• จุดเริ่มต้น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nokpak1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 399702
  • ส่ง msg :
  • โหวต 72 คน
สุวรรณา วิริยาเสถียร (แป๊ก)
ร่วมกันแบ่งปันความรู้ แลกเปลียนประสบการณ์ ความคิดเห็น ข้อคิด งานบทความ ข่าวสาร รอบด้านแวดวงการพัฒนาองค์การ และทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งการท่องเที่ยวแบบกินลม ชมวิว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/paksuwanna
วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2552
Posted by จุดเริ่มต้น , ผู้อ่าน : 22627 , 13:14:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทบาทนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  กับการเป็น

HR Strategic Partner

         หลังจากไปฟังการบรรยาย HR as a Strategic Partner  จัดโดยบริษัท Orchid Slingshot  จำกัด ผู้เขียนคิดว่าน่าจะกลับมาต่อยอดศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในเรื่อง 4 บทบาทนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของ Dave Ulrich   ที่ได้กล่าวถึง บทบาทของนักพัฒนาทรัพยากรในศตวรรษที่ 21  ซึ่งผู้เขียนเคยเขียนไว้บทบาทหนึ่งในเรื่อง  “Employee Champion บทบาทนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กับ Employee Engagement”   สามารถเข้ามาคลิ๊กอ่านข้อมูลย้อนหลังได้ที่  http://www.oknation.net/blog/paksuwanna/2009/04/09/entry-1

           ครั้งนี้ผู้เขียน ขอขยายความต่อในบทบาทนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ในเรื่อง Strategic Partner  บทบาทนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กับการเป็น HR Strategic Partner 

            ตามประสาของนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ที่จะต้องพยายามเปิดโลกกว้าง หาความรู้สาระที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรอยู่เสมอ เพื่อให้เข้าใจถ่องแท้ และลึกซึ่งยิ่งขึ้นตามหลักการ  ลองเข้าไป search google ได้ข้อมูลมาเพี๊ยบถึง 26,500,000 รายการ สำหรับคำว่า HR Strategic Partner นั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องนี้อยู่มากโขทีเดียว   

การบริหารงานบุคคลที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic   Partner) ในการบริหารองค์กรนั้น

การวัดความสำเร็จขององค์กรหรือประสิทธิผล  ของการเป็น Strategic Partner มีอยู่ 2 ด้านใหญ่ คือ จะทำอย่างไรให้เป็นองค์กรเป็นองค์กรสุขภาพดี (Health  Organization)    และองค์กรมีการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth)            

 สิ่งที่ท้าทายผู้บริหารทรัพยากรมนุษย์  ต้องสามารถปรับเปลี่ยนสมรรถนะ เพื่อสนับสนุนการบริหารตามกลยุทธ์องค์กร   ที่สำคัญต้องมีบทบาท และคุณลักษณะ สำหรับการเป็น  HR Strategic Partner  กล่าวคือ  

            1. Business Orientation   เข้าใจธุรกิจขององค์กรดี       

ผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ต้องมีความเข้าใจสภาพแวดล้อมขององค์กร   HR ต้องทำการศึกษาวิเคราะห์องค์กรและยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงปัจจัยภายนอก เฉกเช่นเดียวกับ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร   ต้องทำการศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพ จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค ข้อจำกัด และโอกาสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นองค์กร  ทบทวนพันธกิจ วิสัยทัศน์ และเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ขององค์กร  รู้ว่าองค์กรยืนอยู่ณ จุดใด. (Where are we now?)  และต้องทราบถึงองค์กรจะเดินทางไปทางไหนเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้นได้?    (Where do we want to go) และรู้ว่าองค์กรจะไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร  (How can we get there?) รู้ะบบการบริหารจัดการในองค์กรรวมทั้งการประเมินผลสัมฤทธิ์ ผลกระทบจากการทำงานบริหารงานบุคคลเพื่อสนับสนุนองค์กรให้ไปสู่เป้าหมาย  

          อีกทั้งต้องมีความสามารถร่วมกันเป็นทีมกับผู้บริหารระดับสูงกำหนดOrganizational Performance Gap    และร่วมกับผู้บริหารระดับสูง กำหนดพันธกิจ วิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ขององค์กรใหม่   

           2. Change Agent   ผู้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  คือ

HR ต้องปรับกระบวนการทัศน์ และวัฒนธรรมการปฏิบัติงานของทรัพยากรบุคคล เป็นรายคน เป็นกลุ่ม/ทีม และทั่วองค์กร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการนำเครื่องพัฒนาองค์กรต่างๆ เข้ามาใช้ Balanced Scorecard, Competency Base, Performance Management System , Tatent Management , Organization Designเป็นต้น

          ผู้บริหารทรัพยากรบุคคลต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent)  และเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริม (HR Champion)  สร้างความเป็นเอกลักษณ์ (Brand) ความเข้มแข็งให้กับองค์กร    

     เมื่อองค์กรต้องการเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการในการทำงาน ฉะนั้น HR ในองค์กรจะเป็นปัจจัยหลักในขับเคลื่อน การนำการเปลี่ยนแปลงไปได้ดีแค่ไหนต้องอาศัยทัศนคติ หรือกรอบความคิด (Mindset) ของคนในองค์กรด้วยว่ามีความคิดที่จะปรับตัวเอง หรือมีความคิดจะปฏิบัติตัวตามกระแสของการเปลี่ยนแปลง

          ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนมักจะเกิดความเคยชินในสิ่งที่ทำอยู่ จึงไม่ต้องการการเปลี่ยแปลงและต่อต้านสิ่งใหม่เสมอๆ ทำให้องค์กรเดินไปได้ช้าหรือหยุดชะงัก หากองค์กรสามารถทำให้คนในองค์กรเปลี่ยนทัศนคติหรือ เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น น่าจะเป็นพื้นฐานที่จะช่วยองค์กรได้  

ดร.เดชา เดชะวัฒนไพศาล อาจารย์ประจำวิชาภาคพาณิชยศาสตร์ จุฬาฯ และที่ปรึกษาด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลง กล่าวว่า ความคิดของคนส่วนมาก และมักคิดว่าทำไม่ได้หรอก เพราะไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยเรียนมาก่อน ทำให้ไม่กล้าทำ ซึ่งสิ่งที่เคยทำมาในอดีตทำให้เกิด “กับดักความคิด” เพราะฉะนั้น การใส่ “ความคิดสร้างสรรค์”  เข้าไปจะช่วยให้เกิดความกล้า “ลองผิดลองถูก” มากขึ้น

เริ่มต้นตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำไม่ว่าเป็นการเดินทางอย่างไร การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างไร ไปจนถึงเรื่องการทำงานไม่ว่าจะเป็นการคิดพรีเซนต์งานอย่างไรให้ได้ผลเร็วขึ้น  คุยกับลูกค้าอย่างไร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นโดยใช้เวลาและค่าใช้จ่ายน้อย อันจะนำไปสู่วงล้อการเปลี่ยนแปลง 

            3. Leader   มีความเป็นผู้นำ  

     สำคัญยิ่งในเรื่องการสื่อสาร  การพูด   การแก้ปัญหา  การตัดสินใจ   รู้จักและเข้าใจการบริหารเชิงธุรกิจตามวิสัยทัศน์  มีความน่าเชื่อถือและ ความเป็นมืออาชีพ ความสามารถในการเข้าสังคม   มนุษยสัมพันธ์  การเรียนรู้อยู่เสมอ  และต้องสามารถปรับตัวเองตามสภาพการณ์ที่เกิดขึ้น  

     คุณก่อศักดิ์  ไชยรัศมีศักดิ์ CEO บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น ได้กล่าวในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์   สิ่งหนึ่งของภาวะความเป็นผู้นำของเขาที่ทำให้ทุกคนในองค์กรอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข  คนเราชีวิตการทำงานอยู่ไม่กี่ปี อย่างมากก็ 30-40 ปีทำงานแล้วรักงานรักเพื่อน ชีวิตมีความสุขกับการทำงาน ไม่ใช่อยู่ๆ กันไป ระแวงกัน ทะเลาะกัน เกลียดกันในหมู่คณะ ไปไหนไม่ได้  จำเป็นต้องอยู่ตรงนี้ มันก็ทุกข์ เพราะฉะนั้นทำงานแบบทุกข์ กับการทำงานแบบสุข ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญ

     แต่ผู้นำส่วนหนึ่งในปัจจุบันดูเหมือนจะเข้มงวด พร้อมจะเอาอำนาจไล่หวดกวดขันลูกน้องจนคำว่า “ความสุขในการทำงาน”  เป็นเพียงความฝันที่พูดได้คิดได้แต่มองไม่เห็นความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม  คุณก่อศักดิ์ได้ยึดหลักของเล่าปี่ มีหรือที่จะให้ลูกน้องทุกข์ระทมกับการทำงาน   ด้วยการอยู่กันแบบเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นญาติ  ทำงานแบบคุยเล่นได้ ฟังเพลงได้ กินขนมได้ ขอให้มีความรับผิดชอบได้ อย่าให้เสีย อยู่ด้วยกันกับความรู้สึกว่าอย่ามทำงานมากกว่าอยู่บ้าน 

      

    4. Advocate   เป็นผู้เสริมสร้างพลังขับเคลื่อนขององค์กร

ผู้บริหารทรัพยากรบุคคล  เป็นตัวแทน เป็นสื่อกลางระหว่างองค์กรและพนักงานเพื่อผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย   

ผู้เขียนคิดว่าการเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างองค์กร และพนักงาน HR Strategic Partner ไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤติขึ้นในองค์กรถึงค่อยทำหน้าที่เคียงข้างกับผู้บริหารระดับสูง  เพราะหากเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นวิกฤติไปแล้ว ค่อยมาทำหน้าที่เป็นสื่อกลางจะเป็น HR แบบเชิงรับมากกว่าเมื่อเกิดวิกฤติขึ้น     โดยทั้งสองฝ่าย ระหว่างองค์กรและพนักงานคงได้รับผลกระทบ หรือบาดแผลทั้งทางใจ ทางกาย และทางความรู้สึกกันไปแล้วซึ่งบ้างครั้งอาจช้าเกินไปยากที่จะเยียวยา เพราะคนที่เป็นคนเก่งคนดี (Talent) ขององค์กรอาจลาออกไปอยู่องค์กรอื่นแล้ว 

HR ควรมีกิจกรรม Morning Talk  เพื่อเป็นการคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ หรือเป็นทางการ ระหว่างผู้บริหาร ที่ปรึกษา และหัวหน้าฝ่าย พนักงาน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา แบบบูรณาการ ในด้านงานบริการ การบริหารจัดการ  และกรอบแนวทางใหม่ ๆ   ในการร่วมกันมุ่งถึงภารกิจและวัฒนธรรมองค์กร  เพื่อพนักงานทุกคนได้ถูกหล่อหลอมให้เข้าใจในภารกิจ เป้าหมาย  วัฒนธรรมเดียวกัน  รวมถึงซึมซับความรักองค์กรและเข้าใจองค์กรไปในแนวทางเดียวกัน   นอกจากนั้น   ยังเป็นช่วงที่ให้พนักงานได้รับรู้ข่าวสารรายวัน  และสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจอันจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะก่อให้เกิดการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  และพร้อมที่จะนำไปปรับใช้ในการทำงานแต่ละวันของพนักงานต่อไป 

             5.  HR  Expert   (มีความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการบริหารบุคคล)

ในฐานะเป็น Strategic Partner จะต้องมีความสามารถกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Strategy)  และต้องประสานหน่วยต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อสรรหาทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาสู่องค์กร จำเป็นต้องรู้ระบบ และวิธีการบริหารคุณภาพงานทั่วทั้งองค์กร  ให้เหมาะสมกับวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ขององค์กร 

และจากคำกล่าวอาจารย์ธานินทร์ สุวงศ์วาร ว่า  “Strategic Partner” ซึ่งเป็นบทบาทที่ท้าทายมากที่สุดสำหรับ HR เนื่องจาก HR จะต้องเข้าใจในธุรกิจและปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับคน เช่น จะต้องเตรียมบุคลากรสายพันธ์ใหม่ที่จะสามารถสร้างอำนาจในการแข่งขัน การนำเครื่องมือที่จะทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น Balanced Scorecard, Six Sigma, Competency Base, Strength Base และอื่นๆอีกมากมาย  เครื่องมือเหล่านี้เป็นเครื่องมือของการพัฒนาองค์กร ที่เรียกว่า บทแทรก (Intervention) ของ OD หรือ Organization Development โดย HR จะต้องทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารจากทุกๆ หน่วยงาน  

มุมมองผู้เขียน คิดว่า บทบาทของนักพัฒนาทรัพยากรกับการเป็น HR Strategic Partner นั้นเป็นสิ่งท้าทายสำหรับผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลเป็นอันมาก   จากการได้ศึกษาค้นคว้าแล้ว ในเรื่องสมรรถนะของผู้บริหาร HR   ที่จะต้องสนับสนุนการบริหารตามยุทธศาสตร์ขององค์กรที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้นครอบคลุม 5 ประเด็นที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของผู้บริหาร HR   ที่จะต้องมีคุณลักษณะสมรรถนะที่หลากหลาย   

นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งหลายเชิญฟังนี้ หากท่านสามารถฟูมฟัก และฝึกวิทยายุทธ์เพื่อพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอให้เป็น HR Strategic Partner เหมือนดั่งที่ ผศ. ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาหลักสูตร สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้สัมภาษณ์กับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์"  ว่านัก  HR สามารถไต่เพดานสูงสุดเป็นที่ปรึกษากินเงินเดือนเบ็ดเสร็จร่วมล้านบาท  และเป็นที่มีความต้องการในแรงงานสายอาชีพ HR ว่าตลาดจะขาดแคลนในกลุ่ม HR มืออาชีพ  ถึงขนาดว่าต้องเฟ้นหากันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการทำงานในระดับอินเตอร์จะหายากเป็นพิเศษ เพราะต้องมีลักษณะการทำงานแบบหุ้นส่วนกลยุทธ์ (strategic partner)  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Tanawa วันที่ : 21/07/2009 เวลา : 23.00 น.
หนักอยู่ที่ถือ เบาอยู่ที่วาง

เหมือนได้ไปนั่งเรียนด้วยเลย แถมได้ต่อยอดความคิดอีกต่างหาก ขอบคุณนะครับ

แต่จริงๆ อ่านแล้วอยากได้ตัวอย่างเพิ่มในทางปฏิบัติจริงๆ ว่าแต่ละหัวข้อมีแนวคิด วิธีปฏิบัติ หรือมุมมองในการตัดสินใจอย่างไร

บางหัวข้ออ่านแล้ว เดี๋ยวคุณนกแป๊ก คงต้องมาต่อ ในหัวข้อการพัฒนา HR ให้บรรลุตามหัวข้อที่กล่าวมาแน่เลย หรือไม่ก็แนวคิดวิธีการที่จะทำให้ HR ในหน่วย ร่วมกับพี่หน่อยให้บรรลุ การเป็นหุ้นส่วนทางกลยุทธ์ขององค์กร อันนี้ผมเดาเองนะครับ

บางหัวข้ออ่านแล้ว ขอเสนอว่าอยากให้นำเครื่องมือทางด้าน Soft side management มาใช้บ้าง จะได้สมดุล ตามหลักหยินหยาง ที่ไม่ใช่มีแต่ด้านแข็งๆ เป็นรูปแบบไปซะทั้งหมด

ขอบคุณครับผม

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เกษม วันที่ : 21/07/2009 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kasemsan
www.facebook.com/training2goal

ขอบคุณครับ....สำหรับความรู้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
luerat วันที่ : 21/07/2009 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

ขอบคุณสำหรับการนำข้อมูลดีดีจากการสัมมนามาเผื่อแผ่ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 18.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

ประทับใจที่ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ให้แนวคิดเรื่อง Leader

สำหรับกิจกรรม Morning Talk เอง เป็นเรื่องการสื่อสารในองค์กรที่ใช้แล้วได้ผลจริงๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
blog_SontanaClub วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sontana

นกแป๊ก

เขียนเก่ง ได้ความรู้เยอะเลย เริ่มมีความหวัง หน่วยงานเราน่าจะได้เป็น Strategic Partner แน่ๆๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
soonthorn วันที่ : 19/07/2009 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

สิ่งสำคัญคือ การไม่ยอมแพ้...มาให้กำลังใจนะจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
blog_SontanaClub วันที่ : 19/07/2009 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sontana

นกแป๊กคะ
พี่หน่อย update ใหม่ล่าสุด ตอนแรกยังเล่าให้ฟังไม่หมด ว่างๆ แวะกลับไปอ่านใหม่อีกรอบนะคะ ตามไปฟัง CEO พูดถึง HR อีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
phithak-P วันที่ : 19/07/2009 เวลา : 02.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak-P

บางครั้งในภาวะ Change Agent เพื่อกระตุ้นหรือสร้าง Brand อะไรเนี่ย หลายครั้งหลายหนก็ไม่มีเรื่องจริยธรรมแทรกเอาไว้เลย
ว่าไหม?ภาวะ Change Agent บางครั้งไม่ได้หมายถึงการสร้างเพียงอย่างเดียวนะ บางครั้งยังไม่ถึง"ด้านตรงข้าม"ของการ"เสริมสร้าง"อีกด้วย ส่วนตัวได้รับวารสารประจำจากองค์กรเพิ่มผลผลิตแห่งชาติอ่านประจำ หลายเรื่องดีทีเดียว ทว่าหลายๆบทความก็ชวนตั้งคำถามอยู่ไม่น้อยเลย

เพิ่งกลับมาเลยแวะมาดู
กลับก่อนครับ ง่วงนอนน่าดูเลย ฮา ฮา..
ปรู๊น ปรู๊น นนนนน..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
aree วันที่ : 18/07/2009 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/areejang


สวัสดีคะนกแป๊ก ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะคะ จากการทำงานที่ผ่านมาสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าได้ผลดีในการทำงานสำหรับ HR คือเรื่องของการสื่อสารคะ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการหรือเป็นทางการก็ตาม เป็นเครื่องมือที่ชาว HR สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานได้มากมายทีเดียวคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
SutinTan วันที่ : 18/07/2009 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SutinTan

ตามมาอ่านด้วยคนครับนกแป๊ก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
philharmonics วันที่ : 18/07/2009 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/philharmonics
ฟั่นเฟือนคือการทำสิ่งเดิมซ้ำๆแต่คาดหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ

อ่า ขอด้วยอันนี้ เอาไปฝากเจ้านายหนอยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]