหญ่แปลและสรุปความเพื่อให้ได้อรรถรสโดยจะอยู่ใน ศิลปะวัฒนธรรม

http://www.oknation.net/blog/boonphong  วิพากษ์ละครบุญผ่องกับการอิงเรื่องจริงและเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ในละครภาพยนต์

http://www.oknation.net/blog/pakprak  บอกเล่าเรื่องราวปากแพรกในท่องเที่ยว

แล้วก็จะเชื่อมโยงกันสู่ปากแพรกในภายหลัง...

ตอนนี้รู้จักหรือยัง.... " บุญผ่อง ณ ปากแพรก "อะ เราว่าหลายคนรู้แล้วนะ... นี่หละการตลาดโบราณ ณ ปากแพรก

บางคนก็ตั้งข้อสังเกตุว่า...เราเป็นคนของไทยพีบีเอสมาช่วยโปรโมทละครบุญผ่อง...

ใช่!!!...โปรโมทละครบุญผ่องอะใช่!!! มันเป็นเรื่องดีๆที่ทุกคนควรดู ... อย่างน้อยก็ชี้ให้ลูกหลานดูได้ว่านี่!!!คนทำความดีเค้าทำกันอย่างนี้นะ...และเราไม่ได้เป็นอะไรกับไทยพีบีเอสจ๊ะ

เรื่องราวของบุญผ่องอาจจะทำให้ปากแพรกกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง...น่าเสียดายไม่มีใครช่วยโปรโมท...แต่...เอาหูไปนาเอาตาไปไร่....เอายายไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ...ฮึๆๆ

เราเอกชนทำคนดียวไม่เกี่่ยวกับใคร...เพียงแต่อยากกระชากคอคนภาครัฐออกมา !!!แล้วถามว่า .."ทำปากแพรกทิ้งไว้อย่างนี้ได้ไง??? ทำไมไม่ดูดำดูดี??? "..หือออ!!! 

แล้วแบบนี้เราต้องโพสชี้แจงทุกหน้ามั้ยเนี่ย???แต่มันก็ได้การตลาดแบบโบราณด้วยนะ... เฮอ!!! เมื่อยงะ...อะน่านะ!!!เพื่อปากแพรก...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rattiya วันที่ : 25/05/2013 เวลา : 22.34 น.


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 16/05/2013 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ไปเมืองกาญจน์บ่อย ๆ ยังไม่ได้เข้าไปชมวัดนี้เลยสักครั้งเดียว...
ต้องหาโอกาสซะหน่อยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน