• ดร.ปานปรีย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parnpree@hotmail.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 153006
  • ส่ง msg :
  • โหวต 69 คน
ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร
พูดคุยเหตุบ้านการเมือง, เศรษฐกิจเรื่องราวต่างๆ วิเคราะห์อย่างเป็นกลาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/parnpree
วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน 2557
Posted by ดร.ปานปรีย์ , ผู้อ่าน : 3471 , 17:56:47 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้



ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก กำลังถูกจับตามอง หลังจากลดลงมาอยู่ในระดับ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 WTI: 77.19 และ Brent: 82.82) ซึ่งผิดไปจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่า น้ำมันดิบจะทรงตัวอยู่ราว 100 เหรียญสหรัฐในปีนี้และปีหน้า
 
วันนี้นักวิเคราะห์ต่างมองไปกันคนละทาง บางกลุ่มเห็นว่า ราคาน้ำมันจะกลับมายืนอยู่เหนือระดับ 100 เหรียญสหรัฐ แต่บางกลุ่มกลับมองว่า น้ำมันยังคงเป็นอยู่ในระดับนี้ต่อไป จึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่า จากนี้ไปราคาน้ำมันจะขึ้นลงมากน้อยเพียงใด แต่การลดลงของราคาน้ำมัน ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจโลก เพราะทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าลดลง อำนาจในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนมีสูงขึ้น และลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศจากการนำเข้าน้ำมัน
 
ทอม เฮลบลิ่งค์ จาก IMF มองว่า ราคาน้ำมันเปลี่ยนไป 10% จะสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลง GDP โลก 0.2% ขณะที่ Goldman Sachs มองไปข้างหน้าว่า น้ำมันถูกลงและดอกเบี้ยต่ำ จะทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวในปี 2558 อีก 0.1%
 
ที่แน่นอนคือ น้ำมัน "ขาลง" ย่อมส่งผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศ ที่นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิ อย่างประเทศในกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิสูงสุดตามลำดับ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น น่าจะคลายกังวลไปได้ในระดับหนึ่งกับปัญหาราคาน้ำมันแพง เพราะจะมีส่วนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศได้
 
สำหรับอินเดีย ที่นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ถึง 52% ขณะที่ส่งออกได้เพียง 9% เป็นโอกาสที่จะปรับนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เพื่อรองรับกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาก ซึ่งอินเดียได้ทำไปบางส่วนแล้ว เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2557 นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ใช้โอกาสนี้ประกาศจะยกเลิกการอุดหนุนดีเซล พร้อมกับขึ้นราคาแก๊ส
 
ตรงกันข้ามกับบางกรณี ที่ราคาน้ำมันลดลง แต่กลับไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะทำให้รายได้ลดลงจากการผลิตและขายน้ำมันดิบ อย่างประเทศในกลุ่มโอเปค (OPEC) และ Non-OPEC เช่น รัสเซีย บราซิล แอฟริกาใต้
 
วันนี้จึงมีประเทศที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากราคาน้ำมันขึ้นและลง
 
นอกเหนือจากประเด็นในเรื่องเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ที่ลดน้อยลงและอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาด ประเทศซาอุดีอาระเบียกลับมีนโยบายสวนทางกับ OPEC อีกด้วย โดยไม่ยอมลดกำลังผลิต ทั้งที่ในอดีต ไม่นานมานี้ เมื่อราคาน้ำมันดิบลดลง ในช่วงที่เกิดปัญหาการเมืองภายในประเทศกับลิเบีย อาหรับสปริงและไนจีเรีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน ซาอุดีอาระเบียก็ประกาศลดการผลิตลงทันที เพื่อรักษาสมดุลของราคาไว้ บวกกับการที่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ค้นพบเทคโนโลยีการขุดเจาะจากชั้นหินดินดาน (Shale oil และ gas) ทำให้ลดการนำเข้าน้ำมันลงไปมาก 
 
สำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบมากจากราคาน้ำมันลง จากบทความใน The Guardian วันที่ 16 ตุลาคม 2557 ระบุว่า อิหร่านโดนหนัก เพราะลำพังการถูกห้ามส่งสินค้าออก (embargo) ก็แย่อยู่แล้ว แต่ยังถูกซ้ำเติมจากราคาน้ำมันลงอีกด้วย ทำให้มีผลกระทบต่องบประมาณของประเทศอย่างรุนแรง และหากเศรษฐกิจอิหร่านจะยืนอยู่ได้ ราคาน้ำมันต้องสูงกว่า 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เช่น เดียวกับรัสเซียที่ 105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปัจจุบันนี้รัสเซียมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถึง 70% และสำหรับเวเนซุเอลาและไนจีเรีย ก็ต้องไม่น้อยกว่า 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
 
การที่ซาอุดีอาระเบียไม่ขยับ แต่กลับปล่อยราคาน้ำมันดิบให้เป็นขาลงเช่นนี้ ดูจะผิดปกติกว่าที่เคยเป็นมา นักวิเคราะห์จึงเกิดข้อสงสัยในหลายเรื่อง เช่น ซาอุดีอาระเบียต้องการรักษาส่วนแบ่งของตลาดน้ำมันรายใหญ่ในตลาดโลกไว้ต่อไป และสกัดไม่ให้สหรัฐอเมริกาผลิตน้ำมันจาก Shale oil และ gas เพิ่มขึ้น เพราะราคาน้ำมันต่ำจะไม่คุ้มต่อการลงทุน แต่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของConoco Phillips มองว่า ขึ้นอยู่กับแหล่งการลงทุน ราคาระหว่าง 53-75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามเกณฑ์มาตรฐาน WTI ธุรกิจ shale oil และ gas ยังอยู่ได้
 
จากภาพรวมที่ว่ามานี้ ผมมองว่า ปัจจัยที่ทำให้น้ำมันดิบขึ้นลงในวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจโลกมีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันดิบอยู่มาก ตราบเท่าที่อุปสงค์น้อยและอุปทานมากกว่า ราคาน้ำมันดิบก็คงจะไม่อยู่ในช่วงขาขึ้น เพียงแต่ว่า จะลงไปมากกว่านี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องดูว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวดีขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะเอเชีย ที่นำโดยจีน ยังคงเป็นตัวพยุงเศรษฐกิจโลกได้ต่อไปมากน้อยเพียงใด
 
และดูเหมือนว่า ซาอุดีอาระเบีย โดยบริษัทน้ำมันของรัฐบาล ซาอุดี อารามโก กำลังหันหัวเรือจากเอเชียไปลดราคาน้ำมันดิบที่ส่งไปสหรัฐอเมริกาอีก 0.45 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเพิ่มราคาน้ำมันที่ส่งไปตะวันออกไกลอีก 0.95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มีผลในเดือนธันวาคม 2557 นี้
 
อีกประเด็นสำคัญ ที่ไม่อาจมองข้ามไปได้คือ การเมืองระหว่างประเทศ Pravda ของรัสเซีย วันที่ 3 เมษายน 2557 ระบุว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐอเมริกา ต้องการทำลายเศรษฐกิจของรัสเซีย ซึ่งสถานการณ์ในทำนองนี้เคยเกิดขึ้นกับรัสเซีย ในปี 2528 ที่ซาอุดีอาระเบียเพิ่มปริมาณการผลิตจาก 2 ล้าน เป็น 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงทันทีจาก 32 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลเสียหายต่อรายได้จากน้ำมันของรัสเซีย และเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การล่มสลายของรัสเซียในเวลาต่อมา ซึ่งบางฝ่ายมองว่า ซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐอเมริกา จับมือกัน กดราคาน้ำมันดิบลง เพื่อให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของรัสเซียและอิหร่าน ดังบทความในหนังสือพิมพ์
 
สำหรับกรณีนี้ คงต้องดูกันยาวว่า ข้อกล่าวหานี้มีมูลความจริงหรือไม่ เพราะถ้ามีมูลอาจเป็นตัวสร้าง "สงครามเย็น" ที่เกิดจากน้ำมันราคาถูกในศตวรรษ 21 อีกรอบก็เป็นได้
 
จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกับการเมืองระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้ผมมองว่า จากนี้ไป อย่างน้อยสองไตรมาสแรกของปี 2558 ราคาน้ำมันดิบก็จะไม่กลับไปยืนที่ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะเศรษฐกิจโลกเป็นผู้กำหนดราคา และในมุมกลับกัน ราคาน้ำมันดิบในวันนี้ ก็เป็นตัวชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น และที่มองข้ามไปไม่ได้ หากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศถูกยกระดับขี้นไปอีก จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้การคาดการณ์ราคาน้ำมันครั้งนี้ผิดไปได้
 
วันนี้ดูเหมือนบทบาทของ OPEC ที่เคยเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันแต่ผู้เดียวในตลาดโลก กำลังดิ้นรนเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ โดยไม่ลดกำลังการผลิต แต่ไปใช้กลไกราคาแทน ในขณะที่ประเทศต่างๆ มีทางเลือกใช้พลังงานอื่นมากขึ้น อย่างกรณี Shale oil และ gas หรือแม้กระทั่ง Oil Sands ที่มาจากแคนาดาที่ส่งผ่านต่อไปยังสหรัฐอเมริกา และพลังงานทดแทนอื่นๆ ขณะที่ อินเดีย ก็กำลังทำอยู่ คือลดการอุดหนุนพลังงานลงทั้งน้ำมันและแก๊ส ส่วนจีน โดย ChinaOil ก็กำลังซื้อน้ำมันตุนไว้ในสต็อกในราคาถูกถึง 20 ล้านบาร์เรล
 
ดังนั้น ผู้นำของประเทศ จะต้องมีวิสัยทัศน์เพียงพอที่จะใช้โอกาสจากการขึ้นลงของน้ำมัน กำหนดนโยบายด้านพลังงานให้ชัดเจน สอดคล้องกับสถานการณ์โลก เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานและอนาคตของประเทศครับ
 
 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สว.ขี้บ่น วันที่ : 06/11/2014 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanaphan

ราคานำ้มันในประเทศที่แพงแสนแพง ก็คงมีเหตุจากต้นทุน+ต้นเทียม...
ประการหนึ่ง อีกประการ...ก็คงต้องรีดไปชดเชย พวกที่โกงไปเป็นแสนๆล้านกระมัง...

ผมคิดว่า...เงินไปกองอยู่กับกลุ่มพลังงาน
........เทคโนโลยี่
........พ่อค้า ข้าราชการ นักการเมือง ขี้โกง
มากเกินไป....จึงเกิดภาวะเงินฝืดอืดอาดงัยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 06/11/2014 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ อาจารย์มากๆ ครับ................... นโยบายน้ำมัน + ยุทธศาสตร์ น้ำมัน ------------------ เป็น อะไร ที่มหาอำนาจ ใช้ขับเคลื่อน โลก ต่อเนื่องกันมา อย่างน้อยหลายสิบปี --------------------------------------------- ขอบคุณ อีกครั้ง.....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
4BANK วันที่ : 06/11/2014 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

เรื่องราคาน้ำมันโลก ต้องฟัง Goldman Sachs เท่านั้น เพราะที่นี่พูดทีไร ราคาน้ำมันขยับเสมอ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/11/2014 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

นั่นสิ ..
ราคาน้ำมันดิบลดลง ทำไมราคาขายปลีกในประเทศขยับขึ้น
หรือการเมืิอง?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 05/11/2014 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

สงสัยอยู่อย่างเดียวค่ะ ทำไม่ราคาน้ำมันในประเทศ

ไม่สอดคล้องกับราคาในตลาดโลก ใครเขาจะลด

ก็ลดกันไป พี่ไทยขึ้นราคาหรือไม่ก็คงราคาแพงๆ ไว้ซะงั้น


.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน