*/
  • ครูหลังเขา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rommanee2001@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-19
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 61757
  • จำนวนผู้โหวต : 74
  • ส่ง msg :
  • โหวต 74 คน
ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์

เนื้อเพลง บทเพลง “ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์” ประพันธ์คำร้อง โดย นายนิติพงษ์ ห่อนาค ประพันธ์ทำนอง โดย นายอภิไชย เย็นพูนสุข ขับร้อง โดย นายธงไชย แมคอินไตย์ ถึงเวลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์ ที่แห่งนั้นงามด

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by ครูหลังเขา , ผู้อ่าน : 2287 , 00:23:10 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


กิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาศักยภาพชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ. สว.) และโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

จากการที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ครั้งยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ได้ทรงริเริ่มในการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน ที่ปฏิบัติงาน อยู่ในชุมชนบนพื้นที่สูงมาโดยตลอดเป็นระยะเวลายาวนาน เมื่อทรงสวรรคตแล้ว มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ. สว.) และโครงการพระเมตตา สมเด็จย่า ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้สืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ในการช่วยเหลือการดำเนิน งานจัดการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูงของ สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน โดยให้การสนับสนุนโครงการ กิจกรรม กองทุน การพัฒนาศักยภาพชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนสิ่งสนับสนุนต่างๆ ได้แก่
๑. กิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาศักยภาพชุมชนที่ตั้งศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”

๑.๑ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาสในเขตภูเขา เป็นกิจกรรมที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในเขตภูเขา ที่แต่เดิมอยู่ในความดูแลของ มูล นิธิแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) โดย ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆคือ กระทรวงสาธารณสุข กรม ส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมป่าไม้ กรมประชา สงเคราะห์ และสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (กรมการ ศึกษานอกโรงเรียน) ภายใต้การดูแลจากโครงการพระเมตตาสมเด็จ ย่าในปัจจุบัน จัดดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนชาว ไทยภูเขา ให้เป็นไปตามพระราชดำริสมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี ที่ทรงมีความห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร ทั้งนี้ได้ดำเนินการและพัฒนากิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยภูเขาให้อยู่ดี กินดี มีสุขภาพแข็งแรง และมีส่วนช่วยตัวเองให้มากที่สุดภายใต้หลักการ ๓ ประการหลัก คือ การมีส่วนร่วมของชุมชน เครือข่ายการทำงาน

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผู้ด้อยโอกาสในเขตภูเขา ได้ดำเนินการในพื้นที่หมู่บ้านชาวไทยภูเขาใน 9 จังหวัด (ภาคเหนือตอนบน) ที่มีการดำเนินงานศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (ศศช.) อยู่แล้ว เพื่อให้ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนบนพื้นที่สูงเป็นตัวหลักในการดำเนินกิจกรรม ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก รวมทั้งสิ้นกว่า 500 หมู่บ้าน ของ 53 อำเภอ กิจกรรม ประกอบด้วย
1) การเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมอาหารโปรตีน
2) การส่งเสริมการเกษตรภายในครอบครัว
3) การเพาะเห็ดเพื่อเป็นแหล่งอาหารเสริม
4) การส่งเสริมสุขภาพอนามัย ได้แก่ การเสริมสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ
5) การส่งเสริมและสนับสนุนการทำหมันชาย

๑.๒ โครงการทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อประชาชนด้อยโอกาสในเขตท้องถิ่นทุรกันดารมูลนิธิ พอ.สว. เป็นการดำเนินงานเพื่อให้บริการด้านทันตกรรมอันได้แก่ ทันตกรรมบำบัด ทันตกรรมป้องกันและส่งเสริม ทันตสุขภาพ แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่นทุรกันดารโดยเฉพาะชุมชนชาวไทยภูเขา ในการบรรเทา ความทุกข์ทรมาณจากโรคในช่องปาก อันจะส่งผลให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งเป็นการสนอง พระราชปณิธาณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่จะทรงช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่น ทุรกันดารซึ่งขาดแคลนบริการทางทันตกรรมให้มีสุขอนามัยที่ดีขึ้น ดำเนินการภายใต้การดูแลของมูลนิธิ พอ.สว. ด้วยความร่วมมือของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน และสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย โดยพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายในการให้บริการเป็นหมู่บ้านที่มีการดำเนินงานศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" เริ่มดำเนินงานโครงการในปี ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นระยะที่ ๒ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน กล่าวคือ ระยะที่ ๑ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และตาก ระยะที่ ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยาน่าน และตาก

๑.๓ สิ่งสนับสนุน นอกจากการส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษาแล้ว โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ยังให้การช่วยเหลือสนับสนุนในรูปของสิ่งสนับสนุนอื่นๆ อีก เพื่อส่งเสริมการพัฒนา คุณภาพชีวิต ขวัญและกำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ตลอดจนเอื้ออำนวย ต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง เช่น กองทุนยา กองทุนข้าว กองทุนร้านค้า กองทุนสวัสดิการครูอาสาสมัคร การประกันชีวิตครูอาสาสมัคร วัสดุก่อสร้าง วัสดุ/อุปกรณ์ประปาภูเขา ชุดโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี วัสดุ/อุปกรณ์การเรียน ผ้าห่ม ฯลฯ

๑.๓ สิ่งสนับสนุน นอกจากการส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษาแล้ว โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ยังให้การช่วยเหลือสนับสนุนในรูปของสิ่งสนับสนุนอื่นๆ อีก เพื่อส่งเสริมการพัฒนา คุณภาพชีวิต ขวัญและกำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ตลอดจนเอื้ออำนวย ต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง เช่น กองทุนยา กองทุนข้าว กองทุนร้านค้า กองทุนสวัสดิการครูอาสาสมัคร การประกันชีวิตครูอาสาสมัคร วัสดุก่อสร้าง วัสดุ/อุปกรณ์ประปาภูเขา ชุดโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี วัสดุ/อุปกรณ์การเรียน ผ้าห่ม ฯลฯ

๒. โครงการชุมชนการเรียนรู้สมเด็จย่า ความเป็นมา ด้วยนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาจากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง"อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา ที่ด้อยและขาดโอกาสทางการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ด้วยข้อจำกัด ทางสภาพภูมิประเทศที่ห่างไกล ทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวกและข้อจำกัดอื่นๆ จึงมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับการศึกษาตามความต้องการ เพื่อเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนบนพื้นที่สูง และสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงต้องการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาในท้องถิ่นธุรกันดาร ดังนั้น เมื่อ วันที่ 21 ตุลาคม 2542 โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า องค์การ บริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และกรมการศึกษา นอกโรงเรียน(ในเวลานั้น) กระทรวงศึกษาธิการ รวม 3 หน่วยงานได้ลงนามข้อตกลงความ ร่วมมือกันในการจัดทำโครงการนำร่องจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนผู้ด้อยโอกาส ที่จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาจากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาของ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ระยะเวลานำร่อง 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 - 2547 และจัดตั้งสถานศึกษาพิเศษขึ้นใช้เป็นสถานศึกษาและพัฒนาจัดการ ศึกษาแนวใหม่ที่สอดคล้องกับพระราชปณิทานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และฝึกความเป็นผู้นำเพื่อให้สามารถกลับไปเป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชนของตนเองในด้านต่างๆ เรียกสถานศึกษาแห่งนี้ว่า ชุมชนการเรียนรู้ "สมเด็จย่า"
วัตถุประสงค์
1. กระจายโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้ด้อยโอกาสตามพระราชปณิทาน ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
2. แสวงหารูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสม สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนและชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542
3. เพื่อจัดการศึกษาให้กับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาให้สามารถนำความ รู้และทักษะ และประสบการณ์ไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน พร้อมทั้งสามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้อื่นได้
4. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนรับผิดชอบในการจัดการศึกษา

เป้าหมาย
ผู้ด้อยโอกาสได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น ตามพระราชปณิทานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สามารถนำความรู้ ทักษะและประสบการณ์ที่ได้ รับจากชุมชนการเรียนรู้ "สมเด็จย่า" ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตในชุมชน ตนเองอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ ตลอดจนสามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชนให้เกิด "การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน"

หลักการในการดำเนินงาน
การจัดการศึกษาของชุมชนการเรียนรู้"สมเด็จย่า"จัดได้ว่าเป็นการจัด การศึกษาแนวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่คุ้นเคย ชุมชนการเรียนรู้ฯจึงได้กำหนด หลักการในการดำเนินงานไว้ คือกำหนดให้ชุมชนการเรียนรู้"สมเด็จย่า"เป็น สถานศึกษาและพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสอดคล้องกับวิถี ชีวิตของผู้เรียนและชุมชน จัดการศึกษาโดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลางที่ให้ผู้เรียน เรียนรู้จากสภาพจริง การปฏิบัติจริง เรียนรู้และทำงานไปพร้อมกันตามแนว พระราชดำริ "เศรษฐกิจพอเพียง"ผู้เรียนและชุมชนมีส่วนร่วมกันในการจัดกิจกรรม และมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก กลุ่มผู้เรียนจะรับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาที่จบตามหลักสูตรประถม ศึกษาจากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ชาวไทยภูเขาที่ด้อยและขาดโอกาสทางการศึกษาต่อ ด้วยขอจำกัดทางสภาพ ภูมิประเทศที่ห่างไกล ทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก และข้อจำกัดอื่นๆ โดยจัดให้ผู้เรียนเข้าพักอาศัยเรียนรู้ในลักษณะประจำ จัดให้มีระบบการปกครองด้วยตนเอง

หลักสูตร
ใช้หลักสูตรชุมชนการเรียนรู้สมเด็จย่า ซึ่งเป็นหลักสูตรบูรณาการที่สร้างขึ้นเฉพาะ โดยหลักสูตรนี้มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติจริง เรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ การจัดกระบวนการเรียนรู้ จึงเป็นไปในลักษณะการบูรณาการทั้งสาระการเรียนรู้ วิถีชีวิต วิธีเรียน วิถีปฏิบัติ วิถีชุมชน ภูมิปัญญา วัฒนธรรมประจำเผ่า เทคโนโลยี ฯลฯ

การบริหารและการจัดการ
1. องค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง เป็นเจ้าของชุมชนการเรียนรู้ "สมเด็จย่า" โดยกำกับดูแลจากสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน(กรมการศึกษานอกโรงเรียน) และโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า
2. พื้นที่การปฏิบัติงาน ชุมชนการเรียนรู้ฯ ครอบคลุม 3 หมู่บ้านข้างเคียง ได้แก่ บ้านสันเกี๋ยง บ้านใหม่ปูเลย และบ้านแม่ปาน
3. คณะกรรมการอำนวยการ มีนายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ อดีต รมว. สาธารณสุข เป็นประธานอำนวยการ คณะกรรมการ ประกอบด้วยผู้แทนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน(กรมการศึกษานอกโรงเรียน) โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า และ หน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีหน้าที่กำหนดนโยบานแผนงาน แต่งตั้งคณะกรรมการ บริหาร และ ผู้ตรวจสอบบัญชีของชุมชนการเรียนรู้ฯ
4. คณะกรรมบริหาร มีนายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ตำแหน่งผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการ โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า และ หน่วยงานเครือข่ายที่ เกี่ยวข้องในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทำหน้าที่ช่วยเหลือแก้ปัญหาการดำเนินการ กำหนดแผน ระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเสนอคณะกรรมการอำนวย การพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติ พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้จัดการ ชุมชนการเรียนรู้ฯ
5. คณะทำงาน มีครูพักอาศัยอยู่ประจำ ทำหน้าที่อำนวย ความสะดวก และรับผิดชอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความ เห็นของคณะกรรมการบริหาร พร้อมทั้ง ประสานวิทยากรจากท้องถิ่นร่วมให้ความรู้แก่ผู้เรียน

ที่มา http://www.northnfe.net/princess/learning01.html



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pimahn วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 02.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
hooknoi วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

แวะมาสวัสดีคุณครูครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สวัสดีครับครูหลังเขา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนกุลา วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkula

แวะมาเยี่ยมเยียน ครูหลังเขา และอยากให้มีความสุขกับงานที่ทำและเด็กๆชาวดอยมากๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubaantong
ครบรอบ  ๒๐  ปี พอดี...


สุขสันต์วันแห่งความรักครับคุณครู...
ผมไม่ได้อยู่ห้วยวอกหรอกครับ แต่อยู่ศูนย์เครือข่ายฯเดียวกัน ผมอยู่โรงเรียนบ้านแม่แพครับhttp://www.oknation.net/blog/maepaeschool

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน