*/
  • คนเล่าเรื่อง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : danai1970@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 41
  • จำนวนผู้ชม : 174576
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2551
Posted by คนเล่าเรื่อง , ผู้อ่าน : 6367 , 00:23:02 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(Glory) เกียรติภูมิชาติทหาร ว่าด้วยประวัติศาสตร์สงครามกลางเมืองอเมริกาที่ชายชาติทหารตัวจริงต้องศึกษา

ฉากเปิดเรื่องที่สมรภูมิที่เมืองแอนตีแทม (Antietam) รัฐแมรี่แลนด์ ในระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน ปี ค.ศ. 1862 เมื่อกองทหารฝ่ายสหรัฐเข้าจู่โจมค่ายทหารของฝ่ายสมาพันธรัฐหรือฝ่ายใต้  ทหารฝ่ายสหรัฐ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าฝ่ายเหนือ) ได้เข้าต่อสู้ด้วยความห้าวหาญ มีระเบียบวินัย  ในการรบครั้งนั้น แม้ว่าจะสามารถหยุดการรุกของกองกำลังนายพลลีแห่งฝ่ายสมาพันธรัฐได้ (ซึ่งต่อไปนี้ขอเรียกว่าฝ่ายใต้) แต่ฝ่ายเหนือก็ต้องสูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมาก ทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บจนพิการ ผู้นำทหารหน่วยหนึ่งที่สำคัญในการรบครั้งนี้คือ ร้อยเอกโรเบิร์ต กูลด์ ชอว์  (Robert Gould Shaw) ซึ่งเป็นลูกของเศรษฐีจากเมืองบอสตัน รัฐแมซซาชูเซ็ท  เขาได้รับบาดเจ็บในการรบครั้งนี้ด้วย  จากนั้น เขาได้ถูกส่งกลับบ้านเกิดที่บอสตัน

รูปถ่ายของพันเอกชอว์ตัวจริง

กองทหารฝ่ายใต้ในสมรภูมิแอนตีแทม

กองทหารฝ่ายเหนือในสมรภูมิแอนตีแทม

ฉากการรบอันดุเดือดในสมรภูมิแอนตีแทม

ที่บอสตัน ร้อยเอกชอว์ได้รับการทาบทามจากผู้ว่าการรัฐแมซซาชูเซ็ทเพื่อจัดตั้งเป็นกองทหารผิวสีหน่วยแรกซึ่งก็คือ กองพันที่ 54 ประจำรัฐแมซซาชูเซ็ท รวทั้งการเลื่อนยศให้เป็นพันเอกด้วย จากนั้น เขาได้ดึงเอาเพื่อนร่วมทัพ คาบ็อต ฟอร์บส์ มาร่วมงานการจัดตั้งกองพันนี้ด้วย  บรรดาคนผิวสีทั้งหลายรวมทั้งเพื่อนเก่าแก่ของพวกเขาตั้งแต่เด็กชื่อว่า โทมัส  จึงได้อาสาสมัครเข้ามารับการฝึกเพื่อเป็นทหารเข้าร่วมรบในสมรภูมิที่พวกเขาเชื่อว่าจะนำเอาอิสรภาพและความเสมอภาคมาสู่คนผิวสี

อย่างไรก็ตาม    การเกิดขึ้นของกองทหารผิวสีนี้เองได้นำมาซึ่งการไม่ยอมรับของบรรดาแม่ทัพนายกองฝ่ายเหนือบางนายที่ยังคงมีความคิดแบบเหยียดสีผิวอยู่  และบรรดาอาสาสมัครผิวสีเหล่านี้มักถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเสมอเกี่ยวกับเงินตอบแทน ปัจจัยอยู่อาศัย อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ จนเกิดความไม่พอใจแก่อาสาสมัครเหล่านั้น พันเอกชอว์ต้องใช้กุศโลบายทุกอย่างทั้งกับเพื่อนร่วมหน่วย  ทหารใต้บังคับบัญชาโดยเฉพาะพลทหารทริปส์ (เดนเซล วอชิงตัน) ที่ยังคงมีแนวคิดไม่เชื่อในตัวของคนขาวและมักทำตัวให้มีปัญหากับเพื่อนร่วมหน่วยเสมอ  รวมทั้งผู้บังคับบัญชาเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของเขาในการจัดตั้งกองทหารผิวสีหน่วยนี้

 พันเอกชอว์กับบรรดาอาสาสมัครกองทหารผิวสี

การฝึกกองทหารผิวสีที่เข้มข้น

เมื่อเสร็จสิ้นการฝึก  กองพันที่ 54 จึงได้ออกปฏิบัติการรบในแนวหน้า  ช่วงแรก หน่วยต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของพันเอกมอนต์โกเมอรี่  ผู้บังคับบัญชากองทหารผิวสีที่มีพื้นเพมาจากทาสของรัฐฝ่ายใต้ (กองพันที่ 54 มีพื้นเพจากคนผิวสีธรรมดาสามัญหรืออาจมีการศึกษาอย่างโทมัส) กองทหารหน่วยนี้ไม่ได้มีความสามารถในการรบและไม่ได้ออกรบอย่างจริงจัง กลับมีความประพฤติไม่ต่างกับกองโจรที่ปล้นสะดมชาวบ้านภายใต้การรู้เห็นเป็นใจของผู้บังคับบัญชาและรับส่วยจากการปล้นไปในตัว  (คล้ายๆ กับบางพรรคการเมืองที่เล่นการเมืองในสภาเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ใช้พวกข้างนอกสภาไปเล่นการเมืองข้างถนนอีกกว่าครึ่ง) และพวกเขายังได้รับแต่ภารกิจในการใช้แรงงานเป็นกรรมกรเป็นหลัก

กองพันที่ 54 เดินสวนสนามเพื่อออกสู่สมรภูมิ

พันเอกชอว์จึงต้องใช้เส้นสายของพ่อกับการเจรจาต่อรองกับผู้บังคับบัญชาโดยขู่ที่จะเปิดเผยเบื้องหลังความโสมมของพวกเขา  เพื่อขอนำหน่วยทหารออกรบ (คงต่างจากทหารและตำรวจไทยในตอนนี้ที่ใช้เส้นสายในการต่อรองเพื่อหลีกหนีการลงไปประจำการในพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้) และแล้ว ในวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1863  ที่เจมส์ไอส์เลนด์ (James Island) รัฐเซาท์แคโรไลน่า กองพันที่ 54 จึงได้ทำการรบเป็นครั้งแรกได้อย่างห้าวหาญ และเข้มแข็งจนสามารถตีโต้กองกำลังของฝ่ายใต้จนต้องถอยร่นไป พลทหารทริปส์ได้รับคำชมเชยจากการต่อสู้อย่างห้าวหาญ แต่เขายังปฏิเสธไม่รับตำแหน่งผู้ถือธงของหน่วย แต่เขาก็ได้อุทิศตัวอย่างเต็มที่แล้วกับกองพันที่ 54

ในการรบที่ฟอร์ตว้ากเนอร์  (Fort Wagner)  ใกล้กับเมืองชาร์ลสตัน (Charleston) มลรัฐเซาท์แคโรไลน่า พันเอกชอว์ได้อาสาที่จะนำกองพันที่ 54 เข้าตีเป็นหน่วยแรกด้วยความมุ่งมั่น แล้วกองพันที่ 54 จึงเข้าสู้สนามรบอย่างมีเกียรติท่ามกลางกองทหารหน่วยอื่นๆ (คงต่างจากทหารและตำรวจไทยในตอนนี้เช่นกัน ที่มองว่าการลงไปประจำการภาคใต้กลายเป็นเรื่องของความซวยมากกว่าความมีเกียรติ) ในวันที่ 18 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1863 ช่วงเวลาเย็น กองพันที่ 54 จึงได้ทำการเข้าตีอย่างห้าวหาญไปจนดึก  (ซึ่งตามประวัติศาสตร์ได้กล่าวว่ากองพันที่ 54 สูญเสียกำลังไปกว่าครึ่ง มีทหารถูกฆ่าไป 116 นาย บาดเจ็บและถูกจับไป 156 นาย พันเอกชอว์เสียชีวิตในสนามรบ ไม่สามารถเอาชัยชนะได้)  ทหารที่ตายในสนามรบรวมทั้งพันเอกชอว์ได้ถูกฝ่ายใต้นำมาฝังรวมกันแบบไร้พิธีการใดๆ (ปกติ ฝ่ายใต้จะให้เกียรติแก่ข้าศึก ด้วยการพิธีการฝังศพนายทหารแยกจากบรรดาพลทหาร)

 ป้อมฟอร์ตว้ากเนอร์ไม่เคยถูกยึดได้  แต่หลังการรบ เมื่อข่าวความกล้าหาญของกองพันที่ 54 เผยแพร่ออกไป  สภาคองเกรสได้อนุญาตให้จัดตั้งกองกำลังทหารผิวสีเพิ่มเติม และมีอาสาสมัครกว่า 1 แสน 8 หมื่นคน และอาสาสมัครเหล่านี้เองที่มีส่วนในการเปลี่ยนทิศทางของสงคราม

ทุกวันนี้  มีอนุสาวรีย์ของพันเอกโรเบิร์ต กูลด์ ชอว์และกองพันที่ 54 อยู่ใน Boston Common—Augustus Saint-Gaudens เมืองบอสตัน รัฐแมซซาชูเซ็ท

กองพันที่ 54 เดินเข้าสู่สมรภูมิท่ามกลางเสียงโห่ร้องของหน่วยอื่นๆ

กองพันที่ 54 เตรียมเข้าตี

ฉากรบอันดุเดือดที่ฟอร์ตว้ากเนอร์

กองพันที่ 54 ตีฝ่าเข้าไปในป้อมฟอร์ตว้ากเนอร์

 ศพของพันเอกชอว์ถูกนำมาฝังรวมกับพลทหารกองพันที่ 54

กลอรี่นับเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา 1 ในไม่กี่เรื่องที่สร้างภาพให้ทหารฝ่ายสหรัฐเป็นพระเอก  ก่อนหน้านี้และหลังจากนั้น  ฝ่ายสหรัฐเป็นผู้ร้ายมาตลอด (แม้แต่ในเรื่องนี้ บางช่วงตอน ฝ่ายเหนือก็มีฉากเป็นผู้ร้ายด้วยจากการใช้ทหารผิวสีปล้นสะดมชาวบ้าน)

การที่ฝ่ายเหนือเป็นผู้ร้ายมาตลอดนั้น  ถ้าผู้ใดที่ได้คลุกคลีกับสังคมอเมริกันมาตลอดจะพบว่า ที่จริงแล้ว ฝ่ายใต้หรือกลุ่มรัฐทางใต้เป็นรัฐที่ทำการเกษตรเป็นหลัก  การมีทาสนับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเกษตรยุคเก่าที่เครื่องจักรและเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า  การยกเลิกระบบทาสแบบฉับพลันทันใดจึงเป็นการทุบหม้อข้าวของรัฐทางใต้ซึ่งสร้างความไม่พอใจจนเกิดการแยกตัวออกเป็นประเทศอิสระ  นอกจากนี้ สังคมของรัฐทางใต้ยังเป็นสังคมเกษตรกรรม มีความผูกพันสมัครสมานสามัคคีเป็นอย่างดี  ภาพลักษณ์ของรัฐทางใต้จึงดูสวยงาม เป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแบบสังคมชนบท  การรุกรานของฝ่ายเหนือจึงเปรียบเสมือนกับการทำลายสังคมอันสวยงามนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นการต่อสู้เพื่อรวมชาติก็ตาม (ถ้าจะพูดถึงจิตใจ ความห้าวหาญ และความชำนาญของทหารและผู้นำกองทัพฝ่ายใต้ นายพล โรเบิร์ต อี ลี ก็นับว่าเหนือกว่าฝ่ายเหนือยิ่งนัก)  แน่นอนครับ พฤติกรรมของทหารฝ่ายเหนือบางกองก็ไม่แตกต่างจากทหารอังกฤษในยุคสงครามประกาศเอกราชของเมริกาด้วย คือ การปล้นสะดม ทำลายบ้านเรือนและเมืองที่ยึดได้  ถึงแม้ว่าอุดมการณ์ของรัฐฝ่ายเหนือจะเป็นสิ่งที่ตรงกับปรัชญาและหลักการของการก่อตั้งประเทศอเมริกาเพียงใด  ก็ยังไม่อาจลบภาพความเป็นผู้ร้ายของฝ่ายเหนือได้อยู่ดี  เคยมีนักประวัติศาสตร์บางท่านวิจารณ์ว่า อับราฮัม ลินคอล์นดำเนินนโยบายผิดพลาดในการเลิกทาสอย่างกะทันหันจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง  และปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่านก็เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในทำให้เกิดสงครามครั้งนี้  และทำให้ชื่อเสียงของท่านต้องมัวหมองไปพอสมควร (ผมคาดคะเนว่า พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 คงได้ทรงศึกษาการเลิกทาสของอเมริกาพอสมควร  พระองค์จึงทรงเลิกทาสโดยใช้กุศโลบายแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้เกิดการขัดแย้งจนต้องเสียเลือดเนื้อ)

 แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ความเป็นพระเอกและฝ่ายถูกต้องของฝ่ายเหนือนั้นถูกสร้างไว้ในภาพยนตร์ด้วยอุดมการณ์ของพันเอกชอว์ ผู้เป็นนักการทหารซึ่งมีอุดมการณ์ทางทหารที่แข็งแกร่ง อุดมคติทางการเมืองที่แน่วแน่  ได้สร้างภาพลักษณ์ของจิตวิญญาณความเป็นอเมริกันตามเจตนารมณ์ของคณะผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้  (ถึงแม้ว่าในภาพยนตร์  เขาจะมีบุคลิกและอารมณ์ที่อ่อนไหวแบบศิลปินจนกลายเป็นอ่อนแอไปบ้าง  (ทั้งๆ ที่ช่วงต้นเรื่อง เขาเข้มแข็งเสียจนสามารถนั่งรับการรักษาพยาบาลและมองดูพลทหารร้องโหยหวนจากการถูกหมอตัดขาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน)  แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเด็ดขาดทั้งภายในและนอกหน่วยทหาร  เขาก็ทำได้อย่างดี) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจเป็นการสร้างความรู้สึกและความเข้าใจอันถูกต้องต่อความห้าวหาญและอุดมการณ์ของนักรบฝ่ายเหนือได้  และยังเป็นการประกาศถึงความชอบธรรมที่ฝ่ายเหนือจะต้องทำสงครามกับฝ่ายใต้ไม่ใช่เพียงการรวมชาติ แต่เป็นการสร้างชาติใหม่ในอุดมคติที่แท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงนำเสนอก็คือ การไม่ยอมรับคนผิวสีเข้าเป็นพลพรรคร่วมรบ  ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารต่างๆ ยังมองว่าสงครามอันเป็นเรื่องเกียรติภูมิของชาติทหารนั้นสมควรจะเป็นหน้าที่ของคนผิวขาว การจัดตั้งกองทหารผิวสีในเบื้องต้นเป็นเพียงการสร้างภาพประชาสัมพันธ์เท่านั้น (คล้ายๆ กับการตั้งเอาบุคคลที่ไม่ถูกกับฝ่ายตรงข้ามตัวมาตรวจสอบการกระทำผิดเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม เพื่อสร้างภาพว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง)  แต่สุดท้าย ก็เป็นไปตามสูตร คือ กองทหารผิวขาวต้องยอมรับและสรรเสริญในความกล้าหาญของกองพันที่ 54 ในการอาสาเข้าตีค่ายฟอร์ด ว้ากเนอร์

 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเสนอเช่นเดียวกับภาพยนตร์สงครามแนวดราม่าทั่วไปก็คือ ความเลวร้ายของสงครามที่เต็มไปด้วยการเสียเลือดเนื้อของทหารที่ทำการรบและความทุกข์ยากของประชาชน  รวมทั้ง  ความขัดแย้งที่น่าจะเจรจากันได้แทนการใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกัน

ไม่แน่ใจว่า การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้  ผู้สร้างได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มหรือองค์กรใดที่นิยมฝ่ายเหนือหรือไม่ และไม่ทราบเหมือนกันว่า ภายหลังจากที่ออกฉายได้เกิดกระแสอะไรขึ้นบ้างเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองที่ผ่านมาในสังคมอเมริกันเวลานั้น

อีกประการครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการกำกับศิลป์ที่ยอดเยี่ยมทีเดียวครับ การเลือกเอาแมททิว บรอเดอริกมารับบทผู้พันชอว์และการกำกับศิลป์ที่ยอดเยี่ยมทำให้บรอเดอริกกลายเป็นผู้พันชอว์ได้อย่างกลมกลืนมากครับ ส่วนเดนเซล วอชิงตันก็สามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขาตัวประกอบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จขั้นต้นในอาชีพการแสดงของเขา  การนำเสนอฉากการรบก็มีความจริงจัง รุนแรง  และนองเลือด แต่ไม่ถึงกับป่าเถื่อน

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ สังเกตได้ว่า การรบโดยใช้ปืนไรเฟิลแบบคาบศิลาในยุคนั้น  ต้องตั้งแถวยิงกันซึ่งๆ หน้า เพราะข้อจำกัดของวิถีกระสุนและประสิทธิภาพของปืนในยุคนั้น  ดังนั้น ถ้ากองทหารฝ่ายใดมีความชำนาญในการบรรจุกระสุน ความแม่นยำในการยิง  และที่สำคัญคือ ต้องมีระเบียบวินัยในการแปรรูปขบวนแถวเพื่อการยิงอย่างมีประสิทธิภาพ   ก็จะมีความได้เปรียบในการรบเป็นอย่างมากก่อนจะถึงขั้นตัดสินแพ้ชนะโดยการรบประชิดตัว  ยุทธวิธีการรบแบบนี้วิวัฒนาการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นั่นแหละครับ  ด้วยประสิทธิภาพของกระสุนและอาวุธที่ร้ายแรงขึ้น ทำให้การรบไม่สามารถทำในลักษณะเผชิญหน้ากันตรงๆ หากแต่กลายมาเป็นยุทธวิธีแบบที่ใช้กันมาในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึงปัจจุบันนี้ครับ

อ่านเพิ่มเติม

 http://en.wikipedia.org/wiki/Robert_Gould_Shaw

th.wikipedia.org/wiki/สงครามกลางเมืองอเมริกา - 45k

http://www.geocities.com/thailandgun/GunStory/Carbine2/carbine2.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Battle_of_Antietam

นักแสดง: Matthew Broderick, Denzel Washington, Cary Elwes, Morgan Freeman 

ผู้กำกับ: Edward Zwick 

ระบบเสียง: English 5.1 Dolby Digital, French Surround, Portuguese, Spanish Mono 

ซับไตเติ้ล: Chinese, English, French, Korean, Portuguese, Spanish, Thai 

รูปแบบวิดีโอ: Anamorphic Widescreen 16:9, Full Screen / Pan & Scan / 1.33:1, Widescreen 1.85:1 

สตูดิโอ: Columbia Tristar 

ความยาว: 2 ชั่วโมง 2 นาที 

วันที่จำหน่าย: 11.05.2004 

ปีที่ผลิต: 1989 

คำพูดจากภาพยนตร์

ช่างเป็นวันที่ยิ่งใหญ่และเจ็บปวด

(A great and terrible day.)

(ผู้ว่าการรัฐแอนดรูว์กล่าวกับพันเอกชอว์ถึงสมรภูมิแอนตีแทมก่อนทาบทามให้เป็นหัวหน้าหน่วยทหารผิวสี)

ถ้าทุกสิ่งยังเป็นไปอย่างย่ำแย่  ผมก็สงสัยว่าผมจะไม่ได้จบชีวิตด้วยการเป็นผู้นำกบฏของหน่วยทาสผู้ลี้ภัย

 

(If things continue to go badly, I wonder if I might not end my day as an outlaw leader of a band of fugitive slaves.)

ผมอยู่ในตำแหน่งที่ถ้าหากว่าผมเป็นคนเข้มแข็ง ผมอาจทำสิ่งที่สำคัญได้

(I am placed in a position where, if I were a man of real strength. I might do a great deal.)

(พันเอกชอว์รำพึงรำพันขณะออกตรวจการในหน่วย)

ตลอดเวลาที่ฉันขุดหลุมฝังศพ (ทหารฝ่ายเหนือ) ฉันก็ถามตัวเองเสมอว่า โอ พระเจ้าเมื่อไร จะถึงเวลา (ได้ต่อสู้ในสงคราม) ของพวกเรา

(An all the time I’m digging, I’m asking myself, “when? Oh Lord is it gonna be our time?)

(จ่าสิบตรีรอว์ลินส์หัวหน้าหมู่กองทหารผิวสีกล่าวกับพลทหารทริปส์)

ฉันไม่เคยมีครอบครัว แต่พวกนาย (กองพันที่ 54) เป็นครอบครัวเดียวที่ฉันมี

 

(I ain’t never had family y’all’s (you all is) my family)

สิ่งที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้ไม่มีอะไรมาก  เพราะเราคือลูกผู้ชาย (ผู้กล้าหาญ)

(Ain’t much matter happens tomorrow, cause we men ain’t we?)

(พลทหารทริปส์กล่าวกับเพื่อนร่วมหน่วยในคืนวันก่อนออกรบที่ฟอร์ตว้ากเนอร์)

ถ้าผมต้องล้ม (ตาย) จดจำสิ่งที่คุณเห็นที่นี่ด้วย

 (If I should fall, remember what you see here.)

(พันเอกกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนออกรบที่ฟอร์ตว้ากเนอร์)

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปฐม วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ผมจำได้ว่าเรื่องนี้ผมเคยเขียนถึงหนแล้วที่นี่แหล่ะพี่ ดีจังได้คนมาลงรายละเอียดในเรื่องนี้อีกหน หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผมชอบมาก และไม่มีปรากฏว่าหนังเรื่องนี้จะถูกลดราคาเป็นหนังเกรดต่ำแต่อย่างใด

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาจากไดอารี่ที่ชอว์เขียนถึงแม่ (จดหมายมั้งถ้าจำไม่ผิด) เห็นแล้วก็ยอมรับชอว์ด้วยใจจริง ๆ ไม่มีถอดใจง่าย ๆ ถ้าเป็นผมเจอสกัดดาวรุ่งแบบนั้นผมคงรับไม่ไหวแน่นอน และที่ซึ้งสำหรับผมก็คงเป็นตอนที่ เดนเซล วอชิงตัน มาวิ่งถือธงแทนตอนที่คนถือธงล้มคว่ำลงไป

เรื่องนี้เป็นความสวยงามอีกแง่มุมของสงครามที่หาได้น้อย มันเป็นภาพแห่งมิตรภาพของมนุษยชนจริง ๆ ผมเองก็ไม่เข้าใจว่า เหตุใดหลังจากเหตุการณ์อมิสตาทจบแล้ว คนดำยังถึงถูกรังเกียจรังงอนอยู่

แม้หลังจากเหตุการณ์กลอรี่จบ คนดำได้เป็นทหารแต่ก็ยังเป็นพลเมืองชั้นสองของอเมริกัน อเมริกันในยุคเริ่มต้นนี่ก็ไม่แตกต่างจากไทยเท่าไหร่เลยนะครับ รังเกียจรังงอนมีปัญหาเรื่องเผ่าพันธ์

แต่เหตุใดเขาเจริญหว่า...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
eggs วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psitirat
“All truths are easy to understand once they are discovered.” Galileo 

หนังเรื่องนี้ พี่ยังไม่เคยดูนะ มาตามคำแนะนำของคุณ daniel และพี่ก็ตั้งใจอ่านด้วย บางย่อหน้าอ่านถึง ๒ ครั้ง เพราะกลัวจะไม่เข้าใจและขาดอรรถรส แต่เนื้อหาในเอ็นทรี่นี้ด้านขวาเสียไป บางบรรทัดต้องเดาเอาด้วย อาจเป็นเพราะเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคบางอย่างในการโพสต์...หนังเรื่องนี้ เอามาฉายที่ยูบีซีแล้วหลายรอบ พี่ก็ไม่มีโอกาสได้ดู เพราะไม่มีเวลา จำได้ในตอนหนึ่งที่เดินผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เห็นชาวผิวดำกำลังร้องเพลงปลุกใจ เหมือนกับว่า พรุ่งนี้จะออกสงครามแล้ว เห็นหน้าพระเอกวอชิงตันกับลุงฟรีแมนด้วย คิดว่าใช่แน่นอน และพี่จะหาทางดูให้ได้นะ...

...เมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีก่อน พี่เคยแปลประวัติของนายพลโรเบิร์ต อี ลี ลงในหนังสือดิฉันด้วยนะ จำไม่ได้ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร หาไม่เจอทั้งต้นฉบับภาษาไทยและอังกฤษ ... หนังเรื่อง glory นี้ คุณแดเนียลเขียนดีแล้ว ไม่ยาว และเข้าใจง่ายครับ ...

... แหม...คุณ daniel ยังอุตส่าห์เอาเนื้อหาในหนังเรื่องนี้มาเปรียบเทียบเหน็บพรรคการเมืองไทยที่เล่นการเมืองทั้งในสภาและนอกสภา...ตอนหนึ่งที่คุณ daniel บอกว่า “ต่างจากทหารและตำรวจไทยที่มองว่า หากได้รับคำสั่งให้ไปประจำการในภาคใต้ ถือว่าเป็นความซวยมากกว่าการมีเกียรติ” พี่ขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะถูกพาดพิงว่า ทหารหรือตำรวจไทยหากได้รับคำสั่งให้ไปประจำการที่ภาคใต้ แม้เจ้าหน้าที่ทั้งสองเหล่าจะพูดในทำนองว่า “ซวยหละสิเรา” แต่เขาก็ไป ยิ่งกว่านั้น มีหลายคนขอ”สมัครไป”ด้วยครับ...

... สำหรับผู้ที่บอกว่า “ซวย” นั้น ก็เพราะว่า อ้ายโจรใต้มันไม่ได้”สู้อย่างลูกผู้ชาย” มันหน้าตัวเมียครับ มันใช้ระเบิดแสวงเครื่อง ลอบยิงรถนักเรียน ลอบยิงทหาร/ตำรวจรถไฟโดยพรางตัวเป็นชาวท้องถิ่น ยิงครู ทหาร ตำรวจ...จำได้ไหมครับ เรื่องนาวิกโยธินของไทย ๒ นายถูกมันจับมัดมือไขว้หลัง เอาโล่ผู้หญิงมายืนกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ของเราเข้าไปช่วย แล้วมันเอารังมดมาขยี้บนตัวและทุบจนตาย ทั้ง ๆ ที่ทั้ง ๒ นายลงจากรถยนต์ไปโดยไม่มีอาวุธ เพราะเชื่อว่า คงไม่เป็นไร เพราะรู้จักคนในพื้นที่ คนในพื้นที่นั่นแหละ”ตัวดี” พี่เกลียดโจรใต้หน้าตัวเมียมาก ... ทำไมต้องเข่นฆ่ากันเพื่อแยกแผ่นดิน? ทำไมไม่ร่วมกันพัฒนาประเทศ? ไทยกับมุสลิมก็เหมือนนั่นแหละ หรือว่า ศาสนาของเขาสอนว่า ห้ามไม่ให้อยู่ร่วมกันพัฒนากับชาติอื่น? หรือเขาจะเอาปัตตานีที่อ้างว่าเมื่อ ๒๐๐ ปีก่อนเป็นของเขาคืน? เอ๊...หรือเราจะเอาพระวิหารคืนบ้าง? อ้าว ไปโน่นเลย....

... ต่างกับทหารฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ของสหรัฐฯ ครับ เพราะเครื่องแบบมันบอกฝ่าย และสู้กันอย่างลูกผู้ชาย ... แต่ทาง ๓ จชต.ของไทยเรา มันแต่งตัวปกติเหมือนชาวบ้านทั่วไป เดินเข้ามาใกล้ ๆ ชักปืนสั้นออกจากถุงกระดาษ จ่อยิงระยะน้อยกว่า ๑ เมตร ไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัว นี่แหละครับ ที่ทหาร/ตำรวจไทย หากถูกสั่งให้ไปประจำการที่นั่น ยังไง ๆ ก็จำต้องบอกว่า “ซวย”

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ครูแก้ว วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korming
If you tell the truth, you don't have to remember anything.


เยี่ยมครับ ผมชอบฉากจบ ทำให้รู้สึกว่า เราเลือกที่จะตายได้อย่างมีคุณค่า และมีศักดิ์ศรี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
feng_shui วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เล่าเรื่องได้น่าติดตามเช่นเคยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daniel

ขอบพระคุณ กอง บ.ก. โอเคเนชั่น อีกครั้งครับ กับการได้รับเลือกเป็นเรื่องแนะนำ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ผมโชคดีที่เคยได้ไปเยี่ยมเยือน พิพิธภัณฑ์อยู่สองแห่ง ที่มีประวัติของผู้การชอว์ อยู่อย่างละเอียด คือ ที่ฟอร์ท ซัมเตอร์ เซาท์คาโรไลน่า ป้อมแห่งนี้เป็น"เสียงปืนแตก" ที่แรกที่ฝ่ายเหนือ-ใต้ รบกัน

อีกที่ คือ เก็ตตี้สเบิร์ก ที่ได้ไปเดินชมทั้งพิพิธภัณฑ์ ทั้งทุ่งโล่ง

สมัยก่อน ที่สงครามเป็นแบบเดินหน้าฆ่ามัน ฝ่ายบุกต้องเดินไปตายอย่างองอาจตามแต่นายสั่ง ใครโดนยิง คนถัดไปเดินเข้ามาแทนนั้น ในสายตานายเหนือ นี่คือลูกผู้ชาย แต่ครอบครัวลูกน้องเสียพ่อ/ผัวไป ก็ถือว่าเสียให้กับวสังคม น่าเศร้านัก

นายเอง แม้จะรู้ว่าลูกน้องต้องละลายทั้งกองเพื่อเปิดช่องให้กำลังระลอกใหม่เข้าไปยึดชัย ก็ต้องสั่ง ลูกน้องก็พร้อมที่จะตาย ถึงนายจะไม่ตายไปด้วยก็ต้องรู้สึกกล้ำกลืนบ้างไม่มากก็น้อย


เรื่อง glory ผมชอบดูฉากสุดท้ายครับ การเข้าตีต้องทุ่มชีวิตอย่างเต็มที่ ถ้าจิตวิญญาณขวัญกำลังใจไม่มุ่งมั่น เจอเครื่องกีดขวางสาหัสเช่นนั้น วิ่งหนีตั้งแต่ลูกปืนใหญ่ลูกแรกตกเเล้วครับ

สิ่งที่ทำให้ขวัญดี คือต้องระลึกว่า เราต้องทำเพื่อชาติ เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิตเรา ถึงตัวจะตาย แต่สิ่งนั้นจะตายไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 


ชาติไทยจะยิ่งใหญ่ เมื่อคนไทยรู้รักสามัคคี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
บังใบ้ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 00.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bangbai
เพียงผ่าน...จึงสัมผัส

หนังน่าดูน่ะครับแล้วผมจะหามาดูให้ได้
.........................................................................
++...ขอเชิญร่วมรำลึกถึงคุณครู พร้อมกับแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพื้นที่ด้ามขว้านกันได้ที่บล๊อกบังใบ้(หนุ่ม มอ.ตานี)น่ะครับ...++

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
redribbons07 วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 00.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

มีแต่หนังน่าดูทั้งนั้นเลย แต่ยังไม่ได้ดูสักเรื่องน่ะ ค่ะ




ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daniel

เจิมเองก่อนดีกว่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน