*/
  • ภัทรพร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : patarapornmo@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-08
  • จำนวนเรื่อง : 91
  • จำนวนผู้ชม : 257254
  • จำนวนผู้โหวต : 139
  • ส่ง msg :
  • โหวต 139 คน
สัญญาณอันตราย ทำงานหนักไป

10 อาการบ่งชี้ว่า คุณทำงานหนักไปแล้ว

View All
<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2558
Posted by ภัทรพร , ผู้อ่าน : 1779 , 18:25:14 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขอเปิดด้วยรูปนี้ค่ะ สามี อิช้านและลูกสาว ถ่ายกับรวงดอกซากุระ ขอบอกว่า มันโน้มลงมาใกล้มากๆๆ จนต้องแอบเอาจมูกไปแตะ ดมๆๆๆ อิอิ

 

ทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ ขอให้คำนิยามว่า “สนุกช่วงแรก เซ็งช่วงกลาง และเพลิดเพลินช่วงท้าย”

เหตุผลที่เป็นแบบนี้ เพราะว่า ทริปนาน 8 วัน (รวมวันเดินทาง) ช่วงสองวันแรกที่เพิ่งเดินทางไปถึง ถือว่าโปรแกรมเที่ยวทุกอย่างเป็นไปตามแผนดีมาก อากาศก็เป็นใจฝุดๆ ฝนแทบไม่ตกเลยค่ะ หลังจากเครื่องลงที่สนามบินฮาเนดะ  พวกเรามุ่งหน้าไปเที่ยวที่ OWAKUDANI ที่ซึ่งมีไข่ต้มกำมะถันในตำนาน ต้มออกมาไข่จะมีเปลือกสีดำ โดยเชื่อกันว่า กินไข่ดำ 1 ฟองจะอายุยืนขึ้น 7 ปี ถ่ายรูปสวยงาม อากาศเย็นสบาย

 

โฉมหน้าไข่ในตำนานค่ะ ในถุงมีเกลือซองมาให้รับประทานแกล้มกันค่ะ แต่ดิชั้นขึ้นเกียจแกะซอง เลยนำไข่ต้มไปถูแขนสามีแทนค่ะ เค็มๆ มันๆ กำลังดีค่ะ ฮา

 

แตงโมกะไข่ดำญี่ปุ่น ไข่ดำปี๋และร้อนมากค่ะ รสชาติเหมือนไข่ต้มทั่วไปนะคะ

ช่วงบ่ายได้ไปช๊อปปิ้งที่ Gotemba Outlet ซึ่งทุกคนในทีมก็ได้ของมากันคนละไม้คนละมือ แฮปปี้กันทั่วหน้า  หลังจากนั้นเราได้เข้าพักที โรงแรม Kukuna ห้องพักมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ ดื่มด่ำบรรยากาศกันเต็มที่ ที่เค้าว่ากันว่า ฟูจีขี้อายก็ดูเหมือนจะให้ความสนิทสนมเรามากกว่าที่คิด ตอนเย็นรับประทานอาหารญี่ปุ่นเป็นคอร์สๆ ตามที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ อิ่มอร่อยกันทุกคน

ถ่ายรูปภายในห้องพัก หลังจากเปลี่ยนเป็นชุดสบายๆ ที่ทางโรงแรมจัดให้ มีไซต์เด็กด้วยนะคะ แต่ใส่แล้วลูกสาวดูเรียบร้อยมาก กระโปรงคลุมถึงข้อเท้าค่ะ (รูปนี้ น้องสาวที่เรียนฟิล์ม บอกว่า เป็นรูปที่สุดบรรยาย คือคนซ้าย ผิดหลักทุกประการของการถ่ายรูป หน้าแหงน เห็นคาง 2 ชั้น หน้าบาน ส่วนอิชั้น อยู่ด้านหลัง จิกหน้าสุดชีวิตและ ใช้ความรู้ตอนเป็นนางแบบ ด้วยการใช้ลูกเป็นพร๊อพ บังตัวเองอีก คิดได้นะคะ ฮา)

 ภูเขาไฟฟูจิ เครดิต ช่างภาพคุณป๊อนด์ค่ะ

 

 -

อีกรูปของ MT. FUJI ขอบอกว่า เธอเป็นเหมือนนินจา ผุบๆ โผล่ๆ ตลอดเวลาค่ะ

วันต่อมาที่ไปเที่ยวที่กรุงโตเกียว อากาศดีมาก ฝนไม่มีตกเลย อาจจะบางช่วงอากาศเย็นลงหน่อย มีไกด์ชาวไทยที่ดี เราสามารถท่องเที่ยวได้ตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ เราได้ถ่ายรูปกับซากุระทั้งแบบเต็มรวง เต็มต้นหลายครั้ง พอขึ้น TOKYO SKY TREE ก็คิวไม่เยอะ ขึ้นไปดูวิวกรุงโตเกียวสมใจ ประมาณนี้ค่ะ

 

ถ่ายหน้าวัดชื่อดัง SENJOJI TEMPLE อาสากุซะ พร้อมกับโคมยักษ์เลืองชื่อ

 

 

               มาถึงช่วงกลางของการท่องเที่ยว... วันที่ไปเที่ยว DISNEY SEA ควรจะเป็นวันที่ลูกสาวดิชั้นเจิดจ้า ท้าลมหนาว เพราะเป็นวันที่จัดเพื่อเธอโดยเฉพาะ โดยเธอจะอยู่ท่ามกลางคนคุ้นเคยอย่าง พี่มิกกี้ พี่มินนี่ เมาส์ และเจ้าหญิงในเทพนิยายต่างๆ ได้สนุกเต็มเหวี่ยงตามวัย 2 ขวบของเธอ

                เช้าวันนั้น เธอไม่ยอมรับประทานข้าว โดยยอมกินแต่ครัวซอง กับแยมและเนย พร้อมนมอีกไม่กี่จิบ จากนั้น กว่าสมาชิกทุกคนจะพร้อม ก็ปาเข้าไป 10 โมงกว่าๆ เราเดินทางถึง DISNEY SEA ราวๆ 11 โมงกว่าๆ สวนทางกับอีกหลายครอบครัวที่เดินทางกลับแล้ว (อุ๊ย พวกคุณมากันกี่โมงคะเนี่ยะ อิชั้นงงนิดนึง)

 ซื้อตั๋วรถไฟ เพื่อเดินทางไป DISNEY SEA ค่ะ

 

ลูกสาว กับเพื่อนๆของเธอ โดยอากงพยายามจะซื้อหมวกให้หลาน แต่ใหญ่ไป แลดูคล้าย "งอบ" ค่ะ

 

 

 ขบวนพาเหรดทางน้ำของ DISNEY SEA เค้าค่ะ

พวกเรารีบพุ่งตรงไปต่อเครื่องเล่นท๊อปฮิต สุดนิยม SUBMARINE ต่อแถวรออยู่ร่วม 40 นาทีจึงได้เล่น พอเข้าไป เป็นเหมือนเข้าไปอยู่ในเรือดำน้ำ เข้าได้ไม่เกินลำละ 6 คน  พวกเราไปกัน ผู้ใหญ่ 6 เด็ก 1 เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นบอก ขอให้แบ่งนั่ง 2 ลำนะคะ เรือดำน้ำนี้จะพาเราไปสำรวจท้องทะเลลึก แต่ไม่ได้ลงจริงๆ นะคะ เค้าให้เรามองผ่านกระจก 2 ชั้นซึ่งมีน้ำเป็นฟองๆ  พุ่งขึ้นมา จึงเหมือนอยู่ภายใต้ทะเลจริงๆ ค่ะ เครื่องเล่นนี้ ก็สนุกดี แนะนำสำหรับน้องๆ หนูๆ

 ถ่าย WEFIE ภายในเครื่องเล่นค่ะ จริงๆ มีอีกสองหนุ่มในลำนี้นะคะ แต่เค้าไม่ร่วมมือด้วยค่า ได้บรรยากาศอยู่ใต้ทะเลลึกไหมคะ อิอิ

หลังจากเล่นเสร็จก็บ่าย 2 กว่า พวกเราเดินหน้าหาร้านอาหารเพื่อจะรับประทานอาหาร กว่าจะหาได้ก็ราว 15 นาที เพราะคุณพ่อดิชั้นเองค่ะ ฮีไม่ธรรมดานะคะ ขอดูเมนูก่อน ร้านนี้ไม่เอา ร้านนั้นพอได้ พอลงตัว ซื้ออาหารเสร็จปั๊บ คุณลูกสาวอ๊อกออกมากลางร้าน กองใหญ่ค่ะ พนักงานรีบพุ่งมาช่วยเหลือและทำความสะอาด ดิชั้นต้องรีบขอโทษ พร้อมขอบคุณเค้า ด้วยการโค้งงามๆ 1 ที จากนั้นลูกสาวดิชั้นก็งอแง หงุดหงิด ไม่รับประทานอาหารตลอดทั้งวัน ยกเว้นน้ำ ทำเอาสมาชิกทุกคนเซ็งจิตไปตามๆ กัน สรุปก็คือ ดิชั้นได้เล่นเครื่องเล่นเพียง 1 อย่างเท่านั้น เพราะลูกป่วย หมดใจ หมดแรงค่ะ

แต่เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว จึงพาเธอนั่งรถเข็นเดินไปสำรวจโน่นนี่ เข้าร้านขายของที่ระลึก ถ่ายรูปนั่นนี่ ผ่านไปพักใหญ่ๆ เพิ่งมารู้ตัวว่า คุณลูกรองเท้าหายไป 1 ข้าง จึงให้คุณแฟนรีบเดินกลับไปสำรวจทางเดิม ปรากฎว่าไม่เจอค่ะ ก็เลยกะว่า ตอนขากลับจะออกไปติดต่อ Lost and Found ดูสักหน่อยเผื่อจะมีใครเก็บไว้ให้

 คาดว่า จุดนี้ ขณะที่แม่และดิชั้นกำลังขี่หอยทากยักษ์อย่างเมามัน คงเป็นช่วงที่ลูกทำรองเท้าหายค่ะ

บริเวณที่คาดว่ารองเท้าหายค่ะ

 

 

นี่ค่ะ โฉมหน้า Lost and Found ของที่ DISNEY SEA ดิชั้นเข้าไปติดต่อ พร้อมกับเอารองเท้าอีกข้างที่เหลืออยู่ของลูกสาวโชว์ให้กับพนักงานดู ( ณ จุดนี้ คิดถึงเรื่องซินเดอเรลล่ามากๆ ) ให้ข้อมูลไปว่า คาดว่าหายช่วงเวลานี้ บริเวณแถบนี้ พนักงานหายเข้าไปด้านหลังเพื่อติดต่อประสานงานสักพักใหญ่ จากนั้น ได้ออกมาข่าวดีกับเราว่า เก็บไว้อยู่ที่ร้านอาหารนี้นะคะ ไปรับได้เลยค่ะ ดิชั้นและคุณแฟนจึงต้องเดินเข้าไปรับ ร้านอาหารนี้ตั้งอยู่ใกล้จุดที่เรารู้ตัวว่ารองเท้าลูกหายค่ะ คาดว่า คงจะมีผู้หวังดีรีบเก็บไปให้ พอเรากลับไปตามหาจึงไม่เจอ

 

พวกเรามุ่งหน้าเดินกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง (บอกเลยว่า ระยะทางร่วมกิโล) เมื่อถึงร้านอาหาร สอบถามจากพนักงาน พร้อมนำรองเท้าอีกข้างโชว์เพื่อไม่ต้องสื่อสารกันให้เมื่อยมือ พนักงานให้กรอกลงชื่อพร้อมที่อยู่ในฟอร์มของเค้า จากนั้นรองเท้าลูกดิชั้นในสภาพใส่ถุงพลาสติก ห่อไว้อย่างดี ก็ได้รับการนำออกมาและคืนให้กับดิชั้นค่ะ รู้สึกประทับใจและดีใจค่ะ ที่รองเท้าลูกไม่หายค่ะ

รองเท้าข้างที่ตกหาย ได้รับการห่อพลาสติกไว้อย่างดีค่ะ

เพื่อนกูรูญี่ปุ่นของดิชั้นบอกว่า เรื่องนี้ถือว่า ปกติมากสำหรับชาวญี่ปุ่น เพราะอย่างลืมของไว้ในรถไฟ ถ้าเรารู้ตัวจากนั้นไม่นาน ก็สามารถจดหมายเลขรถไฟ และนัดมารับของจากเจ้าหน้าที่ได้ หรือถ้ารู้ตัวทีหลัง ของก็ยังมีคนเก็บไว้ให้ ไม่หายค่ะ เพื่อนบอกว่า แม้ว่า สมัยนี้อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ก็ยังถือว่า อัตราส่วนการได้ของคืนที่ญี่ปุ่นยังสูงอยู่มาก

มาถึงช่วงสุดท้ายแห่งความเพลิดเพลิน ดิชั้นบุกตะลุยซื้อขนม และของฝากตลอดวันสุดท้าย เริ่มจากตามหาเครื่องสำอางค์ที่คนฝากซื้อ หาเจอได้ไม่ยากค่ะ รีบซื้อด้วยความรวดเร็วราวแม่เสือสาวตะครุบเหยื่อ รู้สึกประทับใจการให้บริการของพนักงานชาวญี่ปุ่นมาก พวกเค้าจะดูแลเราอย่างดีและสุภาพ และพอซื้อของเสร็จ ก็จะช่วยหิ้วของ เดินออกมาส่งที่นอกร้าน พร้อมโค้งคำนับ 1 ทีค่ะ สุภาพกันมากจริงๆ สำหรับของส่วนใหญ่ที่ซื้อกลับบ้าน คือขนมอร่อยๆ ของญี่ปุ่น ที่ดิชั้นทั้งซื้อทั้งชิมมาตลอดทาง แต่ของหลายอย่าง ผ่านแล้วผ่านเลยคือเจอที่เดียวและหาไม่เจออีกเลย จุดนี้ อยากแนะนำเพื่อนๆ ถ้าเจอขนมที่อร่อยและดูจะเป็นของเฉพาะท้องถิ่น ต้องรีบซื้อไว้เลยนะคะ อย่างรอเมืองหน้าหรือป้ายหน้าค่ะ ขนมที่อร่อยแบบ ไม่กินไม่ได้ จากทริปนี้เช่น

แผงขนมอันหลากหลายของญี่ปุ่น

อันนี้ เป็นขนมไส้มันเจ้าอร่อยด้านหน้าวัดเซ็นโซจิ ที่กรุงโตเกียวค่ะ ร้านนี้ไกด์ญีปุ่นแนะนำว่า สุดยอดค่ะ แต่อย่าไปยืนออหน้าร้านเค้านะคะ เค้าจะบอกอย่างสุภาพให้เราไปยืนด้านข้างแทน พอเราไปยืนหม่ำอยู่ด้านข้าง เค้าก็จะบอกว่า อย่ายืนเป็นกลุ่มใหญ่ขวางทางเดินนะจ๊ะ 

 

 ขนมโดรายากิ ไส้ถั่วแดง แต่ร้านนี้สุดยอดดดดดดดมากกกกกกกก เพราะจะมีความเหนียวที่ตัวแป้ง หอม หวานกำลังดี ร้านอยู่ที่ด้านหน้าวัดคิโยมิสึ เมืองเกียวโตนะคะ อยากจะกลับไปเหมามาอีก ร้านนี้ ก็ซื้อตามไกด์แนะนำค่ะ

 

 อีกมุมนึงของแผงขนมญี่ปุ่น

 - ขนมเหนียว น้ำตาลทรายแดงราด อันนี้  เข้าใจว่า เรียกว่า ดังโกะ ( Dango) ซึ่งจริงๆ มีหลายสูตรมาก แต่ที่ชอบมากคือ แป้งโรยด้วยถั่วบด และราดด้วยน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลทรายแดง มันคืออร่อยมากๆ ทั้งเหนียว หวาน และหอมถั่วค่ะ อันนี้ไม่มีรูปนะคะ หมดไปก่อนแล้วค่ะ ดิชั้นตามหาอีกก็ไม่มีอะค่ะ/  โมจิสามเหลี่ยม อันนี้ ตกหลุมรักตลอดกาล classic ชอบมาก ชอบไส้ถั่วแดงที่สุด Original 

 - บ๊วยเม็ดแดง และบ๊วยเค็มตากแห้งเม็ด อันนี้ดิชั้นชอบมากเป็นส่วนตัว เพราะชอบอะไรเปรี้ยวๆ เค็มๆ อยู่แล้ว (ยกเว้นคนนะคะ)

 ปิดท้ายด้วยภาพการ pack ของอย่างเมามันก่อนนั่งรถไฟไปสนามบินค่า

 

ที่ว่ามาทั้งหมด เป็นเหตุผลสนับสนุนนิยามการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้ ที่ดิชั้นได้ว่ามาตั้งแต่ต้น ซึ่งแม้จะมีความเซ็งของขุ่นแม่เกิดขึ้นบ้างเพราะลูกสาวป่วย แต่ก็มีความสนุกสนาน ได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการเตรียมตัวมาท่องเที่ยว (เช่น ควรเตรียมอาหารแห้งไป แม้ว่าลูกคุณจะรับประทานทุกอย่างที่ขวางหน้าตอนอยู่บ้านแค่ไหน อย่าประมาทตอนอยู่ต่างแดนคะ) การระวังของสูญหาย และได้แง่คิดจากวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น  

สุดท้ายนี้ เพื่อการเรียนรู้อย่างไม่รู้จบ ดิชั้นยังยึดคติอย่างมั่นคงว่า การท่องเที่ยวคือการเห็นโลกกว้าง เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ดังคำที่ว่า ...  

 

 

ดังนั้น เดินหน้าเที่ยวต่อไป ทาเคชิ!!!!!! (^_^) ขอบคุณที่ติดตามค่า

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน