*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-22
  • จำนวนเรื่อง : 365
  • จำนวนผู้ชม : 1117207
  • จำนวนผู้โหวต : 223
  • ส่ง msg :
  • โหวต 223 คน
วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม 2562
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 316 , 20:02:57 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

๒๓-๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ ญาจาง

การเดินทาง

ออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานกามซัญ (เมืองกามซัญ จังหวัดคานห์โฮ) จากนั้นนั่งรถต่อไปเมืองญาจาง (จังหวัดคานห์โฮ) 

เวลาที่เวียดนามอยู่เขตเวลาเดียวกับเมืองไทย และเงินด่องเวียดนาม คำนวณง่ายๆ ตีค่าเป็นเงินบาทของไทย คือตัด ๐ สามตัวหลังออก คูณด้วย ๔ หาร ๓ เช่น ถ้ามูลค่าสินค้าในเวียดนาม ๑๐๐,๐๐๐ ด่อง เรียกว่า ๑ ร้อยเค (๑๐๐K)  ตีเป็นเงินบาท ก็คูณด้วย ๔ เท่ากับ ๔๐๐ หารด้วย ๓ เท่ากับ ๑๓๓ บาท

๑๓๓ บาท คือการประมาณค่าแบบคร่าวๆ ง่ายๆ คิดเร็วๆ

ถ้าพูดถึงญาจาง ผมนึกไปถึงคลิปท่องเที่ยวทางยูทูปของยูทูปเบอร์ท่านหนึ่ง เธอพาไปญาจางโดยไฮไลท์คือการกินอาหารทะเล ที่การันตีว่า สด และราคาไม่แพง โดยเฉพาะล็อปสเตอร์ ที่มีขายอยู่มากมายริมถนนที่นักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา

นอกจากนั้นก็สวนสนุกที่อยู่บนเกาะที่ไม่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ อาศัยนั่งกระเช้าไป

๒๓ กันยายน ๒๕๖๒

ผมเคยอ่านบทวิเคราะห์การพัฒนาการท่องเที่ยวของเวียดนามในบริเวณเมืองญาจาง บนหน้าจอสังคมออนไลน์สักแห่ง เขาคนนั้นบอกว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวของญาจางคล้ายชายทะเลภาคตะวันออกของไทย คือพัทยา-อู่ตะเภา-ระยอง

หมายถึงมีหาดสวยๆ ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีสนามบินนานาชาติขนาดย่อมๆ อยู่ไม่ห่าง นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก สนามบินอยู่ห่างจากหาดยาวๆ สวยๆ นั่นประมาณนั่งรถ ๑ ชั่วโมง

และที่ญาจาง เมื่อมองออกสู่ทะเล นั่นคือมหาสมุทรแปซิฟิก

ร้านอาหารเรนฟอเรส (rain forest)

ก็หลังจากลงเครื่อง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เดินมาที่ประตูทางออกก็เจอกับโชเฟอร์หนุ่มชูป้ายที่เขียนชื่อเราไว้ โชเฟอร์เวียดนามที่ขับรถไม่เร็ว ทำตัวตามสบาย แต่กับเราแล้วเขาแค่ถามถึงจุดหมายปลายทาง จากนั้นก็ไม่ค่อยคุยกับเราอีก

เราจองรถบริการรับจากสนามบินเข้าเมือง รวมทั้งไปส่งในวันกลับกับแอพพลิเคชั่น KLOOK

เรนฟอเรสคือร้านอาหารที่หลังจากเช็คอินที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว เปิด GRAB แล้วนั่งไปทานอาหารกลางวันที่นั่น นับว่าเป็นที่ปอปปูล่าที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งจีน เกาหลี และไทย

จริงๆ ไปเวียดนามคราวนี้ไม่เดินก็นั่ง GRAB ทั้งรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ ราคาพอๆ กับเมืองไทยครับ

โบสถ์คาทอริก - Cathedral of Christ the King

ค่าเข้า ๓๐K สองคน ๕๐K (มีส่วนลดให้นิดหน่อย) ก็หลังจากที่อิ่มท้องจากร้านเรนฟอเรสแล้วนั่นแหล่ะ ตรงนี้เราเดินไปครับ เพราะมันไม่ห่างจากร้านเรนฟอเรสมากนัก

เรื่องทิศทางก็อาศัยเปิดกูเกิ้ลแมพเอา

เดี๋ยวนี้เที่ยวต่างประเทศ ขอให้มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนกับอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องกลัวหมดตัวเพราะโดนแท็กซี่หลอกเหมือนสมัยก่อน แต่ก็ต้องระวังกระเป๋าแห้งเพราะแวะช้อปแวะชิมตามลายแทงมากเกินไปเท่านั้นเอง

เป็นโบสถ์คาทอริก ชมงานประดับกระจกหลากสีสวยๆ ใครชอบถ่ายรูปคงชอบ

โดยแถวๆ โบสถ์มีร้านขนมหวานอยู่ประปราย เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวแวะพักเวลาเที่ยวจนหมดแรงแล้ว หรือมาถึงโบสถ์ในเวลาที่ยังไม่เปิดให้เข้าชม ก็แวะเข้าไปชิมไอศครีมก่อนได้

โพนากา (Ponagar Tower)

อากาศเวียดนามช่วงนี้ก็ร้อนอบอ้าวไม่ต่างจากเมืองไทย เดินได้ไม่นานหรอกครับ ตัดสินใจออกมาเรียก GRAB CAR เหมือนเดิมมุ่งหน้าสู่โพนากา

ท้องถนนในเมืองนี้รถไม่เยอะ การจราจรคล่องตัว และจุดที่เราอยู่ก็ถือว่าเป็นจุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยว 

รวมทั้งจุดที่จะไปก็เป็นจุดยอดนิยม

ค่าเข้าคนละ ๒๒K ว่ากันว่าที่นี่เป็นโบราณสถานตั้งแต่สมัยอาณาจักรจามปาโน่นแล้ว ก็ย้อนกลับไปเป็นพันปีทีเดียว รูปสลักมีไม่มาก และส่วนมากเขาว่ามันชวนให้ตีความหมายไม่ค่อยเหมือนกับทางฝั่งอินเดีย ที่มักมีรูปสลักตามศาสนสถานต่างๆ อิงความเชื่อจากศาสนาฮินดู

นักท่องเที่ยวเยอะเลยครับ เพราะจุดนี้ถือว่าถ่ายรูปสวยที่สุดจุดหนึ่งของเมือง 

ตรงนี้น่าจะเป็นศิวลึงค์ แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจ ผมวงสีส้มไว้ให้ ที่คิดว่าเป็นศิวลึงค์เพราะเมื่อตอนที่วนเข้าไปดูการจัดแสดงในห้องอีกฟากหนึ่งแล้ว การจัดแสดงหน้าบันจำลองชวนให้คิดไปแบบนั้น

เดินชมโบราณสถานพอหอมปากหอมคอ สักประมาณบ่ายสามครึ่ง เราก็ใช้การเดินเท้าไปตามถนนที่ทางเท้ากว้างบ้าง แคบบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เดินบนทางเท้าสักเท่าไหร่ เนื่องจากทางเท้าเวียดนามมักเต็มไปด้วยกิจกรรมของคนที่ตั้งบ้านเรือน ร้านค้าอยู่ริมถนนนั่นแหล่ะ

ทางเท้าจึงมักจะเป็นร้านค้า จอดรถ วางของ นั่งคุย ปะยาง ที่ว่างๆหน่อย ก็น้ำท่วม อะไรทำนองนั้น

เดินไปจนถึงร้านบุฟเฟต์  ที่ราคาบุฟเฟต์หัวละ ๓๐๐K อิ่มหนำสำราญแล้วจึงเดินกลับโรงแรม

--------------------------------------------

Night Life

ถนนในเมือง รวมทั้งเลียบทะเลคึกคักไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ไม่ต่างไปจากเมืองอื่นๆของประเทศ รถบัสนำเที่ยววิ่งกันขวักไขว่ และมันจะเริ่มซาลงเมื่อถึงเวลาที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องทานมื้อค่ำ และหมดเวลาที่กำหนดโดยคณะทัวร์ ถึงเวลาของการเดินจับจ่ายซื้อของกันโดยอิสระ

ริมทางเท้า (และบางครั้งก็บนถนนที่มีรถวิ่ง) จากที่เมืองอื่นๆ เราจะเห็นร้านน้ำตามสั่งที่มีเก้าอี้ตัวเตี้ยๆ ตั้งหันหน้าออกนอกถนนเพื่อให้ลูกค้านั่งดื่มกินและทิ้งเวลาไว้ตรงนั้น

แต่ที่ญาจางค่อนข้างต่างออกไป

เพราะนอกจากร้านน้ำตามสั่งที่ว่าแล้ว ยังเสริมด้วยร้านอาหารซีฟู้ตขนาดเคลื่อนที่ได้ที่มีพระเอกนางเอกประจำร้านคือล็อปสเตอร์หลายๆ ขนาดวางเรียงราย

ริมถนนกลายเป็นร้านขายทุเรียนที่มักมีภาษาจีนสื่อสาร ซึ่งถือว่าจับกลุ่มลูกค้าแบบไม่ให้พลาด ทำนองว่า “กิโลละ ๑๕ หยวน ชิมได้ ไม่หวานไม่อร่อยไม่ต้องจ่ายสตางค์”

ร้านเครปสูตรจากเมืองไทย (ถ้าเราแปลไม่ผิด บางที่ภาษาเวียดนามก็อ่านลำบาก ถึงแม้จะใช้ตัวอักษรอารบิกก็ตาม)

แล้วก็ร้านน้ำตามสั่งที่ตัวชูโรงของร้านคือมะพร้าว

ล็อปสเตอร์

... ล็อปสเตอร์

.... ล็อปสเตอร์

และเราก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องลองทานล็อปสเตอร์ที่วางขายอยู่ริมทาง โดยทางร้านจัดวางล็อปสเตอร์แบบให้เราเลือกตามใจชอบ ราคาเริ่มต้นที่ตัวละ ๑๐๐เค และเพิ่มขึ้นตามขนาด ไปจบที่ราวๆ ๘ ถึง ๙๐๐เค

เราทานร้านนี้ครับ แม่ค้าดูทะมัดทะแมง ติดเตาพร้อมบริการจนควันโขมง

ในราคาตัวละ ๓๕๐เค 

แม่ค้าเชียร์เต็มที่ตอนเราเลือก แถมเอานิ้วจิ้มที่พุง ... เอ่อ ... ไม่ใช่พุงเรา พุงแม่ค้า หรือพุงลูกค้าคนไหนหรอก แต่เป็นพุงของเจ้าล็อปสเตอร์ผู้สละชีพลงแล้ว ประมาณว่า เนื้อเน้นๆ นะเออ ไม่หลอก ไม่โป้ปดมดเท็จแต่อย่างใด

อัธยาศรัยดีครับ จริงๆ ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วมีโอกาสไปเที่ยวญาจาง แวะอุดหนุนเธอได้

"เดี๋ยวข่อยสิปิ้งให้ สูเจ้าแค่จ่ายสตางค์มา"

รูปด้านล่างนี้ร้านทุเรียนเคลื่อนที่ ที่มีภาษาจีนเขียนไว้ในความหมายประมาณว่า "ไม่หวานไม่อร่อย ไม่ต้องจ่ายสตางค์" 

--------------------------------------------

๒๔ กันยายน ๒๕๖๒

รีบทานอาหารเช้าแต่เช้าแหล่ะครับ แล้วเรียก GRAB รถยนต์เพื่อมุ่งหน้าไปจุดขายตั๋วกระเช้าข้ามไปเกาะสวนสนุกวินเพิร์ล จัดว่าเป็นสวนสนุกที่มีครบทุกมิติ

สวนสนุก

สวนน้ำ

สวนพฤกษศาสตร์

และอควาเรี่ยม

ถ้าไม่เบื่อเสียก่อน ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ทั้งวัน โดยเราซื้อตั๋วกระเช้ารวมบัตรผ่านประตูจากแอพพลิเคชั่น KLOOK ไม่ต้องไปต่อคิวจ่ายเงินสด ได้ส่วนลดซึ่งรวมๆแล้วจะถูกกว่าซื้อเงินสดอยู่พอสมควร

ขากลับจากวินเพิร์ลเรากดเรียก GRAB BIKE เสียค่าโดยสารไปคนละ ๒๓เค คิดเป็นเงินไทย (ตามที่บัตรเครดิตเรียกเก็บ) ๓๑ บาท

ที่เวียดนามธุรกิจขับ GRAB รุ่งเรืองและไม่โดนต่อย แถมใส่เสื้อวินสีเขียวกันทั่วเมือง เรียกใช้งานง่าย

เราเดินทางกลับในวันที่ ๒๕ กันยายน ซึ่งก็จองรถไปส่งที่สนามบินผ่านแอพพลิเคชั่น KLOOK เช่นเดิม และเช้าวันนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรนอกเสียจากการเดินชมเมืองย่านที่เราพัก

-----------------------

ภาณุวัฒน์

๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๒



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน