*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-22
  • จำนวนเรื่อง : 364
  • จำนวนผู้ชม : 1115996
  • จำนวนผู้โหวต : 222
  • ส่ง msg :
  • โหวต 222 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม 2562
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 317 , 19:45:51 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , wullopp โหวตเรื่องนี้

ฮานอย ซาปา ฟานซิปัน และหลังคาแห่งอินโดจีน ๒๓ – ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๒

วันที่ ๑ (๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒)

จริงๆ ในฮานอยก็มีแหล่งท่องเที่ยวให้เช็คอินอยู่หลายแห่ง แต่ถ้าจะเลือกเจ๋งๆ สัก ๑-๒ แห่ง ในระยะที่พลังขาจะพาไปได้โดยใช้เวลาสักครึ่งวัน เราควรเลือกที่ไหน

อาจจะเรียกว่าเลือกก็คงไม่ถูกนัก เพราะถ้าเอาที่ใกล้ๆ ที่เราพักในระยะเดินได้ก็คงไม่พ้นทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ

จะว่าไปแล้ว ที่นี่แหล่ะที่เจ๋งที่สุด  และถ้ามาถึงแล้วก็ถือว่าได้ถึงฮานอยอย่างแท้จริง

ตำนานเขาว่ากันว่า ...

ในสมัยครั้งที่กษัตริย์เวียดนามทำสงครามสู้รบกับจีนนั้น เป็นการสู้รบที่ใช้เวลายาวนานมาก และไม่สามารถเอาชนะทหารจากจีนได้สักที ทำให้เกิดความท้อแท้พระทัย เมื่อได้มาล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ได้มีเต่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งคาบดาบวิเศษมาให้พระองค์ และนำไปสู้รบจนได้รับชัยชนะกลับมา เมื่อสิ้นสุดสงครามแล้ว พระองค์จึงได้นำดาบมาคืน และหากมองไปกลางทะเลสาบจะเห็นเจดีย์โบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำ เรียกว่า ทาพรัว หมายถึง หอคอยเต่า และยังเป็นที่กล่าวขานกันว่ายังเห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดูกาล

นอกจากทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมแล้ว เราลองแวะไปถ่ายรูปโบสถ์คริสต์อีกแห่งที่มีความอลังกาลน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน มันอยู่ในระยะที่เราเดินได้ครับ

โบสถ์เซ็นส์โจเซป – St’ Joseph’s Cathedral

และวัด Ly Trieu Quoc Su Pagoda (Chùa Lý Triều Quốc Sư) ซึ่งอยู่ใกล้ๆโบสถ์นั่นแหล่ะ

นั่นคือครึ่งบ่ายของวันแรก เพราะว่าครึ่งเช้าคือการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปฮานอย และจากสนามบินฮานอยเข้าเมืองและโรงแรมที่พัก (Golden silk hotel)

ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม

โบสถ์เซ็นส์โจเซป – St’ Joseph’s Cathedral

วัด Ly Trieu Quoc Su Pagoda

เรามีแผนไปเวียดนามโดยได้ตั๋วเครื่องบินไปลงฮานอย และมากกว่านั้นคือเราไม่ได้หวังเที่ยวฮานอยครับ เรากำลังจะไปสัมผัสยอดเขาที่ว่ากันว่าคือหลังคาแห่งอินโดจีน มันคือยอดเขาที่สูงที่สุดของภูมิภาค

ยอดเขาฟานซิปัน – Fansipan

โดยการขึ้นกระเช้าที่เขาว่าเป็นกระเช้าแบบสามสายแบบไม่หยุดพักที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร ซึ่งการจะขึ้นกระเช้านี้เพื่อไปยอดเขาฟานซิปัน ก็ต้องไปขึ้นที่ซาปา นั่นหมายความว่าเราต้องเดินทางจากฮานอยไปซาปาอีกทอดนึงก่อน

การเดินทาง

สำหรับการเดินทางส่วนใหญ่ในทริปนี้อาศัยสั่งซื้อผ่านแอพพลิเคชั่น ๒ ตัว คือ KLOOK และ Traveloka

๑. การเดินทางจากสนามบินฮานอยเข้าเมือง โดยมีจุดหมายปลายทาง ณ โรงแรมที่พัก อาศัยซื้อผ่าน KLOOK มีคนมาชูป้ายที่สนามบิน เจ้าหน้าที่ของ KLOOK จะนัดแนะเราก่อนผ่านแอพพลิเคชั่น LINE ราคาไม่แพงหรอกครับ พอๆกับที่เราไปเหมาแท็กซี่เอาดาบหน้า

๒. เดินเล่นในฮานอยและการเดินไปขึ้นรถไปซาปา อาศัยการเดินเท้าทั้งหมด

๓. รถบัสโดยสารกลางวันแบบรถนอน เราซื้อตั๋วผ่านแอพพลิเคชั่น Traveloka เอาบาร์โค้ดไปรับตั๋วโดยสารที่สำนักงานของบริษัทรถ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่รถบัสจะจอด ทั้งจอรอรับเราเดินทางไป และมาจอดส่งในเที่ยวขากลับ

๔. การเดินทางในซาปา อาศัยเดินเท้าทั้งหมด ทั้งการไปเดินเล่นที่ CATCAT และการไปขึ้นกระเช้าขึ้นฟานซิปัน

ใช่ครับ ที่กั๊ตกั๊ต เราก็เดินเท้าทั้งขาลงเขา เลาะลำธาร มุ่งหน้าสู่น้ำตก และขาขึ้น

.

.

.

วันที่ ๒ (๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๒)

เช้าตรู่วันนั้น ก็อาศัยการเดินแหล่ะครับ จากโรงแรมมุ่งหน้าสู่จุดนัดหมายเพื่อขึ้นรถบัสนอนซึ่งวิ่งกลางวัน อาศัยให้กูเกิ้ลแมพนำทางไป

รถบัสนอนที่ให้บริการที่เวียดนามจะเป็นเตียงนอนแบบถาวร ไม่ได้เป็นเบาะแบบเอนนอนได้เหมือนบ้านเรา เพราะฉะนั้นจะวิ่งกลางวันหรือกลางคืน ก็ต้องนอน เขาแจกหมอนใบเล็กๆ ให้ ๑ ใบ และผ้าห่มแบบธรรมดาให้ ๑ ผืน

รับตั๋วที่เค้าเตอร์ก่อนขึ้นรถ กระเป๋าใบใหญ่ใส่ใต้ท้องรถ (เพราะด้านบนมันจะไม่มีที่วาง) ถอดรองเท้านแล้วรับถุงหูหิ้วเพื่อเอารองเท้าใส่ถุงให้เรียบร้อย

รถบัสจะพักระหว่างทาง ๒ ครั้งเพื่อเข้าห้องน้ำและช้อปปิ้ง

และบ่ายวันนั้นที่กั๊ตกั๊ตภาคบังคับ ณ ซาปา

CATCAT หรือ กั๊ตกั๊ต เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างจากตัวเมืองซาปาไปประมาณ ๓ กิโลเมตร อากาศดี วิวสวย มีนาขั้นบันได เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าม้ง ใช้ชีวิตเรียบง่าย การท่องเที่ยวต้องใช้วิธีเดินเท้า ค่าเข้าคนละเจ็ดหมื่นด่อง

ทุกคนที่ไปซาปาจำเป็นต้องมาที่นี่

ปล.ทางเข้าหมู่บ้านและทางเดินศึกษาธรรมชาติจะพาเราเดินวนไปจนถึงทางออก .. ซึ่งไม่ใช่ทางเดียวกันกับทางเข้า มันห่างออกไปพอประมาณ ทั้งระยะทางแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งถ้าใครเดินไม่ไหวก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างรอให้บริการ

พร็อพของที่นี่คือชุดม้ง และไฮไลท์ของที่นี่คือนาขั้นบันได ข้าวโพดฝักแห้งและน้ำตกกั๊ตกั๊ตครับ

ชุดม้ง

นาขั้นบันได 

ทางไปน้ำตก

และน้ำตก

แล้วก็ข้าวโพดฝักแห้ง

และข้าวโพด

และข้าวโพด

และก็ข้าวโพด

วันที่ ๓ (๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๒)

เมื่อวานลองเดินไปสำรวจทางขึ้นกระเช้าขึ้นยอดเขาฟานซิปันแล้ว มันอยู่ทางเดียวกับที่เราเดินไปกั๊ตกั๊ต และอยู่ในระแวกใจกลางเมืองซาปานั่นแหล่ะ

ขึ้นรถรางก่อน ๑ ต่อ แล้วค่อยขึ้นกระเช้าอีกทอด และขึ้นรถรางอีก ๑ ทอด จะถึงยอดเขาพอดี ซึ่งไอ้ทอดสุดท้ายเนี่ย จะเลือกไม่ขึ้นแล้วเดินเอาก็ได้ มีคนเดินเยอะอยู่ แต่มันจะได้ระยะทางในแนวดิ่งเยอะสักหน่อย

ถ้าซื้อทั้ง ๓ ทอดก็ตกอยู่ที่คนละแปดแสนสองหมื่นด่อง

ผมเคยขึ้นไปบนยอดภูเขาหิมะมังกรหยกที่เมืองลี่เจียงประเทศจีนมาแล้ว นั่นคือยอดเขาที่สูงจนทำให้หลายๆคนขึ้นไปไม่ถึงจุดสูงสุด (เพราะป่วยเสียก่อน) แต่ถ้าใครขึ้นไปถึงได้จะเกิดความภูมิใจ และมีพลังขึ้นมาแบบผิดมนุษย์มนา ตัวอย่างเช่นว่า ชายบางคนถึงกับถอดเสื้อและโบกธงแดงของประเทศจีนอย่างบ้าคลั่ง

ที่ฟานซิปันนี่เขาก็ทำสัญลักษณ์ความสูงสุดไว้เหมือนกัน แถมมีธงเวียดนามสีแดงที่มีดาวตรงกลางไว้ให้โบกด้วย และคนเวียดนามก็คงไม่ต่างกับคนทุกๆ ชาติ เมื่อขึ้นมาถึงจุดนี้แล้วมันต้องแสดงให้โลกรู้ มันคือความภูมิใจเหนือทุกประเทศในอาเซี่ยน (เพราะเขาว่ายอดเขานี่คือหลังคาของอินโดจีน) และบางเวลาก็เหมือนว่าธงที่จัดเตรียมไว้ให้มันมีจำนวนน้อยเกินความต้องการไปมาก

เราว่าคนเวียดนามก็เหมือนๆ คนไทย คือความสนุก และเราก็ว่าคนเวียดนามก็เหมือนๆ คนจีน คือความมั่นอกมั่นใจ และคนเวียดนามก็เหมือนๆ กับทุกๆ ชาติในอาเซียนคือความภูมิใจในชาติตน

ทำให้เรารู้สึกว่านักท่องเที่ยวเวียดนามที่เราเจอวันนั้น ทั้งสนุก ทั้งร่าเริง ไม่แพ้ทุกชาติในอินโดจีน

จนมองแล้วเวียนหัวไม่แพ้สมัยขึ้นยอดเขาหิมะมังกรหยก ก็ว่าได้

บนจุดสูงสุดที่ยอดเขา ใครๆ ก็จ้องแต่จะถือและโบกธงแดงที่มีดาวสีเหลืองตรงกลาง

พ่อหนุ่มเสื้อดำก็โบก

หญิงสาวในชุดสีชมพูก็โบก

หญิงสาวกำไรหยกเขียว นี่ก็โบก

หนุ่มเสื้อสีฟ้าและเด็กน้อยในชุดหมี รวมถึงมุมไกลนั้น ก็โบก

สองแม่ลูกยืนถ่ายรูปเฉยๆ ยังไม่วายมีคนมาโบกธงให้

เพื่อนผมยังไปหามาโบกกับเค้าด้วย

สุดท้าย คนไทยอย่างผมก็ทนไม่ไหว ไปคว้าธงเวียดนามมาโบกบ้าง  555+

.

.

.

บ่ายวันนั้น ...

เราเช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมร่วมบ่ายโมง โดยเรากลับไปถึงโรงแรมพร้อมบอกพนักงานที่เค้าท์เตอร์ว่าของออกสายสักหน่อย แหม่ นี่ก็รีบสุดๆแล้ว

รถบัสที่จองไว้จะออกจากจุดนัด (ซึ่งถูกระบุไว้ในใบยืนยันการจองที่ออกโดยแอพพลิเคชั่นที่เราสั่งซื้อ) ราวบ่ายสามครึ่ง ขากลับนั่งรถนอน

เอ่อ เรียกว่านอนรถนอน จะเหมาะกว่า

รถบัสจอด ๒ ครั้งเหมือนเดิม แต่พอเข้าฮานอยก็จอดส่งผู้โดยสารอีกสองสามครั้ง ก่อนถึงจุดสุดท้ายก็คือจุดที่เรามาขึ้นรถเมื่อวันก่อน

.

.

วันที่ ๔ (๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๒)

วันนี้กลับแล้วครับ เช้าตรู่ก็ต้องออกไปเช็คอินเสียหน่อย วิ่งรอบทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม

นัดรถมารับที่โรงแรมเพื่อไปส่งสนามบินตอนเที่ยงตรง หลังทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกไปเดินชิวๆ ในเมืองแถวๆ โรงแรมนั่นแหล่ะ

วิ่งชิวๆ รอบทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม

และบนท้องถนน

และจักรยานผลไม้ที่ถือเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของเวียดนาม

------------------------------------

ภาณุวัฒน์

๓ ตุลาคม ๒๕๖๒

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 รักแห่งสยามประเทศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 06/10/2019 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ตามมาเที่ยว

พี่หมีใหญ่ไปเวียตนาม 2 ครั้งแล้ว

เขาบอกแม่ไปมั๊ยนั่งเครื่องไม่นานหรอก แม่หมีบอกไม่เป็นไร แม่ว่าแม่ไม่ควรห่างเซนต์หลุยส์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน