*/
  • ภัทรพร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : patarapornmo@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-08
  • จำนวนเรื่อง : 91
  • จำนวนผู้ชม : 237092
  • จำนวนผู้โหวต : 138
  • ส่ง msg :
  • โหวต 138 คน
สัญญาณอันตราย ทำงานหนักไป

10 อาการบ่งชี้ว่า คุณทำงานหนักไปแล้ว

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2558
Posted by ภัทรพร , ผู้อ่าน : 13388 , 11:53:34 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สมชัย , BlueHill โหวตเรื่องนี้

 

ภาคต่อจากการที่พี่สาวชวนไปคอร์สอบรมความงามกับ Lamer เมื่อหลายเดือนก่อน โดยวันนั้น ดิชั้น ซึ่งเดิมรู้สึกว่า ต้องดูแลผิวหน้าของตัวเองให้มากขึ้นอยู่แล้ว บวกกับเคลิบเคลิ้มกับสรรพคุณของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจึงได้อุดหนุนเครื่องสำอางยี่ห้อนี้ไปหลายชนิดอยู่ (ปาดเหงื่อแปร๊บค่ะ)

วันหนึ่ง ขณะที่นั่งว่างๆ กำลังเอามือลูบผิวหน้าของตัวเอง นั่งนึกๆ ถึงเครื่องสำอาง Lamer ว่าแพงจริง ไรจริง ปรากฏมี SMS ส่งข้อความมาจาก Lamer เชิญไปร่วมทริปวัด 2 แห่ง กับอ. คฑา ชินบัญชร ฟรี! แต่มีเรื่องยุ่งๆ แทรกขณะนั้น จึงลืมที่จะโทรจองที่ จนกระทั่งอีก 2 วันจะออกเดินทาง ดิชั้นจึงได้โทรไปสำรองที่นั่ง และเป็นไปตามคาดค่ะ ที่นั่งเต็มติดสำรอง เจ้าหน้าที่บอกว่า ขอชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ ถ้ามีใครยกเลิกจะโทรมาบอก ความหวังจะได้ไปฟรี เอ้ย ความหวังจะไปวัดของดิชั้นริบหรี่ลง

ผ่านไปราวครึ่งวัน ดิชั้นได้โทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ว่า พอดีมีคนโทรยกเลิก ดิชั้นจึงได้เข้าร่วมแทน โดยทาง Lamer ให้ชวนเพื่อนไปด้วย 1 คน เหยื่อของดิชั้น จึงเป็นคุณโบ เพื่อนดิชั้นซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเลือกงานนั่นเองธรรมะจัดสรรจริงๆ ค่ะ

 

โปรแกรม กำหนดการค่ะ

 

อาจารย์ณุดี ข้อมูลอาจารย์แน่น เป๊ะ และเยอะมากค่ะ          

 

 

  เราออกเดินทางด้วยรถบัส 2 ชั้นรวม 2 คัน คณะประมาณ 60 คน เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ระหว่างทางมีอาจารย์ณุดี ซึ่งเป็นทั้งข้าราชการและอาจารย์สอนด้านประวัติศาสตร์ให้ความรู้เราไปตลอดทางค่ะ ข้อมูลอาจารย์เป๊ะๆๆ อัดแน่นมากค่ะ มีเกร็ดความรู้เยอะทีเดียวค่ะ เดี๋ยวค่อยๆ เล่าให้ฟังนะคะ

 อาจารย์ณุดีเริ่มต้นแนะนำวัดทั้งสองแห่งที่เราจะไปว่า วัดในประเทศไทยมีที่เป็น             “วัดอารามหลวงชั้นเอก” หรือประเภท  “ราชวรมหาวิหาร” เพียงแค่ 6 วัดเท่านั้น ได้แก่   1.วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) 2.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) 3.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ 4.วัดสุทัศนเทพวราราม 5.วัดพระพุทธบาท 6.วัดพระปฐมเจดีย์ทริปนี้จึงมีความพิเศษที่เราจะได้ไปชมวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดอารามหลวงชั้นเอกกันด้วย

เราเดินทางมาถึงยังวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ราวบ่ายโมงกว่าค่ะ พวกเราได้ไหว้พระ นั่งสวดมนต์หลายบท และนั่งสมาธิ นำทีมโดยอาจารย์คฑา ซึ่งได้เล่าประวัติและความพิเศษของวัดนี้ พอถามว่า ใครเคยมาวัดนี้แล้วบ้าง เชื่อหรือไม่คะ มีคนยกมืออยู่ 2-3 คน ดิชั้นเชื่อแน่ว่า ถ้าเปลี่ยนจาก”วัดนี้” เป็นจุดหมายปลายทางอย่าง “ฮ่องกง” รับรองคนยกมือตรึม น่าเศร้าใจเหมือนกัน

 

ดิชั้นและเพื่อน คุณโบ ผู้ยินดีเป็น Presenter ให้ Lamer ด้วยความเต็มใจ ไปขอป้ายเจ้าหน้าที่มาเป็นพร๊อพถ่ายค่ะ

 

 

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดรั้วเหล็ก ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพุทธฯ ฝั่งธนบุรี ซึ่งสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุญนาค) ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2371 ล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2556 เจดีย์พระประธานของวัดนี้ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 หรือ Award of Excellence จากโครงการประกวดรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จากองค์การยูเนสโกสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก อาจารย์คฑาอธิบายว่า การบูรณะปฏิสังขรณ์เจดีย์นี้ จริงๆ ถ้าทำอย่างง่ายๆ ก็คือการโบกปูนทึบภายในองค์เจดีย์ไปเลย แต่พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดฯ ท่านเลือกใช้วิธีคงแบบโบราณไว้ ซึ่งเป็นวิธีที่ยากกว่ามาก และทำให้เราได้เห็นวิธีการสร้างแบบโบราณ ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้แล้ว จึงสมควรแก่การได้รางวัลมาอย่างยิ่ง

 

บริเวณภายในพระเจดีย์ มุมมองจากด้านล่างขึ้นบนแสดงให้เห็นถึงวิธีการสร้างแบบโบราณ ใช้เสาไม้ค้ำยัน

 

 

ภายในองค์เจดีย์ ที่สามารถเดินเข้าไปได้ค่ะ

 

 

ป้ายอธิบายการบูรณะปฎิสังขรณ์เจดีย์ค่ะ

 

ไฮไลท์ทริปของดิชั้น คงจะเป็นตอนแจกรางวัลค่ะ คือตอนที่อาจารย์คฑาถามว่า กรรมดีกับกรรมชั่วลบล้างกันได้หรือไม่ ทุกคนบอก ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้น เราจะทำอย่างไรให้ไม่ต้องเจอกรรมชั่ว ใครตอบได้ให้รางวัล พอกายะและจิตตะของดิชั้นได้ยินและประมวลผลคำว่า “รางวัล” เท่านั้นแหละค่ะ ดิชั้นก็รีบตอบเสียงดังพอประมาณว่า ทำความดีเยอะๆ ให้ความชั่วตามไม่ทันค่ะ กรี๊ด อาจารย์บอกว่า ถูกค่ะ และเปรียบเทียบกับโอ่งน้ำสองโอ่งที่บรรจุความดีความชั่วแยกกันไว้ พยายามเติมน้ำในโอ่งกรรมดี ก็ไม่ต้องนำน้ำสกปรกของโอ่งกรรมชั่วมาใช้ เป็นต้นค่ะ แต่อาจารย์บอกว่า ตอนใกล้นิพพานเราก็ต้องใช้เศษกรรมชั่วกันอีกนิดหน่อยนะคะ (ในส่วนนี้ เนื่องจากเรื่อง “กรรม” นั้น เป็นเรื่องซับซ้อนมาก ดังนั้นอธิบายได้ไม่ครอบคลุม/ ชัดเจนนักในจุดนี้ แต่เอาเป็นว่า เราต้องเร่งทำความดีในทุกๆ วัน เพื่อเป็นคลังกรรมดี ซึ่งจะส่งผลดี มีชีวิตดีในอนาคตแน่นอนค่ะ)

 

ปลื้มปริ่ม รับรางวัล ขอบคุณคุณเพื่อนถ่ายรูปไว้ให้ค่ะ (หน้าดิชั้นน่าจะกว้างเท่าฐานพระพุทธรูปแล้วค่ะ อิอิ)

 

 

รางวัลที่ได้ ดิชั้นอยากได้มากตั้งแต่ที่อาจารย์บอก เพราะเป็นพระรูปของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมาหสังฆปริณายก ที่พระองค์ให้ชื่อว่า “ก้าวหน้า” แหมๆ ความหมายดีขนาดนี้ ใครไม่อยากได้คะ พร้อมกับพระเครื่องอีกหนึ่งองค์ สุดท้ายก็ได้มาสมใจค่ะ (หลังจากได้รูปมา พร้อมกับรับประทานหมูเมตตากับข้าวเหนียวหมูที่ทางทีมงานแจกมา ดิชั้นยืนยันมีความก้าวหน้า (เรื่องน้ำหนัก) ขึ้นเป็นลำดับค่ะ ฮา)

 

ถ่ายกับชาวคณะที่วัดประยูรฯ ค่ะ

 

 

พอขึ้นรถมาอีกครั้ง อาจารณ์ณุดี ได้เล่าเพิ่มเติมถึงเกร็ดการเข้าวัด และขอพรได้แก่

*การถอดรองเท้าเข้าวัด จะต้องหันส้นเข้าพระประธาน/อุโบสถ เพราะถือเป็นความเหมาะสม ที่เราไม่ควรชี้เท้าเข้าไปหาพระ

*แนะนำที่ขอพรเช่น

- ถ้าขอเรื่องการงาน ต้องขอที่วัดสามพระยา ซึ่งมีทั้งพระพุทธเกสร พระนั่งและพระนอน

- ถ้าขอเรื่องการเข้ารับราชการ ขออยากเป็นทหาร ต้องขอกับกษัตริย์นักรบอย่างเช่น พระเจ้าตากสิน (จุดนี้ อาจารย์เคยหลอกให้ลูกศิษย์ไปขอพรสมเด็จพระเจ้าตากสิน ให้ไม่ต้องรับราชการทหาร ปรากฏใบแดง 16 ใบ จากใบดำทั้งหมดเป็นร้อยๆ ใบ ลูกศิษย์อาจารย์จับได้ใบแดงค่ะ เบื้องหลังคือ คุณแม่ของลูกศิษย์มาปรึกษาอยากให้ลูกไปเกณฑ์ทหารค่ะ) 

- ขอเรื่องความรัก ต้องขอกับเจ้าน้อยศุขเกษม ที่วัดสวนดอกหรือวัดบุฝผาราม ที่จังหวัดเชียงใหม่ และถ้าได้แฟนแล้ว จะต้องพามากราบเจ้าน้อยด้วย (ตามประวัติ เจ้าน้อยตกหลุมรักกับสาวชาวมอญ ความรักถูกขัดขวาง ไม่ได้ครองรักกัน) แต่อาจารย์แอบ inside update มาอีกว่า เจ้าน้อยเคยมาทรงเด็กวัดและบอกว่า ท่านจะไม่อยู่แล้ว ดังนั้น การขอพรในปัจจุบันนี้ จึงอาจจะไม่ได้ผลเหมือนในอดีตนะคะ  

*การกราบสักการะอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ พระบรมราชานุสาวรีย์ ให้กราบเพียง 1 ครั้งไม่ต้องแบมือ มีเพียงการกราบพระเท่านั้นที่กราบ 3 ครั้งแบมือ

กำลังฟังเพลินๆ ชาวคณะเราก็เดินทางมาถึงที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ค่ะ เมื่อไปถึง มีนักท่องเที่ยวอยู่เยอะพอควร เรามีเวลาเหลืออีกราว 2 ชั่วโมง อาจารย์คฑาได้นำสวดมนต์นั่ง สมาธิ จากนั้นมีการทำสังฆทานและทำบุญให้กับวัดด้วย อาจารย์คฑาเล่าว่า คนชอบมาบอกว่า ขอพรพร้อมๆ กับอาจารย์ มักจะได้สมความปรารถนา ซึ่งอาจารย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย เหตุผลเป็นเพราะ ในการนำคณะไปทำบุญในแต่ละครั้งของอาจารย์คฑา จะนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ และทำบุญ โดยเมื่อได้ทำกุศลดังนี้แล้ว จึงส่งผลที่ดีแก่ผู้ทำ จึงขอพรแล้วสมหวังนั่นเอง นี่เป็นเคล็ด (ไม่) ลับ ที่อาจารย์คฑาอยากบอกต่อค่ะ  

 

ดูลีลาท่าทางของอาจารย์คฑาค่ะ ธรรมดาซะที่ไหนคะ

 

 

จากนั้น อาจารย์คฑาได้พาเราเดินชมบริเวณวัด และมีช่วงร้องเพลงค่าน้ำนมระลึกถึงพระคุณของคุณแม่ ทำเอาชาวคณะหลายคนน้ำตาซึม จากนั้นอาจารย์บอกว่า จะเป็นการอวยพรให้กับคนปีมะแม ซึ่งปีเกิดตรงกับปีนี้ รวมถึงอวยพรกันเองให้ทุกคน “รวยๆๆ เฮงๆๆ โชคดีๆๆๆ” โดยเชื่อกันว่า คำอวยพรจากคนทั้ง 12 นักษัตรนั้นขลังมาก ( ปีนักษัตรทั้ง 12 ได้แก่ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน) เรียกว่า งานนี้ครบสูตรจริงๆ ทุกคนอิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งคำอวยพรกันทั่วหน้ากลับบ้านค่ะ

 

ถ่ายกับอาจารย์คฑา หลังจบทริป อิ่มเอมค่ะ

 

 

อีกครั้งในเวลาที่ดิชั้นนั่งเหม่อๆ เอามือลูบหน้าแกะสิวตัวเองไป และมานั่งนึกๆ ลังเลว่า ที่ซื้อ Lamer คุ้มป่าวเนี่ยะแต่หลังจากทริปการเดินสายวัด 2 แห่งพร้อมความประทับใจจากทั้งวิทยากร การจัดการ และการให้บริการของเจ้าหน้าที่ของ Lamer ทำให้บอกกับตัวเองว่า คุ้มแล้ว คุ้มแล้ว ที่ยอมอดข้าว กินมาม่าแทนอยู่หลายวัน ฮา

ส่วน Lamer เอง ก็ได้เพื่อนดิชั้นไปเป็นลูกค้าอีกรายแล้วแน่นอน เพราะผ่านมาเพียงวันเดียว นางเข้าไปกดไลค์ Page ของ Lamer Thailand แล้วเรียบร้อยค่ะ

 

หนังสือที่ได้รับแจกในทริปค่ะ

 

 

 

ผลิตภัณฑ์ลาแมร์ที่ได้รับแจกในทริปค่ะ

 

 

สรุปสิ่งที่ได้จากทริปนี้:

1.ได้สวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำบุญ เป็นการทำความดี เพิ่มคลังความดีให้กับตัวเอง ฟรี!

2. ไปเยี่ยมชมวัดชื่อดังถึง 2 แห่ง พร้อมความประทับใจ ฟรี!

3. หนังสือสวดมนต์และเอกสารเผยแพร่ความรู้ต่างๆ ฟรี!

4.snack และหมูเมตตาพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ เลิศรศ ฟรี!

5 ตอบคำถามถูก ได้รางวัล ฟรี!

*ร่ายมาซะหลายข้อ คือจริงๆ ดิชั้นให้ความสำคัญและอิ่มเอมกับข้อ 1 มากที่สุดนะคะ พูดเลย ใครเห็นด้วย ช่วยยกมือขึ้นค่า!!!

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ดาวอักษร วันที่ : 18/06/2015 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

ฮาแบบมีสาระนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ดาวอักษร วันที่ : 18/06/2015 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

ฮาแบบมีสาระนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภัทรพร วันที่ : 18/06/2015 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataraporn
แตงโม

@สมชัย ขอบพระคุณสำหรับความเห็นที่เป็นประโยชน์ค่ะ ลึกซึ้งแต่ก็ชัดเจนว่า เน้นที่การทำดี โดยกรรมดีส่งผลดี การทำกรรมชั่วส่งผลชั่ว ซึ่งเราไม่ควรจะร้องขอพรใดๆ แต่ควรใส่ใจในการทำ "เหตุ"ให้ดี เพื่อก่อให้เกิด"ผล" ที่ดีจะเหมาะสมกว่า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ภัทรพร วันที่ : 18/06/2015 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataraporn
แตงโม

@feng_shui ใช่ค่า และเป็นทริปที่สนุกมากนะคะ อากาศก็เป็นใจ ไม่ร้อนมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ภัทรพร วันที่ : 18/06/2015 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataraporn
แตงโม

@Wullopp ขอบพระคุณมากค่ะ

@charlee สรุปคือชอบของฟรี 555

ความคิดเห็นที่ 4 skyhitra , แม่มดเดือนMarch และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 18/06/2015 เวลา : 05.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ดีใจกับเจ้าของเอ็นทรี่ ด้วยครับ
ขอแสดงความเห็นเล็กน้อย ซึ่งอาจเห็นต่างกับ กูรู ถ้าเราเชื่อในหลัก กรรมจริง เราจะไม่ขอ อะไรทั้งสิ้น เพราะ พระพุทธองค์ ตรัสว่า พระองค์ล่วงแล้วซึ่งพร ทุกประการ ความหมายคือ พระองค์ไม่มีไม่สามารถ จะให้พรใครๆได้ ทุกคนอยากได้อะไร ต้องกระทำด้วยตนเอง ถ้าเหตุปัจจัยพอเหมาะ สิ่งนั้นก็สมประสงค์ การบรรลุไม่ใช่มาจากการอ้อนวอน นี่คือจุดเด่นที่สุดของศาสนาพุทธ

ศาสนาพุทธเป็นศาสนา อเทวนิยม คือไม่มีรูปเคารพ แต่ทุกวันนี้ เราบนบาน จนกลายเป็น ศาสนา เทวนิยมไปหมด ไหว้ตั้งแต่ พระพรหม เจ้าแม่ เล่าเอี๊ย เพราะต้องการ ขอ เท่านั้น
ในโสฬสปัญหา มีพราหมณ์ผู้หนึ่ง ถามพระพุทธเจ้าว่า คนทั้งหลายที่บวงสรวงบูชา เขาเหล่านั้น ต้องการอะไรกัน จะบรรลุถึงที่สุดแห่งการดับทุกข์ ได้หรือไม่
พระองค์ตรัสว่า เขาเหล่านั้น ต้องการ ชราและชำรุด สิ่งเหล่านั้น ไม่ถึงที่สุดแห่งการดับทุกข์

สิ่งที่คนส่วนมากขอ ก็ไม่พ้นเรื่อง ร่ำรวย มีทรัพย์สินมากๆ ร่างกายแข็งแรง อายุยืนๆ สมหวังทุกเรื่อง ทั้งหมดนี้เป็นสังขตธรรม ธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ความคือ มีชรา มีชำรุด
การที่จะสมหวังได้มาจาก การกระทำให้มีขึ้น นั่นคือการทำกรรม
กรรมคือส่วนเหตุ ส่วนผลจากกรรมคือ วิบาก อาจได้ตามที่สมหวังหรือผิดหวังก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ขึ้นกับปัจจัยอีกมากมายที่เข้ามาเป็นตัวแปร ที่เรียกว่า สมบัติสี่ วิบัติ สี่
การที่กูรูบอกว่าไหว้พระวัดนั้นเพื่อขอแบบนี้ วัดนี้ขอแบบนั้น ก็เลยขัดกับสิ่งที่เขานำเสนอเรื่องกรรม
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับวิจารณญานและทิฏฐิของแต่ละคน เพียงแต่ทำหน้าที่การเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง แสดงหลักการศาสนาพุทธเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 3 ภัทรพร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 17/06/2015 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เลยสวยด้วและได้บุญไปในตัวเลยนะคะทริปนี้


ความคิดเห็นที่ 2 ภัทรพร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 17/06/2015 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขำเจ้าของบล็อกพูดว่า
"หน้าดิชั้นน่าจะกว้างเท่าฐานพระพุทธรูปแล้วค่ะ"
5555

ความคิดเห็นที่ 1 ภัทรพร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 17/06/2015 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขออนุญาตกราบพระ
มาด้วยความเคารพ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน