*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-11-29
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 165369
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
วันเสาร์ ที่ 5 ตุลาคม 2562
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 437 , 18:06:05 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , อดุลย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ผมมีลูกค้าที่บ้านอยู่ข้างๆ ร้านผมนี่แหล่ะ เป็นเด็กแฝด ๒ คน เพศหญิง อายุประมาณ ๑๐ ขวบ ขออนุญาตตั้งชื่อสมมติให้เป็นน้อง บี๑ กับ บี๒ ครับ

ปัญหาของน้องคือเรื่องผื่นแพ้ตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งจะเป็นเฉพาะน้อง บี๒ ส่วนน้อง บี๑ นี่เป็นแบบเด็กปกติ เด็กปกติที่ก็จะเป็นผื่นแพ้เมื่อเจอสิ่งที่ควรแพ้จริงๆ เช่น มดกัด ยุงกัด ต้นไม้หรือหญ้าที่มีขนโดนแล้วคัน ประมาณนี้

ทีนี้ แม่ของน้องก็เห็นปัญหาเรื่องผื่นแพ้ของน้องบี๒ ตั้งแต่เล็กๆ แรกๆ ก็เดินมาปรึกษาและขอยาไปลองทา จำพวกคาลาไมด์โลชั่นครับ และครีมสเตียรอยด์ในบางครั้งที่เป็นมากๆ

เดิมทีตอนน้องบี๒ อายุก่อนเข้าโรงเรียน ก็มักจะเป็นผื่นเฉพาะบริเวณเท้าและงามนิ้วเท้า มีที่เข่าที่ศอกบ้าง แต่ไม่มาก ได้ยาเบื้องต้นไปก็ช่วยให้อาการดีขึ้นบ้าง แต่บางทีก็ไม่ดีขึ้นเลย จนต้องพาไปหาหมอที่คลินิกหมอผิวหนังในตัวจังหวัด

คุณหมอหลายคนก็แค่ซักประวัติและจ่ายยาให้ โดยมักเป็นยาในจำพวกเดียวกันคือครีมสเตียรอยด์ และยาแก้แพ้แบบรับประทาน

เมื่อเวลาผ่านไป อาการน้องก็แค่ทุเลาลงบางครั้ง และบางครั้งก็กำเริบขึ้น

เมื่อไปหาหมอหลายๆครั้ง และหลายๆ หมอ ยาที่ได้มาก็มักจะเป็นกลุ่มเดิมคือครีมสเตียรอยด์ และยาแก้แพ้แบบรับประทาน

คุณแม่ก็เข้ามาปรึกษาผมอยู่เนืองๆ พาน้องมาบ้าง หรือมาแต่ลำพังบ้าง จนหลังๆ ผมเริ่มสังเกตเห็นผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นประจำของน้องบี๒ เริ่มแห้ง ไม่ชุ่มชื้นเหมือนปกติ และเป็นด่างขาว ซึ่งสาเหตุมาจากทาครีมสเตียรอยด์ต่อเนื่องกันนานๆ

ผมเลยแนะนำว่า เราควรหาสาเหตุการเกิดผื่นของน้องเพื่อป้องกัน โดยจะดีกว่าตามรักษาแล้วเกิดผลข้างเคียงจากยาแบบที่เป็น สุดท้ายคุณแม่ตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ไปพบแพทย์เฉพาะทางเรื่องภูมิแพ้ที่ รพ. รามาธิบดี  คุณหมอที่นั่นดีมากครับ ตรวจน้องและซักประวัติอย่างละเอียดและดำเนินการทำทดสอบการแพ้ที่ผิวหนังให้น้อง

หรือที่เรียกว่าสกินเทสนั่นแหล่ะ

ปรากฏว่าผลจากสกินเทสน้องแพ้ไข่ไก่ และมันฝรั่ง พร้อมให้ยาและนัดติดตามผลในเดือนถัดไป

ใครจะไปนึกถึงว่าเด็กน้อยจะแพ้ไข่ไก่ ซึ่งเป็นอาหารที่พ่อแม่คาดหวังให้เป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินชั้นดีสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน และจัดให้อยู่ในรายการอาหารในทุกๆวัน

และมันฝรั่งที่เป็นขนมกรุบกรอบยอดฮิตสำหรับเด็ก

อาการน้องบี๒ เริ่มดีขึ้นหลังจากทางบ้านจัดการเรื่องอาหารให้ น้องใช้ยาน้อยลง โดยคุณหมอทิ้งท้ายไว้ว่าเมื่อน้องโตขึ้นจนสามารถดูแลตนเองได้แล้วอาการแพ้ลักษณะเช่นนี้ก็จะหาย

เวลาผ่านไปจนน้องเข้าสู่วัยที่ต้องไปโรงเรียน  น้องต้องไปโรงเรียนแต่ในทางเดียวกันน้องก็โตขึ้นพอที่จะเข้าใจเรื่องปัญหาของตนและหลีกเลี่ยงสิ่งที่ตนเองแพ้

ถ้าเมนูของโรงเรียนเป็นไข่กับมันฝรั่งน้องจะไม่ทาน และน้องจะไม่ซื้อขนมที่ทำจากไข่เช่นขนมไข่ ขนมเค้ก หรือมันฝรั่งทอดเช่นเฟรนช์ฟราย (อันนี้แม่สอนมาดี)

พวกเรา (หมายถึงผมและคุณแม่) เคยสัมภาษณ์น้องเกี่ยวกับอาหารกลางวันที่โรงเรียนจัดให้ น้องจะอธิบายถึงวิธีการหลีกเลี่ยงที่ตนเองทำ ซึ่งบางเมนูน้องก็ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไรเหมือนกันเช่นวันข้าวผัดไข่

ดีที่สุดก็คือการเขี่ยไข่ออก แต่ก็ยากที่จะทั้งหมดเลยจำใจทานแล้วกลับมาคันที่บ้าน

อย่างที่ว่านั่นแหล่ะ ไข่ ก็ถือเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินชั้นเยี่ยมสำหรับเด็กวัยเรียน

แต่แนวโน้มที่ว่าเริ่มจะดี มันกลับเริ่มแย่ลงในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งๆ ที่ทางบ้าน นอกจากจะห้ามกินไข่ไก่ (และไข่จากทุกๆสัตว์) ยังห้ามเลยไปถึงเนื้อไก่ด้วย

น้องบี๒ เป็นผื่นมากขึ้นมากจากครั้งก่อนๆ ที่น้องเข้ามาหาพร้อมคุณแม่ คราวนี้เป็นผื่นตามแขนขา ก้น หัวเขา ข้อพับ ฯลฯ เยอะเลยครับ จนทุกคนก็หน้ามุ้ยไปหมด ทั้งแม่ ทั้งเรา

เพราะทั้งสงสารน้อง เนื่องจากเกาจนถลอกไปทั่ว และทั้งคิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี

พวกเราคุยกันพักใหญ่ได้ข้อสันนิษฐานว่าเป็นไปได้ว่าน้องอาจแพ้สัมผัสอะไรบางอย่าง ไม่แน่ใจว่าเป็นต้นไม้ใบหญ้าหรือไม่ เพราะแม่บอกว่าที่โรงเรียนจะมีกิจกรรมอยู่บ่อยๆ ที่จะต้องให้เด็กไปทำนอกห้องเรียน โดยเฉพาะที่สนามหญ้าของโรงเรียน

นั่งที่สนามหญ้าเลยเป็นผื่นที่ก้น ลามลงมาที่ท่อนขาช่วงบน

คลุกเข่า เลยเป็นผื่นกลมๆ ที่หัวเข่า

และอีกหลายๆ จุด

เราก็หัวหมุน แม่ก็เครียดเพราะไม่รู้จะช่วยน้องยังไง กลางวันก็คัน กลางคืนยิ่งคันมาก

เมื่อ ๓ วันก่อนคุณแม่มาปรึกษาอีกครั้งบอกว่าน้องบี๑ ก็เป็น แต่เป็นน้อยกว่า (แค่ที่ข้อมือ) และน้องสาวอีกคนที่พ่อแม่เดียวกันแต่คนนี้ไม่ใช่แฝด (ตั้งชื่อให้เป็นน้องบี๓)

มาถึงตรงนี้ ผู้อ่านที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์อาจสงสัยว่า เป็นหิดหรือเปล่า เป็นพร้อมกันหลายคนแบบนี้

ซักประวัติมาแล้วครับ น้องบี๑ กับบี๒ นอนด้วยกัน และกับลูกพี่ลูกน้องอีกคน เอาว่าชื่อเมย์ พี่เมย์โตแล้วครับ เรียนจบปริญญาตรีหลายปีแล้ว พี่เมย์ไม่มีอาการผิดปกติ

น้องบี๓ ซึ่งเป็นน้องสาวของแฝดบี๑ บี๒ นอนอีกบ้าน ไม่ค่อยได้คลุกคลีกัน เป็นผื่นเล็กๆ บริเวณขาเท่านั้น

วันนั้นผมแนะนำคุณแม่ไว้แบบนี้ครับ

๑. ถ้าพอมีเวลา อาจต้องพาน้องไปโรงพยาบาลรามาฯ อีกสักครั้ง เพื่อทบทวนเรื่องของน้องบี๒ ทั้งหมด แต่แม่ยังบ่นว่าอยากรักษากับหมอใกล้บ้านก่อน เพราะเข้ากรุงเทพฯ ถือเป็นเรื่องใหญ่ และหลังจากไปหาครั้งที่ ๑ แล้ว หมอคงต้องนัด ทำให้ต้องมีครั้งถัดๆ ไป

๒. แนะนำให้น้องทานยาแก้แพ้ตัวที่ยังไม่เคยได้ทาน ร่วมกับยาครีมกลุ่มสกินแคร์ครีม (skin care cream) ที่ไม่มีตัวยาทั้งสเตียรอยด์และยาแก้แพ้ผสม

๓. ลองทบทวนเรื่องการกินอยู่ของน้องอีกครั้ง เผื่อเจอว่าน้องไปทานสิ่งที่ตนแพ้ หรือสัมผัสสิ่งเหล่านั้น

เมื่อวาน (๔ ตุลาคม ๒๕๖๒) พี่เมย์เดินมาซื้อยาแก้แพ้เพิ่มอีก ๑ แผง (ตัวที่ผมแนะนำไปเมื่อ ๓ วันก่อน) และสกินแคร์ครีมตัวเดิมอีก ๑ หลอด พร้อมบอกว่าน้องดีขึ้น อาการคันลดลง

ด้วยผลของยาหรือไม่ อันนี้ฟันธงไม่ได้เนื่องจากปัจจัยที่ต้องนึกถึงด้วยคือช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม ทำให้คุณแม่พยายามเก็บน้องไว้ในห้องแอร์เกือบตลอดเวลา ไม่อนุญาตให้ไปเล่นบนสนามหญ้าเลย

จนกว่าจะดีขึ้น

ล่าสุดบอกว่าจะพาน้องไปอยู่สุพรรณฯ ในช่วงปิดเทอมนี้สักพัก ลองเปลี่ยนสภาวะแวดล้อมดู เผื่อจะช่วยได้

เป็นเคสที่ดูแลกันมาค่อนข้างยาว และจะต้องดูแลกันต่อไป แต่อยากสรุปไว้ตอนท้ายนี้ว่า

๑. เด็ก (หรือผู้ใหญ่ก็ตาม) ที่เป็นผื่นแพ้ (หรือภูมิแพ้) จำเป็นต้องหาสาเหตุเพื่อจะได้หลีกเลี่ยง จะทำให้อาการดีขึ้นและควบคุมได้

๒. ยาทาที่เรามักได้มากจากคุณหมอถ้าเราไปหาด้วยปัญหาผื่นผิวหนังมักเป็นสเตียรอยด์ ซึ่งมีข้อดีมากมาย และในการใช้ระยะสั้นเกือบจะปลอดผลข้างเคียง แต่ในทางกลับกันถ้าใช้ระยะยาวแบบต่อเนื่อง จะมีผลข้างเคียงเสมอ โดยเฉพาะในกรณีน้องบี๒ (จริงๆ น้องบี๑ ก็เป็น) คือผิวบางด่างขาว จะเป็นตรงจุดที่ทายา

เราทายาวนเป็นวงเท่าไหน วงขาวก็จะเป็นวงเท่านั้นเลย

ระยะการใช้ครีมสเตียรอยด์ สั้นคือกี่วัน ยาวคือกี่วัน อันนี้คงต้องดูเป็นแต่ละตัวยาไป ถ้าเป็นสเตียรอยด์แบบความแรงมากๆ ตามประสบการณ์ของเภสัชฯ จะแนะนำว่าไม่ควรเกิน ๕ วัน แต่ถ้าเป็นตัวที่อ่อนถึงปานกลาง ผมแนะนำไม่เกิน ๗ วัน เพราะถ้าทา ๕ ถึง ๗ วันแล้วไม่หาย อาจต้องไปหาหมอที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะดีกว่า

------------------------------

เภสัชกรภาณุวัฒน์ ภ๑๓๗๘๗

บ้านบางเบ้า ๕ ตุลาคม ๒๕๖๒


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 รักแห่งสยามประเทศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 06/10/2019 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะ นี่ถ้าคุณไม่แนะนำให้หาแพทย์เฉพาะทาง คงหาสาเหตุยาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน