*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-11-29
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 162212
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน 2562
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 283 , 21:02:14 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

เมื่อช่วงต้นเดือน ผมมีเคสซึ่งเป็นลูกค้าประจำกันอยู่เข้ามาปรึกษาเรื่องรอยช้ำแดงบวมแถวๆ จมูก คุยกันอยู่พักนึงจึงทราบว่าเกิดจากการที่ท่านใส่แว่นแล้วเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนแว่นนั้นบีบบริเวณที่เกิดรอยแดง มีอาการบวมแดงอย่างที่เห็น

วันนั้นผมแนะนำให้ประคบน้ำอุ่น รวมกับกินยาลดการอักเสบนาโปรเซนครับ อีก ๒ วันต่อมาท่านเดินมาหาผมอีกครั้ง โดยคราวนี้อาการเดิมเมื่อ ๒ วันก่อนหายหมดแล้ว แต่ดันเกิดปัญหาใหม่ขึ้น (ซึ่งเท่าที่ผมดูเบื้องต้น ไม่น่าเกี่ยวกับอาการเดิม)

(นาโปรเซน เป็นยาลดการอักเสบจำพวกที่มีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน โดยไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ)

เรื่องมีอยู่ว่า

ลูกค้าท่านนี้ท่านเป็นพ่อครัวใหญ่อยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ควบเก้าอี้ผู้บริหารด้วยอีกตำแหน่ง เมื่อวันก่อนรู้สึกระคายเคืองในรูจมูกเลยเอานิ้วเข้าไปเกา ไปแกะบริเวณที่รู้สึกคันจนเกิดเลือดออกซิบๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรมาก พอมาวันนี้มันไม่ใช่ บริเวณที่คันและเลือดออกซิบๆเมื่อวาน กลับบวมแดงและเจ็บมากขึ้น ผมพยายามช่วยดูตุ่มแดงนั้นที่อยู่ในรูจมูกก็ไม่สามารถเห็นความผิดปกติด้วยตาเปล่า วันนั้นจึงแนะนำเหมือนหลายวันก่อนคือให้ลองประคบร้อน และแนะนำทานยาลดการอักเสบตัวเดิม

วันรุ่งขึ้น

ด้วยความเป็นห่วงผมจึงโทรไลน์ไปหาลูกค้าท่านนี้เพื่อสอบถามอาการ แต่ได้รับคำตอบว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมาเจ็บจนทนไม่ไหว ทั้งๆ ที่ประคบร้อนและทานยาลดการอักเสบไปแล้ว จึงไปปรึกษาหมออนามัย ที่ รพสต. ในชุมชน คุณหมออนามัยจัดยาฆ่าเชื้อไดคล็อกซ่าซิลลินให้ทานพร้อมพาราเซตามอล และสั่งให้หยุดยาทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเจ็บจมูกครั้งนี้ให้หมด

(ไดคล็อกซ่าซิลลิน คือยาฆ่าเชื้อตัวหนึ่ง คลอบคลุมเชื้อที่มักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อบนหรือใต้ผิวหนัง, พาราเซตามอลคือยาแก้ปวดที่เรารู้จักกันดี)

เหลือไว้ให้ทานแค่ไดคล็อกซ่าซิลลินกับพาราเซตามอลเท่านั้น แล้วผมก็ไม่ได้โทรไปติดตามอาการอีก ด้วยเหตุผลเพราะเคสได้ถูกส่งต่อไปยังหมออนามัยแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของหมออนามัยจะต้องดูแลตามความเหมาะสม

ราวๆ ๓ วันถัดมา ลูกค้าท่านนี้ไลน์มาหาผมอีกครั้ง เพื่อถามว่าที่ร้านผมมียาอ็อกเมนติน ๑ กรัม หรือไม่ ผมโทรไลน์กลับไปเพื่อพูดคุยและหวังสอบถามอาการไปในตัว จึงทราบความเป็นไปของเคสนี้หลังจากที่ผมส่งต่อให้หมออนามัยดูแลไปแล้วเมื่อ ๓ วันก่อนตามนี้

(อ็อกเมนติน เป็นยาฆ่าเชื้อที่ออกฤทธิ์กว้าง ฆ่าเชื้อได้จำนวนมาก และคลอบคลุมเชื้อดื้อยาหลายตัว มักมีอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่รุนแรงแต่คนไข้มักทนไม่ได้คือท้องเสีย)

๑. ทานยาตามที่หมออนามัยแนะนำแล้ว ๑ วัน ไม่ดีขึ้นเลย แถมปวดมากขึ้นจนกลัวว่าอาจมีปัญหาที่รุนแรง จึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านหาดทรายขาว ของเกาะช้างแห่งนี้

๒. คุณหมอทำหัตถการโดยการสะกิดแผลเพื่อระบายหนองออก และเปิดปากแผลที่จมูก ใช่ครับ ตรงจมูกมีแผลลักษณะเป็นการติดเชื้อใต้ผิวหนัง

๓. คุณหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้นจัดยาฆ่าเชื้ออ็อกเมนติน ๑ กรัม มาให้ ร่วมกับยาแก้ปวดพาราเซตามอล และสั่งให้หยุดกินยาอื่น (ที่เกี่ยวกับปัญหานี้) ทั้งหมด พร้อมนัดให้คนไข้ไปพบในอีก ๓ วันถัดไป

๔. และคนไข้ก็ไปพบหมอตามนัด แต่ท่านเล่าว่าไม่ได้พบหมอท่านเดิม โดยหมอท่านนี้ต้องการให้ทานอ็อกเมนติน ๑ กรัมต่อจนครบ ๑๐ วัน หมายถึงเดิมที่โรงพยาบาลจัดให้ ๒ แผง (๑๔ เม็ด) ก็แนะนำให้คนไข้ไปซื้อที่ร้านขายยาเพิ่มอีก ๑ แผง (๗ เม็ด)

สรุปเคสตอนนี้คือ คนไข้อยู่ภายใต้การดูแลของหมอที่โรงพยาบาลเอกชน โดยให้ล้างแผลที่ รพสต. ใกล้บ้าน ทานยาฆ่าเชื้อคืออ็อกเมนตินกับพาราเซตามอลและซื้ออ็อกเมนติน ๑ กรัมจากร้านผมเพิ่มไป ๑ แผง ตามคำแนะนำของคุณหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น

วันรุ่งขึ้นผมได้รับไลน์จากลูกค้าท่านนี้อีกครั้ง โดยปัญหาคราวนี้คือเมื่อไปทำแผลที่ รพสต. ทางหมออนามัยให้คนไข้เปลี่ยนยากินฆ่าเชื้อจากเดิมอ็อกเมนติน ๑ กรัม เป็นไดคล็อกซ่าซิลลิน ๕๐๐ มิลลิกรัมแทน ทั้งๆ ที่คนไข้ยังมีอ็อกเมนตินอยู่อีก ๑ แผง และหมอที่โรงพยาบาลเอกชนสั่งเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าให้กินจนครบ ๓ แผง หรือประมาณ ๑๐ วัน

คนไข้ไม่รู้จะเชื่อใครดี หมออนามัยก็คือคนที่ทำแผลให้ทุกวัน เห็นคนไข้ทุกวัน ส่วนหมอที่โรงพยาบาลเอกชนซึ่งคนไข้เชื่อมั่นในความสามารถ ทำการรักษาจากเดิมที่เจ็บปวดรวดร้าว จนตอนนี้แผลเกือบหายแล้ว แถมสั่งให้กินยาให้ครบ ๓ แผง อีกทั้งยาก็ยังเหลืออยู่ ไม่รู้จะเชื่อใครเลยจะมาให้เภสัชกรเป็นคนตัดสิน

มันคือนอร์มของประเทศเรา (ขอใช้ทับศัพท์หน่อยครับ 55 ฟังดูเท่ห์ดี normal ครับ คือปกติแล้ว...) ใครใส่เสื้อกาวน์อยู่ในโรงพยาบาล คนนั้นเป็นหมอ ใครรักษาคนได้ คนนั้นเป็นหมอ (บางทีไล่ผีได้เขาก็ให้เกียรติเรียกหมอ) โดยเขาไม่ได้สืบเสาะหรอกว่าได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตมาหรือไม่ และจริงๆ ระบบสาธารณสุขของเมืองไทยก็ยังต้องพึ่งบุคลากรอีกหลากหลายวิชาชีพมากกว่าวิชาชีพแพทย์ มันคือเรื่องจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้

ทีนี้ ในทางปฏิบัติเราจะยอมรับกันว่าให้แพทย์เป็นหัวหน้าทีมในการให้การรักษา แพทย์ว่าอย่างไร เราว่าตามกัน และเมื่อกลับมาที่เคสนี้ ผมจึงยึดหลักการนี้ในการให้คำตอบลูกค้าท่านนี้ไป

๑.ตอนนี้คนที่ดูแลเรื่องการเจ็บป่วยคราวนี้คือหมอ (แพทย์) ของโรงพยาบาลเอกชนแล้ว โดยมีวิชาชีพอื่นๆ เป็นส่วนประกอบในการช่วยดูแลให้คนไข้หายเป็นปกติและสมบูรณ์โดยไม่เกิดผลแทรกซ้อน ให้หายได้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นผมยึดคำสั่งของแพทย์เป็นหลัก (คือทำแผลที่ รพสต. และกินยา ๒ ตัว อ็อกเมนติน และเมื่อปวดคือพาราเซตามอล)

๒.อาการคนไข้ดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติแล้ว แสดงว่ายาฆ่าเชื้อให้ผลการรักษาที่ดี และไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเชื้อดื้อยา

๓.คนไข้ยังมีอ็อกเมนตินอยู่เพียงพอสำหรับทานจนครบ ๑๐ วัน โดยช่วงที่ทานไม่มีอาการไม่พึงประสงค์อะไร (ไม่เกิดการแพ้และไม่มีท้องเสียผิดปกติ) เพราะฉะนั้นจึงยังไม่เห็นควรปรับจากอ็อกเมนตินเป็นไดคล็อกซ่าซิลลิน

ผมให้คำปรึกษาไปตามนี้ ซึ่งหลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้ติดตามสอบถามลูกค้าท่านนี้อีกว่าเลือกทำตามที่ผมแนะนำ หรือไม่ เพียงแต่วันนี้ท่านมาซื้อยาแก้ร้อนในที่ร้านผมอีกครั้ง ผมถามถึงอาการอักเสบที่จมูก ก็ได้คำตอบว่าทุกอย่างหายเป็นปกติแล้ว เข็ดและจะไม่เอามือไปซุกซนแถวๆ นั้นอีก

ต้องยอมรับกันแหล่ะครับว่าประเทศเรายังไงก็ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา ถึงแม้เราจะพัฒนากันมานานแล้วก็ยังจำเป็นต้องพัฒนากันต่อไปเรื่อยๆ ด้านสาธารณสุขก็ยังไม่สามารถทำให้ครอบคลุมได้จริงๆจังๆ พื้นที่ห่างไกลแทบจะหานายแพทย์ไปทำงานไม่ได้เลย หน้าที่ให้คำแนะนำและการดูแลด้านสุขภาพจึงตกเป็นหน้าที่ของวิชาชีพอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งก็ดีกว่าการพึงหมอผีไสยศาสตร์มนต์ดำ หรือยาผีบอก

และการรักษาคนไข้สักคนต้องอาศัยความเป็นทีมครับไม่อย่างนั้นก็เสี่ยงจะเข้าซังเตกันทั้งหมด เรื่องฟ้องร้องทางการแพทย์ช่วงหลังๆ ก็มากขึ้นเสียด้วย

-----------------------------------------------------------

เภสัชกรภาณุวัฒน์ ภ.๑๓๗๘๗

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

-----------------------------------------------------------



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 รักแห่งสยามประเทศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 16/11/2019 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แคะจมูกไม่ใช่เรื่องเล็กๆอีกต่อไปแล้วนะคะ คงต้องระวังให้มาก

ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องราวที่ไม่ไกลตัวเลย

ความคิดเห็นที่ 1 รักแห่งสยามประเทศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ from mobile วันที่ : 16/11/2019 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

ขอบคุณ คุณภาณุวัฒน์ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน