*/
  • ภัทรพร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : patarapornmo@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-08
  • จำนวนเรื่อง : 91
  • จำนวนผู้ชม : 257256
  • จำนวนผู้โหวต : 139
  • ส่ง msg :
  • โหวต 139 คน
สัญญาณอันตราย ทำงานหนักไป

10 อาการบ่งชี้ว่า คุณทำงานหนักไปแล้ว

View All
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2558
Posted by ภัทรพร , ผู้อ่าน : 3133 , 14:54:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ทางแก้ว , แม่หมี และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

ไปญี่ปุ่นทริปนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ใช้สิทธิ ไม่ต้องขอวีซ่า หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นมีนโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับชาวไทยที่จะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นกว่า 2 ปีมาแล้ว ถือว่า เป็นการไปเที่ยวพักผ่อน ครั้งนี้ไปกับครอบครัวไปแบบตั้งตารอคอย...

ครั้งก่อนที่ไปญี่ปุ่นเมื่อกว่า 3 ปีมาแล้วต้องขอวีซ่าแบบเร่งด่วน และเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก เพราะเป็นการไปทำงาน ทำข่าวเรื่องสึนามิครั้งใหญ่ที่เมืองเซนได และยังตามมาด้วยแรงแผ่นดินไหว ส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีปัญหา สารกัมมันตรังสีรั่วไหลอีก กรี๊ดๆ จำได้ว่า ติดตามคณะเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยเข้าไปรับชาวไทย ออกจากเมืองเซนได ต้องมีการวางแผนเพื่อหลบเลี่ยงเส้นทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ทำท่าเหมือนจะควบคุมไม่อยู่ เลยต้องนั่งรถนานกว่าเดิมหลายชั่วโมง พอไปถึงตอนค่ำ ได้พบน้ำใจของคนไทยในต่างแดน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ เจ้าของร้านอาหารไทยที่นั่นทำข้าวผัดแจกสื่อ เจ้าหน้าที่และคนไทยที่จะกลับออกมา เพื่อรองท้องกันหิว ประทับใจในน้ำใจคนไทยจริงๆ เอ้า เล่าซะ ยาวเชียว ครั้งนั้นถือเป็นประสบการณ์การทำข่าวที่ดี น่าจดจำ และเก็บไว้เล่าให้ลูกฟังได้ หุหุ

กลับมาที่ทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณน้องสาวสุดที่รักอีกแล้ว ที่ทำการติดต่อประสานงานทุกอย่าง ส่วนดิชั้นก็ช่วยให้คำปรึกษาเป็นระยะ ตามสไตล์ผู้บริหารค่ะ สุดท้ายลงตัวที่ 3 เมืองคือกรุงโตเกียว เกียวโต และนครโอซาก้า อยู่นาน 8 วัน รวมวันเดินทางค่ะ

 เนื่องจากครั้งนี้ เป็นการไปแบบไม่ได้ศึกษาข้อมูลสถานที่ใดๆ เลย เป็นการไปเพื่อใช้เวลากับครอบครัวเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง จึงไม่มีข้อมูลเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวมาเล่ามากนัก เอาเป็นว่า ขอเล่าเรื่องต่างๆ จากสิ่งที่ประทับใจ หรือที่ดิชั้นมองว่า เป็นเกร็ดน่าสนใจที่พบเจอจากทริปครั้งนี้มาเล่า ตามรุปภาพประกอบจะดีกว่านะคะ ไปเริ่มกันเลยค่ะ หมวดนี้จะขอเป็นหมวด ป้าย หรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ค่ะ

ปล. ต้องขอขอบคุณ คุณเพื่อนกูรูญี่ปุ่น ที่ช่วยแปลภาษาให้ เพราะดิชั้นจนปัญญา อาริกาโตะจริงๆ ขอมอบเครดิตให้นาง ณ จุดนี้นะคะ การันตีความถูกต้องด้วยดีกรีเอก ภาษาญี่ปุ่น จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาค่ะ ขอขอบคุณคำอธิบายเพิ่มเติมประกอบเรื่องด้วยค่ะ

 

 

ด้านหลัง เป็นเครื่องกดเครื่องดิ่มธรรมดาทั่วไป บ้านเราก็มี แต่ที่น่าสนใจคือ เครื่องนี้มีทั้งเครื่องดื่มร้อน และเย็นให้บริการ โดยจะมีสัญลักษณ์เป็นเครื่องดิ่มเย็น ป้ายจะเป็นสีน้ำเงิน ส่วนเครื่องดิ่มร้อน ป้ายจะเป็นสีแดง ผู้บริโภคสามารถเลือกกดผลิตภัณฑ์ made in Japan ได้ตามชอบใจนะคะ ส่วนเด็กน้อยเสื้อน้ำเงินคนนี้ Made in Thailand ขนานแท้ค่ะ แม้จะกระเดียดคล้ายๆ Chinese เล็กน้อย  

 

 

 

ป้ายนี้ ถ่ายบนรถไฟฟ้าหัวกระสุนชินคันเซ็นค่ะ ดิชั้นว่า น่าสนใจตรงที่มีเขียนระบุว่า “กรุณาปิดโทรศัพท์มือถือของท่านให้เป็นระบบสั่น หรือปิดเสียงด้วย” โดยภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า “manner mode” คำนี้เพื่อนดิชั้นบอกว่า ถือเป็นการเลือกใช้คำของชาวญี่ปุ่น ที่แสดงให้เห็นถึงมารยาทของการอยู่ร่วมกันของเค้า และลักษณะนิสัยที่มักคำนึงถึงคนอื่นเสมอ

นอกจากนี้ เวลาชาวญี่ปุ่นอยู่บนรถไฟ จะไม่คุยโทรศัพท์กัน เป็นมารยาทของเขาที่จะใช้ chat อย่างเดียว หรือไม่ก็อ่านหนังสือ โดยเท่าที่ดิชั้นนั่งรถไฟสัญจรไปมาอยู่หลายวัน ไม่เคยได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังเลยแม้แต่ครั้งเดียว ต่างจากบ้านเรานะคะ มีให้ได้ยินอยู่ตลอดๆ แถมยังเผื่อแผ่บนสนทนาให้เราได้ยินกันด้วย

ระหว่างทริปนี้ มีอยู่ครั้งนึง ดิชั้นซึ่งพก wifi ไปเล่น ไม่ได้ปิดเสียงโทรศัพท์ ทำให้ Line ดังเป็นระยะๆ หลังจากที่เสียงดังขึ้น 5 วินาที มีสายตาพิฆาต พร้อมเสียงเหวี่ยงเตือนให้ปิดเสียงโดยด่วน... ไม่ใช่จากใครที่ไหน จากน้องสาวดิชั้นเองค่ะ เธอเป็นอาจารย์ค่ะ นักเรียนทำผิดกฎไม่ได้นะคะ พูดเลย!!!  

 

ตรงนี้ เป็นป้ายที่อยู่ที่พื้นชานชาลาค่ะ บอกให้รู้เลยว่า เราซื้อตั๋วเบอร์อะไร อยู่ตู้หมายเลขอะไร รถไฟจะจอดตรงนี้ เราสามารถยืนคอยตามจุดที่ mark ไว้ได้เลย เนื่องจากรถไฟชินคันเซ็น เมื่อมาถึงสถานี จะหยุดอยู่สถานีละ 1-2 นาทีเท่านั้น เราจึงจำเป็นต้องไปยืนเตรียมพร้อมรอที่ตู้รถไฟ ตามที่นั่งของเราค่ะ ถือเป็นระบบที่ดีมากค่ะ

 

 

ป้ายอันนี้ เตือนห้ามใช้ลิฟท์ หากเกิดเหตุไฟไหม้หรือ แผ่นดินไหว คงไม่ได้เห็นเขียนในเมืองไทยแน่ๆ เพราะประเทศเราเกิดเหตุแผ่นดินไหวน้อยมาก แต่ที่ญี่ปุ่นเค้าเกิดกันบ่อยมากค่ะ ว่ากันว่า ปีละหลายร้อยครั้ง หรือข้อมูลบางแห่งบอกปีละเป็นพันๆ ครั้ง (แรงสั่นสะเทือนมากน้อย รวมๆ กันนะคะ บางครั้งอาจไม่สามารถรู้สึกได้ค่ะ)

อย่างบ้านเรา หรือประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ จะใช้มาตรวัดเป็นริคเตอร์ แต่ที่ญี่ปุ่นจะนิยมใช้สเกลเรียกว่า ชินโด (shindo) ซึ่งจะบรรยายถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวว่า ณ จุดที่เกิดเหตุ ผู้คนจะรู้สึกอย่างไรบ้าง เช่น ระดับชินโด1 เป็นแรงสั่นสะเทือนที่คนยืนอยู่นิ่งๆ หรือคนที่ไม่เคลื่อนไหวเท่านั้นจึงจะรู้สึกถึงแรงแผ่นดินไหว ระดับชินโด2-ชินโด4 แรงสั่นสะเทือนจะเล็กน้อยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ขณะที่ระดับชินโด5 ต้องระวังสิ่งของตกจากที่สูง และชินโด6-7 จะก่อความเสียหายที่มากขึ้น เป็นต้น

 

 

 

อันนี้เป็นป้ายเตือนระวังประตูหนีบ ที่ติดไว้กับลิฟท์ค่ะ แปลได้ว่า “โปรดระวังประตูหนีบ กรุณาอย่าเอามือเข้าไปแหย่ประตูเพราะอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้” ดิชั้นเห็นว่า น่ารักดี แล้วคุณพ่อดิชั้นเองก็มองว่า เออ ดีนะมีป้ายเตือนแบบนี้ คือเค้าคงห่วงเด็กๆ หรือหลานหนะค่ะ ว่าจะโดยประตูหนีบเอา ในบางครั้งเราอาจจะดูว่า ป้ายเหล่านี้ บอกในเรื่องที่คนรู้อยู่แล้ว แต่การติดป้ายเตือน ดิชั้นมองว่า ไม่เสียหายค่ะ บางครั้งมันเป็นการกระตุ้นเตือนให้เราระมัดระวังมากยิ่งขึ้น อาจช่วยป้องกันการบาดเจ็บ หรือรักษาชีวิตได้ค่ะ

เพื่อนดิชั้นขนายความส่วนนี้ว่า ป้ายแต่ละอันของชาวญี่ปุ่นจะเขียนไว้ค่อนข้างละเอียด มีข้อความอธิบาย แสดงให้เห็นถึงคามใส่ใจของชาวญี่ปุ่น ที่ชอบอธิบายเพื่อความชัดเจน

 

ตลอดทริปนี้ ได้เจอห้องน้ำในญี่ปุ่น ซึ่งมีหลายประเภทมาก ทั้งห้องน้ำแบบยองๆ ห้องน้ำแบบชักโครก ห้องน้ำที่มีราวจับด้านข้าง (เข้าใจว่า สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ) ห้องน้ำแบบที่มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็ก ห้องน้ำสำหรับคนพิการที่ทันสมัย และในรูป ห้องน้ำที่มีที่ให้เด็กเล็กนั่ง ระหว่างที่คุณแม่ทำธุระนั่นเอง

คุณแม่อย่างดิชั้นประทับใจมาก ถึงมากที่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่า ที่ผ่านมา เวลาพาลูกเข้าห้องน้ำ ก็จะต้องจัดการคุณลูกให้เรียบร้อย นำออกมาส่งให้กับญาติ หรือพี่เลี้ยงด้านนอก แล้วจึงกลับเข้าไปทำธุระของตัวเองได้ พอลูกโตมาหน่อย ดิชั้นก็จัดการลูกให้เรียบร้อย จากนั้นให้ลูกสาวยืนคอย โดยลูกสาวก็จะเอามือไปจับโน่นนี่ทั่วห้องน้ำ รวมถึงถังขยะ คุณๆ นึกภาพออกไหมคะ หรือบางที ลูกก็จะพยายามเอื้อมมือไปเปิดประตู ขณะที่ดิชั้นกำลังปลดทุกข์อยู่ เอิ่ม ลูกขา ทำแม่ลุ้นตลอด!

พอมีเก้าอี้ตัวนี้ คุณแม่สะดวกมาก และลูกสาวชอบมากค่ะ ดิชั้นจะอุ้มเธอขึ้นไปนั่ง เธอนั่งคอยดิชั้นอย่างเป็นระเบียบ มองโน่นนี่นั่น แต่ป้ายนี้ ก็ยังอุตส่าห์เตือนนะคะว่า ถึงคุณลูกจะนั่งแล้ว แต่ขอให้สนใจเด็ก และอย่าหันหลังให้เด็กค่ะ

 

รุปแรกแปลว่า ห้องน้ำนี้ มีที่นั่งให้เด็กเล็ก ขณะแม่/ ผู้เลี้ยง ทำธุระนั่นเอง

รูปที่สองคือ มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อมได้ สำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

ต่อมาคือ มีที่รองโถสำหรับเด็กเล็ก ได้นั่งปลดปล่อยตามสบาย

และรูปสุดท้าย แปลว่า รถเข็นเด็กเข้าได้ ห้องน้ำนี้จะเป็นขนาดใหญ่หน่อย สะดวกมากค่ะ เราสามารถเข็นรถเข็นเข้าไปได้เลย ไม่ต้องการกังวลทิ้งของไว้ด้านนอก ต้องหอบของอีกมือ กะเตงลูกอีกมือ ฯลฯ

 

 

ป้ายนี้ ดิชั้นชอบเพราะมีหลายรูปที่แปลกตาค่ะ คือมีทั้งคนแก่ ผู้บาดเจ็บ แม่ลูกอ่อน และหญิงตั้งครรภ์ คือเป็นที่นั่งที่จัดไว้ให้คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพราะถือว่า คนกลุ่มนี้มีความยากลำบากกว่าคนอื่นๆ ในการเคลื่อนไหว หรือทรงตัว พร้อมยังมีข้อความว่า ให้สละที่นั่งให้กับผู้โดยสารอื่นที่ต้องการ ถ้าคนเหล่านี้ขึ้นรถไฟมา แต่ถ้าไม่มี ก็สามารถนั่งได้ตามปกตินะคะ

ว่าแล้วก็นึกถึงเรื่องที่เพื่อนคนหนึ่งใน FB เล่าไว้ว่า ณ.รถไฟฟ้า ใจกลางกรุงเทพฯ มีป้าคนหนึ่งในรถไฟฟ้า สละที่นั่งให้เด็กนั่ง จากนั้นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งลุกให้คุณป้าท่านนี้นั่ง ถือเป็นน้ำใจที่มีให้กันค่ะ แต่ในเวลาเดียวกันนั้น... มีหนุ่มหนึ่งคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม (แกล้ง) นั่งหลับ พร้อมกับแอบหรี่ตาดูเป็นระยะ เพื่อนดิชั้นต้องส่งกระแสจิตแรงกล้าไป แต่คาดว่า คงไม่แรงพอค่ะ เลยต้องมาลง status ฮา!

โดยสรุปแล้ว ดิชั้นประทับใจกับความช่างคิด (ถึงหัวอกของผู้คนหลากหลาย) ของชาวญี่ปุ่นเขา ที่สะท้อนออกมาผ่านป้ายและสิ่งก่อสร้างต่างๆค่ะ จึงต้องมาบอกเล่า แบ่งปันให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ แต่ถึงจุดนี้ ความประทับใจก็ยังแน่นอกอยู่ คาดว่า คงต้องบินไปเที่ยวซ้ำอีกแน่ๆ ถ้ามีโอกาสค่า หุหุ

 

REFERENCE

Earthquake in Japan. http://www.japan-guide.com/e/e2116.html

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 29/04/2015 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ชอบป้ายสุดท้ายครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 28/04/2015 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เมื่อไหรหนอเมืองไทยจะได้สักครึ่งหนึ่งของเขา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 28/04/2015 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มีประโยชน์มากๆ ครับ
ปีนี้ ผมไปญี่ปุ่นครั้งแรก
ใช้ห้องน้ำไม่ถูก
ปุ่มมันเยอะเกินไป

เลย กดผิดเป็น
ปุ่มขอความช่วยเหลือ
เสียง "วี้ว้าๆๆ" กับไฟหมุนๆ
ทำงานใหญ่
อายจัง.......

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/04/2015 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 28/04/2015 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

“manner mode” คำนี้เด็ดดวงจริงๆ ค่ะ
ในรถไฟยังคำนึงถึงมารยาทกันแบบนี้ ดีจังเลย
น่าสนใจว่า ในโรงหนังคงจะมีป้ายเตือนหรือวิถีปฏิบัติด้านมารยาทสังคมที่น่าสนใจแน่ๆ เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน