• ดร.ปานปรีย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parnpree@hotmail.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 153003
  • ส่ง msg :
  • โหวต 69 คน
ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร
พูดคุยเหตุบ้านการเมือง, เศรษฐกิจเรื่องราวต่างๆ วิเคราะห์อย่างเป็นกลาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/parnpree
วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม 2557
Posted by ดร.ปานปรีย์ , ผู้อ่าน : 1988 , 12:37:36 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน hayyana , redribbons07 โหวตเรื่องนี้



สถานการณ์การชุมนุมประท้วงของนักศึกษาจำนวนมากในฮ่องกง ที่เรียกว่ากลุ่ม Occupy Central ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงอย่างเสรีประชาธิปไตย เป็นการท้าทายอำนาจของรัฐบาลจีนอย่างไม่เกรงกลัวว่า "ปักกิ่ง" อาจตัดสินใจใช้ความรุนแรงขั้นเด็ดขาดในการสลายผู้ชุมนุม แบบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เช่นเดียวกับกรณี "เทียนอันเหมิน" ในปี 2532
 
ขณะเดียวกัน มีชาวฮ่องกงด้วยกันอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้นำทางธุรกิจที่ร่ำรวย ออกมาต่อต้านกลุ่ม Occupy Central เพราะไม่อยากเห็นเศรษฐกิจฮ่องกงได้รับผลกระทบ
 
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประท้วงในฮ่องกงครั้งนี้ คือความแตกต่างจากการชุมนุมที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น Arab Spring หรือ Occupy Wall Street หรือ การประท้วงคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในไทย เพราะแม้ฮ่องกงจะเป็นของจีน แต่ชาวฮ่องกงอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษมานานถึง 150 ปี จึงมีระบบการปกครองที่แตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นการประท้วงครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องเฉพาะของคนฮ่องกงเท่านั้น
 
นอกจากนั้น หลังจากอังกฤษสิ้นสุดสัญญาเช่าฮ่องกงจากจีน ในปี 2540 ก็ยังปรากฎข้อตกลงระหว่างจีนกับอังกฤษว่า ต่อไปจีนจะปกครองฮ่องกงแบบ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันว่า ฮ่องกงจะปกครองตนเองใน "ระบบทุนนิยม" ที่เป็นประชาธิปไตยไปอีก 50 ปี นับแต่ปีสิ้นสุดสัญญาเช่า แต่ "ปักกิ่ง" กลับประกาศว่า การเลือกผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงที่จะมีขึ้นในปี 2560  "ปักกิ่ง" จะคัดสรรบุคคลมาให้ชาวฮ่องกงเลือก 3 คน
 
ตรงนี้เอง เป็นจุดที่ทำให้กลุ่ม Occupy Central รับไม่ได้ รวมทั้งยังคิดว่า จีนมีแนวโน้มที่จะเข้าครอบครอง ควบคุมฮ่องกง โดยจำกัดสิทธิและเสรีภาพและจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงกับอังกฤษ
 
ผมมองว่า สถานการณ์ Occupy Central ครั้งนี้ ทำให้จีนต้องคิดหนัก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะชี้อนาคตของจีน
 
เบื้องต้นเชื่อว่า จีนจะหลีกเลี่ยง การสลายผู้ชุมนุมประท้วงด้วยความรุนแรง เพราะในวันนี้จีนกำลังปฏิรูปประเทศครั้งใหม่ ให้แข็งแรงขึ้น ทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ฉะนั้น ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยการยอมรับจากนานาชาติด้วย หากจีนตัดสินใจใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วงที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นหน้าด่านสำคัญทางเศรษฐกิจของจีนที่เชื่อมต่อกับโลก ย่อมจะไม่เป็นผลดีกับจีนอย่างแน่นอน
 
ความจริง ถ้านึกย้อนหลังกลับไป คนจีนในฮ่องกงส่วนใหญ่เป็น "จีนกวางตุ้ง" ที่มีพื้นฐานความคิดแตกต่างจากคน "จีนแผ่นดินใหญ่" เพราะอิทธิพลจากการปกครองของอังกฤษมาอย่างน้อย 3 เจเนอเรชั่น ได้ปลูกฝังแนวความคิดแบบตะวันตกให้คนฮ่องกง นอกจากนั้น ชาวฮ่องกงรุ่นใหม่ ก็ไม่ได้ผูกพันกับจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ผูกพันกับท้องถิ่นซึ่งเป็นเพียงเขตบริหารพิเศษของจีนเท่านั้น
 
ดังนั้น คนฮ่องกงจึงต้องทำความเข้าใจเสียก่อน กับคำว่า “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ที่จีนยอมผ่อนปรนให้มีระบบการปกครองแบบกึ่งประชาธิปไตยชั่วคราวเท่านั้น และไม่ใช่ "หนึ่งประเทศ สองสัญชาติ”
 
ส่วนผู้นำธุรกิจที่ร่ำรวยในฮ่องกง ได้สนับสนุนปักกิ่งมากกว่าพวกเดียวกัน อาจเป็นเพราะมองในมุมผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่า
 
คนรวยฮ่องกงออกไปลงทุนในต่างประเทศมานานแล้ว ส่วนใหญ่มีที่พักอาศัยอยู่นอกฮ่องกง เพื่อใช้เป็นภูมิลำเนาแห่งที่สองจำนวนมาก
 
ฮ่องกงมีความสำคัญ เพราะเป็นตัวทำเงิน ทำรายได้ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน จึงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ที่นานาชาติสบายใจที่จะเข้าไปลงทุน ทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศและใช้เป็นสะพานเชื่อมต่อเข้าไปค้าขายในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่สำคัญอังกฤษได้วางรากฐานของกฎเกณฑ์ ระเบียบและกฎหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้อย่างดี 
 
อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากตั้งเป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับจีนในอนาคต คือ จีนควรใช้ระบบการปกครองแบบฮ่องกง หรือฮ่องกงควรใช้ระบบแบบจีนกันแน่
 
ถ้ามองในมุมเชิงระบบของเศรษฐกิจ"โมเดลของฮ่องกง" น่าจะทันสมัยกว่า เพราะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ได้ดีกว่า
 
หากมองในมุมการเมือง ที่ผู้บริหารอำนาจมาจากพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว จีนคงยอมให้ฮ่องกงมีระบบทุนนิยมแบบประชาธิปไตยไม่ได้แน่นอน เพราะจะกระทบต่อฐานความมั่นคงของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งล่าสุดก็ปรากฎแล้ว จากการให้สัมภาษณ์ของผู้นำจีน ที่ออกมาเตือนนานาประเทศว่า ให้เคารพอธิปไตยของจีน ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของจีน แปลความได้ว่า เรื่องภายในของจีนบวกฮ่องกง จะจัดการกันเอง โดยวิธีการของจีนเอง คนอื่นไม่ต้องยุ่ง
 
รัฐบาลจีนจะหาทางออกกับเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร ก็คงต้องติดตามดูกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่นอนที่สุด ถึงแม้จีนจะสามารถสลายการชุมนุมได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก็ตาม ทั้งเป็นที่พอใจของฝ่ายชุมนุมหรือไม่พอใจก็ตาม จากนี้ไป ภายในจีนจะไม่สงบเหมือน 25 ปีที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งอาจเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกลุ่ม Occupy Central ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงแต่ฮ่องกงเท่านั้น แต่ไกลไปถึงจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยก็เป็นได้ โดยเฉพาะกับคำกล่าวของ Joshua Wong หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาว่า การเรียกร้องของกลุ่ม ไม่ว่าสำเร็จหรือไม่ก็ตาม จะไม่มีวันสูญเปล่าเพราะ "การกระทำครั้งนี้ เสมือนเป็นการหว่านเมล็ดพืชลงดินแล้ว (All our actions are like planting a seed)”
 
จีนจะเผชิญกับข้อเรียกร้องของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ สวัสดิการของประชาชน การกระจายรายได้ ซึ่งล้วนเกี่ยวกับปากท้องและคุณภาพชีวิต
 
ที่น่าจะเป็นปัญหาหนักสุดสำหรับจีนในอนาคตอันใกล้นี้ อาจเกิดจากกรณี Occupy Central จุดชนวนการเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยของคนจีนทั่วประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อความมั่นคงพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างมาก    
 
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในแผ่นดินจีนอีกครั้ง พรรคคอมมิวนิสต์จีนอาจต้องปรับแนวทางการปฏิรูปจีนใหม่อีกครั้งเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบ Occupy Central ในฮ่องกง 
 
หมายความว่า จีนอาจต้องพิจารณาการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนมากขึ้น ดีกว่าต้องตัดสินใจจัดการกับผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง อย่างที่เคยเกิดขึ้นในกรณี "เทียนอันเหมิน" ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน อาจทำไม่สำเร็จแล้ว
 
********************
09 ตุลาคม 2557



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
satanx วันที่ : 10/10/2014 เวลา : 09.55 น.

คงไม่ปราบปรามรุนแรง แต่คงไม่ปล่อยให้มีแรงมาก ใช้เวลาปรับฐาน แต่คงไม่มีเอกเทศแยกเลือกเองเด็ดขาด ยุโรปก้ไม่กล้าแหยมเท่าไร ทั้งอิตาลี่ เยอรมันก็เจอมีการขอแยกตัว และถ้าฮ่องกงทำได้ จะสะเทือนจีนแผ่นดินใหญ่ และยุโรป และแน่ใจหรือว่าเมกาหลายรัฐ ไม่คิดแยกตัวจาก เมกา ไม่ใช่โจทย์ใหญ่ของจีนเท่านั้น แต่สะเทือนถึงทั่วโลก ถ้าเมกาแหย่มาก จีนขอไปแหย่บางรัฐที่อยากขอแยกตัวจากเมกา เมกาจะทำอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 09/10/2014 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

จริงแท้ครับ
คนรวยและนักธุรกิจที่ต่อต้านการชุมนุมส่วนมากถือพาสปอร์ตประเทศที่สามไว้รอแล้ว ไม่มีอะไรต้องแคร์นอกจากทำเงิน
สื่อหรือหนังสือพิมพ์ที่วิพากษ์รัฐบาลจีนมักจะไม่ได้รับการจ้างให้ลงโฆษณาจากธุรกิจใหญ่ๆในฮ่องกงเช่น Broadway, Sasa หรือ Fortress ของนายลีกาชิง ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 09/10/2014 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ใช่ค่ะ คิดว่ารัฐบาลจีนต้องปรับแนวทางในการปฏิรูปประเทศ ให้ประชาชนมีเสรีภาพ มีสิทธิมีเสียงมากขึ้น ไม่งั้นการประท้วงคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ
แล้วจะมีมาใช้วิธีรุนแรงแบบเทียนอันเหมินก้คงไม่ได้อีกต่อไปค่ะ




.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน