*/
  • minmint
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kawinporn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-05
  • จำนวนเรื่อง : 88
  • จำนวนผู้ชม : 276523
  • จำนวนผู้โหวต : 232
  • ส่ง msg :
  • โหวต 232 คน
<< กรกฎาคม 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 กรกฎาคม 2553
Posted by minmint , ผู้อ่าน : 4738 , 08:17:50 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



minmint ต้องขอโทษทีมงาน oknation.net และพี่น้องผองเพื่อนจากใจจริง
ที่ไม่ได้เข้ามาลงรูป เขียนเรื่องให้อ่านนานมาก เพราะภารกิจและปัญหาทางเทคนิค
พอมีเรื่องจะเขียนก็ให้มีคิวได้ฤกษ์เดินทางอีกแล้ว คราวนี้ไปเที่ยวอย่างเดียว
สู่ สปป.ลาว ทำให้คิดถึงความประทับใจเมื่อหลายปีก่อน ที่ได้เดินทางไปถ่ายทำ
ภาพยนตร์สารคดีใน 4 ประเทศ ขอนำมาลงไว้ให้ดูต่างหน้า ( อีกครั้ง... ) 
ก่อนเดินทางไปย้อนอดีตที่ลาวเหนือและลาวใต้ ในระหว่าง
วันที่ 17 - 31 กรกฎาคม 2553 นี้
 กลับมาแล้วคงมีเรื่องเล่าเยอะแยะ ใครแวะมาขอให้รู้ว่า คิดถึงมากค่ะ.

........................

 ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ฉันเคยเป็นคนที่ขี้รำคราญเด็ก ๆ
 โดยเฉพาะเด็กที่กำลังโต ( ป.1- ป.6 ตรงกับนักเรียนในโครงการพอดี ) 
อาจเพราะธรรมชาติของวัยที่กำลังน่ารักขี้เล่น ตรงข้ามกับในปัจจุบัน 
ตัวแปรที่สำคัญไม่ใช่วันเวลาเปลี่ยน แล้วคนจะเปลี่ยนได้อัตโนมัติ แต่... 
ประสพการณ์ชีวิตต่างหากที่ช่วยคลี่คลาย ให้หัวใจที่เคยเป็นศิลาละลายได้...

เมื่อวันหนึ่ง…ฉันได้มีโอกาสเดินชนเข้ากับ  โครงการพิเศษระหว่างประเทศ ในแถบอินโดจีน คือ พม่า ลาว เขมร และไทย เข้าโดยบังเอิญแท้ ๆ
โครงการที่ว่านี้เป็นของ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ชื่อ “ TOURISM COOPERATION BICYCLE TOUR ” ภายใต้วัตถุประสงค์ของการสำรวจเส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่ในอินโดจีน โดยใช้กีฬาการปั่นจักรยานนำทาง เพราะฉะนั้น เส้นทางที่ไปจึง unseen สุดๆ จะพบเจอแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อน้อยมาก ในตลอดการเดือนทาง 4 ประเทศ 25 วันรวมเวลาในการเตรียมงาน แบบด่วนดับดิ้นด้วยก็… 1 เดือนเต็มพอดีไม่ขาดไม่เกิน 

ประหนึ่งธรรมมะจัดสรร… เพราะโครงการนี้ท่านผู้ใหญ่ของกระทรวง ไม่ได้อนุมัติงบประมาณสำหรับสื่อมวลชน เพื่อการถ่ายทำข่าวหรือสารคดี ไว้เลยในแผนงาน…แต่ฉันก็ตัดสินใจเข้ารับงานโครงการนี้ ทันทีที่ได้พูดคุยกับผู้จัดการโครงการจบ ภายในเวลาชั่วไม่ถึง 15 นาที เพราะหลังจากได้อ่านรายละเอียดของโครงการนี้ทั้งหมดแล้ว
 เลือดรักชาติก็ฉีดกระฉูดขึ้นมาทันที
คนไทยทั้งประเทศจะไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้เด็ดขาด!!  ถ้าไม่ได้ทำงานโปรเจ็คนี้ฉันจะรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้คุณแผ่นดิน ดูดายไม่ได้! และในมุมของความเป็นส่วนตัวแล้ว… สำหรับฉันผู้พิศมัยการเดินทาง…มันคงจะเป็นเรื่อง โหด มัน ฮา อยู่พอสมควร ที่จะต้องเดินทางด้วยจักรยานใน 4 ประเทศบนเส้นทาง “ ตัดใหม่ ” ( ส่วนมากเป็นลูกรังที่ยังไม่ลาดยาง ) โดยรัฐบาลของ 4 ประเทศเป็นเจ้าของโครงการ ร่วมมือกันเป็นเจ้าภาพ คัดเลือกนักปั่นทั้งอาชีพและสมัครเล่น เป็นตัวแทนเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี 4 แผ่นดิน รวมฉันและพรรคพวกแล้วเพียง 37 คน ทั้งไทยและต่างประเทศ 

ฉันโดดเข้าคว้าคอบริษัท BIKE & TRAVEL www.cyclingthailand.com )
 ผู้ประสานงานโครงการ และกิจกรรมทันที เขาวิ่งหัวปั่นกันอยู่ 4 - 5 วัน เพื่อขออนุมัติ
งบฉุกเฉินให้ฉันและพรรคพวกโปรดัคชั่นทีมอีก 4 คน เข้าร่วมในการเดินทาง โดยไม่ให้เดือดร้อนบริษัทมากนัก ( ตามคำขู่ )

เพราะเป็นที่ทราบกันทั่วว่า ฉันถนัดนักเรื่องสร้างโครงการพิเศษ ถลุงเงินบริษัท!
โดยไม่มีรายได้เข้ามาชดเชย แล้วผู้บริหาร PANORAMA DOCUMENTARY
( เป็น PANORAMA WORLD WIDE  ในปัจจุบัน ) ก็บ้าจี้ใจถึง  เห็นดีเห็นงามเพราะความรักในงานสารคดี… ฉันซาบซึ้งดี entryนี้…จึงขออนุญาตตัดทอนบางเสี้ยวของ
การเดินทาง มานำเสนอพอสังเขป ( โดยไม่ลงลึกเรื่องรายระเอียดที่ยาวเหยียดของ
งานด้านการผลิต… ) แม้กระนั้นก็ประกอบไปด้วยรูปถึง 40 รูป ที่ตัดออกแล้วตัดออกอีก จากยอดเต็มของรูปที่ถูกคัดแล้วคัดอีก ก็ได้เพียง 4 พันกว่ารูปตลอดทริป 
จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้ชมจะไม่ถอดใจไปเสียก่อนนะคะ 

เราเริ่มพิธีเปิดและการเดินทางในประเทศไทย แล้วออกพม่า ประเทศนี้ไม่มีอะไรลงลึกในรายละเอียดด้านเนื้อหาการเดินทาง เพราะกว่าจะข้ามด่านไปได้ก็เหนื่อยแล้ว ทั้งที่ทีมงานเตรีมการกันมาดีอย่างเป็นทางการ และมีขบวนข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้หลักผู้ใหญ่มาให้การต้อนรับถ้วนหน้า แต่ทำไมเมื่อพม่าจะเข้ามาเดินสโร่งปลิวอยู่ในเขตไทย
หรือ ยกประเทศเข้ามาเป็นแรงงานต่างด้าวนอกระบบ มันถึงได้ง่ายดายนัก ก็ไม่เข้าใจ! 
แต่กับเรื่องดีๆที่จะเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างเป็นทางการกลับปัญหาเยอะมาก 

แต่ละประเทศเราผ่านหลายเมืองจนฉันไม่ชัดเจนในรายละเอียดอีกแล้ว
เก็บไว้ก็แต่ความประทับใจในมุมที่เป็นส่วนตัว ว่าหลายเมืองที่ไปดูเหมือนกันดาร
ไม่ได้รับการพัฒนา แต่สิ่งที่ศิวิไลซ์สำหรับฉัน คือความรู้สึกที่อยู่ในโลกปัจจุบัน 
แต่สภาพที่เห็น ( ยืนยันว่านี่คือปัจจุบัน......) เหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีตของประเทศไทยสัก 30 – 40 ปีที่ผ่านมา…




สิ่งแรกที่ทำให้ประทับใจคือขบวนต้อนรับอย่างเป็นทางการ เริ่มจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่นี่นอกจากข้าราชการตามสายงานที่มารอรับแล้ว เยาวชน ยุวชนของชาติก็ร่วมขบวนเหมือนอย่างที่เห็นในภาพ คือนักศึกษาลาว…
งามตั้งแต่เสือผ้าเครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชัดเจน 
จนขนลุกด้วยความนับถือว่า เขารักษาสิ่งนี้ไว้ได้อย่างไร 

ในท่ามกลางการบ่าท่วมของวัฒนธรรมสากล ที่เป็น POP CULTURE ( ศรัตรูตัวฉกาจของวัฒนธรรมประจำชาติ ) นี่คือส่วนดีของการปิดประเทศ ขอให้สิ่งนี้คงอยู่ตลอดไปเพราะในปัจจุบันวัฒนธรรมที่แตกต่างคือจุดขาย ที่จะนำมาซึ่งการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างแยบยลในกลยุทธ ลาวทำได้แล้ว… 




ที่ท่าเรือเล็กๆของเมืองแรกที่ไปเยือน…
ฉันรู้ได้ทันทีในวินาทีแรกที่สัมผัสแผ่นดินนี้ว่า เขาให้ความสำคัญกับโครงการนี้
มากกว่าที่เราจะคิดไปถึง… ข่าวการเยือนของเราถูกกระจายออกไปทั่วประเทศ
ก่อนไปถึงหลายวัน เขาจัดขบวนต้อนรับตั้งรออาคันตุกะกลุ่มสำคัญ ปรบมือให้เกียรติ
ตลอดทางแก่ผู้มาเยือนประเทศน้อยๆ ที่คนเกือบค่อนโลกไม่ได้ให้ความสำคัญ




เมื่อขึ้นจากท่าเรือเดินผ่านแถวนักศึกษาที่มาต้อนรับอย่างเป็นทางการแล้ว
 ก่อนถึงที่พักเราได้พบกับกลุ่มเยาวชนตัวน้อยๆ เรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ 
เต็มสองข้างทาง มองผ่าน ๆ จะเหมือนลาวมุง มือน้อย ๆ ที่โบกธงเล็ก ๆ สัญญลักษณ์ของ 2 ชาติไทย-ลาวในมือ แวววตาที่บริสุทธิ์กับรอยยิ้ม และอาการร่าเริง
เพราะตื่นเต้นที่ได้รับแขกบ้านแขกเมือง ตามที่วิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่น
ได้โหมประชาสัมพันธ์ไว้ ก่อนหน้าที่เราจะไปถึงร่วมเดือนสะกิดใจ
ให้ฉันคิดถึงอดีตครั้งเป็นเด็ก…







ครั้งนั้น…ฉันยังเป็นเด็กตัวเล็กตัวน้อยอยู่ที่บ้านนอก ยังไม่ประสาโลก
แต่เมื่อได้รับข่าวว่าพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ จะเสด็จมาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉันเพิ่งเป็นนักเรียนประถมต้น ตื่นเต้นดีใจมากที่จะไปรับเสด็จเฝ้านับวันรอ…
เมื่อวันนั้นมาถึงท่ามกลางฝูงชนมืดฟ้ามัวดิน ฉันเกณฑ์เพื่อนสนิทอีก 4-5 คนแหวกฝูงชนเข้าไปอยู่แถวหน้าข้างทางที่จะเสด็จผ่าน ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น 
เมื่อไปถึงก็มีผู้ใหญ่ใจดี ที่ไม่รู้จักกันส่งธงชาติไทยให้ครบทุกคนที่ไป 
โดยที่ไม่มีใครกะเกณฑ์อย่างเป็นทางการ…หัวใจน้อย ๆ เบิกบานด้วยความภักดี...










รุ่งเช้า…หลังจากวางแผนการเดินทางร่วมกับเจ้าภาพทุกฝ่ายแล้ว 
ทีมถ่ายทำก็ขมักเขม้นกับการเตรีมรายละเอียดการถ่ายทำ ส่วนฉันผู้เป็นกาฝาก 
จากการสนับสนุนของเจ้าภาพ ก็ออกตระเวนปลีกวิเวก ไปหาความสุขส่วนตัว
ตามลำพัง…จนได้ภาพประทับใจ ( ของฉันคนเดียว )  มา 2 ภาพที่รักมาก  เป็นภาพเด็กน้อยชั้นประถมต้นมาโรงเรียนกันแต่เช้าตรู่ และะมีกิจกรรมที่น่าเอ็นดูมาก 
เด็กผู้ชายกวาดใบไม้ในบริเวณโรงเรียนมารวมกันแล้วเผา เด็กผู้หญิงช่วยกันรดน้ำต้นไม้…ดอกไม้ ที่บรรจงปลูกด้วยใจดวงน้อยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย…




ในวันรุ่งขึ้นเราเดินทางต่อไปอีกหมู่บ้าน ( พักแห่งละหนึ่งคืนเท่านั้น ) ระหว่างทางเราแวะให้นักปั่นพักที่วัดแห่งหนึ่ง ที่นี่เราได้รับการต้อนรับอย่างใกล้ชิดจากชาวบ้าน 
ที่ทะยอยแห่แหนกันมารุมล้อมถามข่าวการเดินทาง เป็นการต้อนรับถามไถ่ทุกข์สุขตามธรรมเนียม โดยมีนักปั่นของเราทำหน้าที่ ฑูตวัมนธรรม สภาพหมู่บ้านที่กันดาร เหมือนอีสานบ้านเราแต่บริสุทธิ์กว่าคือ…กลุ่มคนที่แห่มาต้อนรับ
ส่วนมากจะเป็นเด็กกับคนแก่ หนุ่มสาวคงเข้าเมืองไปทำงานตามวัย เราคุยภาษาไทย เขาพูดภาษาลาว แต่สื่อกันรู้เรื่องอย่างดี ด้วยภาษาใจ…




ฉันเล่าให้คุณยายและเด็กๆฟังอย่างเข้าใจง่ายๆ ถึงที่มาของโครงการระหว่างประเทศ เขาก็รับรู้เพียงว่าเราเป็นตัวแทนคนไทยมาเยือนในฐานะเพื่อนบ้าน แล้วก็จะผ่านทางไปในเวลาชั่วข้ามวัน เพื่อไปสู่ที่พักอันสมเกียรติ 

ในขณะที่สมาชิกสว่นมากกระจายปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน อยู่ด้านล่างศาลาวัด
และแบ่งบะหมี่สำเร็จรูปกระจอกๆ ที่ติดมากินกันให้พวกเขาได้ลองลิ้มอาหารเลิศรสจากต่างแดน เขาก็นำผลไม้และขนมข้าวต้มมัดพื้นเมือง มาให้เรากินอาหารทิพย์กัน อย่างคนที่เข้าใจเรื่องการแบ่งปัน ฉันตื้นตันจนอิ่มท้องแม้จะยังไม่ได้กินอะไรเลย…



บนศาลา ฉันขึ้นมาไหว้พระข้างบน เห็นเพื่อนบางคนยึดพื้นที่บางจุดแอบงีบไปเรียบร้อยฉันคุยกับกลุ่มคนที่ทยอยมาต้อนรับเราอยู่ที่หน้าหิ้งพระ เพียงเพราะสำนึกในสื่งที่ควรทำ เลยทำให้่ไม่รู้สึกรำคาญเด็กๆ ที่มาห้อมล้อมตามปกติวิสัยที่เป็น 

ก่อนกลับอยากถ่ายรูปพวกเขา เก็บหน้าดำๆมอมแมมไว้เป็นที่ระลึก ขณะที่เตรียมหามุมทุกคนค่อยๆแหวกทางออกอย่างเข้าใจว่า ไม่ให้ตัวเองเป็นสิ่งกีดขวางทางภาพ
 ที่จะส่องไปหาหิ้งพระ พวกเขาทำโดยที่ฉันไม่่ต้องพูดอะไรเลยสักคำ 

ได้ภาพที่เหนือความคาดหมายอีกแล้ว… ฉันผู้ไม่พิสวาทการเรียงแถวถ่ายรูป
 ได้ภาพที่ไม่ต้องจัดสรร ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะยอมให้เป็นอย่างที่ไม่ชอบ 
คือถ่ายพวกเขาโดยมีพระเป็นพื้นหลัง เรียงหน้ากระดาน เพราะไม่คิดว่าเขาจะเข้าใจด้วยสัญชาติญาณได้ขนาดนี้ เด็กน้อยทำให้ภาพนี้มีเด็พอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้เลย 




ก่อนจากมาพวกเราลาทุกคน…ในภาพคือ คุณติ่ง ผู้น่ารักนักปั่นที่เป็น
นักข่าวท่องเที่ยวของบางกอกโพสต์ กำลังลาคุณยายกับเด็กๆ โดยที่ไมได้่สัญญาว่าจะกลับมาอีก แต่หลังจากนั้น… เขากลับไปที่ลาวอีกหลายครั้ง 
แม้ไม่ใช่เพื่อการทำงานก็ตาม...




ในอีกหมู่บ้านหนึ่งริมโขง....
ช่วงที่เราผ่านสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ มีปลาพันธ์ุพิเศษแสนรู้อยู่กลางแม่นำ้ 
ในท่ามกลางเด็กห้อมล้อมเรามากมายตามเคย จนฉันชักรู้สึกรำคาญ
ที่เขาไม่ปล่อยให้เราได้มีเวลาเป็นส่วนตัวกับบรรยากาศที่ควรจะได้พักผ่อนกันบ้าง 
แต่ก่อนจากมาฉันก็พบและตกหลุมรักเด็กลาวรูปหล่อคนหนึ่ง ที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆของเขา สภาพแต่งตัวและหน้าตาดูดีกว่าทุกคน กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4 
เขาใช้ภาษาอังกฤษคุยกับ คุณหมอชัยณรงค์ สมชาติ แพทย์ประจำทริปของเรา
อย่างฉาดฉาน ( เพราะคุณหมอพูดภาษาท้องถิ่นอีสานไม่ได้ ) ในท่าทีที่อ่อนน้อม
ต่อผู้ใหญ่ ฉันมัวแต่มองไม่วางตา ฟังขัอมูลเรื่องตัวเขาจนเพลิน ลืมชื่อหนุ่มน้อย
ที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน ก่อนทิ้งแผ่นดินลาวไว้ข้างหลัง…




ไม่นานเราก็เดินทางเข้าเขมร ดินแดนที่มีมนต์…ที่นี่ทำให้ฉันประหลาดใจมากขึ้นเมื่อ ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่มาก ในความรู้สึกของทุกคนที่ไม่คาดคิด 
ตั้งแต่ชายแดนไปจนถึงตัวเมืองและในหลายๆ เมืองที่เราผ่าน… 




เริ่มจากการรับเข้าด่านด้วยขบวนผู้คุ้มกันเพียบ ทั้งทหาร ตำรวจและ รถพยาบาล
มาอารักขา ฉันสนุกกับการรีเควสทีมงานที่ตั้งกล้องอยู่บนรถกระบะ เพื่อให้ได้ภาพ
การผจญภัย ก่อนฝ่าถนนฝุ่นแดงตลบ… ( เป็นถนนลูกรัง แคบๆ กว้างแค่รถคันเดียวผ่านได้ ) ไปหลายสิบกิโล ก่อนเคลื่อนขบวนเข้าสู่ตัวเมือง ส่วนฉันก็นั่งในรถตู้
ปิดประตูหน้าต่าง แต่ก็อย่างใจหายใจคว่ำ กลัวว่าจะไม่ทันพระอาทิตย์ตกดิน 
กลัวต้องกินข้าวลิงกลางป่า ไม่เป็นที่ปรารถนาด้วยประการทั้งปวง 







วันต่อมาจากตัวเมืองเข้าสู่หมู่บ้านเล็ก ๆ อีกแล้ว…
ตลอดเส้นทางที่ผ่านไปในถนนทุกสาย ทุกสภาพที่พบ สิ่งเดียวที่เราเห็นเหมือนกันคือ
 ป้ายโครงการนี้ มีอยู่ในทุกๆ ที่ ที่เราผ่าน น่าทึ่งและซาบซึ้งกับการต้อนรับคณะนักปั่นอาคันตุกะกลุ่มสำคัญ จน คุณธานินท์ กัปตันทีมให้สัมภาษณ์ในทุกเมืองที่ผ่านว่า                               “ จากการต้อนรับของรัฐบาลและประชาชนชาวเขมร ทำให้พวกเรารู้สึกราวกับว่า ตัวเองเป็นดาราดังจากฮอลลีวู๊ด…”




ในขณะที่ทีมงานบางคนถ่ายภาพอยู่บนหลังรถกระบะ บางส่วนก็ถีบจักรยานไปด้วยถ่ายไปด้วยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะแรงใจจากสองข้างทาง ที่ให้การต้อนรับดาราดังอย่างอบอุ่นจริง ๆ ส่วนฉันยังคงเป็นคุณนายรถตู้อยู่อย่างเหนียวแน่น ...
คอยโบกมือให้กับผู้คนที่อยู่สองข้างทางอย่างซึ้งใจ ( รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางงาม
ที่กำลังปฏิบัติภารกิจ ) เมื่อเห็นเยาวชนตัวน้อยๆ มาคอยต้อนรับกันเต็มสองฟากถนน 










วันต่อมาขบวนเคลื่อนไปอีกหมู่บ้าน มีเด็กน้อยกลุ่มใหญ่อีกตามเคย มาห้อมล้อม
ในทุกจุดที่เราไป ด้วยความสนใจไคร่รู้ตามประสาเด็ก มีเพียงแววตาบริสุทธิ์ที่เป็นคำถาม หากเราไม่พูดอะไรเลย เขาก็จะนั่งมองพวกเรานิ่ง ๆ แล้วคอยหลบตา
เมื่อเราหันไปสบตา อย่างรู้ที่จะเกรงใจ 







ฉันอยากถามด้วยความสงสัย…
ว่าอะไรที่ทำให้เขามาต้อนรับเราเกินความจำเป็น ?
ว่างมากหรือไม่มีอะไรจะทำ หรือเพราะเราเป็นคนแปลกหน้า... 
ที่กลายเป็นตัวประหลาด ไม่ควรไว้วางใจจนต้องจับตา
อย่าให้พลาดทุกอริยบท…?




แล้วฉันก็ได้คำตอบ…มันอยู่ตรงหน้านี่เอง…
ในขณะที่เราแวะพักที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เด็กๆ ดีใจเข้ามาห้อมล้อมตามเคย 
คุณโย่ ทีมงานของฉันคนหนึ่งไม่รู้ไปเอาดินสอที่สวยหรูดูดี 
( เกินร้านค้าแถวนั้นจะมีขาย ) มาจากไหน… เขาแจกเด็กอย่างร่าเริง
แววตามีความสุข เหมือนแจกสิ่งของพิเศษ ที่ได้เก็บรักษาอย่างดีมาตลอด-
การเดินทางไกล เพื่อมามอบให้คนพิเศษที่สุดในชีวิต เด็กๆเข้าชูมือไขว่คว้าแข่งกันอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเป็นนกกระจอกรังแตกอย่างตื่นเต้น 
คนใจแคบ ได้แต่มองตามอย่างตื้นตัน....






ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเราแวะพักที่โรงเรียนประชาบาลในช่วงบ่าย สมาชิกนักปั่นถูกห้อมล้อมด้วยเด็กๆ ทั้งที่มันควรจะเป็นเวลาของการเรียนในห้อง เมื่อผู้มาเยือนถูกห้อมล้อมมากขึ้น การปฏิสัมพันธ์ไม่ได้หยุดอยู่่แค่การพูดคุยอีกต่อไป ฉันไม่รู้ว่า
มันเริ่มต้นมาจากตรงไหน และมาได้อย่างไร…เมื่อเด็กกลุ่มใหญ่ที่ห้อมล้อมอยู่ 
กับสมาชิกของเราลุกขึ้นร้องเพลงกันคนละภาษา ปรบมือสนั่นหวั่นไหวกันเป็นจังหวะ โดยไม่มีการนัดหมาย และปราศจากเคร่ืองดนตรีขับบรรเลงใด ๆ 




ฉันทนที่จะเป็นคุณนายรถตู้นั่งตากแอร์อีกต่อไปไม่ไหวแล้ว วิ่งถลามาที่กลางลาน โดยไม่ลืมที่จะคว้ากล้องติดมือมา สั่งตัวเองว่าทำอะไรก็ได้ให้เร็วที่สุด 
เพื่อจับภาพที่เห็นอยู่ข้างหน้านี้อย่างละเอียดที่สุด อย่าให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว
ว่าแล้วก็พยายามที่จะถ่ายให้ได้อย่างที่ต้องการ เปิดมุมกว้างที่สุดเท่าที่กล้อง
กระป๋องน้อยจะทำได้เพื่อถ่ายภาพชีวิตครั้งสำคัญนี้.... ทุกวินาทีในเสี้ยวเวลานั้นมีค่าเหลือเกิน…ที่จะเก็บภาพเหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ไว้  เพราะภาพที่มองเห็น ไม่ธรรมดาเลยสำหรับฉัน

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดสำหรับภาพชุดนี้คือ ช่วงวินาทีที่สำคัญถึงสองครั้งสองครา ที่ฉันจับภาพไม่ได้ตามที่ต้องการ ในจังหวะที่เร็วกระชั้นจนตั้งตัวไม่ทัน เพราะสุภาพบุรุษสองท่าน คือคุณหมอชัยณรงค์กับเด็กอ่อน และวินนี่นักปั่นชาวไอร์แลนด์ อุ้มเด็กประถมจับโยนแลัวรับ จนเด็กตัวลอยลิ่ว เหมือนขนนกปลิวอยู่กลางอากาศ… ท่ามกลางเสียงเพลง และเสียงเฮฮาดังกึกก้องจนฟังไม่เป็นภาษา เพราะคนร้องก็ล้วนหลายชาติมารวมกัน ไม่มีใครฟังใคร ต่างปรบมือประสานเสียงเข้ากับจังหวะ
เพลงพื้นเมืองสนุก ที่เด็กๆ สรรหามาต้อนรับอย่างฉุกระหุก กระทันหันได้ 

ในช่วงวินาทีที่สำคัญนั้น ทุกคนไม่มีใครแสดงท่าทีหวาดเสียวว่าเด็กจะพลาดจากมือแล้วตกลงพื้น บนความไว้วางใจต่อคนแปลกผู้มาเยือน มีฉันเพียงคนเดียวกระมังที่ตกใจกับวินาทีที่สำคัญ จนสมาธิไม่นิ่งพอที่จะควบคุมการทำงานของกล้อง ให้ได้ภาพตามที่ต้องการ นั่นเพราะความไม่ไว้ใจ… ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นจากภาพที่เห็น และความอ่อนไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจ เมื่อเห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ในฐานะ
คนแปลกหน้าที่ปฏิบัติต่อกัน…ฉันได้คำตอบแล้วหนูน้อย… ว่าทำไมเธอไม่ปล่อยให้
ผู้มาเยือนอยู่กันตามลำพัง อย่างที่คนเมืองปฏิบัติต่อกัน ฉันเข้าใจแล้วคนดี…






ในที่สุดก็กลับถึงแผ่นดินเกิด....ที่อำเภอกัณฑลักษณ์ จังหวัดศรีษะเกศคือหมู่บ้านที่
การท่องเที่ยวจัดไว้เป็นแบบโฮมสเตย์ตัวอย่าง ให้เราได้แยกย้ายกันเข้าพัก
เพียงชั่วข้ามคืน… เมื่อมาถึงกันช่วงบ่าย ก่อนอาหารเย็น ตอนแดดร่มลมตก James นำทีมสมาชิกของเราออกมาเล่นกับเด็กๆ ส่งเสียงระงมทั่วลานบ้านที่จะใช้เป็นที่สันทนาการ และประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญกันคืนนี้ ตามธรรมเนียมไทย
ฉันได้แต่นั่งมองด้วยความประหลาดใจและชื่นชม ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน 
ไม่จำเป็นต้องมีใครชี้แนะ มิตรภาพเกิดขึ้นได้ทุกทึ่ และทุกเวลาถ้าคนเราตั้งใจ
จะหยิบยื่นต่อกัน โดยไม่มีเงื่อนไขให้เคลือบแคลง… 








James ( หนุ่มอังกฤษเวลาใครเรียกเขาแล้วไม่มีเสียง s เขาจะไม่หันเอาดื้อ ๆ ) 
เคยเป็นอาสาสมัครนักพัฒนาในเมืองไทย ที่ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับเด็ก ๆ ในฐานะ
ครูอาสา เขาเกิดมาอย่างคนที่พร้อมจะเป็นทั้งเพื่อนและพ่อให้กับเด็กๆทุกคน
และเด็ก ๆ ก็จะรักเขาได้ในทันทีที่เขาส่งยิ้มให้ หลายคนจึงติดพ่ีเจมส์กันแจ
แกะไม่ออก ทั้งที่เพิ่งมาถึงยังไม่ข้ามชั่วโมง 
ฉันได้แต่ประหลาดใจ…นั่งมองเขาเล่นกับเด็กเหมือนเป็นลูกหลาน 
ที่สนิทสนมกันมานาน โดยไม่จำเป็นต้องพูดจาภาษาเดียวกัน 
แล้วเด็กก็มีสัญชาติญาณที่ไวต่อการรับรู้ ว่าควรจะเข้าหาใครที่เมตตา 
ต่างก็ใช้ใจสัมผัสใจ แล้วจูนกันได้แนบสนิท อย่างไม่น่าเชื่อ….






เด็กน้อยคนหนึ่งเขาขอรับเป็นลูกบุญธรรมเพื่อจะอุปการะต่อไป 
หลังหาข้อมูลในเวลาไม่นานแล้วรู้ว่าเด็กกำพร้าพ่อแม่อยู่กับยาย 
ตามลำพัง ฉันได้แต่บูชานำ้ใจของชายหนุ่มต่างชาติผู้นี้ 
แม้รู้ว่าคนที่จะเป็นนักพัฒนาแล้วทำงานกับเยาวชนได้ 
ต้องเป็นคนมีจิตใจที่มีเมตตาสูงก็ตาม 




มนุษย์…เมื่อต้องอยู่ในสังคมที่หลากหลายในสายสัมพันธ์
การปกป้องตัวเอง อาจหมายถึงการปิดกั้นสิ่งดีๆที่จะเข้ามาในชีวิตด้วยเช่นกัน
ตลอดระยะเวลาของการเดินทางทริปนี้ เด็กน้อยแปลกหน้าทำให้ฉันประจักษ์ชัดว่า…
เมื่อเปิดใจให้ความรู้สึกที่ดีต่อกัน
แม้เพียงเสี้ยววินาทีที่ผ่านพบ... นั่นอาจไม่ได้หมายถึงแค่ความประทับใจ 
ในความทรงจำที่ดีเพียงอย่างเดียว เพราะสำหรับคนบางคน…มันอาจหมายถึง
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตเช่นกัน 










เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง ปิดโปรเจ็คที่จะอยู่ในความทรงจำที่ดีตลอดไปลงแล้ว
สิ่งที่เปลี่ยนอย่างเป็นรูปธรรมคือไลฟ์สไตล์ของทีมงาน เขาหันมาใช้จักรยาน
ถีบมาทำงาน และท่องเที่ยวในวันหยุด เข้าร่วมกับชมรมเสือภูเขา 
แล้วมีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับฉันแล้ว…ภาพสุดท้ายของการจากลายังติดตา ติดอยู่ในความทรงจำ…
เมื่อขบวนรถของเราเคลื่อนออกจากหมู่บ้าน ฉันหันหลังกลับไป
เหมือนได้ยินเสียงเพรียกจากภายใน พบมือน้อย ๆ โบกไหว ๆ อยู่ท่ามกลางแสงแดดที่แผดระยับ ไกลออกมา…แม้ภาพที่พยามเพ่งก็พร่า เพราะนำ้ตาที่พร่างพรู…
เมื่อหัวใจได้ประจักษ์ชัดในคุณค่าของทุกชีวิต 
แม้จะเป็นเพียงอนูหนึ่งของเศษธุลี บนโลกใบนี้ก็ตาม.













อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 26/11/2010 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

แอบมาอ่านอีกรอบครับ หลงไหล ความบริสุทธิ์ทางวัฒนธรรม

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
mookie วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อายพี่มิ้นท์ๆ จัง...

มุกอาจจะเป็นคนเดินทางที่ไม่ค่อยให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ซักที เพราะมุกรู้ว่า ถ้าใครอยากจะได้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ลุงกุ๊ก (google) จะมีทุกสิ่งให้ท่านเลือกรู้ เอนทรี่ของมุกก็เลยไม่เคยมีสาระอะไรสักที

มุกว่าสยามนิรมิต มันยังมีเรื่องราว ยังมีความโยงใย มีแก่น มีราก เคยพาลูกค้าชาวกัมพูชาไปดูสองครั้งสองคณะ ต่างช่วงเวลาแต่เป็นเนื้อหาเดิม ก็ยังรู้สึกดี หมายถึงว่า มันก็โชว์ได้ พาลูกค้าไปดูได้ไม่อายเค๊า

แต่ภูเก็ตแฟนตาซี คงดูครั้งเดียวนี่ล่ะพี่มิ้นท์ๆ มันบอกไม่ถูกจริงๆ นะ เหมือนจับโน่นนี่นั่นมายำรวมๆ กัน ไม่มีเรื่องราวที่เป็นแก่นอะไร ส่วนอลังการที่พัทยาก็คงดูครั้งเดียวเหมือนกัน ไม่ซ้ำแน่ๆ...

ที่จริงมุกก็รักหน้าฝน ตามประสาคนค้าขายสินค้าเกษตร หน้าฝนจะเป็นฤดูที่ขายดีที่สุด แต่ถ้าตามประสาคนเดินทาง ที่ชอบมอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจล่ะก็ มันต้องทำใจกันหน่อย ลำพังตัวเองเปียกปอนไม่สะทกสะท้าน แต่สงสารสิ่งมีชีวิตกินไฟเป็นอาหาร ที่ต้องร่วมทางกันไปนี่สิ ...

แต่แคมเปญรถเช่านิสสัน march ของ KTC ครั้งนี้คงทำให้สบายไปอีกปี เพราะหมดโปรแกรมตั้งสิ้นปีหน้าน่ะ คงทำให้การเดินทางในหน้าฝนสะดวกขึ้น...

รักษาสุขภาพด้วย แข็งแรงๆ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
mookie วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อิจฉาคนได้ไปเที่ยวลาวตั้งครึ่งค่อนเดือน! กลับมาแล้วมีพลังงานก็ถ่ายทอด (อย่างละเมียดละไมเหมือนเคย) ให้น้องได้ซึมซับบ้าง...

มุกตั้งท่าจะไปหลวงพระบางมาหลายทีแล้ว ได้แต่ง้างๆ อยู่นั่นล่ะ ไปไม่ถึงสักที ...

ที่อรัญมีกลุ่มจักรยานเสือภูเขา เสือหมอบ อยู่หลายคณะ เห็นเค๊าแว่วๆ ว่า อยากจะรวมตัวกันคณะไม่ต้องใหญ่มาก ปั่นจากปอยเปตไปเสียมเรียบ แล้วก็เที่ยวรอบๆ เสียมเรียบด้วยจักรยาน โดยเช่ารถสักคันไว้ขนสัมภาระส่วนรวม ฟังดูโปรแกรมแล้วก็เร่าๆ อยากจะไปกับเค๊า...

จะไปยังไง? จักรยานก็ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ทุกวันนี้ยืมเค๊าขี่เอา พลังงานก็ยังไม่มี เย็นมาเค๊าไปปั่นกันสิบยี่สิบโล ข้าพเจ้าเข้าบ้านนอนนนน

เรื่องราวในเอนทรี่นี้ อบอุ่น อ่อนโยน เบิกบาน มากๆ เอาไปหนึ่งโหวตต


ความคิดเห็นที่ 29 (0)
aree วันที่ : 01/08/2010 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/areejang


ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะคะ
ไว้จะแวะกลับมาอ่านเก็บรายละเอียดอีกทีคะ ยังไม่เคยไปลาวเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
วิตามินบี วันที่ : 01/08/2010 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ต่างคนก็ต่างหาย
เพื่อไปทำงานของตัวเอง
คนหนึ่งกลับมาเขียน อีกคนก็ไม่อยู่
อีกคนกลับมาเขียน คนหนึ่งก็ไป
สวนกันสวนกันมา เลยไม่ได้ทักทายพูดคุยกันสักทีนะคะ

ดีใจที่มินท์ได้ทำในสิ่งที่ชอบ
และก้าวผ่านช่วงวิกฤติบางช่วงไปได้
ขอให้มีแต่ความก้าวหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
หุ่นช่างฟ้อน วันที่ : 31/07/2010 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hunchangforn

คิดถึงเสมอนะพี่ ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ เห็นแล้วอยากไปด้วยจัง

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Patui วันที่ : 26/07/2010 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



ออกพรรษาจะมาเยี่ยมใหม่นะจ๊ะ..


ความคิดเห็นที่ 25 (0)
minmint วันที่ : 17/07/2010 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso


ขอบพระคุณ คุณชาลี และทีมงาน oknation.net อย่างสูงนะคะ
ที่ช่วยลงเรืื่องนี้แนะนำให้เพื่อนๆ ได้เห็นเป็นกำลังใจให้ minmint

ชื่นใจในทุกcommentที่ฝากไว้ minmint ไม่เอาcom.ไปด้วยล่ะ
อยากพักจริง ๆ แต่เอาหนังสือไปอ่านตอนกลางคืนก่อนนอนด้วย
กลับจากการเดินทางไกลจะไปเยี่ยมนะ คิดถึงทุกคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 17/07/2010 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...ผมเคยทำงานภาคอีสานทั้งเหนือใต้มาหลายเที่ยวหลายปี...

...ประทับใจทุกครั้งกับชาว สปป.ลาว...

...ที่ดูเหมือนไทยย้อนยุค...

...ไปเที่ยวแล้วคิดทุกครั้งว่าเราน่าจะเป็นประเทศเดียวกัน...

...แต่พอคิดอีกครั้งก็ว่าไม่ดีกว่า...

...ขืนเป็นประเทศเดียวกัน ประเพณี วัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามหายหมดแน่...

...ไว้อย่างนี้แหละดีแล้ว...

...คิดถึงก็ค่อยมาเยือน...!!!

************************************

...วิธีปราบคาเฟอีนก็คือว่าดื่มมันทุกวันครับ Minmint...

...กาแฟมันจะทำฤทธิ์เฉพาะคนที่ดื่มครั้งแรกๆเท่านั้นแหละครับ...

...พอดื่มทุกวันมันจะชิน...

...แล้วถ้าให้ดีควรดื่มแบบกาแฟสดๆ...

...ไม่ใส่นมและน้ำตาล...

...กาแฟมันจะกระตุ้นครั้งเดียวจบแล้วก็หมดฤทธิ์เลย...

...แต่ถ้าใส่นมลงไปนมจะทำให้กาแฟซึมเข้าระบบไหลเวียนของโลหิตช้าลง...

...นั่นแหละเป็นสาเหตุที่ทำให้เรานอนไม่หลับ นอกจากนี้นมนั่นแหละจะเป็นตัวทำให้ท้องผูก...

...แต่กาแฟเพียวๆให้ผลตรงกันข้ามนอกจากจะไม่ท้องผูกแล้ว...

...ยังเป็นการ "ดีท๊อกซ์" ในตัวอีกด้วยดื่มกาแฟเพียวๆสักแก้ว ตามด้วยน้ำเย็นอีกแก้ว...

...ประเดี๋ยว "ลำไส้ใหญ่" ก็จะเริ่มทำงานแล้วครับ...!!!

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 16/07/2010 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เป็น ทริบ ที่ได้ความรู้วัฒนธรรม
ความใส่ซื่อบริสุทธิ์ ของเด็กๆ ต่างแดน
ขอบคุณเรื่องราวครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 16/07/2010 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

เยี่ยมครับ
.
.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
feng_shui วันที่ : 16/07/2010 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ภาพและเรื่อง คม เข้ม เยี่ยงเดิม

มินมิ้นทำงานอินเตอร์แล้ว

ชื่นชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ครูแดง วันที่ : 16/07/2010 เวลา : 05.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-สวัสดีค่ะคุณมิ้นมิ้นท์..มารับความคิดถึงค่ะ..๕๕๕๕

-ครูแดงกลับชอบเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ป.๖.....เขาใส..ซื่อ...น่ารัก...ปัญหาที่เกิดกับเด็กวัยนี้..ส่วนใหญ่เกิดจากผู้ใหญ่ต้องการให้เด็กโตกว่าวัยอันควร ทั้งความคิด ความรับผิดชอบ ฯลฯ

-ขอให้เดินทางสะดวก ปลอดภัย ทำงานสำเร็จราบรื่น เปี่ยมไปด้วยความสุขนะคะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เดชนิยม วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/detniyom

ดีใจที่กลับมาพร้อมกับเรื่องราวดีๆเหมือนเดิม ไว้กลับมาจากทริปสุดท้ายก่อนค่อยคุยกันอีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ย่าดา วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

เพิ่งจะคิดถึง มินท์ๆอยู่แหมบๆ ว่าคุณเธอหายไปไหนหนอเงียบเชียบ เหมือนกับลมเป่าใบไม้ปลิว
บทจะกลับมาบรรเลงอักษรก็ท่วมท้นหลั่งล้น ทั้งภาพและลีลาเหมือนดั่งกับได้ร่วมบันทึกความประทับใจดุจดังเป็นเจ้าตัวผู้เล่าอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว

สวัสดีจ้าหนูมิ้นท์ เวลคัมแบคทู โอเค เมื่อไหร่จะได้ร่วมทริปกันอีกนะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

มินต์ มินต์.. นิสคิดถึงมินต์ มินต์ จ้า..

มินต์ มินต์ จาไปลาว..แล้วที่นั่นฝนจะตกไหมน่ะ..ระวังสุขภาพ หน้าฝนต้องอบอุ่นเข้าไว้เน้อ..ขอให้แข็งแรง แข็งแรง..

นิสสุขภาพโอเคขึ้นเยอะแล้วจ้ามินต์ มินต์..ตามองเห็นทั้งสองข้างแย้ว แต่ก็ยังต้องหาหมอตาอยู่..ต้องใช้เวลาในการปรับตัวปรับตาอีกพักหนึ่ง..อิอิ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  


ตัดแปะไว้ให้นิ
เจ้าของบ้านคงออกเดินทางแล้ว
โชคดีครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
redribbons07 วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

มาชทักทายและชมเรื่องราวเมืองลาวค่ะ

ยังดูสงบอย่มากค่ะ




ความคิดเห็นที่ 14 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

ฮื่อ นาน นานมาก นานจนอยากจะถามว่า Who are u?

...เป็นที่ทราบกันทั่วบริษัทว่า ฉันถนัดเรื่องสร้างโครงการพิเศษถลุงเงินบริษัท โดยไม่มีรายได้เข้ามาชดเชย...

อุ๊ยส์ อย่ามาเดินเฉียดแถวนี้นะ แสลงใจ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
INDYLOVE วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ คุณ minmint

แค่เห็นภาพเจมส์กับเด็กๆ ก็รู้สึกได้ถึงคำว่าใจละลายแล้วค่ะ
น่ารักและอบอุ่นมากเลยนะคะ เด็กๆ โชคดีจังที่มีเขาอยู่บนโลกใบนี้
จะดีมากขึ้น ถ้าโลกนี้มีคนแบบเขาเยอะๆ นะคะ....

การปกป้องตัวเอง อาจหมายถึง
การปิดกั้นสิ่งดีๆที่จะเข้ามาในชีวิตด้วยเช่นกัน..

ชอบประโยคนี้จังค่ะคุณ minmint อินดี้เห็นด้วยค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

ดูท่าทางจะสนุกมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
แพรจารุ วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/parjaru
มาช่วยกันไล่เซฟรอนออกจากทะเล

เข้ามาดูรูปก่อน ว่างจะกลับมาอ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
BlueHill วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

มินมิ้นท์ตัวจริงเสียงจริงกลับมาแล้ว
เหมือนอัดอั้นต้นใจมาจากไหน ปล่อยทั้งเรื่องและภาพออกมาเต็มพิกัด

ตัวอักษรของเธอพูดได้ ผมยืนยัน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ค่อยๆละเมียดละไม ใช้หัวใจอ่าน
เห็นความงามของตัวอักษร+ภาพ
เห็นอารมณ์ของ "นางงามมิตรภาพ"
ซุกซ่อนไว้ด้วยความขี้บ่น เบื่อ ในหัวใจ
กว่าจะได้ซึมซับมิตรภาพ ของเด็กน้อย
ก็เกือบสาย..........
แต่ยังไม่สาย..........เพราะหัวใจมองเห็น
มิตรภาพที่บริสุทธิ์
ของผู้ต้อนรับ...และผู้ไปเยือน

ครั้งหนึ่งผมเคยไปทอดผ้าป่ากลุ่มเล็กๆ
ก็ได้รับการเข้าแถวต้อนรับ จากชาวบ้าน
เด็กๆในชนบทห่างไกล...
จนให้รู้สึกตื่นเต้น น้ำตาซึม พูดอะไรไม่ออก
นอกจากรอยยิ้ม..........

กลับถึงบ้าน ถึงได้ถามตัวเองว่า
แล้วทำไมวันนั้น เราถึงไม่คุยทักทายกับเด็กๆ
และชาวบ้าน ว๊ะ...
จนอยากจะกลับไปอีกครั้ง...

มิ้นท์ๆ คงมีความรู้สึกเช่นนี้อยู่เช่นกัน

ไปลาวเหนือและลาวใต้ อย่าช้าที่จะ
ปฏิสัมพันธ์ มิตรภาพ โดยทันท่วงทีนะจ๊ะ

แล้วอย่าลืมเก็บภาพ และถ้อยคำแบบนี้
มาเล่าสู่กันฟัง
จะรอ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
minmint วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

คุณคนเลวที่แสนดี ใช่ค่ะสภาพบ้านเรือนใกล้เคียงกับบ้านนอกของเรา
แต่ที่ผิดกันเห็น ๆ คือผลไม้ที่มีรสชาติต่างกัน แม้กระทั่งนำ้มะพร้าว....
ยิ่งป่าเขาข้างทางความเขียวขจีต่างกันมาก แต่ปัจจุบันน่าจะกลับกันแล้ว !

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

บรรยากาศใกล้เคียงบ้านเรานะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
minmint วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

คนอย่าง คุณเจมส์ กับ จ่าจินต์ ใกล้เคียงกันมากค่ะ
เขาทำงานกับ NGO ที่ดูแลเรื่องเด็กและเยาวชนด้วย
แล้วรักเด็กอยากอุปการะถาม minmint ใหญ่เลยค่ะ

ขอบคุณจ่าจินต์คนดี ที่แวะมากระตุ้นเป็นระยะ ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

อยากให้โลกใบนี่..มีอย่างเจมส์..
เยอะๆ..
เดินทางไปลาว.
ดุแลสุขภาพด้วยนะพี่สาวคนดี..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
minmint วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

ขอบคุณค่ะ คุณซำมะแจะ เจ้าของบล็อคเอกลักษณ์ลาวที่น่ารัก
ชอบชื่อของคุณ กับงานเขียน ที่ภาคภูมิในอารยถิ่นแผ่นดินลาว

ชื่อคุณแปลว่าอะไรคะ รู้สึกน่ารักแม้ไม่รู้จักความหมาย
ไว้ติดตามงานที่จะเอามาฝากจากบ้านพี่เมืองน้องนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สะบายดีค่ะ

อ่านจบบ่ฮู้จะเม้นต์อะไรเลยค่ะ นอกจากบอกว่า ประทับใจ

ขอบคุณค่ะ ที่เอามาลงบล็อคเลยมีโอกาสได้อ่านด้วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
minmint วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso


ขอบพระคุณพี่สุค่ะ ยังจำได้ว่า minmint เคยอยากติดตามพี่ไปใจจะขาด
แต่ตอนนั้นไม่พร้อมจริง ๆ ค่ะพี่ คราวนี้มีเจ้าภาพดูแลได้แต่ขอบคุณมาก

ยังคิดถึงการเดินทางร่วมกันอยู่ทุกวัน หากปลีกทัน และพี่นั้นจะกรุณาค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

คงเป็นทริปที่ประทับใจอีกครั้ง ...

ลาวทั้งเหนือและใต้ น่าไปเยือนจริงๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน