*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-22
  • จำนวนเรื่อง : 351
  • จำนวนผู้ชม : 1067246
  • จำนวนผู้โหวต : 220
  • ส่ง msg :
  • โหวต 220 คน
วันศุกร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2553
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 26634 , 01:20:44 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มหาดไทย  เตรียมชง ครม. ยกระดับ อ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่ 77 
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์  รมช.มหาดไทย ชี้แจงระหว่างการตอบกระทู้สดในสภาเรื่องการตั้งจังหวัดบึงพระกาฬ ว่า การเสนอตั้งจังหวัดบึงพระกาฬขณะนี้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดแล้ว  ในขณะที่ อีก 3 จังหวัดใหม่ไม่ผ่านเกณฑ์ คือ จ.แม่สอด ที่จะแยกมาจาก จ.ตาก    จ.พระนารายณ์ที่จะแยกมาจาก จ.ลพบุรี   จ.ฝางที่จะแยกมาจากจ.เชียงใหม่   ดังนั้นในส่วนของ จ.บึงกาฬ อยู่ในกระบวนการที่จะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุมครม. นอกจากนี้ ยังจะมีการสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องเงิน  บุคลากร คือ สำนักงบประมาณ  และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และเมื่อครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบก็ต้องส่งเรื่องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นกฎหมายพ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ต่อไป ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลจะผลักดันตามกฎหมายให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ สำหรับหลักเกณฑ์การตั้งจังหวัดใหม่ นั้นต้องเป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2524 คือ 1.ต้องมีไม่น้อยกว่า 8 อำเภอ  2. มีประชากรไม่น้อยกว่า 3 แสนคน  3. หน่วยงานราชการที่จะมาเป็นจังหวัดใหม่มีความพร้อมหรือไม่  โดยจ.หนองคาย  มีพื้นที่ 17 อำเภอ  ซึ่งมีการร้องจัดตั้งจ.บึงกาฬ  จะมีการดึงออกมาจากจ.หนองคาย  8 อำเภอ ได้แก่ อ.บึงกาฬ  อ.ปากคาด อ.โซ่พิสัย อ.พรเจริญ อ.เซกา อ.บึงโขงหลง อ.ศรีวิไล    อำเภอบุ่งคล้า รวมประชากรทั้งหมด 3.9 แสนคน อย่างไรก็ตาม สำหรับความพร้อมของหน่วยงานราชการนั้น ที่ อ.บึงกาฬ มีพื้นที่ 791 ตารางกิโลเมตร ประชากรกว่า 80,000คน ซึ่งตอนนี้มีทั้งศาลจังหวัด  อัยการจังหวัด   เรือนจำ  คลังอำเภอ และสาธารณูปโภคอื่นๆ ไฟฟ้า  ประปา  และที่สำคัญคือถ้าจะตั้งจังหวัดแผนงานงบประมาณเพียงพอหรือไม่  โดยที่อ.บึงกาฬ มีที่ดินเพียงพอในการสามารถสร้างศาลกลางจังหวัดได้ ไม่ต้องไปซื้อที่ดิน รมช.มหาดไทย กล่าวว่า  สาระสำคัญที่สุดคือประชาชนในพื้นที่เห็นชอบที่จะตั้งจังหวัดใหม่หรือไม่  ซึ่งจากการสำรวจประชากรทั้ง  17 อำเภอ ในจ.หนองคาย ปรากฏว่า มีประชาชนเห็นด้วย 98.83%   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง126 แห่ง เห็นด้วย 96%  หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ เและระดับจังหวัด เห็นด้วย 100% ด้าน นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ    สส.สัดส่วน  พรรคกิจสังคม ผู้กระทู้ถามสด เรื่อง การจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ โดยระบุว่า อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ถือว่ามีความพร้อมที่จะจัดตั้งเป็นจังหวัดได้  ท้ังการมีหน่วยงานราชการสำคัญๆ   ศาล   เรือนจำ   รวมถึงสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ก็เห็นด้วย จึงอยากทราบหลักเกณฑ์การตั้งจังหวัดใหม่ และความคืบหน้า

 

--------------------------------------------------------

ข้อมูลของจังหวัดที่มีการเสนอให้แยกตัวจากเดิมตามข่าวข้างต้น

1. จังหวัดแม่สอด จังหวัดแม่สอด เป็นการรวม 5 อำเภอชายแดนฝั่งตะวันตกของ จังหวัดตาก คือ อำเภอแม่สอด อำเภออุ้มผาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง และอำเภอพบพระ เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขา ยากต่อการดูแลของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ดังนั้น จึงมีความพยายามที่จะผลักดันให้ 5 อำเภอชายแดน เป็นจังหวัดแม่สอดตั้งแต่ปี 2547 แต่ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากจำนวนประชากรไม่ถึงจำนวนที่กำหนด และความเจริญของตำบลโดยรอบ ในโครงการ จังหวัดแม่สอดจะประกอบด้วย 5 อำเภอ และ 3 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองแม่สอด (เปลี่ยนจาก อำเภอแม่สอด) อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง อำเภอพบพระ อำเภออุ้มผาง กิ่งอำเภอรวมราษฎร์คีรี กิ่งอำเภอใหม่ในจังหวัดแม่สอดแยกจากอำเภอพบพระ กิ่งอำเภอพะวอ-ด่านแม่ละเมา กิ่งอำเภอใหม่ในจังหวัดแม่สอดแยกจากอำเภอแม่สอด และกิ่งอำเภอมงคลคีรีเขตร์ กิ่งอำเภอใหม่ในจังหวัดแม่สอดแยกจากอำเภอท่าสองยาง

2. จังหวัดฝาง เป็นโครงการจัดตั้งที่มีแนวคิดจะยกฐานะอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดฝาง โดยนายบดินทร์ กินาวงค์ ประธานคณะกรรมการจัดตั้งจังหวัดฝาง ยื่นรายชื่อประชาชนเพื่อประกอบการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย จำนวน 10,500 รายชื่อ ต่อประธานรัฐสภา โดยนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รับมอบแทน หลังจากที่ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเอกสารยังไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนด ดังนั้น คณะจึงเดินทางมายื่นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. ... ที่ได้มีการแก้ไขแล้ว พร้อมด้วยบันทึกหลักการและเหตุผล รวมทั้งบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว และรายชื่อของประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งใน อ.แม่อาย อ.ฝาง และ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ จำนวน 10,500 รายชื่อ เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนู

3. จังหวัดพระนารายณ์ จังหวัดพระนารายณ์ เป็นจังหวัดที่มีการร้องขอให้จัดตั้งขึ้นโดยแยกพื้นท ี่ อำเภอลำสนธิ อำเภอสระโบสถ์ อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง และ อำเภอโคกเจริญ ออกจากจังหวัดลพบุรี ตามข้อเสนอของนายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี กระทรวงมหาดไทย พิจารณาว่าการแบ่งเขตการปกครองของจังหวัดลพบุรี ไปเป็นจังหวัดใหม่ชื่อ "จังหวัดพระนารายณ์" ยังไม่เป็นการสมควร เนื่องจากปัจจุบันจังหวัดลพบุรียังมีพระนารายณ์ราชนิเวศน์เป็นหลักฐาน และได้มีการประกาศเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2504 เป็นที่รู้จักของประชาชนจังหวัดลพบุรีที่ส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้แบ่งแยกพื้นที่จังหวัดไปเป็นจังหวัดใหม่ ประกอบกับเมื่อได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งจังหวัดใหม่ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2524 ปรากฏว่าเนื้อที่และสภาพภูมิศาสตร์ จำนวนอำเภอในเขตปกครอง จำนวนประชากร และลักษณะพิเศษของจังหวัด ไม่เข้าหลักเกณฑ์การจัดตั้งจังหวัดใหม่ตามมติคณะรัฐมนตรี จึงเห็นสมควรแยกเขตการปกครองของจังหวัดลพบุรีไปตั้งเป็นจังหวัดใหม่ในขณะนี้

------------------------------------------------------

จังหวัดที่เคยมีการเสนอให้ตั้งเป็นจังหวัดซึ่งไม่ได้รับการพิจารณาหรือไม่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ 

1. จังหวัดสุวรรณภูมิมหานคร หรือ มหานครสุวรรณภูมิ คือโครงการตามนโยบายของรัฐ ภายใต้รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 ริเริ่มโดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาใหม่ชื่อ สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(สกภ./OSDC) เป็นผู้บริหารโครงการ โครงการนี้สืบเนื่องมาจากแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นเมืองศูนย์กลางการบิน และเป็นเมืองอากาศยาน โดยมีรูปแบบการพัฒนาเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ และ เขตการปกครองพิเศษ ที่มีรูปแบบคณะกรรมการอิสระในการดูแลบริหารเมือง มหานครสุวรรณภูมิ เป็นชื่อจังหวัดที่กำลังถูกเสนอให้พิจารณาตั้งเป็นจังหวัดใหม่ ลำดับที่ 77 ของประเทศไทย บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานครบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ในโครงการกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่เขตลาดกระบังและเขตประเวศในกรุงเทพมหานคร และอำเภอบางพลีและกิ่งอำเภอบางเสาธงในจังหวัดสมุทรปราการ เข้าด้วยกัน เพื่อวางกรอบการพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับการตั้งเมืองใหม่ ภายใต้ชื่อ "สุวรรณภูมิมหานคร" โดยจะมีพื้นที่รวมประมาณ 521 ตร.กม. และจะมีประชากรประมาณ 462,000 คน

โครงการได้รับการอนุมัติ ร่างพระราชบัญญัติสุวรรณภูมิมหานคร โดย คณะรัฐมนตรีรักษาการณ์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2549 มีมติเห็นชอบในหลักการ แต่ก็ยังมีเสียงทัดทานและสนับสนุนจากหลากหลายฝ่าย ในปัญหาเกี่ยวกับด้าน กฎหมาย, การวางผังเมือง, สิ่งแวดล้อม, การป้องกันน้ำท่วม/การระบายน้ำ, การปั่นราคาที่ดิน, และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะการเร่งรัดการเสนอโครงการนั้น มีลักษณะคล้ายโครงการเมืองใหม่องครักษ์ จังหวัดนครนายก และ โครงการเมืองใหม่บางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เคยล้มเหลวมาแล้ว

ข้อเสนอในการตั้งนครสุวรรณภูมิประกาศในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 และร่างกฎหมายได้รับการรับรองโดยคณะรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 จากร่างกฎหมาย ในสี่ปีแรกนครสุวรรณภูมิจะบริหารโดยผู้ว่าราชการจังหวัดที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการบริหารจำนวน 30 คน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คอยดูแล. หลังจากสี่ปีแรกแล้ว คณะกรรมการบริหารจะถูกยุบ แต่โครงสร้างการบริหารงานขั้นสุดท้ายยังไม่ได้เป็นที่ตกลงกัน. มีการวางแผนไว้ว่านครสุวรรณภูมิจะเป็นเขตการปกครองพิเศษ โดยอาจจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร. เป็นที่คาดหมายว่ากฎหมายฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จหลังจากวิกฤตการณ์การเมือง ที่ดำเนินอยู่ในขณะนั้น

ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2550 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ระงับการนำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติสุวรรณภูมิมหานคร พ.ศ.... และขอถอนเรื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง ทำให้กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ และเกิดการคัดค้านเรื่องเขตการปกครองกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เห็นด้วยที่ควรระงับการพิจาณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และควรออกกฎหมายเพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อให้เกิดสภาพบังคับโดยเร็ว ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นว่าการพัฒนาพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิควรมองเรื่องการบริหารพื้นที่เขตเศรษฐกิจเฉพาะมากกว่าการแบ่งเขตการปกครอง ให้จัดตั้งองค์กรขึ้นมารับผิดชอบในรูปแบบคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่แทน สุวรรณภูมิมหานครจึงนับเป็นโครงการเมืองใหม่ที่ไม่ถูกอนุมัติอีกโครงการหนึ่ง ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติการแต่งตั้ง พระราชบัญญัติสุวรรณภูมิมหานคร พ.ศ. 2552 ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ของสำนักนายกรัฐมนตรี


2. จังหวัดไกลกังวล จังหวัดไกลกังวล เป็นโครงการจัดตั้งจังหวัดใหม่ของประเทศไทย สืบเนื่องจาก วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คณะรัฐมนตรีรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้พิจารณาการนำเสนอโครงการจัดตั้งจังหวัดที่ 77 เป็นการรวม 5 อำเภอ 2 จังหวัดในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศคือ อำเภอชะอำและอำเภอท่ายาง จากจังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี และอำเภอสามร้อยยอด จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าเป็นจังหวัดเดียว ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสฉลองครบรอ บ 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใน พ.ศ. 2550 และอำเภอหัวหินยังเป็นที่ตั้งของวังที่ประทับอีกด้วย แต่โครงการนี้ได้ถูกยกเลิกไปพร้อมกับรัฐบาลชุดดังกล่าว

ต่อมาใน พ.ศ. 2551 ได้มีการนำเรื่องส่งเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง โดยอ้างเหตุผลเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมายุครบ 77 พรรษา พร้อมเหตุผลประกอบในการจัดตั้งจังหวัดใหม่ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 ธันวาคม 2524 จนกระทั่งเดือนมกราคม พ.ศ. 2552 นายปานชัย บวรรัตนปราณ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แจ้งหนังสือเวียนด่วนที่สุดที่ ปข 0017/21174 เรื่องพระราชบัญญัติจัดตั้งวังไกลกังวล ให้ทุกหน่วยงานตอบแสดงความเห็นตามแบบสอบถามไปยังสำนักงานปกครองจังหวัด โดยระบุว่าได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยว่าสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ส่งสำเนาร่าง พรบ.ตั้งจังหวัดไกลกังวลเพื่อพิจารณาเสนอความเห็นในรายละเอียดผลดี ผลเสีย สาระสำคัญของร่าง พรบ.ดังกล่าว ได้อ้างเหตุผลความจำเป็นว่า เนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีประชากรอาศัยจำนวนมาก และมีพื้นที่กว้าง ส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการ เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการปกครองและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จึงสมควรแยก อำเภอปราณบุรี อำเภอหัวหิน อำเภอสามร้อยยอด ออกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และแยกอำเภอชะอำออกจากการปกครองของจังหวัดเพชรบุรีรวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดไกลกังวล โดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอหัวหินเป็นอำเภอเมืองไกลกังวล ถึงอย่างไรก็ตามโครงการนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในโครงการที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา (พ.ศ. 2552)

3. จังหวัดชุมแพ  จังหวัดภูเวียง เป็นจังหวัดที่อยู่ในระหว่างการเสนอขอจัดตั้ง โดยแยกออกจากจังหวัดขอนแก่นคณะยื่นคำขอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง จังหวัดภูเวียง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อแยก อำเภอภูเวียง อำเภอชุมแพ อำเภอสีชมพู อำเภอหนองเรือ อำเภอภูผาม่าน และ อำเภอหนองนาคำ รวมกันขึ้นเป็น จังหวัดภูเวียง โดยมีผู้เข้าชื่อเสนอร่างจำนวนประมาณ 70,000 คน ซึ่งเกินจำนวน 5 หมื่นคน ตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถนำเข้าสู่การ พิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้และโดยล่าสุดร่างพระราชบ ัญญัติฉบับดังกล่าว กำลังอยู่ในระหว่างการผลักดันให้เข้าเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
ก่อนหน้านี้มึความพยายามผลักดันให้มีการก่อตั้งจังหว ัดชุมแพ แต่เมื่อถึงขั้นตอนลงประชามติ พบว่ามีผู้ลงชื่อไม่ถึงจำนวน 5 หมื่นคน ทำให้ พรบ.จัดตั้งจังหวัดชุมแพตกไป ในเวลาต่อมาจึงได้มีความพยายามผลักดันให้อำเภอภูเวีย งเป็นศูนย์กลางของจังหวัดใหม่อีกครั้ง

4. จังหวัดทุ่งสง

5. จังหวัดสว่างแดนดิน แยกตัวออกมาจากจังหวัดสกลนคร

6. จังหวัดไชยปราการ การจัดตั้งจังหวัดไชยปราการ โดยเป็นนโยบายของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่จะให้เป็นเมืองหน้าด่าน ที่ดูแลปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดทางชายแดนไทย พม่า โดยการรวมเอาอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอไชยปราการ และอำเภอเวียงแหง พร้อมทั้งยกฐานนะกิ่งอำเภอเวียงคำ กับกิ่งอำเภอหมอกฟ้า ซึ่งแยกออกมาจากฝาง และแม่อาย โดยอาจจะใช้ ตำบลแม่ข่า กับตำบลท่าตอน ขึ้นเป็นกิ่งอำเภอใหม่ โดยจังหวัดไชยปราการจะประกอบไปด้วย อำเภอเมืองฝาง แม่อาย ไชยปราการ เวียงแหง และกิ่งอำเภอเวียงคำ กับ กิ่งอำเภอหมอกฟ้า ไม่ผ่านการอนุมัตินื่องจากรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลง

7. จังหวัดเทิงนคร จังหวัดเทิงนคร เป็นโครงการในการจัดตั้งจังหวัด โดยทำการยกฐานะอำเภอเทิง และอำเภอข้างเคียงขึ้นเป็นจังหวัดใหม่ โดยมีชื่อว่า จังหวัดเทิงนคร แยกตัวออกมาจากจังหวัดเชียงราย

ขอบคุณ http://th.wikipedia.org , http://www.thaigaming.com/forward-mail/58505.htm , http://www.posttoday.com/ข่าว/การเมือง/26856/มท-จ่อชงครม-ยกบึงกาฬเป็นจังหวัดที่-77



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 07/05/2010 เวลา : 01.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ถือเป็นข้อมูลใหม่ที่พึ่งทราบ..ขอบคุณครับ...

ละเอียดเชียว...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน