*/
  • minmint
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kawinporn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-05
  • จำนวนเรื่อง : 88
  • จำนวนผู้ชม : 276525
  • จำนวนผู้โหวต : 232
  • ส่ง msg :
  • โหวต 232 คน
<< กุมภาพันธ์ 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557
Posted by minmint , ผู้อ่าน : 3393 , 00:52:03 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน อะหนึ่ง , wansuk โหวตเรื่องนี้

                                     รายงานพิเศษ “ Rocking RAMA ” มหากาพย์ร่วมสมัย

 

ภัทราวดี มีชูธน  ผู้หญิงเก่งของวงการบันเทิงไทย เธอคือสัญญลักษณ์ของความเป็น " คนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า " ที่มาพร้อมกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงเมื่อ 40 ปีก่อนในวงการทีวีและภาพยนตร์ คนทั่วไปรู้จักเธอในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงร่วมสมัยของไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน เมื่อ ภัทราวดีเธียเตอร์ โรงละครกลางสวนในซอยวัดระฆัง ได้ถูกปรับเปลี่ยนโยกย้ายไป  ศิลปินที่เติบไต่ต่อยอดทางปัญญาจากนักแสดงสู่นักการศึกษาจนก่อเกิด โรงเรียนภัทราวดีมัธยมศึกษา หัวหิน ที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้ศิลปศาสตร์เป็นแนวทางของการเรียนการสอนทุกวิชาในหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ มีคำถามตามมาเสมอว่าเป็นโรงเรียนสอนการแสดงใช่หรือไม่? แม้ได้มีการให้ข้อมูลเป็นที่ชัดเจน แต่ 4 ปีผ่านไปคำถามนี้ก็ยังไม่จางหาย เพราะในโรงเรียนมีโรงละครใหม่ในชื่อ “ วิกหัวหิน ”  ที่มาพร้อมผลงานคุณภาพของหลากศิลปินที่เวียนมาเปิดการแสดงในหลายแขนงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสืบสานงานของ มูลนิธิละครธรรมะ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ( ที่ทำติดต่อกันมาหลายปีตั้งแต่ครั้งยังอยู่ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ วังหลัง กรุงเทพฯ ) ในนามโครงการวรรณคดี ดนตรี และภาษาไทย สร้างละครเพื่อการศึกษาที่เกิดจากการร่วมมือของคณะครู ศิษย์เก่า และนักเรียนโรงเรียนภัทราวดี ซึ่งจัดขึ้นปีแรกเมื่อปลายปี 2554 เรื่อง “ วิวาหพระสมุท ” บทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีการศึกษา 2556 จากความฝันและจินตนาการของเด็กๆ กลุ่มหนึ่ง ถูกปลุกขึ้นด้วยครูใหญ่ชื่อเล็ก ภัทราวดี มีชูธน คนเดิม  ได้หยิบเอาเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มาให้คนเล็กๆ ได้เรียนได้ทดลอง ได้ฝึกฝน ด้วยโจทย์ที่ถูกตั้งชื่อว่า “ Rocking RAMA ” ที่มาของมหากาพย์ร่วมสมัยในวันนี้ ด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นว่า ศิลปะการแสดงต้องปลูกฝังไปพร้อมๆ กับศิลปะการใช้ชีวิต...

 

และในปีนี้ 2557 ( ปีการศึกษา 2556 ) โรงเรียนภัทราวดีฯ ได้พัฒนากระบวนการศึกษาด้วยวิธีการที่เรียกว่า บูรณาการนิยม เสรีนิยม และมนุษย์นิยม ได้ถูกนำมารองรับเพื่อยืนยันนโยบายของโรงเรียนในกรมสามัญศึกษาที่ศึกษาวิชาสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการโดยผ่านละครธรรมะเรื่อง Rocking RAMA ” ซึ่งตัดตอนมาจากฐานของมหากาพย์ “ รามเกียรติ์ ” ต้นฉบับวรรณกรรมโลกของพราหมณ์ชาวอินเดียนาม Valmiki ฉบับเรียบเรียงโดย Lakshmi Lal ถูกดัดแปลงบทเพื่อการแสดงในแนวร่วมสมัยครั้งนี้ โดย Anne Leveque  และผู้กำกับการแสดง ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ภายใต้กติกาของการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ โดยรวมศาสตร์หลายแขนง การแสดง ร้อง เล่น เต้นรำ ( ทั้งไทยและร่วมสมัย )  ทำดนตรีใหมเพื่อให้รับกับการออกแบบเสื้อผ้าในแนว Fashion Design , Lighting , Graphic Design  ไปจนถึง Multi Media ฯลฯ ทำให้หลายส่วนของวงการจับตามองตั้งแต่เริ่มเตรียมงานด้วยความคาดหวังว่า “ เจ้าแม่ร่วมสมัย ” จะมีอะไรใหม่ๆ มาให้อัศจรรยใจกันอีกบ้าง " ภายใต้เหตุผลของการสร้างสรรค์จากครูผู้สอนภาษาอังกฤษว่า 

 

“ ดิฉันทำมูลนิธิละครธรรมะเพื่อการศึกษาพระธรรม และต้องการพัฒนานักเรียนให้เรียนรู้ทักษะทางวิชาการ ผสานกับการใช้ชีวิตอย่างนักปฏิบัติ เด็กๆ จะได้ไม่เก่งแต่วิชาการเพียงด้านเดียว โครงการวรรณคดี ดนตรีและภาษา ประจำปีการศึกษา 2556 เป็นผลงานบูรณาการของหลักสูตรนาฏศิลป์ ดนตรีไทย วรรณคดี ภาษาอังกฤษ พุทธศาสนา ศิลปะ สังคม เทคโนโลยี ผสมผสานนำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ บนรากของการศึกษาขั้นพื้นฐานผ่านการละคร เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ สามารถนำบทเรียนมาใชในการทำงานร่วมกัน รู้รับผิดชอบ ฝึกความเพียร การรักษาระเบียบวินัย การแก้ปัญหา รอบรู้วัฒนธรรมของสังคมต่างๆ รู้จักการวิเคระห์แล้วก็ฟังคำวิจารณ์ ” 

         

จากนิทานมหากาพย์ภาษาสันสกฤตจากชมพูทวีปที่ถูกรวบรวม จัดระเบียบ และรจนาเป็นโศลกยาวกว่า 24,000 บทโดยฤาษีวาลมิกีเมื่อกว่า 2,400 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นวรรณคดีมรดกที่โลกยกย่อง ถูกนำมาเล่าขานในโลกกว้างโดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียและอุษาคเนย์อย่างแพร่หลาย ด้วยกลวิธีของวรรณกรรมแปล วรรณกรรมแปลง ทัศนศิลป์ ดุริยางคศิลป์ นาฏยศิลป์ ตลอดจนคติชนวิทยาที่ปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม สังคม พื้นที่ และเวลา แต่อยู่บนเค้าโครงเรื่องและแก่นแกนเดียวกันความว่า

 

รามา กษัตริย์หนุ่มผู้ทรงคุณธรรม ต้องออกเดินป่าเป็นเวลา 14 ปี ตามสัจจวาจาของพระบิดาและพระราชภารกิจที่ถูกเลือกเป็นอวตารขององค์เทพในร่างมนุษย์ธรรมดาเพื่อปราบอสูรร้ายที่สร้างความทุกข์เข็ญให้แก่ชาวโลก โดยเลือกที่จะทำสงครามกับราวณะ พญามารผู้ล่อลวงลักพาพระมเหสีสิตาของพระองค์ไป โดยมีลักษมันพระอนุชาและวานรเผือกนามหนุมานกับกองทัพวารนรเป็นผู้ช่วยในการศึก ร่วมกันถวายงานแต่รามาด้วยความจงรักภักดีจนกระทั่งอสูรปราชัย เรื่องราวของสงครามของความดีและความชั่วมีการเล่าถึงเป็นภาคต่างๆ ภาษาต่างๆ รู้จักกันต่อมาในชื่อ รามายณะ รามเกียรติ์ เรียมเกียร พะลักพะลาม เป็นต้น โดยขยายรายละเอียดออกไปตามจินตนาการความสามารถในการเล่าเรื่องของเจ้าของภาษา ความสนใจใคร่รู้ของผู้ฟังผู้ชม ตลอดจนความพิสดารของผู้สร้างสรรค์ที่จะตีความออกมา

 

กระบวนการและความหมายของงานร่วมสมัยคือ สิ่งที่เกิดขึ้นณปัจจุบัน ที่ผ่านการผสมผสานความคิดในแบบและวิธีการของผู้สร้างสรรค์ โดยไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัวในทุกเรื่อง ซึ่งจะตรงข้ามกับแบบประเพณีนิยม จุดเด่นอีกด้านที่นอกจากการแสดงของครูกับนักเรียนแล้ว สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษสำหรับ “ Rocking RAMA ” คือการร้งสรรค์ดนตรีไทยและดนตรีสากลออกมาเป็นงานร่วมสมัยทั้งฝั่งไทยและสากลที่เป็นลูกครึ่งแบบรอ็คเล็กๆ ได้อย่างน่ารักลงตัว จากฝีมือการกำกับดนตรีของ อานันท์ นาคคง ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีศึกษาของเอเชียอาคเนย์ ในวาระพิเศษของงานโครงการนี้ ครูหน่อง ได้กรุณาให้ความคิดเห็นของท่านเมื่อวันครูของปีนี้ ( พฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2556 ) ไว้อย่างน่าสนใจว่า 

 

 

บน สามครูผู้ฝึกสอนดนตรีไทยและสากล จากซ้าย ครูสุพัตร แย้มทับ , ครูอมร พุทธานุ และซ้ายสุด ครูหน่อง อานันท์ นาคคง

“ นับว่าเป็นโชคของผมอีกครั้ง ที่ได้มีโอาสเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแบ่งปันจินตนาการของครูเล็ก กับการทดลองดนตรีข้ามสายพันธ์ุ มีวงปี่พาทย์กระป๋อง วงดนตรีรอ็คกระแป๋ง และคอรัสกระปริบกระปรอย มาเป็นวัตถุดิบ มีบทละครภาษาอังกฤษของครูเล็กส่งมาเป็นเค้าโครงการทำงานแทนบทโขนที่คุ้นเคย เวลาทำงานมีน้อยนิด กับความกดดันในกระบวนการกำกับละครที่ทุ่มสุดตัวของครูเล็ก ผนวกกับพลังงานการออกแบบท่าเต้นของครูนาย มานพ มีจำรัส อีกหนึ่งผู้กำกับลีลา ที่ถือเป็นครูสอนการทำงานเพลงดนตรีละครให้กับผมเช่นกัน ทำให้ต้องคิดหนักว่า จะทำอย่างไรที่จะจัดวางให้เสียงเพลง เสียงดนตรีที่จะปรากฏตัวขึ้นใน Rocking RAMA เป็นไปได้ลุล่วง ทำให้คนดูละครพอใจไม่โห่ไล่ ไม่เสียประเพณีเก่า ไม่ดูถูกความรู้เก่า แต่ก็ไม่ละเลยการคิดใหม่สรางใหม่ และมีหลักวิชาพอสมควรที่เด็กๆ จะถอดบทเรียนออกมาได้ หากเขาย้อนคิดถึงประสบการณ์ครั้งนี้ในอนาคต ”

 

ด้านดนตรีไทยมีบรมครูสุพัตร แย้มทับ และ ครูสุรินทร์ แจ่มนิยม กำกับดูแล ครูสุพัตรท่านลงมือตีระนาดด้วยตัวเองทุกครั้งทั้งขณะซ้อมและในการแสดงจริง กลมกลืนไปกับเด็กๆ มือใหม่ในวง เพื่อประคองพาให้เสียงดนตรีไทยเดินทางไปตลอดรอดฝั่งด้วยความเมตตาปราณี แ้จะถูกรื้อถอนระเบียบเพลง เปลี่ยนเพลง แปลงทำนอง สอดแทรกเทคนิคการบรรเลงที่แปลก แปร่งไปจากขนบเดิม ท่านก็ใช้หัวใจที่เป็นครูและศิลปินไร้อัตตา อย่างมีเมตตาและขันติเป็นเยี่ยม

 

เพลงไทยฝั่งปี่พาทย์ในฉากต่างๆ ประกอบไปด้วย หน้าพาทย์ตระนิมิตร , ขึ้นพลับพลา , เหมราช , สาวคำ , สองไม้ , พระรามเดินดง , หน้าพาทย์โอด , หน้าพาทย์รัว , เขมรใหญ่ , เชิดฉิ่ง , ทะเลบ้า , ฉุยฉายทศกัณฐ์ , แบบตัดแทงวิสัย , หน้าพาทย์ทยอย , หน้าพาทย์กราวกลาง และ รัวดึกดำบรรพ์

 

เพลงที่ดัดแปลงใช้กรรมวิธีศัลยกรรมเพลงต้นฉบับบ้างและบิดเบือนบ้าง ได้แก่ ขึ้นพลับพลา เหมราช พระรามเดินดง ขอใจแลกเบอร์โทร  ทะเลบ้าน Ling will Love You และ ค้างคาวกินกล้วย ส่วนเพลงใหม่มีเพลง The Moon , พี่นายกาก้า (​ฉุยฉายสูรปนักขากาก้า ) , Golden Deer , Seducation , ปิด-ปิด-ปิด และ ทะเลไฟ ซึ่งสองเพลงหลังนี้ครูหน่องได้นำบทกวีธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุ ว่าด้วยการดับกิเลส ( ปิดหู - ปิดตา - ปิดใจ จากสิ่งยั่วยุทั้งหลาย และการเผากิเลสต้องอยู่ในใจกลางของกิเลสเสียก่อน ) มาใช้ในการขับร้องประสานเสียงและออกแบบดนตรี เป็นการสร้างดนตรีประกอบฉากที่ถือว่าน่าจะสะท้อนขนบวัฒนธรรม และทุบกระโหลกรอ็คเกอร์ใหม่ไม่มากก็น้อย นั่นคือฉากเด่นของเรื่องที่ลักษมันเชือดหู เชือดจมูกนางสูรปนักขา ( เลือด!!! ) และฉากหนุมานเผากรุงลงกา (​ไฟ!!!​) ด้วยความหวังว่ามิติของการตีความตามสาระธรรมของท่านพุทธทาสในวรรณคดีโบราณ และการสื่อสารฉีกแหวกด้วยเพลงร็อคขาโหดสมัยใหม่คงจะพอมีอะไรให้คนดูได้ขบคิดกันบ้าง

  

ครูหน่องขยายความการทำงานร่วมของนักดนตรี นักร้อง และนักแสดงว่า “ นอกจากวงปี่พาทย์ วงดนตรีร็อค ก็ยังมีอังกะลุงที่ทำหน้าที่ป่าดงพงไพร (น่าจะเป็นป่าไผ่ คืนกลับอังกะลุงไปสู่รากเหง้ากระมัง) และการทดลองใช้เสียงร้องที่ไม่ใช่แค่เสียงคอรัสเพราะๆ แต่รวมถึงเสียงพากย์โขน เสียงขับร้องเพลงไทยเดิม เสียงร้องเพลงร็อค เสียงเชียร์กีฬา เสียงลิงค่างบ่างชะนี และเสียงอื่นๆตามอารมณ์ของวงคอรัส  ทั้งวงปี่พาทย์ วงดนตรีรอ็ค วงอังกะลุง วงคอรัส จะช่วยกันระบายเสียงระบายสีไปกับละครเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนปิดฉาก หลักการทำงานยังคงสืบเนื่องจากครั้ง “ วิวาหพระสมุท ” ( ที่มีครูหน่อง อานันท์ นาคคง กำกับดนตรีเช่นกัน )​ คือนักดนตรี นักร้องทุกคนไม่มีสกอร์ ไม่อ่านกระดาษโน้ต แต่ใช้ความจำและความรู้สึกนึกคิดอิสระของตนในการร่วมตีความ Rocking RAMA โน้ตเพลงของเขาคือบรรดาตัวละคร ที่เคลื่อนไหวถ่ายทอดอารมณ์อยู่เบื้องหน้า คู่สนทนาของนักดนตรีไทยคือนักดนตรีสากล คู่สนทนาของนักดนตรีรอ็คคือนักดนตรีปี่พาทย์ ฟังกัน ถามกัน ตอบกัน ช่วยกันสร้างบทสนทนาให้มีรสชาติและความหมาย เขาจะดูการแสดงและเรียนรู้วรรณกรรมอันทรงคุณค่า ไปพร้อมๆ กับผู้ชมทุกท่านในโรงละคร หากแต่มีส่วนร่วมในฐานะผู้ให้เสียงเพลง ดนตรีประกอบ ตามที่ได้เรียนรู้ร่วมกันมาในปีการศึกษาหนึ่งของโรงเรียนมัธยมเล็กๆ แห่งนี้ ”

 

ครูหน่องตบท้ายฝากไว้ให้คิดว่า “​อย่างน้อยโจทย์ที่ท้าทายของครูเล็ก คงจะพอทำให้การนำเสนอองค์ประกอบด้านเพลงดนตรี ได้เป็นเส้นทางของการเรียนรู้ร่วมกันของเด็กๆ แม้ว่าคนไหนไม่ได้เล่นได้ร้องอยู่ในวงดนตรีโดยตรง ก็ยังได้ฟัง ได้รู้จัก ได้สัมผัสความงดงามของปี่พาทย์และดนตรีรอ็ค เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ ในขั้ววัฒนธรรมลัทธิกายเศรษฐกิจการเมืองที่แตกต่าง เคารพนับถือกัน ช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีต่อไป ไม่มีอคติและไม่สร้างสงครามความขัดแย้งเหมือนคนแก่ๆ ในบ้านเมืองเรา จากอดีตมาจนปัจจุบันนี้ที่ดำเนินชีวิตแบบสภาวะอารมณ์บกพร่อง ร้อยพันมหากาพย์รามายณะ ร้อยพันรามเกียรติ์ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ”

 

ไม่ว่ารูปแบบของงานจะสร้างสรรค์จะใช้วิธีถ่ายทอดออกมาแนวไหน ล้วนเป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือการแสดงถึงหัวใจหลักของเรื่อง ( THEME ) ที่เป็นสัจธรรม ซึ่งอยู่ในสาระของ “ รามเกียรติ์ ” และ “ Rocking RAMA ” ได้ตัดตอนมาโดยการสรุปใจความสำคัญอย่างย่นย่อเนื่องด้วยข้อจำกัดทุกประการ ผ่านสัญลักษณ์ แต่ชัดเจนในหัวใจหลักของเรื่องคือ  กิเลส อันเป็นที่มาของสาเหตุแห่งการเผากรุงลงกา และโชคชะตาของตัวละคร เมื่อย้อนมองดูตนแล้ว มนุษย์ทุกคนล้วนมีชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตให้ดำเนินไปเพราะสิ่งนี้ชี้นำเช่นกัน สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะเป็นปราการด่านสำคัญที่ปิดกั้นได้คือ ธรรมะ เพื่อชำระกิเลส ดั่งท่อนหนึ่งของเพลง “ ไฟ ” ใน “ Rocking RAMA ” ... 

 “ จะออกไปนอกโลก ต้องฝ่าไฟ   

จะหมดทุกข์ ต้องไปเหนือ สิ่งคู่ 

จะพ้นตายต้องพราก จากตัวกู 

เผากิเลสต้องอยู่ใจกลางไฟ ”

 

" Rocking RAMA " งานละครโครงการ วรรณคดี ดนตรี และภาษา ของโรงเรียน ภัทราวดี หัวหิน ประจำปีการศึกษา 2556 เป็นกิจกรรมนำหลักสูตรสามัญศึกษา มาปลูกฝังผ่านการละคร.... สร้างสรรค์ แสดง เล่นดนตรีทั้งไทยและสากล สร้างชุด ฉาก แสงเสียง โดยนักเรียนทั้งโรงเรียน และครู ในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น ครูนาย มานพ มีจำรัส ครูแอน สิรินประภา สร้างดนตรีไทยให้ประชันดนตรีสากลโดยครูหน่อง อานันท์ นาคคง กำกับการแสดงโดยครูเล็ก ภัทราวดี สอนการจัดแสงโดยครูด๊อด ยุทธชัย …นำวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย พุทธศาสนา สังคม เทคโนโลยี ศิลปะ นาฎศิลป์ ดนตรีทั้งไทย สากล มาบูรณาการ ให้เข้าใจ นำมาใช้ปฎิบัติได้ ….เปิดการแสดงในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 22-23 กุมภาพันธ์ , 1-2 และ 8-9 มีนาคม 2557 ทุกวันเสาร์เวลา 19.30 น และวันอาทิตย์ เวลา 14.00 น. ต่อเนื่องกันสามสัปดาห์ ณ วิกหัวหิน ….จองบัตรได้ที รร ภัทราวดี หัวหิน 032 827 814-5 บัตร ราคา 400 บาท นักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์ มาเป็นกลุ่ม ลด 50 % … รายได้สมทบทุนมูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมป์ เพื่อสนับสนุนการศึกษา

*** ล่าสุด ทา่นผู้ชมล้นหลามเรียกร้องให้เพิ่มรอบพิเศษ เสาร์ที่ 15 มีนาคม เวลา 19.30 น. ปิดท้ายโปรแกรมปี 2557

 

 

บันทึกภาพการแสดง

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.718881568132079.1073741845.207193509300890&type=1

 

ขอขอบพระคุณข้อมูลด้านดนตรีศึกษาจาก ครูหน่อง อานันท์ นาคคง 

https://www.facebook.com/korphaiband?fref=ts



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 03/05/2014 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

ดูจากภาพ อลังการงานสร้างมากนะครับ
ชอบ ๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
minmint วันที่ : 11/03/2014 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

ขอบคุณเพื่อนหนึ่งมากที่มาให้กำลังใจ
ถ้าได้มาชมละครเพื่อนจะสนุกเพลิดเพลินไปกับดนตรีลูกผสมแน่นอน
โดยเฉพาะช่วงบรรเลงพร้อมกันปะชันกระหึ่ม เร้าใจดีมาก
เหมือนได้ชมคอนเสิร์ตกลางสนามรบ ( รบกับกิเลส )​ ถ้าว่างมานะ
มีรอบพิเศษปิดท้ายโปรแกรม เสาร์ 15 มีนาค 2557 ทุ่มครึ่ง ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 minmint ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อะหนึ่ง วันที่ : 11/03/2014 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

อ่านการผสมผสานดนตรีไทย-สากล
โดยกรรมวิธีศัลยกรรม-บิดเบือน
ผู้ชมคงสนุก ไปพร้อมๆกับมึนๆงงๆ นะครับ
มีขอใจแลกเบอร์โทร ด้วยนิ

Rocking RAMA ละครดีๆของครูเล็กฯ
ถ้ายังร่ายอยู่ที่ซอยวัดระฆังฯ ต้องไม่พลาดแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 2 อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
minmint วันที่ : 28/02/2014 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

ขอบคุณมากต๋อยจ๋า
ถ้ามีเวลาไปหัวหินอย่าลืมแวะหากันนะคะ
ชมงานฉุยฉาย รำไทย แล้วคิดถึงต๋อยมากก...
อยากชวนเพื่อนๆ มาถ่ายรูปการแสดงด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 อะหนึ่ง , minmint ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wansuk วันที่ : 28/02/2014 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

บ้านเรามีน้อยคนเหลือเกินที่จะรังสรรค์ผลงานศิลปการแสดงร่วมสมัย

ขอให้งานละคร "Rocking RAMA" ประสบผลสำเร็จค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน