• patijjachon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 276
  • จำนวนผู้ชม : 710223
  • ส่ง msg :
  • โหวต 425 คน
ปฏิจจชน
: อุดมการณ์แม้กินไม่ได้ แต่สิ่งที่กินไม่ได้สิ่งนี้ จะช่วยทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีกิน มีกินขึ้นมาได้สักวัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2550
Posted by patijjachon , ผู้อ่าน : 1892 , 08:07:55 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พฤศจิกายน ๒๕๓๒   

หนุ่มน้อยจากเมืองไทย  ขณะควบรถ Chevy  มือสอง  ด้วยความเร็วปานกลาง (ประมาณ ๖๐ กม./ชม.) บนถนน ๖ เลน สายหนึ่ง  จากเมือง Orlando มุ่งสู่ปลายทาง เมือง Melbourne รัฐฟลอริดา  เมื่อใกล้ถึงที่หมายในเขตตัวเมือง ได้พุ่งเข้าชนรถสปอร์ตมัสแตงสีแดงเข้ากลางคัน  รถคันดังกล่าวขับโดยสาวรุ่นชาวอเมริกันอายุประมาณ ๑๖ ปี   พุ่งออกมาจากทางโทด้านขวามือที่มีเครื่องหมายหยุด (Stop Sign)

รถคันที่ถูกชนได้หมุนคว้างกลางถนน ผู้โดยสารทั้งสองคนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ  รถเสียหายพอประมาณทั้งสองคัน

ช่วงเวลาไม่เกิน ๕ นาที  รถตำรวจ,  รถดับเพลิง, รถยก  และรถพยาบาล  ได้มาถึงที่เกิดเหตุ  ตำรวจท้องที่ได้ไปสอบถามเหตุการณ์จากคนขับรถที่ถูกชนก่อน  จากนั้นจึงมาสอบถามหนุ่มจากเมืองไทย ๓ คน ที่มาด้วยกัน  โดยคนขับยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ความเพราะเพิ่งเดินทางไปพำนักอาศัยอยู่ไม่กี่วัน  แต่โชคดีที่มีรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ก่อนเป็นคนช่วยเจรจาความให้

รถคันที่พุ่งชน มีประกันภัยตามกฎหมายและคนขับปฏิบัติตามกฎจราจรทุกประการ   รถทั้งสองคันได้ถูกลากเข้าซ่อมที่อู่ตามความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย  ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ไปเอารถกลับมาขับได้ตามปกติ

ใช้เวลาอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งสิ้นไม่เกิน ๑๕ นาที  รู้สึกประทับใจในประสิทธิภาพของการบริหารจัดการอุบัติเหตุ  และการยึดมั่นในกฎหมายของเมืองอย่างเคร่งครัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศนี้อย่างยิ่ง

พฤศจิกายน ๒๕๕๐ 

หนุ่มไทยคนเดียวกันซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นหนุ่มใหญ่ (แก่) วัยกลางคน  ขับรถยุโรปเก่า ๆ อายุ ราว ๑๕ ปีเศษ  ออกจากที่ทำงาน  มาจอดรอติดไฟแดงอยู่บน ถ.ศรีอยุธยา บริเวณหน้าสวนจิตรลดา มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ในเวลาประมาณ ๖ โมงเย็น  เมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียวข้างหน้า  จึงเข้าเกียร์เพื่อจะออกรถ  ขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ นั้น ได้ยินเสียงดังโครมใหญ่ทางด้านหลังขวา พร้อม ๆ กับอาการสั่นสะเทือนของรถหันไปดูเลยรู้ว่าถูกรถตุ๊ก ชนท้าย 

ลงจากรถได้ยินเสียงฝรั่งผู้ชายสองคนที่นั่งมากับรถตุ๊กได้บ่นเสียงดัง  ใจความทำนองว่า  “บอกแล้วว่าอย่านั่งรถตุ๊กเลย มันอันตราย”   เดินเลยไปดูข้างหลัง  พบสาเหตุมาจาก  รถเก๋งวีออสเกียร์อัตโนมัติ ป้ายทะเบียนนครปฐม  ขับโดยคุณลุงอายุ ๖๓ ปี  พยายามเหยียบเบรค แต่เท้าไปเหยียบคันเร่งแทน  จึงได้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนรถตุ๊กที่จอดติดไฟแดงอยู่ข้างหน้า จำนวน ๒ คัน และเปอร์โยต์อีก ๑ คัน

ช่วงเวลาไม่เกิน ๕ นาที ตำรวจจราจรได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจมาสอบถามเรื่องราว และช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการจราจรบริเวณนั้นให้สักพักแล้วก็จากไป  (โชคดีที่รถไม่ค่อยติดในวันนี้)  บอกแต่เพียงว่าอีกสักครู่บริษัทประกันจะมาจัดการให้

รถทั้ง ๔ คัน เสียหายไม่มากนักตามสภาพการชน  แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนต้องอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นเวลา ๒ ชั่วโมงเต็ม  เพราะคุณลุงผู้ขับรถชน  หาเอกสารประกันภัยรถยนต์ไม่เจอ  (เพราะทำเฉพาะ พ.ร.บ.ไว้เท่านั้น) โทรไปหาลูกสาวที่บ้านนครปฐมก็ไม่ได้ผล   แต่โชคดีที่บริษัทวิริยะ ประกันภัย  ซึ่งลุงเคยทำไว้ในปีก่อน ๆ ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยตรวจสอบ ค้นหาเอกสาร  แต่ก็มาช้าไป  ๑  ชั่วโมงครึ่ง  ( อาจเป็นเพราะรถคันที่คุณลุงขับชนไม่มีหลักฐานในการทำประกันไว้กับบริษัท)  ใช้เวลาในการถ่ายรูป ทำหลักฐานบันทึกความผิด (ความรับผิดชอบ) ของคุณลุง ไว้ให้คู่กรณีอีก ๓ คน อีกครึ่งชั่วโมง 

อีก ๓ วันต่อมา ได้รับแจ้งจากน้องเจ้าหน้าที่ บ.วิริยะฯ ว่าคุณลุงไม่ได้ทำประกันภัยไว้  แต่คุณลุงจะรับผิดชอบในการชดเชยค่าเสียหายทั้งหมด  โดยแจ้งสถานที่-เวลา เพื่อนัดเอารถไปซ่อม

ผลพลอยได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ 

๑.     อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น  ห่างกันถึง ๑๘ ปีเต็ม  ในใจกลางเมืองหลวงเมื่อเทียบกับเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งในอเมริกา  แต่การคลี่คลายสถานการณ์ของเรายังค่อนข้างตามหลังเขาอยู่พอสมควร  (หรืออาจเป็นเฉพาะกรณีของผมเท่านั้น ?)  บทเรียนนี้ผมจะเอาไปบอกเล่าให้เพื่อนฝูงที่ทำงานในบริษัทประกัน  รวมทั้งภาครัฐที่เกี่ยวข้อง   เผื่อจะช่วยกันปรับปรุงแก้ไขอะไรให้มันดีขึ้นบ้าง

๒.     ผมใช้เวลายืน/เดินอยู่บริเวณหน้าสวนจิตร ๒ ชั่วโมงเต็ม  ไม่ได้กินข้าวเย็น  สอนการบ้าน  อาบน้ำ  และกล่อมลูกนอนเหมือนทุกวัน  แต่ผมก็มีโอกาสได้ยืนชม  เฝ้ามองสถานที่ประทับของล้นเกล้าชาวไทย  สลับกับมองคนวิ่งออกกำลังกายรอบสวนจิตรอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย  เป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยทำมาก่อน  ซึ่งหากไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น  ชั่วชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้มายืนเข้าเฝ้าในหลวง  แม้จะอยู่ห่าง ๆ  รอบที่ประทับของพระองค์ท่านก็ตามที

๓.     ชี้ให้เห็นถึงสัจธรรมบางประการแห่งชีวิตว่า  ในโลกนี้มีปัจจัยอีกมากมายที่เหนือการควบคุมของคนเรา  เราอยู่ของเราเฉย ๆ ไม่ได้ไปรบกวนหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร  แต่มันก็มีเหตุมากระทบเราได้   ดังนั้น เมื่อเราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว  อะไรจะเกิดขึ้น มันก็ต้องเกิด เป็นไปตามเหตุปัจจัย  คุณลุงได้กล่าวขอโทษผมหลายครั้งว่า ทำให้ผมต้องเสียเวลา  ซึ่งผมพูดสั้น ๆ จากใจว่า ไม่เป็นไร  โดยคิดในใจว่า  ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวในที่นี้ไม่ว่าจะเป็นคุณลุง  พี่คนที่ขับรถตุ๊ก ๒ คน  และผม  มีเจตนาหรือต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้

๔.     ลูกและภริยาผมได้กินมะม่วงอร่อย ๆ จากสวนคุณลุงที่นำมาฝาก ในวันที่ผมเอารถเข้าอู่  รวมทั้งทำให้ผมได้รู้จักคนมากขึ้น  ทั้งคุณลุงที่เป็นคนต่างจังหวัดเหมือนผม  และเจ้าของอู่ย่านนางเลิ้งที่มีอัธยาศัยยอดเยี่ยมและให้เกียรติผมมาก

๕.     สำคัญที่สุด คือ  ผมมีโอกาสได้พาลูกชายนั่งรถเมล์กลับบ้านอีกครั้ง  (แทนการนั่งรถแท็กซี่กลับบ้านเหมือนทุกครั้งที่เอารถไปเช็ค/ซ่อมที่อู่ประจำ)  ตามที่ข้อเรียกร้องของลูกชายว่าอยากนั่งรถเมล์  ผมพาเขานั่งรถประจำทาง ๒ ต่อ จากอู่แถวนางเลิ้ง ไปถึงปากซอยวัชรพล  สงสารลูกนิดหน่อยก็ตอนที่เขาต้องเดินตากแดดเปรี้ยง ๆ ประมาณ ๑ กม. เศษ  จากป้ายรถเมล์ไปต่อสองแถวเล็กเข้าปากซอย  และซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าบ้านเป็นต่อสุดท้าย

เมื่อถึงบ้าน  ลูกชายได้ไปคุยให้แม่ของเขาฟังอย่างภาคภูมิใจในประสบการณ์ใหม่ที่เขาได้รับ  พร้อมบอกว่า  เขาจะพาน้องสาวนั่งรถเมล์ด้วยกัน

ผมก็ตอบว่า ดีแล้วที่ลูกชอบนั่งรถประจำทาง  พ่อเองได้เคยผ่านการใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เมื่อครั้งเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ  เมื่อโตขึ้น ลูกช่วยเหลือตัวเองได้  ลูกก็จะต้องขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียน  เพราะจะช่วยให้ลูกแข็งแกร่ง  เข้าใจชีวิตของคนส่วนใหญ่  และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย

เวลาที่ผมใช้ไป ๒ ชั่วโมง ระหว่างรอความชัดเจนในที่เกิดเหตุ  บวกกับเวลาอีกเกือบ ๒ สัปดาห์ที่รถคันเก่าผมต้องเข้าไปซ่อมในอู่  ผมคิดว่าผมได้อะไรตอบแทนมาไม่น้อยกว่ากัน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ป.ประพันธ์ วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

ชอบความเห็นที่ 15 ครับ
เห้นด้วยอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
BITCH วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bitch

เรื่องดี ๆ มีให้เราได้จดจำเสมอ

หากเรามองโลกในแง่ดี.........

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ

ที่ได้นำมาแบ่งปันกันนะคะ..

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Dekthep วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

พลังของการคิดบวก...เยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
thesaint วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


---- ในวันที่ทุกอย่างดูเลวร้าย แต่ที่สุดแล้วก็จะมีบางสิ่งบางอย่างแทรกตัวขึ้นมาทดแทนอยู่เสมอ เพียงแต่เราจะมองเห็นถึงคุณค่าหรือไม่ .... ขอบคุณกับแง่คิดที่มีให้ผมผ่านบล๊อคครับ ----

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
คันทรี่แมน วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

ได้ข้อคิดหลายอย่างเลยครับ
ผมว่าบ้านเรานั้นอะไรๆมันก็พอทำเนา แต่ที่แย่ก็คือระบบการจัดการ ที่ยังไม่ได้เรื่องมากๆ
แต่อะไรไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักหาความสบายใจได้ในทุกสถานการณ์

ขอปรบมือให้ดังๆครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
PostAmorndern วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amorn

การบริหารจัดการในเมืองไทยบางครั้งต้องยอมรับว่า ล้าสมัยพอสมควร เหมือนจะคุมอะไรไม่ค่อยได้ ขณะที่อีกซีกโลกหนึ่ง มีการกำหนดมาตรฐานที่เด่นชัด

อย่างไร การกำหนดมาตรฐาน เช่น ISO ... บางครั้งก็เป็นการใช้อำนาจในการควบคุมประเทศอื่น ๆ หากไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว สินค้านั้น ๆ ก็ไม่สามารถส่งออกได้ กลายเป็นว่า เป็นการเอารัดเอาเปรียบโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย และเอามาเป็นมาตรฐานผูกมัดตัวเองด้วยซ้ำ

ผมชอบวิธีการสอนที่ให้เด็กได้เรียนรู้ความยากลำบากบ้าง ซึ่งจะทำให้เขารู้จักโลกของความเป็นจริงของประชากรอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องพึ่งพาบริการสาธารณะเหล่านั้น

สรุปแล้ว โลกทัศน์ของเราย่อมมีผลการตัดสินใจในทางใดทางหนึ่ง ตรงข้าม บางคนกับใช้ความรุนแรงในการตัดสินและจัดการ

การมีทัศนคติและมุมมองความคิดที่ดี คงเกิดขึ้นจากการปลุกฝัง เอาใจใส่ เรียนรู้ ทบทวน ลองผิดลองถูก ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าบุตร-ธิดา ของเจ้าของบล๊อก จะเติบโตและใช้ชีวิตบนโลกอย่างมีคุณภาพและรื่นรมย์

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ญิ่งณัฐ วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


** แวะมาเยี่ยม ด้วยความเคารพ ค่ะ **

.... แง่คิด ดี ๆๆ จะจำไว้ใช้ เจ้าค่ะ .....

.... ดีจัง ได้นั่งรถเมล์ ความทุกข์กลายเป็นความสุข ของเด็ก

... คิดอีกที ... ประสพการณ์ นี้หาไม่ได้ เลย ถ้ารถพี่ไม่เสีย

........ ยินดีที่ได้รู้จัก เจ้าค่ะ ......

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
rainny วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainny
 [มีอาการคล้ายๆ ขี้เกียจเขียนบล็อก] 

ชอบเรื่องนี้ค่ะ ในความวุ่นวายและไม่ปกติ บางครั้งก็มีเรื่องดีดีเกิดขึ้นให้เราได้จดจำค่ะ

เรื่องเหยียบเบรคผิดนี่ เคยเป็นเหมือนกันตอนหัดขับรถ ดีที่ว่ารถที่หัดขับมีเบรคอยู่ที่เท้าคนสอนด้วย ก็เลยรอดไปอย่างหวุดหวิด คนสอนแทบอยากจะคืนเงินเลยค่ะ

ชอบวิธีการสอนลูกของพี่ปฏิจจชนค่ะ เราไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าของเขาจะเป็นเช่นไร ฉะนั้น จึงควรให้เขาได้ใช้ชีวิตในแบบที่ได้เห็นชีวิตคนหลากหลายบ้างในบางครั้งค่ะ

อ่านเรื่องนี้แล้วยิ่งทำให้รู้สึกว่าพี่ปฏิจจชนเป็นคนคิดดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ไม้เอก วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maieak

เมื่อมีความคิดด้านดี ใจก็เป็นสุขใช่ไหมครับ ขอบคุณมากครับสำหรับข้อคิดดี ๆ กับการใช้ชีวิตประจำวัน กับการเผชิยเหตุการณ์เฉพาะหน้า ชอบบทความนี้มากครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
kaypuccino วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaypuccino
N o T T h i n G   i M p o S S i B L e   f O r   M E !!!

เราเปลี่ยนสถานการณ์ไม่ได้...
แต่เราเปลี่ยนความคิด มุมมองของเราต่อสถานการณ์ได้..

หลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
แต่เราสามารถควบคุมความคิด จิตใจของเราได้



ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง

ในวิกฤตมักมีโอกาสซ่อนเสมอเลยค่ะ
น่าเสียดายที่หลายๆ ครั้งเราไม่สามารถมองเห็นโอกาสนั้น
เหตุการณ์เดียวกันที่แตกต่างแค่สถานที่และเวลา
ให้ข้อคิดและมุมมองอีกมากมายเชียวค่ะ แม้ว่าจะนานตั้ง 18 ปีก็ตาม
ข้าพเจ้าขอรับแนวคิดด้านบวกไปประยุกต์ใช้ในวันข้างหน้าบ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
วัชรากร วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watcharakorn

คิดในแง่ดี ทุกอย่างก็ดูไม่มีปัญหา
หากว่าเราไม่ได้อยู่ในภาวะการเร่งรีบ
แลบะเราใจเย็นพอ ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดีได้
เพราะอย่างที่ท่านว่าแหละค่ะ ไม่มีใครต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว เราจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไรนั่นสำคัญกว่า
ถึงแม้นว่าสิ่งที่เสียอาจไม่คุ้ม แต่ก็เป็นตัวอย่างให้ลูกชายท่านได้เห็น
แถมกำไรนิดหน่อยตรงที่น้องได้มีประสบการณ์การขึ้นรถเมล์ นะคะ

มองโลกในแง่ดี ทำให้จิตใจไม่ขุ่นมัวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
9ton วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

พลังของการคิดบวก....
ในเรื่องแย่ ๆ ก็มีมุมดี ๆ ให้เราได้มองเสมอ...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ธมลวรรณ วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tamonwan


เพราะคุณปฏิจจชนมองโลกอย่างที่เป็นจริง โลกที่เป็นจริงมีทั้งที่ดีและไม่ดี และคุณมองเห็นสิ่งที่ดีมากมายเหล่านั้น ... คุณและเด็กๆ จึงมีความสุขมากค่ะ

ขอบคุณมากๆนะคะ จะมาอีกค่ะ หวังว่าคุณจะไปเที่ยวที่บ้านอีกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
yongchan วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

อือ... อ่านแล้วเหมือนพี่จิ๋วรำพึง เวลาที่มันมีเหตุไม่ปรกติเกิดขึ้น แม้มันจะไม่ดี แต่มันก็ทำให้เราได้อะไรดีๆ อย่างอื่น อีกตั้งหลายอย่างเนอะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Supawan วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ .. สำหรับบทความดีๆ .. มองโลก +++ ดีเสมอค่ะ..

มีความสุขทุกวันนะคะ .. หากว่าง..อยากชวนไปดูงานแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และ ภาพเมืองไทยโดยช่างภาพระดับโลกกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

คิดให้งาม

ย่อมรู้สึกดี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้ำอมฤต วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

ในความแตกต่างที่ได้อะไรหลายๆ อย่างที่ดีเข้ามาค่ะ อย่างน้อยๆ ผลพลอยได้ในข้อที่ ๔ ... มิตรภาพที่ดีไงคะ

เด็กๆ มักชอบขึ้นรถประจำทางมากกว่ารถส่วนตัวจริงๆ

สวัสดียามสายค่ะคุณปฏิจจชน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chalee วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

พี่ชายคุ
ขอบคุณสำหรับวิธีคิด และมุมมองการใช้ชีวิตให้เป็นสุข ที่นำมาถ่ายทอดวันนี้ค่ะ

"ชาลี"

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
feng_shui วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อืม ในดีมีเสียในเสียอาจมีดี มองโลกในแง่ดี สบายใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chompoopookha วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

ถ้าเพียงแต่เรามองโลกในแง่ดี ต่อให้ต้องพบเจอเหตุการณ์ร้ายแรงขนาดไหน ก็ยังมีสิ่งเล็กๆ ที่น่าประทับใจแทรกตัวอยู่ด้วยเสมอ ถ้าเพียงแต่จะมองเห็นมันนะคะ... แวะมาทักทายยามเช้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kkandha วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kkandha

สิ่งที่แปลกแตกต่างจากความคุ้นชิน ย่อมให้ประสบการณ์ใหม่ๆๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pukpik วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

สิ่งที่ได้มา แลกกับสิ่งที่เสียไป
คุ้มใช่มั๊ยค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

"ในความไม่ดีมีความดีซ่อนอยู่"
ถึงประสบอุบัติเหตุแต่ได้ประสบการณ์และความประทับใจอื่นมาทดแทน ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

At Your Side : The Corrs

When the daylight's gone, and you're on your own And you need a friend, just to be around I will comfort you, I will take your hand And I'll pull you through, I will understand

View All
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]