• พรเมืองใต้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonnakkhian@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-08
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 44233
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
ไพบูลย์ พันธุ์เมือง
เรื่องเล่า การ์ตูน บทกลอน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/panmuang
วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน 2556
Posted by พรเมืองใต้ , ผู้อ่าน : 1591 , 11:48:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมืองผีดิบ

..พันธุ์  เมืองชุมพร..


.

ปลัดบุญฤทธิ์  แสงเพชร เพิ่งจะกลับมาจากการไปหาข่าวที่บ้านบางน้ำจืด  แต่ไม่ได้ข่าวอะไรคืบหน้าเรื่อง “ขบวนการผีดิบ”  ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่  จึงขับรถจักรยานยนต์คันโปรดมาเรื่อย ๆ  ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอเข้าไปในตลาดทิวสน

อีกราว ๓๐ นาทีก็จะเลิกงาน   ไม่อยากกลับขึ้นไปบนที่ว่าการอำเภอ  จึงขับรถจักรยานยนต์ผ่านกลางตลาดมาทางต้นฉำฉายักษ์สามสี่ต้น  ตรงจุดที่ทางรถยนต์มาจบสิ้นลงข้างทางรถไฟ  อันอยู่เยื้อง ๆ คนละฟากรางรถไฟ  กับสถานีรถไฟทิวสน  

ตรงนั้นมีร้านกาแฟอยู่ ๒-๓ ร้านและจุดนั้นเป็นจุดนัดพบ  หรือชุมทางของบรรดาคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถยนต์สองแถวเล็กประจำทาง และรถแท็กซี่   ก็พอดีกับขบวนรถไฟสายธนบุรี - หลังสวน  เข้าจอดเทียบชานชาลา    เขาจึงจอดรถจักรยานยนต์นั่งคร่อมอานอยู่ที่ร่มเงาของต้นฉำฉาต้นหนึ่ง  กะว่าพอรถไฟแล่นผ่านเลยไป  จึงจะขับข้ามทางรถไฟไปเล่น ๆ ทางตำบลทะเลทรัพย์

เขาเห็นรถจักรยานยนต์รับจ้างคันแล้วคันเล่าพาผู้โดยสารออกไป   จนคิดว่าจะไม่มีผู้โดยสารคนใดเหลืออีกแล้ว  และรถไฟก็เคลื่อนออกแล่นต่อไปยังตัวเมืองชุมพร   ปลัดหนุ่มก็ทำท่าจะเคลื่อนรถออกบ้างเพราะยังไม่ได้ดับเครื่อง  

ทว่า...พลันก็สะดุดตาสะดุดใจกับหญิงสาวในชุดกางเกงยีนส์สีเทา  เสื้อยืดสีเหลืองสดและแจ๊กเก๊ตสีขาวอมเทา ที่เพิ่งจะเดินหิ้วกระเป๋า ๒ ใบออกมามองหาจักรยานยนต์รับจ้าง  เขาดูท่าทางกระเป๋า ๒ ใบนั้นท่าจะหนัก  กำลังคิดว่าจะเข้าไปถามและจะอาสาไปส่ง  เพราะเธอมีหลายสิ่งสะดุดใจเขาในแวบแรกที่พบเห็น  แต่... รถจักรยานยนต์รับจ้างคันหนึ่ง  ซึ่งผู้ขับขี่สวมชุดยีนส์เก่าคร่ำ  กางเกงขาดที่หัวเข่าและตามขาหลายรู  แล่นเข้าไปจอดดักหน้าเธอซึ่งกำลังหิ้วกระเป๋าหนักทั้ง ๒ ใบ 

จะด้วยเหตุใดไม่รู้ เขารู้สึกไม่ไว้ใจคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างคันนั้น  รู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์ว่า  จะต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับหญิงสาว  ดังนั้นพอรถจักรยานยนต์บรรทุกหญิงสาวผ่านหน้า  ปลัดหนุ่มจึงขับออกตามไปห่างๆ

เขาทิ้งระยะห่างแค่พอมองเห็น  จักรยานยนต์คันนั้นแล่นข้ามทางรถไฟมุ่งไปทางตำบลทะเลสาบ  ผ่านที่ทำการไปรษณีย์  และผ่านไปในระหว่างสวนมะพร้าว  ถนนตัดลงสู่หุบลึกสองด้านเป็นป่าและสวนยางพารา  จากนั้นถนนก็ตัดขึ้นไปสู่เนินเขาไปสู่ยอดเขาช่องกรวด

รถของมันไต่ขึ้นไปช้า ๆ   แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ใกล้ยอดเนิน  เหมือนกับว่ารถของมันเสีย  เขาต้องแอบรถเข้าในพงหญ้าข้างทางแล้วซุ่มดูท่าที  เวลาผ่านไปเกือบ ๒๐ นาทีมันยังอยู่ที่นั่นนั่งทำอะไรอยู่ข้างๆ รถ  ปลัดหนุ่มจึงบุกป่าข้าง ๆ เดินขึ้นไปอย่างเร็ว

กระทั่งมันยืนขึ้นและคว้าแขนหญิงสาว   พาลากลู่ถูกังขึ้นเขา  และลากหายเข้าไปในซอกไหล่ทางด้านขวา ปลัดหนุ่มจึงรู้ว่าสังหรณ์ของเขาไม่ผิด

ปลัดหนุ่มวิ่งไต่ขอบเนินขึ้นไป  พยายามไม่ให้มันเห็นเขาก่อนที่จะเข้าถึงตัวมันในระยะใกล้ที่สุด  พอมันโถมขึ้นทับคร่อมหญิงสาวอีกเป็นครั้งที่สอง   และก้มต่ำลงไปยังแถว ๆ ซอกคอของเธอ  เขาก็กระโดดตุ๊บลงไปจากยอดเนินพลางตวาด

“เฮ้ย!  หยุดทำร้ายผู้หญิงเดี๋ยวนี้”

มันยอมหยุดชะงักการกระทำและหันมาทางเขา  แต่ไม่ได้เผ่นหนีหรือมีปฏิกิริยาใด ๆ  ที่จะแสดงความหวั่นเกรงออกมาเหมือนเช่นพวกอาชญากรทั้งหลาย  โดยเฉพาะปืนพกในมือเขา

มันผละจากการคร่อมร่างหญิงสาว ยืดตัวขึ้นตรงหันมาทางปลัดหนุ่ม  แล้วก็เดินเข้ามาหา  ปลัดหนุ่มตวาดมันอีก

“หยุด!  หยุดอยู่ตรงนั้นนะ ไม่งั้นกูยิงไส้ทะลุ”

แต่มันไม่หยุด  ยังเดินเข้ามากางแขนออกแล้วจะตะปบที่คอของเขา

ปลัดหนุ่มปัดมือมันออกแต่มือมันแข็งแรงมาก เขาจึงเตะถีบมันไปหลายทีแต่มันไม่สะดุ้งสะเทือน  ยังเดินเข้าหาและใช้สองมือรวบคอและจะหักคอเขา   เขาสะบัดหลุดและวิ่งถอยหลังออกไปได้  มันพุ่งเข้าหาอีกเขาจึงยิงขู่ไป ๒ นัด 

ปัง ! ปัง!

แต่มันยังเดินเข้าหาเฉย  แสดงว่าไม่กลัวปืน  ปลัดหนุ่มเลยยิงมันไป ๒ นัด

ปัง ! ปัง!

มันก็เฉยราวกับว่ากระสุนทำอะไรมันไม่ได้    เขาจึงยิงไปอีก  ๓ นัด

ปัง!  ปัง!  ปัง!

เห็นอยู่จะ ๆ ว่ากระสุนถูกกลางหน้าอกมัน   และมันยังยกมือคลำที่หน้าอก  เขาเห็นมือของมันมีเลือดติดอยู่  มันยังยกมือข้างนั้นขึ้นดู     ทว่าแทนที่เลือดของมันจะไหลโกรกออกมา  กลับซึมออกมาเพียงแค่ซิบ ๆ   ราวกับว่ากระสุนที่เขายิงไปเข้าไป  มีผลแค่พอทำให้ผิวหนังเป็นแผลแค่มีดบาด   

ปลัดหนุ่มเริ่มไม่สบายใจ  คิดว่าครั้งนี้เขาได้มาเจอเอาคู่ปรับที่ไม่ใช่คนธรรมดาเข้าให้แล้ว  หรือว่ามันเป็น ‘พวกผีดิบ’ อย่างที่เล่าลือกัน  แต่ทำไมหน้าตาท่าทางของมัน  จึงเหมือนคนทั่ว ๆ ไป  แถมยังมาเป็นพวกขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง

มันยังเดินเข้ามาหาเขาอีก  เขาต้องกระโดดถอยฉากแล้วยิงอีก ๔ นัด 

ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!   

ซึ่งผลก็เหมือนเดิมคือ  มันเอามือคลำแผลที่ถูกปืนและมีเลือดออกมานิดหน่อย  เป็นสีแดงจาง ๆ ไม่เข้มเหมือนเลือดคนทั่วไป    และมันก็มิได้แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย  ยังคงเดินเข้าหา

คราวนี้เขาเหลือ กระสุนในรังเพลิงอยู่อีกเพียง ๒  นัด  เพราะ ซิกเซาท์เออร์  ปืนพกคู่มือของเขา  บรรจุกระสุนในแม็กกาซีนได้ ๑๒ นัด  และในลำกล้องอีก ๑ เป็น ๑๓   ถ้า ๒  นัดนี้ไม่อยู่ละก็เขาคงจะต้องเผ่นหนีบ้าง  เพราะไม่มีทางสู้กับมัน  ขนาดปืนยังทำอะไรมันไม่ได้

ทว่ามีเสียงสัญญาณของอะไรบางอย่าง  ที่ติดตัวมันดังขึ้น  หวิวๆ  ดังเป็นจังหวะสั้นยาว!

หวิววว   หวีววววว….

มันจึงหยุดชะงัก  แล้วก้าวเดินเร็ว ๆ ออกไปจากที่นั้น

ปลัดหนุ่มจึงหันกลับมาที่หญิงสาว  เห็นเธอเพิ่งได้สติและทำท่าลุกขึ้น  เขารีบเข้าฉุดแขนให้เธอลุกยืนแล้วประคองไว้

“มันทำอะไรคุณบ้างหรือเปล่า” เขาถาม

หญิงสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ  มองเขาอย่างไม่ไว้วางใจนัก เหมือนจะถามว่าเขาเป็นใคร…

“ผมเป็นปลัดอำเภออยู่ที่ทิวสน  ชื่อบุญฤทธิ์  แสงเพชร  บ้านคุณอยู่ที่ไหนผมจะไปส่ง”  เขารีบต่อคำเพราะเวลานั้น เย็นลงมากแล้ว

หญิงสาวจึงเล่าเรื่องของเธอให้ปลัดหนุ่มฟัง



 

เสียงรถจักรยานยนต์ที่แล่นมาจอดหน้าบ้าน  ทำให้แจ๋วโผล่หน้าออกมาดู  ครั้นเห็นว่าเป็นใครก็ไชโยโห่ร้องดังลั่น  เท่านั้นยังไม่พอ  ยังวิ่งตะโกนเข้าไปบอกพ่อบอกแม่ที่ข้างใน 

“พ่อ - แม่ พี่จีมาแล้ว!  พี่จีมาแล้ว! ไชโย! ไชโย้!”

ไชโยเสร็จก็วิ่งออกมารับกระเป๋าสองใบหนักแอ๊ดมาจากพี่สาว  ที่กำลังก้าวลงจากท้ายรถจักรยานยนต์  แต่พอรับมาก็ทำหน้ายู่ยี่วางกระเป๋า ๒ ใบลงแล้วสะบัดหน้าเร่า ๆ   เพราะกระเป๋า ๒ ใบนั่นหนักราวกับใส่ภูเขมาทั้งลูก

“โอย!  นี่พี่จีเอาช้างจากสุรินทร์ใส่กระเป๋ามาด้วยหรือนี่”

ปลัดหนุ่มหัวเราะ  หลังจากจอดรถตั้งขาตั้งเรียบร้อย  จึงเข้ามาช่วยยกหิ้วกระเป๋าทั้ง ๒ ใบเข้าไปวางให้ในห้องโถงหรือห้องรับแขกของบ้าน  พลางถามเด็กสาวรุ่นจอมแก่นว่า

“ทำไมต้องว่าเอาช้างใส่กระเป๋ามาล่ะ  เป็นข้าวของอย่างอื่นไม่ได้หรือ?”

“ก็ที่สุรินทร์มันมีช้างเยอะนี่พี่ปลัด   ช้างเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์  พี่จีอาจจะเอามาเป็นที่ระลึก”  เด็กสาวทำหน้าทะเล้นแสดงความรู้รอบตัว

ผู้ใหญ่เพชรกับนางจันทนาภรรยา  ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของลูกสาว  จึงเดินเข้ามาในห้องโถง โดยมีเด็กชายวัย ๑๒ ขวบ  วิ่งแซงแข่งพ่อกับแม่ออกมาอีกคน

“หวัดดีครับพี่ปลัด” 

เด็กชายมือไหว้ปลัดหนุ่ม   แล้ววิ่งเข้าไปไหว้และกอดเอวพี่สาวไว้  ส่วนปลัดหนุ่มหันไปไหว้ผู้ใหญ่เพชรและนางจันทนา

“นี่พี่จีได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านเราแล้วจริง ๆ หรือ แหมผมดีใจจัง  แล้วทำไมพี่จีไม่จดหมายมาบอกล่วงหน้าให้ผมไปรับที่สถานีล่ะ”  เด็กชายถาม  แต่ครูสาวยังไม่ตอบคำถามน้องชาย  เธอรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าพ่อกับแม่และกราบลงแทบเท้าของท่านทั้งสอง

นางจันทนานั่งโอบกอดลูกสาวไว้ด้วยมือข้างซ้าย และใช้มือขวาลูบศีรษะลูกสาวอยู่ไปมา  นางปลื้มใจจนน้ำตาไหลที่ลูกสาวกลับมา ผู้ใหญ่เพชรก็เช่นเดียวกัน  ชั่วครู่ทั้งสามจึงได้สติว่ามีแขกมายืนเก้ออยู่ด้วย นางจันทนาจึงโอบร่างลูกสาวให้ยืนขึ้น 

ครูลูกสาวกล่าวว่า   “หนูตัดสินใจมาแบบกระทันหัน  ไม่นึกว่าคำสั่งจะออกมาเร็ว  พอได้รับคำสั่งก็จัดเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าขึ้นรถสองแถวมาต่อรถไฟทันที  หนูอยากมาถึงบ้านเร็วๆ  คิดถึงพ่อกับแม่และน้อง”

“แล้วไปรู้จักกับคุณปลัดท่านได้อย่างไร  ทำไมจึงมาด้วยกันได้”  

ผู้ใหญ่เพชรถามทั้งลูกสาวและปลัดหนุ่ม

ปลัดหนุ่มหันไปมองครูสาว  เพราะคิดว่าเป็นการเหมาะสมที่สุดถ้าเธอจะเล่าเอง

“เชิญคุณปลัดที่โต๊ะรับแขกดีกว่านะครับ”

ผู้ใหญ่เพชรเชิญปลัดหนุ่มและชวนลูกสาวให้ไปนั่งที่โต๊ะรับแขก  ส่วนนางสาววันทนีย์ไปเปิดตู้เย็นแล้วก็เดินกลับมาพร้อมถาดใส่แก้วน้ำมะนาวคั้นเย็น ๆ  ๓ แก้ววางลงบนโต๊ะแล้วว่า

“เชิญดื่มน้ำมะนาวค่ะคุณปลัด”

ส่วนครูสาวจีระวรรณเริ่มเล่าเรื่องที่เธอพบกับปลัดหนุ่ม  จากนั้นปลัดบุญฤทธิ์ก็เล่าต่อในส่วนของตนโดยกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า

“ที่ผมยิงมันไปเจ็ดนัดไม่ได้ทำให้มันสะดุ้งสะเทือนอะไรเลย  มันเดินเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ที่มันยอมกลับไปโดยไม่สู้กับผมเพราะมีคนเรียกมันกลับ”

ผู้ใหญ่เพชรฟังจบถอนใจแรง และเอ่ยขึ้นว่า

“พวกมันถึงขนาดมาเป็นคนขับรถเครื่องรับจ้างแล้วหรือนี่  แล้วทีนี้จะเหลือใครให้เราพอได้ไว้วางใจ  พูดคุยคบหาสมาคมด้วยบ้าง  นี่มันคงจะเข้าไปปะปนอยู่ในหมู่คนทุกอาชีพแล้ว ทำไมมันแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วขนาดนี้ ถึงขนาดออกล่าเหยื่อกลางวันแสก ๆ”

“ก็... น้ากำนันและผู้ใหญ่เป็นคนเล่าให้ผมฟังเองเมื่อวานไม่ใช่หรือว่า  ว่าหลวงพ่อกฤติยาบอกว่าให้ระวัง  ผีดิบมีสองพวกพวกหนึ่งเป็นผีดิบที่ร่างของมันตายไปแล้ว  อีกพวกเป็นพวกครึ่งผีครึ่งคน  พวกนี้แค่รับเชื้อแต่ยังเป็นคนยังไม่ตาย  มันจึงออกทำงานล่าเหยื่อได้ทั้งกลางวันและกลางคืน  และทำอะไรๆ อย่างที่พวกเราคนธรรมดาๆ ทำทุกอย่าง  พวกนี้จะปะปนอยู่กับคนทั่วไป  จนเราไม่อาจจะรู้ว่าใครเป็นหรือไม่เป็น”

ปลัดหนุ่มทบทวนเรื่องที่รับฟังมาจากปากกำนันพร้อม  ผู้ใหญ่เพชรจึงได้แต่นั่งครางฮือ ๆ

“น้านึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นไปได้เร็วขนาดนี้   หลวงพ่อท่านว่ามันจะแพร่เชื้อไปจนเต็มบ้านเต็มเมือง  ท่านบอกว่าเป็นเรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์  โดยจะฆ่าคนและทำลายสังคมมนุษย์ไปด้วย  อย่างเหี้ยมโหดและเลือดเย็น  ไม่มีทางแก้ไขมีแต่ทางป้องกันคือให้ทุกคนปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร  ให้ถือศีลห้าละอบายมุข  ที่ท่านบอกมาน้าคิดว่ามันจะค่อยเป็นค่อยไป  ที่ไหนได้มันกลับเป็นไปแล้ว..”

ผู้ใหญ่เพชรนั่งเงียบไปอึดใจหนึ่งเพื่อทบทวนคำพูดของหลวงพ่อ  ต่อจากนั้นก็พูดว่า

“นี่แสดงว่า...โรงเรียน สถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงพัก…  คงจะมีพวกมันไปอยู่กันเต็มหมดแล้วละซี แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าคนไหนใช่ไม่ใช่...”

 “งั้น - เมื่อกี๊!...”   ครูสาวจีระวรรณตกใจ  “ถ้าคุณปลัดไม่มาช่วยไว้ทัน  หนูก็เป็นผีดิบแบบพวกมันไปแล้วนะซี”

“ใช่ลูก  เราต้องขอบคุณ คุณปลัดท่านที่เห็นท่าทางของมัน  แล้วเกิดลางสังหรณ์ทำให้มาช่วยหนูไว้ทัน”  ผู้ใหญ่เพชรพูดจบก็ทำท่าอาการราวกับจะเป็นลม 

เด็กชายจ้อยทำท่าขนลุกขนพอง   มองพี่สาวแล้วพูดสีหน้าตาย  

“แล้วเราจะแน่ใจได้ไงว่าพี่จีไม่ได้โดนมันกัด...  เพราะพี่จีถูกมันปลุกปล้ำอยู่ตั้งนาน กว่าพี่ปลัดจะตามมาช่วยไว้  แล้วถ้าพี่จีถูกมันกัดแล้วปิดบังเรา  พอกลางคืนพี่จีลุกขึ้นดูดเลือดพวกเราไปทีละคน ๆ  บ้านเราจะไม่กลายเป็น ‘ครอบครัวผีดิบ’  ไปหรือ”   จ้อยพูดแล้วมองไปทางคนโน้นทีคนนี้ที  “…ไม่แน่นะผมว่าพี่ปลัดอาจจะมาช้าไปก็ได้  ซึ่งตอนนั้นมันกัดและดูดเลือดพี่จีไปแล้ว  แต่พี่จีไม่รู้ตัวเพราะถูกมันสะกดจิต  ไม่รู้ละคืนนี้ผมต้องแขวนพระและไม่นอนใกล้พี่จี...”

น้องชายแก่นแก้วตั้งใจจะล้อพี่สาวเล่น   แต่ทำให้แจ๋วหรือวันทนีย์พลอยเป็นไปด้วยอีกคน  เธอปฏิเสธเสียงลั่นว่า

“แจ๋วก็เหมือนกัน  แจ๋วไม่นอนห้องเดียวกับพี่จี  แจ๋วจะไปนอนกับพ่อและแม่”

ทำเอาพ่อแม่พากันทำหน้าเลิ่กลั่กเพราะตามเกมลูกไม่ทัน  ส่วนปลัดหนุ่มหัวเราะหึๆ ขำในความช่างอำของเด็กชาย  ส่วนครูพี่สาวก็ถือโอกาสแกล้งโดยลุกขึ้นยืนทำตาถลนแยกเขี้ยว  แล้วตรงเข้าไปหาน้องชายพลางยกสองมือยื่นไปหาจะบีบคอ  น้องชายจึงวิ่งหนีและตะโกนลั่นบ้าน!

“พี่จี... พี่จีเป็นผีดิบ! พี่แจ๋ว พ่อ แม่  รีบเอาพระมาแขวนคอไว้เร็ว ! ” 

ว่าแล้วก็วิ่งหนีเข้าไปหลังบ้านที่เป็นสวนสมุนไพร  ปากร้องว่า 

“เจ้าผีดิบ  อย่าเข้ามานะ… นี่มันสวนสมุนไพร”  

แต่ครูสาวกลับวิ่งเข้าไปและไล่น้องชายไปรอบ ๆ สวน  เมื่อไล่น้องชายไม่ทันเธอจึงพูดว่า

“ดี...ดี  คอยดูนะคืนนี้ฉันจะแอบดูดเลือดแกก่อน  ดูดซะให้หมดตัวเลย” 

“นี่ๆ... ลูกนะเป็นถึงครูอาจารย์แล้วนะ ยังจะมายั่วเล่นกับน้องอยู่อีก...”  นางจันทนาเอามือทาบอก   “แล้วก็ขอเถอะ  อย่าเล่นสมมุติเป็นอะไรๆ ที่มันหวาดเสียวและน่ากลัวแบบนี้เลย  แม่ไม่สนุกด้วย”

แล้วนางจันทนาก็แสดงอาการปริวิตกโดยปรารภกับสามี   “แล้วไอ้พวกผีดิบนี่มันจะกล้าเข้ามาในบ้านเรามั้ย  ลงว่าเกิดมีพวกที่สองขึ้นมาอีกนี่”

“ผีดิบพวกแรกพ่อมั่นใจว่ามันจะไม่เข้ามา  ก็คืนนั้นที่มันไล่พ่อมันยังไม่กล้าตามเข้ามาในเขตบ้านเราเลย  แต่ไปเข้าบ้านนายชุ่มแทน  ส่วนพวกที่สองเราป้องกันมันได้โดยถือศีลห้า  แล้วแม่จันทน์ก็ถือศีลห้าอยู่ไม่ใช่หรือ” 

ผู้ใหญ่เพชรพูดปลอบใจภรรยา  แต่ลูกสาวลูกชายกลับสนใจประโยคแรก

“เอ๊ะ ! ตะกี๊...  พ่อพูดว่าพ่อเจอผีดิบพวกแรกแล้วหรือ?”  

“ใช่ลูก  คืนที่พ่อไปบ้านลุงกำนันพร้อมไปปรึกษาเรื่องไฟฟ้าดับ  ฝนตกแต่เช้าค่ำก็ยังไม่หยุด  พ่อเดินกลับมาบ้านมืดสลัวๆ  พ่อเจอมัน  พ่อวิ่งหนีเข้าบ้านแต่มันไม่ตามเข้ามา…” 

ผู้ใหญ่เพชรจึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วสรุปว่า 

“พ่อก็เลยเข้าใจเอาว่า... ที่มันไม่กล้าเข้ามาเพราะในบ้านเรามีพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพร”

ผู้ใหญ่เพชรเล่าให้ลูก ๆ ฟังเป็นครั้งแรก  หลังจากเล่าให้ภรรยาฟังเพียงคนเดียว  จ้อยยืนเกาะประตูรั้วฟังอยู่ถึงกับวิ่งเข้ามากอดพี่สาวคนเป็นครู  ลืมเรื่องที่จะถูกครูพี่สาวดูดเลือดเสียสิ้น

“ฮืยยย์!!  น่ากลัวจัง!”  เด็กชายทำท่าสยิวกาย

“พ่อจำเป็นต้องปิดบังไว้จนกว่าพ่อจะแน่ใจ  พ่อไม่อยากให้ตกใจกันจนกว่าจะได้ความจริง”  ผู้ใหญ่เพชรพูด

“แล้วพี่จี  พี่จีจะไปโรงเรียนอย่างไร  ทางไปโรงเรียนประชานุกูลเป็นป่าเปลี่ยวน่ากลัวออก”  เด็กชายเป็นห่วงพี่สาว

“ให้ผมไปรับไปส่งก็ได้นะครับ”  ปลัดหนุ่มได้โอกาสจีบสาวต่อหน้าพ่อ 

ครูสาวค้อนให้ปลัดหนุ่มขวับ ๆ  ส่วนผู้เป็นพ่อวางสีหน้าเฉย  ก็...ใครจะไปรังเกียจลูกเขยเป็นปลัดอำเภอ  แถมความประพฤติดี เหล้าไม่ดื่มบุหรี่ไม่สูบ  การพนันและอบายมุขทุกอย่างไม่แตะต้องอย่างนี้  แต่ก็ต้องสงวนท่าที

ส่วนนางจันทนาผู้เป็นแม่ซ่อนยิ้มอยู่ในใจ   ในขณะที่เด็กชายจ้อยเห็นดีเห็นงามรีบเชียร์

“ดี เยี่ยมเลยถ้าพี่ปลัดจะมาคอยรับคอยส่งพี่จีเพราะพี่ปลัดมีปืน  ใช้ปืนยิงผีให้ร่างมันทะลุเป็นรูๆ หรือไม่ก็ขว้างระเบิดใส่มัน ให้ขาดกระเด็นเป็นชิ้นๆ   ดูทีหรือว่ามันจะตายหรือไม่ตาย”

“พี่ฆ่าเขาไม่ได้หรอกจ้อยเพราะผีดิบตอนนี้ไม่ใช่แบบที่ไล่บีบคอน้าผู้ใหญ่   แต่คือคนเหมือนเราซึ่งเราจะไม่รู้ด้วยว่าใช่หรือไม่ใช่   จะรู้ก็ต่อเมื่อมันทำอย่างที่ทำกับพี่จีของเรา  พวกครึ่งคนครึ่งผี เราไปฆ่าเขาเราก็ติดคุก  เพราะกฎหมายยังไม่ยอมรับว่าคนพวกนี้เป็นผี”   ปลัดหนุ่มกล่าวกับเด็กชาย



 

ห้องนั้นต้องเปิดไฟฟ้าไว้ตลอดเวลา...

ชายคนหนึ่ง จมูกโด่ง ผิวสีขาวออกชมพู ไว้ผมยาวและหนวดเครารุงรังเกือบถึงอก  อายุของเขาไม่มีใครเดาได้ว่าเท่าใด   สีของหนวดเคราและผมของเขาเป็นสีขาวปนสีทองจาง ๆ  แต่งชุดขาวเหมือนพวกพราหมณ์ หรือหมอผี คอแขวนลูกประคำสีดำ นั่งอยู่ในห้องซึ่งมีโต๊ะหมู่บูชา  มีเชิงเทียนกระถางธูปเครื่องเซ่นไหว้  มีหัวกะโหลกผี มีรูปปั้นพระฤาษี รูปปั้นเทวดาพระอินทร์ พระพรหม ฯลฯ  บุคลิกของชายคนนี้ขัดกันกับเครื่องแต่งกาย เพราะขณะนั้นเขากำลังนั่งอยู่หน้าจอ  พร้อมกับมือคอยกดปุ่มต่าง ๆ  บนแป้นตรงหน้าซึ่งมีสัญญาณปรากฏในจอ 

“มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกไหนอีกล่ะดอกเตอร์”   ชายคนแต่งชุดดำ  สวมถุงคลุมหน้าสีดำเจาะตรงลูกนัยน์ตา  มีรูปค้างคาวกระพือปีกปักด้วยดิ้นไหมสีทองที่หน้าอกเสื้อคลุมถาม

“ไอ้สองศูนย์หนึ่งถูกยิงหลายนัดต้องเรียกกลับมารักษาแผล    ถึงเขาจะไม่เจ็บไม่ปวดเพราะเราฉีดมอฟีนไว้ในร่างกายพวกมันทุกคน  แต่มันก็อาจจะตายได้ถ้าโดนยิงที่สำคัญ ๆ  อีกอย่างเรายังไม่ต้องการให้เขาไปปะทะกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง  หากไม่จำเป็น”

“สองศูนย์หนึ่งทำงานอยู่หน่วยไหน?” 

“หน่วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง”

ชายชุดพราหมณ์กับชายชุดดำพูดกันไม่ทันจบสิ้นความ  ฝาผนังด้านที่มีตู้ใบใหญ่ก็พลิกเข้ามาด้านในกลายเป็นช่องประตู  และชายสวมถุงคลุมหน้าอีกคนก้าวเข้ามา  ก่อนที่ฝาผนังจะพลิกกลับดังเดิม

“มีอะไรหรือศูนย์หก”   ชายสวมชุดดำ ค้างคาวทองถาม 

ผู้ที่เข้ามาใหม่สวมชุดเสื้อ กางเกงแบบชุดวอร์มสีแดง มีถุงคลุมหน้าสีแดงเจาะช่องไว้เฉพาะดวงตา มีแถบขาวยาวที่ด้านข้างของแขนและขา มีรูปค้างคาวสีดำกระพือปีก และเลข 06อารบิกสีดำ อยู่ในรูปวงกลมรีสีขาวที่หน้าอก  ถือกระดาษแผ่นหนึ่งเข้ามายื่นให้ชายแต่งชุดพราหมณ์   แล้วพูดว่า

“รายงานผลการตรวจเลือดนายคนยามเฝ้าตลาดครับผม”

ชายชุดพราหมณ์ หมอผี  หรือนักวิทยาศาสตร์คนเดียวกันรับมาดูแล้วพูดว่า “เลือดนายคนยามเป็นเลือดแอนตี้แวมไพร์  มีสารเผ็ดร้อนจากหัวกระเทียมและสมุนไพรหลายชนิด”

“งั้น จะให้ทำยังไงต่อไปครับ”  ชายชุดแดงแถบขาวถาม

“พาไปฆ่าทิ้งซะ!”  คุณวอค้างคาวทอง  สั่งการเองทันที

ชายในชุดแดงแถบขาวโค้งคำนับแล้วถอยออกไป  ฝาผนังด้านนั้นเปิดออกแล้วเลื่อนปิดดังเดิมอีก

หลังจากนั่งกันอยู่ในความเงียบอีกสักครู่  ชายชุดดำค้างคาวสีทอง  ก็ปรารภกับชายชุดพราหมณ์

“ตอนนี้สมาชิกถาวรของเราเฉพาะในเขตอำเภอนี้มีสิบสี่   สมาชิกทั่วไปสองร้อยเศษ  เราควรจะเพิ่มสมาชิกถาวรอีกไหม?”

“ที่ทางของเรายังคับแคบอยู่  ถ้ามากกว่านี้จะเอาที่ๆ ไหนไว้กักขังพวกมัน  หรือคุณวอจะปล่อยให้มันเที่ยวเพ่นพ่านแบบเมื่อก่อน”   ดอกเตอร์หมอผีถาม

“คงไม่ดีกว่า  ตอนนี้งานของเราเปลี่ยนรูปไปแล้ว  เราต้องควบคุมสมาชิกถาวรให้อยู่เป็นที่  สมาชิกถาวรพอแค่นี้ก่อนเพราะไม่มีที่กักขัง  ส่วนสมาชิกทั่วไปจะต้องให้มีมากที่สุด  ได้หมดทั้งอำเภอทั้งจังหวัดและประเทศได้เมื่อใด  นั่นคือเป้าหมายความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเรา”

คุณวอค้างคาวทองพูดจบมองหน้าดอกเตอร์หมอผี  เมื่อฝ่ายนั้นยังไม่ออกความเห็นใดๆ จึงพูดว่า

“ตอนนี้เราหยุดออกล่าหาสมาชิกมาหลายคืนแล้ว เพราะพวกกำนันผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจส่งสายตรวจออกตรวจ  ผมยังไม่อยากให้โหงพรายของเราปะทะกับฝ่ายใดโดยไม่จำเป็น  แต่คืนนี้ผมจะส่งสมาชิกทั่วไปออกไปหาสมาชิกเพิ่ม  จะให้ไปตามคลับตามบาร์ ร้านอาหารคาราโอเกะ  ดอกเตอร์ว่าดีไหม?”

“ก็ - ตามใจ แต่ระวังอย่าไปดูดเลือดพวก ‘วีเก็ตแทเรี่ยน’ หรือพวกมังสวิรัติเข้าก็แล้วกัน   นอกจากใช้ไม่ได้แล้วพวกวีเก็ตแทเรี่ยนมักมีอำนาจ  อาจทำลายสมาชิกของเราได้หมดไม่ว่าจะโหงพรายหรือสมาชิกทั่วไป”  ดอกเตอร์หมอผีกล่าวเตือนเรียบๆ  ไม่ยินดียินร้าย  คุณวอค้างคาวทองจึงกล่าวต่อไป…

“ความคิดของผมตอนนี้อยากได้พวกครู อาจารย์  หมอ พยาบาล หรือพวกข้าราชการมาเป็นสมาชิก  มากๆ เพราะพวกนี้มีร่างกายสมบูรณ์มีเลือดมาก  เราดูดได้เต็มที่หรือถ้ายิ่งได้พระมาเป็นสมาชิกก็ยิ่งดี”

“อะไรกันคุณวอ!  เป็นไปได้ยังไงที่จะเอาพระมาเป็นสมาชิก  พระท่านมีศีล  พวกเราไปยุ่งเกี่ยวกับพระไม่ได้หรอก  ในอดีตคุณวอจำไม่ได้หรือ  สมาชิกถาวรของเราถูกปลดปล่อยวิญญาณไปหมด  ไม่ใช่เพราะพระหรือ  ผมว่าเราอย่าไปยุ่งกับพระโดยเด็ดขาด”  ดอกเตอร์ผู้เฒ่าส่ายหน้า  แต่ชายชุดดำค้างคาวทองหัวเราะ

“ฮะๆ ๆ นี่ดอกเตอร์คงจะอยู่แต่ในห้องทดลองเลยไม่รู้สังคมภายนอก…  เดี๋ยวนี้พระทุศีล พระอลัชชีมีมากมาย  ผมอยากจะเอาพระมาเป็นสมาชิกเพราะคนชอบเข้าไปหาพระ  พอเห็นพระก็พากันเข้าไปหา  ที่ไหนได้กลับถูกพระดูดเลือด  ฮะ ๆ ๆ  เหอะๆๆ… สมาชิกพระนี่แหละผมว่าจะหลอกดูดเลือดคนได้เยอะกว่าสมาชิกประเภทอื่น ฮะ ๆ ๆ ”  คุณวอทำท่าสงสารดอกเตอร์หมอผีที่  ไม่รู้ความเป็นไปของบ้านเมือง

“ถ้าเรามีสมาชิกถาวรเป็นพระเขาจะพบผู้พบคนได้อย่างไร  หรือจะให้คอยแต่ดูดเลือดพระด้วยกัน”   ดอกเตอร์ไสยศาสตร์ยังไม่สิ้นสงสัย

“วัดมีเขามีถ้ำมีตึกเก่าๆ ร้างๆ ให้หลบซ่อนอยู่เยอะ  ให้สมาชิกพระอยู่แต่ในกุฏิค่อยออกมาตอนกลางคืน  ให้ขยายงานหาสมาชิกที่เป็นพระด้วยกัน  แต่ส่วนใหญ่ผมอยากจะให้เป็นแบบสมาชิกทั่วไป  คือไม่มีใครรู้ว่าเป็นพระผีดิบ” 

“แต่... แผ่นดินวัดเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เป็นแผ่นดินร้อน อาถรรพณ์สำหรับภูตผีปิศาจ ร้อนยิ่งกว่าบ้านที่ปลูกพืชผักสมุนไพรเสียอีก”  ดอกเตอร์หมอผีแย้ง

“ก็เลือกเอาวัดที่ไม่มีพระดีๆ อยู่ซี้...”  หางเสียงของชายชุดดำค้างคาวทองตวัดขึ้นสูง  เหมือนพึงพอใจในความคิดใหม่ของตนแล้วว่า  “ดอกเตอร์อย่าลืมซีว่า  สมาชิกชั่วไปทำอะไรได้เหมือนคนปรกติ  ไม่กลัวพืชสมุนไพร อยู่ใกล้พระก็อยู่ได้  ส่วนโหงพรายพระก็ให้ไปคอยแอบๆ แฝง ๆ อยู่ตามวัดที่พุทธมนตร์เสื่อมแล้ว  แบบให้คนเช่าบ้าง  สร้างโรงแรมโรงนวดบ้าง  มีออกเยอะไป...”

“งั้นก็... ตามใจคุณวอ”  ดอกเตอร์หมอผีชราจบการให้คำปรึกษา

ชายชุดดำยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาแล้วก็เดินออกไปจากห้องนั้น

 



 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พรเมืองใต้ วันที่ : 25/06/2013 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panmuang

ขอบคุณครับ แต่ผีของผมมันคือผีที่อิยู่ในคนเป็นๆ อย่างเราๆ ด้วยนี่ซีครับ ถ้าผีแบบคืนหอนวิญญาณโหดอะไรแบบนั้นคงไม่ใช่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันพูมิ วันที่ : 25/06/2013 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vong

ดีครับผมชอบอ่านโดยเฉพาะเรื่องผี
ทำความรู้จักพวกเขาให้มาก ๆ ก่อนที่เรา
จะไปเป็นพวกเดียวกับผี สบายดีนะครับพี่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พรเมืองใต้ วันที่ : 23/06/2013 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panmuang

ต่อไปผมจะพยายามมาที่บล็อกนี้และลงเรื่องต่าง ๆ ต่อให้จบครับ เพราะในเฟซบุ๊กลงนิยายไม่มีใครอ่าน คนเล่นเฟซบุ๊กมีแต่โพสต์ข้อความสั้น ๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พรเมืองใต้ วันที่ : 23/06/2013 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panmuang

ลงให้อีกตอนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]