• patijjachon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 276
  • จำนวนผู้ชม : 698341
  • ส่ง msg :
  • โหวต 425 คน
ปฏิจจชน
: อุดมการณ์แม้กินไม่ได้ แต่สิ่งที่กินไม่ได้สิ่งนี้ จะช่วยทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีกิน มีกินขึ้นมาได้สักวัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม 2550
Posted by patijjachon , ผู้อ่าน : 1907 , 11:56:28 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา  ผมควักเงินซื้อหนังสือพิมพ์อ่านเพียงไม่กี่ฉบับ  เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ผมสามารถติดตามอ่านข่าวทุกสำนักทางอินเทอร์เน็ต  (เจ้าแรก ๆ ที่ผมติดตามก็คือ  นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ตั้งแต่สมัยขับเคี่ยวอย่างเข้มข้นอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีคุณธารินทร์ฯ  เป็น รมว.คลัง)  และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายประจำวันได้ดีอีกทางหนึ่ง   และที่สำคัญคือ  ข่าวรายวันส่วนมากมีลักษณะของการเกิดขึ้น-ดับไปเสียเป็นส่วนมาก  แทบจะไม่มีเรื่องราวอันใดที่ควรค่าต่อการสะสมเหมือนหนังสือทั่วไป  

ในฐานะของผู้บริโภคสื่อล้วน ๆ  อยากเห็นสื่อในบ้านเราอย่างน้อยสัก ๑ ฉบับ  เสนอข่าวในลักษณะนี้บ้าง

- การลงพาดหัวข่าว  ให้ตรงกับการสรุปเนื้อหาข่าวให้มากที่สุด  ไม่ใช่พาดหัวแบบเรียกร้องความสนใจ  หวือหวาแบบที่สื่อส่วนใหญ่กระทำกันอยู่   ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า  ทำไมจะต้องชวนเชื่อกันถึงขนาดนี้  เพราะจริง ๆ แล้ว  คนอ่านส่วนใหญ่จะสามารถคาดเดาได้อยู่แล้วว่า  ความเข้มข้นของเนื้อหาภายในเล่มจะต้องมีน้อยกว่าหัวข้อข่าวในหน้าหนึ่ง  ทำให้พาลคิดไปว่า  สังคมเราชอบ/กลายเป็นสังคมแห่งการหลอกลวง  โฆษณาชวนเชื่อ  หรือสร้างภาพ อย่างไรก็ไม่รู้   ทำไหมหนอ  เนื้อหาอย่างไรก็สรุปเป็นหัวข้อข่าวให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุดโดยไม่ต้องใส่สีตีกรอบให้เกินเลยไปมิได้หรือ  เพราะนอกจากจะลงพาดหัวข้อข่าวอย่าง แต่เนื้อหาอย่าง  (มุสา) แล้ว  เนื้อหาภายในก็อาจประกอบด้วยข้อมูลของคนที่ไม่ยอมพูดความจริง  (นักการเมือง ... เป็นตัวอย่าง)  อีกส่วนหนึ่งเช่นกัน

-  แนวโน้มของการเสนอข่าวที่ผมมองว่า  มันแทบจะไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอะไรเลย  น่าจะพิจารณาปรับให้ลดน้อยลงไป  ก็คือ

ข่าวที่กระตุ้นให้ผู้คนเห่อเหิมไปกับลัทธิบริโภคนิยมยิ่งขึ้น  ไม่ว่า จะข่าวของดารา นักร้อง หรือใครก็ตามทีที่อาจหาเงินมาได้มาก ๆ แบบง่าย ๆ  (ยกเว้น  ผู้ที่เป็นศิลปินและมีขีดความสามารถอย่างแท้จริง)  เพราะมันอาจมีส่วนทำให้เด็ก ๆ และเยาวชนจำนวนไม่น้อย  อาจเคลิ้มไปว่า นี่คือทางลัดในการได้มาซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียง หรือเงินทอง  แทนการตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ  ใฝ่หาความรู้  หรือก้มหน้าก้มตาทำงานในแขนงที่เกิดผลผลิตที่แท้จริงต่อระบบเศรษฐกิจ  อีกทั้งข่าวทะเลาะ ตบตี แย่งชิงแฟนหรือสามี-ภรรยา ของดารา มันมีคุณค่าอะไรแก่สังคมไทยบ้างหรือ

ข่าวการตีสำนวนโวหาร ทะเลาะเบาะแว้ง และจับกลุ่มจับขั้วกันของคนในแวดวงการเมืองไทย  ซึ่งข่าวของคนพวกนี้  อย่าว่าแต่จะออกมาในทำนองนี้เลย   พวกเขาจะทำอะไร จะเคลื่อนไหว หรือจะเป็นหรือตายอย่างไร  ปกติ  มันก็ไม่ค่าคู่ควรแก่การติดตามสักเพียงไร  เพราะยังไม่ปรากฎว่ามีนักการเมืองคนใด  ที่สามารถเป็นตัวอย่าง หรือเป็นผู้นำ  ให้คนในสังคมได้ชื่นชม  ศรัทธา ได้อย่างภาคภูมิ  ประวัติความเป็นมาก็เท่านั้น  พฤติกรรมก็เท่านั้น  แถมผลงานก็เท่านั้น

ส่วนข่าวที่น่าอ่าน (ส่วนหนึ่ง ... ในความคิดของผม)  ที่อยากเห็นมากขึ้นก็คือ

ข่าวความเคลื่อนไหว ให้สัมภาษณ์  ให้แนวทาง/ทิศทางบ้านเมืองของผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส  นักวิชาการ  นักต่อสู้/เคลื่อนไหวที่อุทิศตนเพื่อมวลชน  ซึ่งผู้คนต่างพากันนับถือ  สามารถไหว้ได้อย่างสนิทใจทั้งต่อหน้าและลับหลังที่ยังมีอยู่ 

ข่าวของชาวบ้านธรรมดา  ข้าราชการ  พนักงานบริษัทที่ซื่อสัตย์สุจริต ขยันขันแข็ง  เป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตของสังคม  ที่เชื่อว่ายังคงมีอยู่ตามซอกหลืบต่าง ๆ ของแผ่นดิน  โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีชื่อเสียง เงินทอง 

ข่าวที่สร้างความภาคภูมิใจว่าประเทศไทยของเรามีอะไรดี ๆ  มีหน้ามีตา หรือมีเกียรติในเวทีโลก  เช่น  การจัดให้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวติดอันดับจากนิตยสารชั้นนำของโลก  หรือของดีต่าง ๆ ในเมืองไทย  ซึ่งข่าวชนิดนี้  ผมคิดว่าเป็นน้ำทิพย์ที่ชะโลมใจให้เราภาคภูมิใจในบ้านเกิดเมืองนอนของเราอีกทางหนึ่ง

รวมทั้ง  ข่าวของการต่อสู้เพื่อสร้างความชอบธรรม ยุติธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคม  ที่คู่กรณีมักจะเกิดจาก  ผู้ที่มีอิทธิพลเหนือกว่ากับผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าในสังคม  ก็เป็นข่าวที่ผมอยากเห็น  เพื่อเป็นอีกช่องทางในการขจัดปัดเป่าปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีทางอันปกติ  เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักแล้วว่า  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาเพ่งเล็งเอาใจใส่กับเรื่องที่อยู่ในกระแสข่าวเป็นพิเศษ  (ที่ถูกมันไม่ควรเป็นเช่นนี้)

มีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือท่านหนึ่งเคยพูดกับผมว่า  ท่านไม่ติดตามข่าวทางหนังสือพิมพ์เลย  เพราะอ่านแล้วไม่มีความสุข  และท่านก็ปลีกวิเวกไปสร้างอาณาจักร  สร้างคนในดินแดนนอกเมือง 

แต่ผมกลับคิดอีกอย่างหนึ่งว่า  ในเมื่อเรายังพอมีเรี่ยวมีแรงที่จะเป็นปากเป็นเสียง  หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของบ้านเมืองอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย  การไม่ยอมรับข่าวสารเลยน่าจะทำให้เรามีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์หรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ 

ดังนั้น  ผมจึงผสมผสานวิถีแห่งพุทธในขั้นที่ประยุกต์ขึ้นไปอีกระดับจากการปิดทวารการรับรู้  (เพื่อป้องกันทุกข์)  เป็นการ  ขอรับรู้ทุกอย่าง ทุกเรื่องราว  แต่หาวิธีไม่ให้มันมีอิทธิพลเหนือความคิด หรือทำให้เราสุข/ทุกข์เกินควรดีกว่า

ผมไม่ซื้อหนังสือพิมพ์อ่านเหมือนเดิม  (เก็บเงินมาจ่ายค่าอินเทอร์เน็ต และค่าไฟฟ้า แทน)  แต่ใช้วิธีเปิดอ่านหัวข้อข่าวของสื่อหลักต่าง ๆ ที่ลงบนเว็บไซต์ทางอินเทอร์เน็ต  (ประมาณ ๖-๘ ฉบับ) เท่านี้ ก็พอจะติดตามข่าวสารอันจำเป็นสำหรับความเป็นไปของผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ได้พอควร 

จะว่าไปแล้ว  ข่าวแต่ละเรื่องก็ไม่น่าจะพ้นจาก  who what when where how and (why)  ใคร ทำอะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร และ (ทำไม)  หากสนใจเนื้อหาเพิ่มเติมจึงค่อยคลิ้กต่อไปอ่านในรายละเอียด 

ทั้งนี้  สื่อในบ้านเราเกือบทุกค่ายก็เล่นข่าวในกระแสแทบจะไม่ต่างกันอยู่แล้ว  บางครั้งเมื่อเข้าไปเว็บไซต์ใดสักเว็บหนึ่ง  ก็พอจะคาดเดาทิศทางข่าวในวันนั้น ๆ ได้แล้วเช่นกัน  เว้นก็แต่ว่า  ค่ายใดจะนิยมชมชอบใครเป็นพิเศษเท่านั้น

ในเมื่อใครต่อใครจำนวนไม่น้อย  (ผู้บริโภคข่าวสาร) ยังไม่สามารถหาวิธีขจัดปัดเป่าความทุกข์หรือห่อเหี่ยวใจจากการรับข่าวสารที่ไม่สร้างสรรค์ในแต่ละวัน   มันพอจะเป็นไปได้หรือไม่ว่า  จะมีสื่อสักค่าย  ทำสื่อ/ปรับกระบวนการนำเสนอแบบสะท้อนความเป็นจริงล้วน ๆ  แต่สามารถทำให้คนไทยอ่านอย่างอิ่มใจ  มีความสุข  และมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเข้มแข็ง  เบิกบาน 

ไม่รู้ว่ามันจะขัดแย้งกันเองหรือเปล่า  เพราะความจริงในหลายกรณีมันก็มักจะนำมาซึ่งเจ็บปวดเสมอ ตลอดจน  การทำอะไรที่หลุดจากกระแสมันก็มักจะอยู่ไม่ได้ในมุมมองของธุรกิจ

หรือมันจะเป็นเพียงสื่อในความฝันของผมเท่านั้น





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
yongchan วันที่ : 21/12/2007 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

ขอตอบเอ็นทรี่นี้สั้นๆ โดยใช้มาตรฐานของอุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ในปัจจุบันว่า

"ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียตังค์"

มันเป็นธรรมชาติมนุษย์(จำนวนมาก) ชอบอ่านเรื่องไม่ดี ทุกข์ยากของคนอื่น ไม่รู้ทำไม และถ้าคนส่วนมากยังเป็นอย่างนี้ หนังสือพิมพ์ที่มีแต่เรื่องดีๆ ก็คงเกิดยาก

แต่ก็อีกนะ ถ้าเราช่วยกัน ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดไม่ได้

เอ๊ะ.. ไหนว่าจะตอบสั้นๆ ไง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 01.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

หวัดดีตอนกลางดึกค่ะพี่...เพิ่งกลับมาจาก Concert สนุกสุด ๆ เยี่ยมยอดกระเทียมดองเลย

ไม่ได้แวะมา Entry นี้...อ่านแล้วอยากฝันด้วยคนค่ะ
เค้ากำลังเรียนด้านนี้อยู่เพื่อมาเป็นผู้บริหารสื่อและฝันอยากมีสื่อแบบที่ว่าเหมือนกันค่ะ
เคยคิดเล่น ๆ ว่าถ้าเรามีโอกาสทำหนังสือพิมพ์สักฉบับอยากให้หนังสือพิมพ์ของเราเป็นแบบนี้ค่ะ
- หนังสือพิมพ์ "Good News" หรือ 'ข่าวดี'
- Theme ประกาศคุณความดีของคนในประเทศ, คนไทยที่ชื่อเสียงในต่างประเทศ เป็นต้น
- มีประสบการณ์ชีวิตของคนทำดีทุกวัน...ให้ทุกคนส่งข่าวเข้ามาหรือทีมงานไปหาข่าว เป็นต้น
- มีข้อคิดเพื่อคนทำงาน, ทำดี, เพื่อครอบครัว ฯลฯ
- มีหมวดความดีของทุกสถาบัน เช่น สถาบันการศึกษา, สถาบันครอบครัว, สถาบันศาสนา ฯลฯ
- อื่น ๆ อีกมากมายที่บอกว่า...โลกเรามีแต่สิ่งดีไม่ใช่มีแต่ข่าวอาญชากรรม, ยาเสพติด, ฆ่าล้างโครต อะไรทำนองนี้ค่ะ มีอะไรจรรโลงใจมาให้อ่านบ้าง เผื่อคนที่ทำดีจะได้มีกำลังใจในการทำดีต่อไปค่ะ

ไปอ่านอีก Entry ดีก่า

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
yai2333 วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

เลิกซื้อนานแล้วครับ...

ส่วนใหญ่อ่านจากร้านอาหาร

และมาอ่านในเนทแน่นอนกว่า...





สวัสดีครับ...

...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
sat11 วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


หนูว่าหนังสือพิมพ์มีแต่นิยาย
ข่าวดาราและภาพเกือบโป๊ซะเป็นส่วนใหญ่

เดี๋ยวนี้อ่านตามเวบเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
rainny วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainny
 [มีอาการคล้ายๆ ขี้เกียจเขียนบล็อก] 

แต่ก่อนสมัยเรียนก็ซื้อหนังสือพิมพ์อ่านบ้างค่ะ เดลินิวส์ มติชน ไทยโพสต์ สตาร์ ซอคเกอร์ แล้วแต่อารมณ์

แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ แทบไม่ได้ซื้อเลยค่ะ ส่วนหนึ่งก็เพราะอินเทอร์เน็ตอย่างที่พี่ปฏิจจชนบอก และยิ่งมาระยะหลังนี้ อาการหนัก คือ แทบไม่ค่อยอ่านข่าวในอินเทอร์เน็ตอีกต่างหาก สาเหตุน่าจะเป็นเพราะช่วงหนึ่งที่ คนก็คุณก็รู้ว่าใคร เป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่อยากรับรู้ เลยกลายเป็นว่าปิดรับข่าวสารไปซะอย่างนั้น เพิ่งจะมาเริ่มๆ อ่านบ้าง เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ

เช้าๆ เดินผ่านแผงหนังสือพิมพ์เกือบทุกวัน วันไหนเห็นคนมุงๆ ดู ชะโงกไปดู .... ข่าวดารา

อยากให้ฝันของพี่ปฏิจจชนเป็นจริงค่ะ เพราะเป็นฝันของน้องเหมือนกัน แต่ดูท่าจะยาก ตราบใดที่คนทำหนังสือพิมพ์ ยังเห็นแก่ผลกำไร มากกว่า มีจิตวิญญาณของความเป็นสื่อค่ะ

ไม่เครียดๆ :)

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
chalee วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 01.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

พี่ชาย ... เรื่องนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ หนังสือพิมพ์ดี ๆ หายากมากขึ้นทุกวัน
ทุกวันนี้ยังรับหนังสือพิมพ์อยู่ เพราะมีผู้สูงวัยที่มาเปิดอินเตอร์เน็ตอ่านไม่ได้
แต่หนังสือพิมพ์ที่รับ ก็เป็นหนังสือพิมพ์ที่เมืองนี้หาอ่านยาก บางวันก็ไม่ได้ส่งมา
ลำพังชาลีไม่เป็นไร เพราะเปิดอ่านจากอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่สงสารผู้สูงวัยที่บ้าน
หลาย ๆ คน เลบต้องติดเคเบิ้ลทีวีเพื่อรับข่าวจากผู้จัดการออนไลน์และของเนชั่นได้
เลยแก้ปัญหาข่าวซ้ำซากหน้าเบื่อ ข่าวไร้ศีลธรรม ข่าวมอมเมาเยาวชน ข่าวยั่วยุกิเลส
ส่วนข่าวสร้างสรรค์ที่มีประปรายก็ทำเป็นฉากบังหน้า มันสะท้อนใจยังไงไม่รู้
จะว่าไป ถึงวันนี้แล้ว สื่อเองหน้าจะก้าวออกมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่เพื่อร่วมสร้างชาติ
สร้างบ้านเมืองกันเสียที อย่าได้ปิดหูปิดตาชาวบ้าน ทำแต่รายได้เข้ากระเป๋า แต่หา
ความสร้างสรรค์ได้น้อยมาก ๆ สื่อในฝันของเรา จะเป็นจริงได้ ถ้าสื่อเปลี่ยนใจค่ะพี่ชาย

"ชาลี"

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
undertaker วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/undertaker
ความสุข หาก"ขอ"กันได้ โลกนี้ก็คงไม่มีความทุกข์

.
.
พาดหัว..อย่าง
เนื้อข่าว...อย่าง
พอสรุป....ได้อีกอย่าง
.
.
ทุกวันนี้ ก็เป็น สื่อในฝัน อยู่แล้ว
"ฝันร้าย"
ครับ
.
.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
น้ำอมฤต วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

คงจะยากนะคะ

ทุกวันนี้ ข่าวแต่ละข่าว มีแต่เรื่องในด้านลบแทบทั้งนั้น ไม่จรรโลงใจเลย

เป็นอีกคนหนึ่งค่ะที่ไม่ซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านเป็นเวลานานมากแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

มันเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ...

กลวงนอก...เน่าใน...เรื่องนี้ผมว่าคนทำข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์คงต้องทบทวนตัวเองขนานใหญ่...

โดยเฉพาะค่ายยักษ์หัวสี..ที่ชอบขายข่าวชาวบ้าน..ข่าววาบหวิว..ฆ่าข่มขืน..ถูกยกมาอยู่หน้าหนึ่งเต็มพรืด..แล้วแบบนี้ชาวบ้านจะไม่ซึมซับ..จนกระทั่งมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาหรือ...

และหนังสือพิมพ์บันเทิงก็เกลื่อนแผง..แถมขายดิบขายดี..ทั้งที่ไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย

อนาคตประเทศไทยนั้นเดาไม่ยากหรอกครับ...ตราบที่ยังเป็นแบบนี้อยู่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
feng_shui วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ธรรมดา ที่คน ชอบเรื่องบันเทิง ดารา ข่าวทะเลาะเบาะแว้ง


นสพ. จึงได้เงินจากพวกผิดปกติอย่างเรายากขึ้นๆ แต่จะได้เงินง่ายๆกับคนส่วนใหญ่ที่ชอบสุขนิยม แต่ชอบอ่านเรื่องความเสียหายของคนอื่น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
จุ๊กจุ่น วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 22.41 น.

เห็นด้วยค่ะมันเป็นเรื่องแปลกของมนุษย์ ไม่มีใครที่จะนำเสนอเรื่องราวของบุคคลที่น่านับถือ คนที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติดิฉันคิดว่าการนำเสนอสิ่งดีมันเป็นการกระตุ้นให้คนเรามีจิตสำนึก ช่วงนี้ก็เบื่อข่าว หรือ อินเตอร์เนตเกี่ยวกัยที่ท่านได้กล่าวข้างต้น รู้สึกว่าเราได้แต่พูดๆจบ
และช่วงนี้เป็นที่พ่อหลวงของเราได้เน้นถึงเรื่องความสามัคคี คนไทยยังเหมือนเดิมสมองส่วนความจำหายไป
สำหรับดิฉันไม่อยากพูดใครดีใครชั่วนึกเรื่องเดียวอยากให้
คนไทยสามัคคีกันพูดเรื่องดีดีต่อกันคงจะดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
pukpik วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

ทุกวันนี้ฟังข่าวจากทีวีตอนเช้า เพื่อดูว่าแต่ละวันบ้านเมืองเกิดอะไร ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างที่พี่ว่า...
และอ่านข่าวจาก internet ไม่เคยซื้อหนังสือพิมพ์เลยค่ะพี่

แต่นักข่าวบางคนอ่านข่าวเดียวกันซ้ำกัน 3 ครั้ง 3 ช่อง ก็ตลกดี

คิดว่าบริโภคข่าวจาก internet ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

คุณปฏิจจชน เขียนได้โดนใจนะคะ

ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะฟังและดู ข่าวจาก ทีวี อินเตอร์เน็ต

หนังสือพิมพ์ เมื่อ อ่านและฟังแล้ว ทุกอย่างต้องกรองหมด บางครั้งก้ต้องเปรียบเทียบ หลายๆอัน บางครั้งก็ฟังผ่านๆ บางครั้งก็เปลี่ยนช่อง ....

ถ้าคำว่า ผลประโยชน์ เข้าแทรกซึมทุกองค์กร แม้สื่อ
ก็ไม่พ้นคำนี้ค่ะ กระแสเอย เรตติ้งเอย ยังฝังอยู่ในสื่อ
อีกหลายแขนง...ก็ว่าๆกันไป

ประเทศจะถอยหน้าหรือถอยหลัง คนไทยทั้งนั้นล่ะที่เป็นคนก้าวเดิน

ถ้าจะสรุปว่า ศีลธรรมคือหัวใจของการพัฒนาประเทศ

ก็ใช่แน่นอน แต่ด้วยคนส่วนมาก ยังโต้แย้ง ก็รอดูผล

ของการไม่เห็นความสำคัญของศีลธรรมก็แล้วกัน ไม่นาน


.... ที่แน่ๆ เยาวชน ...ปัจจุบัน ที่เป็นอย่างนี้ เพราะใคร

ควรหาคำตอบได้แล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

กลัวตกเทรนด์

ข่าวสารต้องดัดจริตบันเทิงเยอะๆค่ะ






ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

คงต้องร้องเพลงรออีกนานครับพี่
ทั้งยังไม่แน่ในนักว่า นสพ.ในฝันดังที่พี่ว่าจะมีหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สงราษฎร์ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Leo

คุณจิ๋ว...ผมยอมรับว่าคิดคล้ายๆคุณ...
บางครั้งก็สับสนเหมือนกันว่าทำไม...สื่อส่วนมากเป็นอย่างนั้น...
แต่พอมานั่งตรึกตรอง ก็พบสัจจธรรมอย่างหนึ่งว่า ...ประชาชน เป็นอย่างไร สือมวลชน ก็เป็นอย่างนั้น เหมือนกับ ประชาชน เป็นอย่างไร นักการเมืองก็เป็นเช่นนั้น...
ในเมื่อคนส่วนมาก ยังชอบสื่อแบบหีบห่อสวยงาม หวือหวา แต่เนื้อหานิดเดียว หรือ ถวิลหา อยากใคร่ อยากรู้ เรื่องราวของคนอื่น สื่อก็เป็นอย่างนั้น...
สื่อก็เป็นการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง มีนายทุน แสวงหากำไร และพยายามหา Target group ที่มีกำลังซื้อ....
เหมือนที่นักการเมืองปัจจุบันทำอยู่ (นำโดยคุณทักษิณ) ที่หาเสียงโดยการแยกกลุ่มคนอย่างชัดเจน..ชนชั้นกลาง+คนในเมือง อย่างพวกเรา มีอยู่ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ พวกเขาจะแคร์ทำไมนักหนา สู่ไปทุ่ม ซื้อ ชักจูง หว่านล้อม หลอกล่อ กับอีก 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ดีกว่าหรือ ในเมื่อการเมือง คือ การ จำนวน ส.ส.มายกมือสนับสนุนตนเองให้มากที่สุด และคนไทยที่อายุครบ 18 ปี มี 1 เสียง เท่าๆกัน
ฉันใดก็ฉันนั้น สื่อก็เหมือนกัน ทำหนังสือดีๆ ออกมา ขายไม่ได้ นายทุน มันก็เลิกจ้าง หา บก.ใหม่ ที่สร้างกำไร ให้พวกเขา..
ที่ผมพูดมาทั้งหมด ไม่ได้ไม่ได้เห็นด้วยกับคุณจิ๋วนะครับ เห็นด้วย และยังเป็นหยดน้ำเล็กๆ ที่จะไหลรวมกันหลายๆหยด เพื่อกลายเป็นมหาสมุทร ในภายภาคหน้าต่อไป

ผมเพิ่งกลับมา เคลียร์งานเพิ่งเสร็จ ยังไม่ได้อัพบล็อก หลวงพระบางตอน 2 เลย แต่คงจะเสร็จเร็วๆนี้...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ซื้อหนังสือพิมพ์ธุรกิจสิครับ..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วิทย์แดงจันศรี วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wit
witdaeng.tarad.com : หนังสือเก่าหนังสือมือสอง 

สวัสดีครับพี่ กลับมาแล้วครับ แฮ่ม ไปสำรวจเนชั่นโฉมใหม่ก่อน เดี๋ยวค่อยโฉบมาอ่านตอนค่ำ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
slipknot วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

เห็นด้วยครับพี่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณ.. สำหรับบทความ .. เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ

มีความสุขนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กรมกุชะ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

คุณคือ นักบริโภคข่าวชั้นยอดคนหนึ่ง
มิฉะนั้น คงไม่วิพากษ์ผสมผสานกับเคสตัวอย่างได้อย่างรอบรู้และรู้ลึก
ในฐานะคนทำสื่อคนหนึ่ง ก็คงขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดังนี้
1. ข่าวก็คือข่าว ต้องยอมรับครับ คลิปวีดีโอ โคโยตี้แก้ผ้า สมัครจาบจ้วงพล.อ.ป. ก็ถือเป็นข่าวทั้งนั้น...
2. สังคมไทยมี "คนทำสื่อ" ที่มีจรรยาบรรณมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบมากกว่าโหลยโท่ยครับ แต่สื่อต้นสังกัด โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ มีการธุรกิจและผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง
3. จากข้อ 2 มันก็เลยโยงมาที่การนำเสนอข่าวที่บรรณาธิการ รีไรท์เตอร์ต้องรับลูกจากนายทุน ไม่ทำตามก็ตกงาน นั่นก็คือ การเสนอข่าวถ้าไม่เชิงลบแบบสุดๆ ก็ให้มันชวนทะเลาะไปเลย เขาเรียกว่า เปิดประเด็น เพื่อตีข่าวและเลี้ยงข่าว....
4. ไม่มีหน่วยงานหรือองค์คณะบุคคลใดอยากจะสู้รบปรบมือกับสื่อ เคยได้ยินไหมครับ ทะเลาะกับสื่อทะเลาะกับสุนัขซะยังจะดีกว่า (สื่อซั่วๆนะครับ)
5. สื่อมีมาก วิทยุ ทีวี อินเตอร์เน็ต เคเบิ้ล น.ส.พ.ฯลฯ จึงแข่งขันกันนำเสนอข่าวที่คนส่วนมากเขาสนใจ พาดหัวให้มันหวือหวาเข้าไว้ พระชั่ว ครูเลว จริงมากจริงน้อยไม่รู้ แต่สถาบันพระ สถาบันครู เสียหายไปเรียบร้อย ไม่มีใครกล้าเป็นโจทก์ฟ้องจริยธรรมสื่อ
6. การบริโภคสื่อจึงเป็นสิทธิเฉพาะบุคคล แต่คนหิวข่าวอย่างผมหรืออย่างคุณหรืออย่างใครๆ ก็คงปฏิบัติอย่างคุณคือ เลือก ถ้าไม่เลือก็อ่านก็ฟังก็ดูมันซะทุกสื่อเท่าที่จะมีเวลามีศักยภาพ เสร็จแล้วก็สังเคราะห์ได้ว่า สื่อไหนดี สื่อไหนมั่ว สื่อใดขายข่าว สื่อใดนั่งเทียน สื่อใดเขียนข่าวแบบเอามันเข้าว่า....เราก็เลือกติดตามหรือไม่ซื้อหามาอ่านให้รกสมอง
สำหรับผมแล้วลุยมันทุกสื่อ....เท่าที่มีโอกาส หาองค์ความรู้ประจำวันใส่ตัวครับ

อ้อ...หนังสือพิมพ์ในฝันที่คุณว่านั้น ผมร่วมฝันด้วยคนครับ
ไม่รู้ชาตินี้จะได้เห็นหรือเปล่า ?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vickie วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

นสพ.ข่าวดี จะมีมั๊ย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Jui วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

เห็นด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

At Your Side : The Corrs

When the daylight's gone, and you're on your own And you need a friend, just to be around I will comfort you, I will take your hand And I'll pull you through, I will understand

View All
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]