*/
  • รักแห่งสยามประเทศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panuwat084@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-22
  • จำนวนเรื่อง : 373
  • จำนวนผู้ชม : 1134358
  • จำนวนผู้โหวต : 224
  • ส่ง msg :
  • โหวต 224 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม 2562
Posted by รักแห่งสยามประเทศ , ผู้อ่าน : 536 , 20:13:25 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , wullopp โหวตเรื่องนี้

๑๔-๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ และ ๑๑.๓๐ น. ของ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ คือเวลาเริ่มต้นของทริปนี้

โตเกียว ๔๘ ชั่วโมง

รอบนี้ไป-กลับเมืองไทยด้วยนกสกู๊ต (จองผ่านเว็บไซท์ของสายการบิน ได้ราคา ๕ พันบาทนิดๆ) เข้า-ออกเมืองจากสนามบินนาริตะถึงอุเอโนะด้วยเคเซสกายไลน์เนอร์ (จองผ่านแอพฯ Klook และทราเวลโลกาเที่ยวละ ๘๙๐ บาท) และเดินทางในเมืองโตเกียวด้วยบัตรซับเวย์ ๔๘ ชั่วโมง (ซึ่งไม่รวมบริการของเจอาร์ทั้งหมด จองผ่านแอพฯ ทราเวลโลกาที่มีให้เลือก ๓ แบบคือ ๒๔, ๔๘ หรือ ๗๒ ชั่วโมง เราเลือก ๔๘ ชั่วโมงในราคาคนละ ๗๕๐ บาท)

ตั้งใจอยู่ในโตเกียว และตั้งใจไปตลาดนัดครับ

การซื้อตั๋วผ่านแอพพลิเคชั่น ไม่ว่าจะเป็นทราเวลโลกาหรือ Klook (ในคราวนี้) ก็ตาม เราจะได้ใบจองซึ่งมีบาร์โค้ดมาและนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเจ้าหน้าที่ที่เค้าเตอร์ของบริการเหล่านั้นที่โตเกียวเอาปืนยิงบาร์โค้ดของเราผ่านทุกอย่างก็จะราบรื่น แต่ถ้าเราไม่สามารถโชว์บาร์โค้ดได้ นั่นคือปัญหา  จะปริ้นใส่กระดาษออกมาถือไว้หรือเปิดหน้าจอโทรศัพท์ก็ได้เหมือนกัน คราวนี้เราแค่แคปชั่นหน้าจอที่ปรากฏบาร์โค้ดไว้แล้วเอาไปโชว์ที่เค้าเตอร์ ทุกอย่างราบรื่นดี

ตลาดนัดวันเสาร์ที่ Shinjuku chuo park

ขึ้นซับเวย์สายเอโดะ (E-line รูปใบแปะก๊วยสีเขียว) ลงที่สถานี Nishi-Shinjuku-Gochome (西新宿五丁目) แล้วเดินต่ออีกราวร้อยเมตร เราไปวันเสาร์บ่ายโมงกว่าๆแล้ว แต่ที่โตเกียวตอนนี้อากาศค่อนข้างเย็น การเดินซื้อของกลางแจ้งช่วงบ่ายๆจึงไม่ใช่ปัญหา ตลาดนัดที่ญี่ปุ่นหรือจะเรียกตลาดเปิดท้ายมักเริ่มแต่เช้าและสิ้นสุดสักบ่ายสองถึงบ่ายสามโมง

บ่ายสองโมงครึ่ง พ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มจะเก็บของกันแล้ว ของที่ขายส่วนหนึ่งเป็นของใหม่แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของที่ผ่านการใช้งานแล้ว มีทั้งเสื้อผ้า,เครื่องประดับ,ของตกแต่งบ้าน,สิ้นค้าแบรนด์เนมในหมวดของใช้ส่วนตัว และของจิปาถะอื่นๆ

ที่นี่เราได้สร้อยไข่มุกเส้นเล็กๆมาหนึ่งเส้นเท่านั้นเอง

ขั้นเวลาด้วยข้าวหน้าหมูทอด,แปะก๊วยเปลี่ยนสี และสถานีฮาราจูกุหลังเก่าที่มีข่าวว่าเขาจะรื้อทิ้งแล้วสร้างหลังใหม่ แต่เท่าที่ดู เขาสร้างของใหม่ไว้ข้างๆ ไม่แน่ว่าอาจะจะไม่รื้อของเก่าก็ได้ ตั้งไว้คู่กันนั่นแหล่ะ

มื้อเย็นทานบุฟเฟต์ขนมหวานที่ร้าน RonRon ย่านฮาราจูกุ และของคาวที่ร้าน Royal Host ย่านอะซากุสะ คืนนี้พักข้าวสารโตเกียวแลบอราทอรี่ (Khaosan Tokyo Laboratory)

วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันอาทิตย์

เพื่อการเริ่มต้นที่ดีท่ามกลางสภาพอากาศ ๓ องศาฯ เราขอไปไหว้พระขอพรที่วัดอะซะกุสะก่อนเลยและมุ่งหน้าสู่ตลาดนัดที่ ๒ ของทริป

ตลาดนัดเปิดท้ายขนาดใหญ่แห่งโตเกียว – Tokyo City Flea Market

ตลาดนี้เปิดแต่เช้าเช่นกัน (ประมาณแปดโมงครึ่ง) และเปิดไปจนถึงราวบ่ายสองครึ่ง (จากข้อมูลบอกว่าวันเสาร์ก็เปิดครับ) เราไปถึงราวสิบโมงครึ่ง ไปตลาดนี้ต้องขึ้นโมโนเรล (เจ้าของเดียวกับเจอาร์ ซึ่งบัตรซับเวย์ ๔๘ ชั่วโมงของเราไม่ครอบคลุม ตรงนี้เลยต้องเสียสตางค์ค่ารถเพิ่มนิดหน่อย ประมาณเที่ยวละ ๒๐๐ เยน) ลงโมโนเรลที่สถานี Oikeibajo-Mae (大井競馬場前)แล้วเดินต่ออีกราว ๑๐๐ เมตร

ที่นี่เราเจอนักท่องเที่ยวไทยเยอะเลย ของที่ขายก็คล้ายๆตลาดนัดเปิดท้ายทั่วไปที่ญี่ปุ่นคือของมือหนึ่งเป็นส่วนน้อย ของส่วนใหญ่เป็นของที่ผ่านการใช้งานแล้ว ตลาดนี้ค่อนข้างกว้างและพ่อค้าแม่ค้าค่อนข้างเยอะ พื้นที่เป็นลานจอดรถสองชั้น ร้านค้าก็จะกระจายๆ กันไป ขาช้อปนี่เดินกันสนุกแน่นอน

ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการตั้งใจมาตลาดนี้ เราทานอาหารกลางวันที่นี่และมุ่งหน้าสู่ตลาดต่อไป

Shinagawa Intercity Flea Market

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่นี่นับเป็นตลาดนัดเปิดท้ายแห่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราต้องกลับมาและขยายผลไปยังตลาดลักษณะนี้อีกหลายแห่งเท่าที่เวลาจะอำนวย คราวที่แล้วเพื่อนเราหลายคนตื่นตาตื่นใจและสนุกกับการจับจ่ายซื้อของแบรนด์เนม และคราวนี้ก็เช่นกัน

ตลาดนี้ เปิดสิบโมงเช้าถึงบ่ายสามเฉพาะวันอาทิตย์ (คือวันที่เราไป) อยู่ในตึก Shinagawa Intercity Tower เราขึ้นรถไฟเจอาร์ลงสถานีชินนากาว่า (JR品川)แล้วเดินไปตามทาง จะส่งให้เราไปลงที่ตึกฯเลย ร้านค้าไม่มากเหมือนตลาด Tokyo cityฯ แต่ก็ถือว่าเราตั้งใจมากันเป็นครั้งที่สองนับจากคราวก่อนเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และตลาดแห่งนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง

วันนี้พักย่านอุเอโนะ โรงแรมซุเปอร์โฮเทล โอคาชิมาจิ ขึ้นซับเวย์ลงสถานี Naka-Okachimachi (H-line (hibiya line))

มหาวิทยาลัยโตเกียว

ในปี ค.ศ. ๑๙๒๔ ฮิเดะซะบุโร อุเอะโนะ ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้นำสุนัขพันธุ์อากิตะตัวหนึ่งมาเลี้ยง โดยให้ชื่อมันว่า ฮาจิ แปลว่าเลข 8 ซึ่งถือเป็นเลขนำโชคของคนญี่ปุ่น ทุกๆ เช้าเจ้าฮาจิจะเดินไปส่งศาสตราจารย์อุเอะโนะขึ้นรถไฟที่สถานีชิบูยะ และไปรับเจ้านายตอนบ่ายเพื่อเดินกลับบ้านด้วยกัน

เช้าวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคมปีต่อมา ศาสตราจารย์อุเอะโนะขึ้นรถไฟไปทำงานตามปกติ แต่ก็เกิดเรื่องเศร้าขึ้น เขาไม่ได้เดินทางกลับมาอีกเลย เพราะอุเอะโนะเกิดอาการเลือดออกในสมองและเสียชีวิตที่มหาวิทยาลัยในวันนั้น แต่ฮาจิที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้ ยังคงเดินทางไปรอรับเจ้านายที่สถานีชิบูยะทุกวันไม่เคยขาด

หลายคนพยายามจะพาฮาจิไปเลี้ยง แต่ทุกครั้งมันก็จะหนีออกมารอเจ้านายที่สถานีชิบูยะทุกครั้งไป จนในที่สุดมันก็อาศัยอยู่ที่บ้านของอดีตชาวสวนใกล้ๆ กับสถานีนั่นเอง และทุกๆ วันมันก็จะวิ่งมาที่สถานีเพื่อรอรับเจ้านายกลับมาเหมือนเดิม

ในตอนนั้นเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟและคนท้องถิ่นบางคน ออกจะไม่พอใจนักเพราะรู้สึกว่าเหมือนมีสุนัขจรจัดมาดักซุ่มอยู่แถวสถานี จึงพยายามไล่มันออกไป แต่ก็เหมือนเดิมคือ ไม่สำเร็จ เพราะเจ้าฮาจิยังคงมาที่สถานีทุกวันเพื่อรอรับเจ้านายกลับบ้าน

จนวันหนึ่งอดีตลูกศิษย์ของศาสตราจารย์อุเอะโนมาได้ยินเรื่องนี้เข้า เขาประทับใจมากจึงเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสุนัขที่แสนซื่อสัตย์ตัวนี้ออกมาในช่วงต้นปี ค.ศ. ๑๙๓๐ และนับแต่นั้น เจ้าฮาจิก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ประจำชาติญี่ปุ่นไป และคนได้เติมคำว่า โกะ ตรงท้ายชื่อของฮาจิ เพื่อแสดงถึงความรักและชื่นชม ทุกคนจึงเรียกฮาจิว่า ฮาจิโกะ นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ฮาจิโกะยังคงมารอเจ้านายที่สถานีทุกวันเป็นเวลาเกือบสิบปี จนกระทั่งมันจากไปในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. ๑๙๓๕

ในปี ค.ศ. ๒๐๑๕ มหาวิทยาลัยโตเกียวได้เปิดตัวอนุสาวรีย์แห่งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตพนักงานและสุนัขตัวโปรด ปีดังกล่าวถือเป็นการครบรอบ ๘๐ ปีการจากไปของฮาจิโกะ ในภาษาญี่ปุ่น ๘๐ ออกเสียงว่า ฮาจิจู จึงถือได้ว่าเป็นปีพิเศษสำหรับฮาจิโกะจริงๆ

(ข้อมูลจาก sanook ดอท com อ่านเพิ่มเติม https://www.sanook.com/moshimoshi/2457/ )

และนี่คืออนุสาวรีย์ที่ว่า ในฤดูหนาวปี ๒๐๑๙ ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว

๑๑.๒๐ น. คือเวลาของรถไฟเคเซรอบวิ่งจากอุเอโนะสู่สนามบินนาริตะ เราเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามบินด้วยรถไฟรอบนี้และรอขึ้นเครื่องประมาณบ่าย ๒

จบทริปโตเกียว ๔๘ ชั่วโมงครับ และค่าใช้จ่ายบางส่วน

------------------------------------------------------------------

ภาณุวัฒน์

๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ตรงกับปีเรวะที่ ๑ รัชกาลสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

------------------------------------------------------------------



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 รักแห่งสยามประเทศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 21/12/2019 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เขาว่ากันว่า ถ้าไปที่ไหนแล้วอยากรู้ความเป็นอยู่ของผู้คนที่นั่น ต้องไปเดินตลาดนัด

ขอบคุณที่แวะไปอ่านเรื่องที่บล็อกเสมอ น่าจะชอบสตูดิโอจิบลิเหมือนกัน สุสานหิ่งห้อยดูกี่ทีก็เสียน้ำตา โตโตโร่ก็น่ารักเหลือใจ ลูกไปญี่ปุ่นก็ซื้อมาฝากแม่

แต่ไม่ยักเอาสาวญี่ปุ่นมาฝาก ลูกบอกเดินเที่ยวจนไม่ค่อยมีเวลาดูสาวๆ แหงะ !!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน