*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-11-29
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 158602
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน 2562
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 238 , 18:34:28 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน อดุลย์ , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ประมาณเดือนนึงที่ผ่านมา ลูกค้าประจำท่านนึงเข้ามาคุยเรื่องลูกใต้ใบกับการลดน้ำหนัก เนื่องด้วยไปอ่านอะไรต่อมิอะไรในอินเตอร์เน็ต รวมทั้งหลังบ้านดันมีต้นลูกใต้ใบขึ้นอยู่ มีลูกห้อยโตงเตงอยู่ใต้ใบนั่นแหล่ะ บอกว่าจะลองเก็บมาต้มกิน

ราวสองสัปดาห์ก่อน ผมสังเกตเห็นว่าที่ข้างๆ ร้านยาที่ผมทำงานอยู่ ในพื้นที่รกร้างมีต้นลูกใต้ใบขึ้นอยู่ ๓-๔ ต้น และในช่วงบ่ายแก่ๆ ระหว่างที่นั่งทำงานเพลินๆ ก็มีหญิงสองคนขับและซ้อนมอเตอร์ไซค์มาจอด ด้อมๆ มองๆ สักพักแล้วจึงลงมือถอนต้นลูกใต้ใบเหล่านั้นไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วลูกสาวของป้าแจ๋ว ซึ่งก็คุ้นเคยกันอยู่แวะเข้ามาบอกว่าแม่ถูกหามส่งโรงพยาบาลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเนื่องจากนอนหมดสติอยู่ในห้องนอน หน้าซีด ปากซีด มือเท้าเย็น เรียกไม่รู้สึกตัว

ญาติขับรถไปตามหมออนามัยมาดูอาการ และสุดท้ายทาง รพสต. ต้องนำรถพยาบาลฉุกเฉินพาป้าแจ๋วส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอ

(รพสต. = โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สมัยก่อนเรียก "สถานีอนามัย")

ป้าแจ๋ว

ป้าแจ๋วก็คือแม่ของลูกค้าประจำที่ผมเล่าตอนต้น แกมีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ตอนนี้คุมน้ำตาลด้วยการฉีดอินซูลินทุกเช้าเย็น มานานหลายปี น้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับควบคุมได้มาตลอด (ประมาณ ๑๑๐-๑๒๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) ไม่มีเครื่องตรวจวัดน้ำตาลที่บ้าน และไม่มีโรคประจำตัวอื่น

ลุงติ๊ด

ลุงติ๊ด คือลูกค้าของผมอีกคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับป้าแจ๋ว ไม่มีโรคประจำตัวอะไรที่ชัดเจน มีเพียงแต่อาการปวดๆ เมื่อยๆ ตามประสาคนสูงอายุ มีลูกหลานหลายคนอยู่ใกล้ตัวและขยันทำงานเหมือนป้าแจ๋ว

วันหนึ่งลุงติ๊ดกับป้าแจ๋วได้มีโอกาสคุยกันตามประสาคนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ด้วยขยันทำงานเหมือนกัน อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะต้องคุยกันคือความเจ็บป่วย ปวดเมื่อยหลังจากทำงานสวน ถอนหญ้า ขุดดิน

ลุงติ๊ดเล่าให้ป้าแจ๋วฟังว่าได้ตำรายาไทยแก้ปวดเมื่อยมาใหม่ โดยสมุนไพรที่ใช้คือลูกใต้ใบ ต้มดื่มบ่อยๆ แทนน้ำ ช่วยแก้ปวดเมื่อยได้ชะงักนัก และด้วยที่หลังบ้านป้าแจ๋วมีต้นลูกใต้ใบขึ้นอยู่ดาษดื่นจึงรีบไปเก็บมาต้มกินบ้าง

ผมไม่ได้ถามว่าแล้วตกลงอาการปวดเมื่อยของป้าแจ๋วหายหรือไม่ แต่ที่เห็นผลชัดเจนเตะตาคือป้าแจ๋วนอนปากซีดมือเท้าเย็น จนแทบจะพาไปส่งโรงพยาบาลกันไม่ทัน

ลูกสาวแกเล่าว่าตอนไปถึงโรงพยาบาลหมอเจาะน้ำตาลได้ราวๆ ๖๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นี่คือหลังจากทางหมออนามัยหยอดน้ำหวานก่อนนำป้าแจ๋วขึ้นรถของ รพสต. ไปส่งโรงพยาบาลอำเภอ

ป้าแจ๋วนอนโรงพยาบาลเพื่อติดตามระดับน้ำตาลในเลือดและปรับยาฉีดอินซูลินอยู่ ๓ คืน จึงได้กลับบ้าน

ปวดเมื่อยหายหรือไม่กลายเป็นเรื่องเล็กไป เพราะดันมีเรื่องใหญ่กว่าคือทำให้น้ำตาลในเลือดของคนไข้ที่เป็นเบาหวานลดฮวบฮาบ

เรื่องรายละเอียดของการกินลูกใต้ใบของลุงติ๊ดและป้าแจ๋ว ยอมรับว่าผมไม่ทราบรายละเอียด เช่น ใช้ทั้งต้น หรือใช้เฉพาะกิ่งที่มีลูก ใช้ต้นอายุเท่าไหร่ อ่อนแก่อย่างไร ใช้กี่ต้นต่อน้ำเท่าไหร่ และดื่มบ่อยหรือมากน้อยแค่ไหน

แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เราควรหันมาตระหนักคือ

๑.ในผู้ที่มีโรคประจำตัวอะไรสักอย่าง โดยที่ต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้วยยา  จำเป็นต้องควบคุมปัจจัยแวดล้อมให้คงที่ โดยเฉพาะการกิน อยู่ หลับนอน 

อย่าว่าแต่สมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางยาเลยครับ แม้แต่อาหารบางประเภท ตามตำราทางการแพทย์ยังต้องให้ระวัง เพราะมันอาจไปมีผลต่อ ไม่โรคก็ยา ที่คนไข้คนหนึ่งๆ กำลังเป็นหรือได้รับอยู่

๒.พืชสมุนไพรไทย ในหนึ่งต้นอาจให้ผลทางยาต่างกันไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นที่ต่างกัน อายุที่ต่างกัน วิธีการนำมาใช้ที่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งน้ำกระสายยาที่ต่างกัน (ต้มด้วยน้ำ, ดองเหล้า ฯลฯ)

๓.ต้นไม้ชื่อเดียวกันอาจมีหลายซับสปีชีส์ (sub species) ซึ่งไม่อาจการันตีได้ว่ามีฤทธิ์ทางยาเดียวกัน ข้อนี้บางครั้งเราต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของหมอยาพื้นบ้าน

สำหรับข้อมูลลูกใต้ใบที่เผยแพร่ในวิกิพีเดียระบุไว้ดังนี้

ลูกใต้ใบ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Phyllanthus niruri L.) เป็นพืชล้มลุก ต้นเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตัวคล้ายใบประกอบ ทำให้บางครั้งเกิดความสับสนว่าเป็นใบประกอบ ออกดอกตามข้อ หนึ่งข้อมีหนึ่งใบ โคนก้านใบติดกับลำต้น สีม่วงแดง ดอกสีเขียว ดอกออกตามซอกก้านใบย่อยและห้อยลง ผลกลมเรียบ เมื่อแก่แตกเป็นสามพู

ในทางยาสมุนไพร ลูกใต้ใบมีฤทธิ์แก้โรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ เป็นยาบำรุงธาตุ ขับประจำเดือน มีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับการนำไปใช้ประโยชน์ทางยาและอาจจะมีฤทธิ์ต้านไวรัสเอดส์และไวรัสตับอักเสบบี ลดความดันโลหิต ลดความเป็นพิษต่อตับ ในบราซิลและเปรูใช้เป็นยารักษาโรคนิ่วในไต และสามารถยับยั้งการเกิดก้อนนิ่วในหนูที่กินน้ำคั้นของพืชนี้ได้ ชาวโอรังอัสลีในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ใช้ทั้งต้นนำไปต้มใช้รักษาดีซ่าน

(ข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki/ลูกใต้ใบ เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๗.๓๙ น. วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒)

จะทานสมุนไพรอะไรก็ต้องระวัง โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว สมุนไพรบางตัวมีหลายสรรพคุณ ผลที่ได้อาจมากเกินกว่าที่คิดว่าจะได้ ก็เป็นได้ครับ

-------------------------------------

เภสัชกรภาณุวัฒน์ ภ๑๓๗๘๗

๑๒ กันยายน ๒๕๖๒



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน