• ดร.ปานปรีย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parnpree@hotmail.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 153006
  • ส่ง msg :
  • โหวต 69 คน
ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร
พูดคุยเหตุบ้านการเมือง, เศรษฐกิจเรื่องราวต่างๆ วิเคราะห์อย่างเป็นกลาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/parnpree
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน 2557
Posted by ดร.ปานปรีย์ , ผู้อ่าน : 3976 , 14:41:52 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน redribbons07 โหวตเรื่องนี้



การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง "ผู้นำสูงสุด" ของประเทศ องค์กร สถาบันต่างๆ บุคคลสำคัญผู้นั้น จะต้องมี "ภาวะผู้นำ" ในระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อการบริหารจัดการ สามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
 
แต่สำหรับ "ผู้นำทางการเมือง" จะต้องอาศัย "ภาวะผู้นำ" (Leadership) ที่พิเศษ แตกต่างจากภาวะผู้นำทั่วไป เพราะผู้นำทางการเมือง นอกจากจะต้องบริหารจัดการ งานภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสแล้ว ยังต้องทำให้ประชาชนโดยรวมของประเทศอยู่ดี กินดี มีความสงบสุขอีกด้วย
           
ที่มาของผู้นำทางการเมือง ในโลกปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อาจมีบางกรณี ที่ผู้นำของบางประเทศมาจากการแต่งตั้ง โดยผู้มีอำนาจเต็มจากการรัฐประหาร หรือผู้นำที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะบุคคลในระบอบคอมมิวนิสต์
 
ในส่วนขององค์กรอื่นๆ ผู้นำมักจะได้รับการแต่งตั้ง โดยเจ้าของกิจการ หรือตามหลักเกณฑ์ขององค์กรหรือสถาบันนั้นๆ กำหนดขึ้น จึงไม่ต้องคำนึงถึงบุคคลภายนอกหรือประชาชนมากนัก
 
ปัจจุบันนี้ โลกมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อย่างไม่หยุดยั้ง จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ระบบการสื่อสารที่รวดเร็วทำให้การบริหารงานภาคการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ยุ่งยาก สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จนทำให้เกิดคำถามว่า วันนี้เราต้องการภาวะผู้นำแบบไหน ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า ภาวะผู้นำแบบเก่า เช่น การใช้ระบบสั่งการและควบคุมหรือบังคับ เพื่อให้ปฏิบัติตาม อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป สำหรับผู้นำทางการเมืองและองค์กรต่างๆ ในยุคใหม่
 
ภูมิภาคเอเชียได้รับผลดีจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลก ทำให้เป็นจุดสนใจของชาวโลก เพราะมีความเห็นตรงกันว่า อำนาจที่เคยอยู่ฟากตะวันตก กำลังเคลื่อนย้ายมาสู่ภาคตะวันออก ที่เกิดขึ้นแล้ว คือ อำนาจทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้หลายประเทศในเอเชียถูกจับตาจากชาวโลกเป็นพิเศษ
 
โดยเฉพาะประเทศสำคัญ ที่มี "ผู้นำใหม่" และมีแนวทางปฏิรูปประเทศ ที่อาจส่งผลให้ ระดับการพัฒนาของภูมิภาคแข็งแรงขึ้น คือ 3 ประเทศที่กำลังพัฒนา ได้แก่
 
1. จีน
นายสี จิ้นผิง เข้ามาเป็นประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2556 แม้นายสี จิ้นผิง จะไม่ได้เป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยก็ตาม แต่การมาจากระบอบคอมมิวนิสต์ ที่มีคณะกรรมการกลาง (Politburo) เป็นผู้แต่งตั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่า กระบวนการแต่งตั้งผู้นำลักษณะนี้ จะไร้ประสิทธิภาพ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จีนสามารถสร้างผู้นำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศ ในแต่ละช่วงเวลาได้ดี
 
มาถึงวันนี้ ที่จีนประสบผลสำเร็จ อย่างน้อยที่สุดด้านเศรษฐกิจ ก็เพราะจีนสามารถปฏิรูปประเทศได้ตามจังหวะเวลาของการเปลี่ยนแปลง ไล่มาตั้งแต่ยุคของนายเหมา เจ๋อ ตง นายเติ้ง เสี่ยวผิง มาถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาใหม่ ที่จีนกำลังพิสูจน์อีกครั้งว่า จะสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงหรือไม่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่จีนจำเป็นต้องปฏิรูปประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถือเป็นภาระหนัก ที่ตกอยู่กับผู้นำจีนคนปัจจุบัน ที่ต้องทำให้สำเร็จ มิฉะนั้นแล้ว จีนอาจต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องจากประชาชนที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น
 
2. อินเดีย  
ประเทศประชาธิปไตยใหญ่สุดของโลก ที่เคยมีพรรคคองเกรส เป็นพรรคใหญ่ ครองอำนาจทางการเมืองมายาวนาน กระทั่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทำให้ นายนเรนทรา โมดิ จากพรรคภารติยะ ชนตะ (BJP) สามารถเอาชนะพรรคคองเกรสได้อย่างถล่มทลาย และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557
 
สาเหตุการแพ้เลือกตั้ง ของพรรคคองเกรส เกิดจากอะไร ถ้าตอบเร็วๆ ก็คือ ประชาชนเบื่อหน่ายรัฐบาลเก่า แต่หากมองลึกลงไป จะเห็นว่า ชาวอินเดียก็ต้องการผู้นำที่ทันสมัย มีวิสัยทัศน์ แก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม
 
ความจริงอดีตนายกรัฐมนตรี มานโมฮาน ซิงห์ ก็เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ จัดได้ว่าเป็น "นักการเมืองน้ำดี" คนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ผู้นำที่ชาวอินเดียต้องการให้มาปกครองประเทศในยุคนี้แล้ว
 
3. อินโดนีเซีย
เป็นอีกประเทศที่น่าสนใจ เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดคิด เช่นเดียวกับอินเดีย หลังจากอินโดนีเซียได้รับเอกราชในปี 2488 การปกครองก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทหารมาตลอด แม้จะมีการเลือกตั้งในระยะต่อมาก็ตาม จนกระทั่ง 22 กรกฎาคม 2557 นายโจโก วิโดโด้ หรือ "โจโกวี" สามารถเอาชนะคู่แข่ง พลโท ปราโบโว สุเบียนโต ลูกเขยอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต ได้อย่างห่างกันไม่มากนัก ด้วยคะแนน 53.15% ต่อ 46.85% 
 
หากดูจากคะแนนแล้ว อาจคิดว่าห่างกันนิดเดียว แต่ถ้าประเมินจากสภาพการเมืองในอดีตแล้ว พลโท ปราโบโว สุเบียนโต น่าจะเป็นผู้ชนะ เพราะมีฐานอำนาจเก่าทางทหาร ที่มั่นคงแข็งแรง
 
นี่จึงเป็นอีกกรณีหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นว่า ชาวอินโดนีเซีย ไม่ต้องการการเมืองแบบเก่า แต่อยากได้ผู้นำ ที่จะทำให้ประเทศดีขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญคือ เข้ามาขจัดปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ที่มีอยู่อย่างกว้างขวาง ทำให้นายโจโกวี ที่ประชาชนสัมผัสได้ และมีผลงานโดดเด่นในฐานะผู้ว่าฯ เมืองจาการ์ตา คว้าตำแหน่งประธานาธิบดีไปได้อย่างใสสะอาด โดยจะสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคม 2557
 
สภาวะที่โลกปัจจุบัน ค่อนข้างสงบ ไร้สงคราม แต่เรากลับเผชิญกับสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ ที่อาจเกิดวิกฤตการณ์ (Crisis) ได้อย่างฉับพลัน อย่างเช่น การก่อการร้าย การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรง ภัยธรรมชาติจากสภาวะโลกร้อน โลกาภิวัฒน์ เศรษฐกิจ จนชาวโลกและประชาชนในชาติ รู้สึกถึงความไม่แน่นอนในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ประชาชนอยากเห็นผู้นำที่สามารถสร้างหลักประกัน สร้างความมั่นคงในชีวิต และวางรากฐานที่ดีให้คนรุ่นใหม่ต่อไปได้
 
ผู้นำ 3 ชาติ จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ในปัจจุบัน แม้จะมีที่มาต่างกัน แต่ "ภาวะผู้นำ" ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก เพราะแต่ละท่าน ดูจะเข้าใจ "เงื่อนไข" ในสภาพแวดล้อมใหม่ (Context) ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งน่าจะนำไปสู่การตัดสินใจ แก้ไขปัญหาของชาติอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน
 
อีกไม่นาน เราคงเห็นผลว่า ผู้นำทั้ง 3 ได้ใช้ "ภาวะผู้นำ" ยุคใหม่ ของตัวเอง นำพาประเทศชาติ ไปสู่ความสำเร็จได้หรือไม่



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 04/09/2014 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ก็มีผู้นำยุคใหม่กันไปแล้ว


แต่ที่สงสัยคือ ถ้าเมืองไทยกลับมามีเลือกตั้งอีกครั้งจะเปลี่ยนแปลงได้ไหมนะ นี่แหละปัญหาใหญ่ของเมืองไทยค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน