*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-22
  • จำนวนเรื่อง : 352
  • จำนวนผู้ชม : 1083236
  • จำนวนผู้โหวต : 221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 221 คน
วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 1249 , 20:06:10 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


มีเวลาสั้นๆ เลยตั้งใจอยู่แค่ที่ฮอยอันครับ เพราะความเป็นเมืองมรดกโลก และใครๆ ก็แนะนำให้ไปสักครั้ง

๒๗ มกราคม ๒๕๖๒

เราเดินทางจากกรุงเทพฯ วันที่ ๒๗ (อาทิตย์) มกราคม ๒๕๖๒ สายๆ  เมื่อถึงดานังแล้วนั่งรถต่อไปฮอยอัน

Klook อ่านว่า “กลุก” เป็นแอพลิเคชั่นที่เป็นศูนย์รวมของกิจกรรมและตั๋วต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่การเหมารถรับและส่งจากสนามบินดานังถึงโรงแรมที่พักของเราที่ฮอยอัน  ระยะทางระหว่างสนามบินฯ ถึงโรงแรมก็ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ ๕๐ นาที

มีคนมาชูป้ายรับที่สนามบินด้วย

ไม่ผิดหรอกครับ ๕๐ นาทีจริงๆ ในภาวะที่การจราจรคล่องตัว ติดไฟแดงไม่เกิน ๓ ครั้ง และคนขับก็ไม่ได้แวะเติมน้ำมันหรือซื้อผ้าอ้อมไปให้ลูก

ถนนระหว่างเมืองถึงแม้จะไม่ได้เรียบหรูและใหญ่โตเหมือนมอเตอร์เวย์เมืองไทย แต่ก็เรียบในระดับที่พอจะขับรถได้เร็วสัก ๘๐-๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่รถที่เรานั่งรวมถึงรถที่วิ่งอยู่บนถนนเดียวกันนี้ก็พร้อมกันขับรถในความเร็วที่เราสามารถมองเห็นบ้านเรือนและชีวิตประจำวันของคนแถบนั้นได้อย่างแจ่มชัด

ก็เร็วได้แค่ไม่เกิน ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้นเอง

ถือว่าเป็นความเร็วในระดับไม่เร่งรีบ ปลอดภัยต่อตัวเราและเพื่อนร่วมทาง  คิดว่ากฎหมายคงอนุญาตไว้เท่านั้น

ไม่เสียชื่อเมืองมรดกโลก และเสียงลือเล่าอ้างของเพื่อนพ้องในโซเชียลเน็ตเวิร์ค  พอดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำเมืองเก่าฮอยอันก็คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รถบัสจอดตามถนนยาวสุดลูกหูลูกตาและผู้คนก็พากันไปเดินขวักไขว่กันอยู่ในเมืองเก่า  ริมแม่น้ำ  และถนนคนเดินที่อยู่อีกฟากซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสะพานหลายแห่ง  แต่ที่ถูกจำกัดให้ผ่านได้เฉพาะคนเดินและจักรยาน (และจักรยานยนต์) เท่านั้นเห็นจะเป็นสะพานที่เรียกว่า “สะพานญี่ปุ่น”

เมื่อบ่ายวันนั้นเราเลือกนั่งทานอาหารง่ายๆ และกาแฟในร้านเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในเมืองเก่าซึ่งตรงข้ามกับร้านเป็นร้านอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์  มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า การไปท่องเที่ยวต่างแดนไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหนต่อไหนมากมาย  แค่นั่งอ่านหนังสือจิบกาแฟในร้านกาแฟมีสไตล์สักแห่ง

แล้วมองออกไปนอกถนนเพื่อศึกษาชีวิตของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ก็นับว่าได้ท่องเที่ยวแล้ว

ผมว่าคนเวียดนามอาจเป็นผู้กำเนิดแนวคิดนี้  เพราะเหมือนร้านเครื่องดื่มเกือบทุกร้านจะจัดวางเก้าอี้ให้นั่งหันหน้าออกถนนไปซะทั้งหมด

หรือถ้าไม่ใช่ผู้กำเนิดแนวคิด  ก็อาจมีเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกับเพื่อนเรา

ส่วนมื้อค่ำเราเลือกทานอาหารร้านริมถนน  ที่จัดที่นั่งเตี้ยๆ ไว้ให้  ด้านหนึ่งเป็นถนนที่มีคนเดินขวักไขว่ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือแม่น้ำที่มองไปไกลๆ จะเห็นสะพานญี่ปุ่น  และในแม่น้ำที่ไม่ห่างจากทะเลมากนักนั้น ก็ขวักไขว่ไปด้วยเรือที่ประดับไฟวิบวับ  รับนักท่องเที่ยวพายวนไปมาภายในแม่น้ำที่ถูกกั้นไว้เป็นบริเวณไม่กว้างขวางสักเท่าไหร่

และกระทงก็ถูกลอยที่แม่น้ำแห่งนี้ทุกคืนทั้งจากนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเรือและจากนักท่องเที่ยวที่อยู่ริมฝั่ง  ก็ไม่เห็นจะต้องลอยเฉพาะวันเพ็ญเดือน ๑๒ นี่นา  คนเวียดนามคงคิดแบบนั้น

ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้จะยุติลงเมื่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จากไป  ก็สัก ๓-๔ ทุ่ม  และในเช้าวันรุ่งขึ้น แม่น้ำจะถูกทำความสะอาดโดยทางการ

-----------------------------------------------------------------------

๒๘ มกราคม ๒๕๖๒

เราพักในฮอยอันที่โรงแรมริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ชื่อ “Le Pavillan”  ริมแม่น้ำที่มีถนนกั้นระหว่างหน้าโรงแรมกับแม่น้ำ ถัดถนนไปถึงจะเป็นแม่น้ำ  ริมถนนเป็นทางเท้าเรียบหรู และที่ทางเท้าแห่งนี้พอตกเย็นก็จะกลายเป็นร้านขายเครื่องดื่มเก้าอี้เตี้ยๆ ที่ตั้งหันหน้าเก้าอี้ลงน้ำ

เครื่องดื่มประเภทน้ำอ้อย  น้ำหวานสีเขียว สีแดง  ซึ่งก็ทำให้วัยรุ่นแถวนั้นมานั่งดื่มและคุยกันอย่างเฮฮาทุกๆ คืน

โรงแรมมีชื่อตามนี้ ครับ  ถ้าจะอ่านให้เป็นภาษาอ่านก็คือ เลอ พา วิล ลาน  ฟังดูคล้ายๆ โรงแรมหรูไฮโซ ๕ ดาว แต่ไม่ใช่

ในยุคที่ใครๆ ก็ก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือ  มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้  และในโลกที่มีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม สินค้าและบริการจะถูกนำมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าและสมราคาอยู่เสมอและเค้าเตอร์ทัวร์ที่โรงแรมก็จะมักไม่ได้รับความสนใจ

เราก็เช่นกัน

วันนี้จะไปบานาฮิลล์  เราวางแผนตั้งแต่ก่อนจะมาที่นี่  แต่เมื่อวันที่มาถึงเราก็ซ้อมกดแอพพลิเคชั่น “GRAB” เพื่อตรวจสอบราคาถ้าเราจะเหมารถผ่านแอพฯ นี้จากหน้าโรงแรมไปยังบานาฮิลล์ รวมทั้งกลับจากบานาฮิลล์ในตอนบ่ายด้วย

GRAB เมืองไทย พอเอาไปใช้ที่เวียดนามมันก็กลายเป็น GRAB เวียดนาม  ง่ายแบบนี้แหล่ะ จึงจะทำให้แท็กซี่รอโบกมีแนวโน้มสูญพันธุ์ในไม่ช้าถ้าไม่พยายามปรับตัว

บานาฮิลล์

บานาฮิลล์ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เวียดนามเนรมิตขึ้นบนที่สูง (จะว่าบนยอดเขาก็ได้) ตอนกลางของประเทศ  ดั้งเดิมเป็นบ้านพักตากอากาศของชาวฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม  แต่ปัจจุบันได้ถูกปรับปรุง  ซ่อมแซม  สร้างใหม่เพิ่มเติม  และสรรค์สร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

การขึ้นมาที่นี่อาศัยกระเช้าที่ว่ากันว่าระยะเวลาที่ใช้นั่งราว ๕๐ นาที  มีสถานีกลางทางที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่เรียกว่า “สะพานมือ”

ที่ใครๆ ก็ต้องลงมาถ่ายรูป

วันที่เราขึ้นไป มีเมฆหมอกมากจนแทบมองอะไรไม่เห็น  แต่ก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่

เช้าวันนั้นตามปกติควรจะต้องรับประทานอาหารเช้าของโรงแรม ซึ่งจะให้บริการเวลา ๗ โมงเช้าเป็นต้นไป  แต่เรารีบตื่นและกระวีกระวาดเปิดแอพพลิเคชั่น GRAB เพื่อเรียกรถแท็กซี่เดินทางไปบานาฮิลล์ให้เร็วที่สุด

เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวมหาศาลที่กำลังจะเดินทางมากับคณะทัวร์

เมื่อวานเรานั่งรถจากดานังลงใต้มาที่นี่  แต่บานาฮิลล์จะอยู่ด้านตะวันตกของดานังเพราะฉะนั้น เช้าวันนี้เราจึงต้องนั่งรถจากฮอยอันขึ้นเหนือตามเส้นทางไปดานังแล้วจึงมุ่งหน้าไปทิศตะวันตกสู่บานาฮิลล์

ระยะทางเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย และเวลาในการเดินทางก็เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเช่นกัน  เพราะรถแท็กซี่  ถึงแม้ถนนโล่ง  ก็วิ่งได้ด้วยความเร็วไม่เร็วไปกว่าเมื่อวาน

กดเรียกรถตอน ๗ โมงเช้าอาศัยแอพฯ GRAB รถมารับภายในเวลา ๕ นาที จ่ายค่าแท็กซี่ผ่านการตัดบัตรเครดิตที่เคยผูกไว้กับแอพฯ ตั้งแต่อยู่เมืองไทย  ส่วนบัตรผ่านประตูบานาฮิลล์รวมกระเช้าก็ซื้อจากเมืองไทยผ่านแอพฯ Klook ซึ่งไปรับบัตรที่จะนำไปใช้ได้จริงที่เค้าเตอร์ Klook แถวๆทางขึ้นกระเช้าบานาฮิลล์นั่นแหล่ะ

เขามีป้ายตั้งไว้ให้เห็นชัดเจน

คนขับรถที่เราเจอที่นี่ให้บริการดี นิสัยดี ขับรถสุภาพ ไม่เร็วไม่หวาดเสียว อาจจะดูช้าไม่ทันใจคนไทยอย่างเราๆ ด้วยซ้ำไป  ขาไปเรากดเรียกรถผ่านแอพฯ  และขากลับเราก็ผูกปิ่นโตกับรถแท็กซี่คนเดิมนี่แหล่ะ  กลับในราคาเดียวกัน  บอกพี่คนขับไปว่าสักบ่าย ๓ โมง

พี่แกก็นั่งๆ นอนๆ รออยู่แถวๆ ลานจอดรถ แถมขอแอดไลน์เราไปด้วยเพื่อติดต่อกัน  เดี๋ยวนี้อะไรๆ มันก็ผ่านสมาร์ทโฟนไปเสียทั้งหมด ... โลกมันแคบลงเยอะ

ไม่ใช่ซิ ... โลกมันเล็กลงต่างหาก  (โลกแคบ ความหมายมันไม่ค่อยดี)

อ้อ  อาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ที่ห้องอาหารบนบานาฮิลล์  เราก็ซื้อผ่านแอพฯ Klook และรับบัตรทานอาหารมาแล้วในคราวเดียวกับที่รับบัตรขึ้นกระเช้าครับ

ออกจากบานาฮิลล์บ่าย ๓ กว่าๆ ถึงโรงแรมที่ฮอยอันราวๆ ๕ โมงเย็น

ก็เป็นเวลาที่รถทัวร์วิ่งพลุกพล่านและทยอยกันจอดริมถนนต่อแถวเป็นทางยาวเลยหน้าโรงแรมของเราไป 

ที่ทางเท้า พ่อค้าแม้ค้าเครื่องดื่มเริ่มจัดวางโต๊ะเก้าอี้เตี้ยๆ เหมือนทุกวัน  และนักท่องเที่ยวทั้งชาวตะวันตกและตะวันออกต่างเดินมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเก่า 

คนเดียวบ้าง  เป็นคู่บ้าง  เป็นหมู่คณะที่มีธงนำบ้าง  และฮอยอันก็เริ่มเข้าสู่ความมีชีวิตอีกครั้ง

-----------------------------------------------------------------

๒๙ มกราคม ๒๕๖๒

เมืองเก่าฮอยอันกลายเป็นสถานที่ที่จำเจของเราไปเสียแล้ว  ไม่ได้มีแผนไปไหนเป็นพิเศษ เพียงแค่หากิจกรรมฆ่าเวลาจนกว่ารถที่จะพาเราไปส่งที่สนามบินดานัง ที่เราจองผ่าน Klook จะมารับตอนบ่ายสาม

เดินเข้าไปในตลาดหาเฝอกึ่งสำเร็จรูปตามออเดอร์เพื่อนสนิท

แวะไปดูสินค้าที่ขายนักท่องเที่ยวตามร้านที่ตั้งเรียงรายใกล้ๆ แม่น้ำ

นั่งจิบกาแฟหันหน้าออกถนนแล้วมองผู้คนที่ผ่านไปมา

และบอกลาฮอยอัน

--------------------------------------------------

ภาณุวัฒน์

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

--------------------------------------------------

ปล.

หลายคนอาจสงสัยว่า เข้าไปท่องเที่ยวในเมืองมรดกโลกจำเป็นต้องจ่ายค่าบำรุงเมืองหรือไม่ ในเนื้อหาที่เขียนไว้ด้านบนไม่เห็นผมกล่าวถึง

ตามมารยาท ควรจะต้องจ่ายซึ่งการจ่ายค่าบำรุงเมือง  ทางเมืองจะได้นำเงินเหล่านี้มาทำนุบำรุงเมืองให้น่าเที่ยวอยู่ต่อไป  รวมทั้งเมื่อเราจ่ายค่าบำรุงเมือง (ซึ่งจะอยู่ในรูปของการซื้อบัตรเข้าชมเมืองเก่า) เราจะสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ หรือโบราณวัตถุสถานต่างๆ ภายในเมืองได้ด้วย

ซึ่งรวมถึงสะพานแดงเก่าแก่เลื่องชื่อ

แล้วไม่จ่ายได้มั้ย

พวกเราไม่ได้จ่าย ... จะว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่มารยาทไม่ดีก็ยอมรับครับ

---------------------------------------------------

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน