• ดร.ปานปรีย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parnpree@hotmail.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 153006
  • ส่ง msg :
  • โหวต 69 คน
ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร
พูดคุยเหตุบ้านการเมือง, เศรษฐกิจเรื่องราวต่างๆ วิเคราะห์อย่างเป็นกลาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/parnpree
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2557
Posted by ดร.ปานปรีย์ , ผู้อ่าน : 1587 , 20:25:33 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"รัฐวิสาหกิจ" หน่วยงานธุรกิจของรัฐบาล ที่มีความสำคัญถึงขั้นที่ว่า ความสำเร็จหรือความล้มเหลว จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ โดยตรง
 
ย้อนกลับไปดูกรณีตัวอย่าง ในช่วงปี 2522-2533 เมื่อครั้ง อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ มาร์กาเรตแทตเชอร์ออกมาแสดงความกล้าหาญอย่างเด็ดเดี่ยว ประกาศ "ปฏิรูปเศรษฐกิจ" โดยมีการ"แปรรูปรัฐวิสาหกิจ" ครั้งใหญ่หลายแห่ง จนประสบความสำเร็จ ทำให้อังกฤษรอดพ้นจากภาวะล้มละลายมาได้
           
ที่สำคัญยังสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง
           
ถึงแม้การแปรรูปรัฐวิสาหกิจครั้งนั้น จะได้รับการยอมรับจากชาวอังกฤษก็ตาม แต่ก็มีผู้คนส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกระทั่งทุกวันนี้ โดยกล่าวหาว่า เป็นผลให้คนอังกฤษในปัจจุบัน ต้องตกงานมากกว่า 1 แสนคน และยังทำให้ค่าบริการสาธารณะสูงขึ้น อย่างเช่น รถไฟ โทรศัพท์และอื่นๆ แต่ผ่านมากว่า 35 ปี อังกฤษก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเดินมาถูกทาง 
           
เห็นได้จากกระแสการแปรรูปที่ยังเกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก เมื่อถึงจุดที่รัฐบาลไม่สามารถแบกรับภาระของรัฐวิสาหกิจที่ไร้ประสิทธิภาพได้อีกต่อไป
           
มาถึงยุคนี้ประเทศที่ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอย่าง "จีน" ก็เริ่มเห็นความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเสียใหม่ลดความไร้ประสิทธิภาพลงเพราะมองว่าหากไม่จัดการจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในอนาคตอันใกล้นี้
           
ยิ่งจีนกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ต่อจากยุคของ "เติ้งเสี่ยวผิง" แล้ว ก็ยิ่งจำเป็นต้องปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืน
           
ความยากลำบากของจีนจึงอยู่ที่ จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจของประเทศ สามารถโตไปในทิศทางเดียวกันกับโลกได้ เพราะจีนมีระบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์มายาวนาน มีประชากรที่อาศัยสวัสดิการ พึ่งพิงรัฐจำนวนมากมาตลอด
           
ที่น่าตกใจอย่างยิ่งเมื่อพบว่าจีนได้ก่อตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นเป็นดอกเห็ดรวมแล้วกว่า 145,000 แห่ง
           
ดังนั้น เมื่อมีการประชุมเต็มคณะ ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 18เมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมานี้ จึงมีการประกาศว่า จะมีแนวนโยบายลงลึกมากขึ้นกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยยึดหลักบทบาทสำคัญของตลาดต่อการจัดสรรทรัพยากรเป็นสำคัญ ซึ่งก็หมายรวมถึง การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ต้องเป็นภารกิจเร่งด่วนไปด้วย
           
สาเหตุที่จีนจำเป็นต้องปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเป็นที่รับรู้กันว่ารัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ไร้ประสิทธิภาพ มีคอร์รัปชันสูงผูกขาดทำให้เอกชนไม่สามารถแข่งขันได้และกำลังจะเป็นตัวฉุดลากเศรษฐกิจจีนลงไปในไม่ช้านี้หากไม่ทำอะไรให้ดีขึ้น
           
มีรายงานข่าวของ Xinhua เปิดเผยว่า เมื่อกลางปี 2556 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจีน ตรวจพบว่า รัฐวิสาหกิจจีนหลายแห่งมีการตกแต่งบัญชี บิดเบือนตัวเลขที่แท้จริงในงบการเงิน มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบ และกระบวนการตัดสินใจในการลงทุนผิดพลาด ทำให้รัฐเสียหายสูง
           
รัฐบาลจีนคงหนักใจในเรื่องนี้มากว่า ต่อจากนี้ไปจะดำเนินการอย่างไร แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่เห็นมาตรการ หรือการประกาศความชัดเจนใดๆ
           
คาดว่า ในที่สุดรัฐบาลจีนคงต้องดำเนินการในเชิงบริหารอย่างที่รัฐบาลปกติทั่วไปทำกัน คือ เริ่มต้นจากการศึกษาปัญหาของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ จัดประเภทและกลุ่ม จัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วน และตัดสินใจว่าจะใช้แนวทางไหน ในการปฏิรูป ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
           
ทั้งนี้ การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การแปรรูปเพียงอย่างเดียว แต่อาจหมายถึงการปรับปรุงแก้ไข เพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ หรือบางกรณีอาจไปไกลถึงขึ้นแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของเอกชนทั้งหมดหรือยุบทิ้งก็ได้
           
อาจมีบางกรณี เป็นข้อยกเว้นสำหรับบางรัฐวิสาหกิจจีน ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง อย่างเช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พลังงานน้ำ ไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม และการต่อเรือ
           
ผมเชื่อว่า จีนจะคงรักษารัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลไว้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้น จีนจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ พร้อมเงินทุน รักษาสถานภาพการผูกขาด ให้แก่รัฐวิสาหกิจเหล่านั้น เพื่อความมั่นคงและเพื่อไปลงทุนแข่งขันกับธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งจีนเริ่มทำไปบ้างแล้ว
           
อย่างในปี 2554 ปรากฎว่า จีนลงทุนในต่างประเทศถึง 60,000 ล้านเหรียญ และในจำนวนนี้ เป็นการลงทุนจากรัฐวิสาหกิจจีนถึง 80%
           
จากการเฝ้าติดตามผลงานของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก็จะเห็นว่า เป็นผู้นำที่ฉลาด รอบรู้ ความสามารถสูง เห็นได้จากการประกาศนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ควบคู่ไปกับนโยบายปราบปรามคอร์รัปชัน อีกทั้ง ยังเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลกดีมาก ทำให้ชาวจีน รวมทั้งนานาชาติ ให้การยอมรับถึงวิสัยทัศน์ 
           
ดังนั้น เมื่อรัฐบาลจีนตั้งใจจะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ก็เชื่อว่า น่าจะทำได้สำเร็จในระดับหนึ่ง
           
ผมมองว่าจีนน่าจะเริ่มต้นด้วยการนำนโยบายปราบปรามคอร์รัปชันมาเป็นตัวเน้นและขับเคลื่อนก่อนเรื่องอื่นเพราะจะทำให้ประชาชนเห็นถึงความเสียหายและความจำเป็นต้องปฏิรูปและเมื่อประชาชนให้การยอมรับมากขึ้นจึงค่อยขยับไปทำในเรื่องอื่นๆอย่างเช่นการปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กรและผู้บริหารปรับลดขนาดองค์กรลงหรือกำหนดภารกิจของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ
           
ผมมีข้อสังเกตด้วยว่า ในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจจีน รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับรัฐวิสาหกิจเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก มากกว่าจะคำนึงถึงประสิทธิภาพและลดอำนาจการผูกขาดขององค์กร ซึ่งจีนน่าจะรักษาความชอบธรรมของรัฐวิสาหกิจประเภทนี้ ไปได้อีกระยะหนึ่งเท่านั้น ตราบเท่าที่สังคมโดยรวมของจีนยังรู้สึกว่า ทรัพยากรของแผ่นดินไม่ได้ถูกนำไปใช้ในเรื่องส่วนตัวหรือมอบให้แก่คณะใดคณะหนึ่ง
           
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มีผลการศึกษาถึงข้อดีและข้อเสียของรัฐวิสาหกิจทั่วโลกอยู่เป็นจำนวนมาก และมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรที่จำเป็นต้องปฏิรูป หรือสภาพการผูกขาดที่ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม             สำหรับจีนก็เช่นเดียวกัน ปัญหาของรัฐวิสาหกิจจะคล้ายคลึงกับประเทศอื่นๆ เพียงแต่จำนวนรัฐวิสาหกิจมีมากกว่าที่ต้องจัดการ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความได้เปรียบอยู่ เพราะรัฐบาลมีอำนาจเต็ม ย่อมทำอะไรได้ง่ายกว่ารัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย
           
ผมเชื่อว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมีต้นทุนทางสังคมและความชอบธรรมทางการเมืองเพียงพอที่จะเป็นพลังผลักดันการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจครั้งนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับ "วิธีการ" เป็นหลักเพราะถ้าเริ่มต้นผิดวิธีก็อาจทำให้เสียเวลามากและสุดท้ายอาจล้มเหลวได้ครับ
           
 
 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน