• patijjachon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 276
  • จำนวนผู้ชม : 698558
  • ส่ง msg :
  • โหวต 425 คน
ปฏิจจชน
: อุดมการณ์แม้กินไม่ได้ แต่สิ่งที่กินไม่ได้สิ่งนี้ จะช่วยทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีกิน มีกินขึ้นมาได้สักวัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2551
Posted by patijjachon , ผู้อ่าน : 92335 , 00:09:45 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สตังค์ , ซันญ่า และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

จากประสบการณ์ที่ผมเข้าร่วมงานสังคมทั้งหลายนั้น  ผมถือว่างานศพของญาติมิตรของผู้ที่รู้จักคุ้นเคยเป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดงานหนึ่งที่ผมจะต้องหาโอกาสไปร่วมให้ได้  ส่วนงานอื่น ๆ  โดยเฉพาะงานที่อยู่ในข่ายของงานแห่งความสุข รื่นเริงนั้น  อยู่ในลำดับที่รองลงไป

ส่วนเหตุผลนั้น  ผมคิดว่าก็คงไม่ต่างจากท่านทั้งหลาย  หลัก ๆ คือ  เพื่อแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าภาพผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก  ซึ่งเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากที่สุด  เพราะผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นเราคงไม่สามารถทำอะไรให้มากไปกว่าบำเพ็ญและอุทิศส่วนกุศลไปให้  ส่วนผู้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่นี่เล่า  เขาจะต้องอยู่กับความเศร้าโศกเสียใจตามความผูกพันที่เคยมีกับผู้ที่วายชนม์  หรือบางคนก็อาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตหลังการสูญเสีย   เหตุผลถัดไปก็เห็นจะเป็นการร่วมรำลึกถึงคุณงามความดี  และแสดงความเคารพผู้ที่เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะฝังหรือเผา  ส่วนเหตุผลอีกข้อหนึ่งนั้น คือ การใช้โอกาสนี้ในการพิจารณาและปลงให้เห็นความจริงของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ นั่นก็คือ ความตาย  เพื่อการดำรงชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไม่ประมาทนั่นเอง

และจากกำหนดการของงานบำเพ็ญกุศลศพโดยทั่วไปซึ่งประกอบด้วย  การรดน้ำศพ,  การฟังสวดพระอภิธรรมศพ  และการฌาปนกิจศพ (เผา) นั้น  ผมเห็นว่าอย่างน้อยเราควรจะต้องหาโอกาสไปร่วมงานฟังสวดให้ได้อย่างน้อยก็ ๑ คืน  และจากการได้ยินบทสวดพระอภิธรรม ๗ บทนี้ มาตั้งแต่เด็ก  รวมทั้งที่ตัวเองเคยสวดได้ตั้งแต่อยู่ชั้น ป. ๓  เมื่อครั้งบวชเป็นสามเณรตอนที่ยายเสีย   จึงตั้งใจตลอดมาว่า  จะต้องหาความหมายหรือคำแปลพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์นี้ให้ได้  นอกเหนือจากการนั่งหลับตาทำสมาธิสวดในใจตามพระไปทุกครั้ง

เพราะยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไร  โอกาสที่จะต้องไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพก็น่าจะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว  และจำนวนรอบที่จะฟังพระอภิธรรมที่ขึ้นต้นด้วย  “กุสะลา ธัมมา  อะกุสะลา ธัมมา ... ”  ลงท้ายด้วย “ ... วิคะตะปัจจะโย  อะวิคะตะปัจจะโย”  ในแต่ละงานก็ขึ้นอยู่กับพระวัดนั้น ๆ หรือตามที่เจ้าภาพกำหนด

บางวัดก็สวดจบเดียว  บางวัดก็สวด ๒ หรือ ๓ จบ  แต่สูงสุดที่เคยผมเคยฟังมาจะสวด ๔ จบ  แต่ละจบจะใช้เวลามากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับจังหวะ/ความเร็วของคณะสงฆ์ที่สวดร่วมกัน  ลองคิดดูเล่น ๆ ก็แล้วกันว่า  นับแต่วันนี้จนกระทั่งวันสุดท้ายที่เราจะสามารถไปร่วมฟังสวดศพได้นั้น  เราจะต้องฟังพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ซ้ำ ๆ อยู่อย่างนี้กี่ร้อย  หรือกี่พัน  จบ

ความหวังที่จะได้คำแปลพระอภิธรรม ๗ บทนี้  เพื่อจะได้ใช้เวลาระหว่างการนั่งฟังพระสวดศพนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (นอกเหนือจากการทำใจให้สงบ)  ก็เป็นจริง  เมื่อไปค้นเจอหนังสืออยู่ ๒ เล่ม คือ  มนต์พิธีชาวพุทธ แปล ของคณาจารย์สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง  และคู่มือพุทธบริษัท ฉบับสมบูรณ์ ของธรรมสภา

ได้หนังสือมา  ลองพยายามทำความเข้าใจคำแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยในหนังสือ ๒ เล่มดังกล่าว  (ซึ่งไม่เหมือนกันเสียทีเดียว)   ด้วยความรู้และปัญญาอันน้อยนิดของผมเองก็บอกกับตัวเองว่า  หลายบท หลายตอน ของพระอภิธรรม ๗ บทที่ถอดความเป็นภาษาไทยแล้วนี้  ยังจะต้องแปลไทยเป็นไทยต่ออีก

แต่แม้กระนั้น  ผมก็ยังคิดว่า  อาจจะดีกว่าที่จะนั่งฟังและท่องได้เป็นนกแก้วนกขุนทองโดยไม่เข้าใจความหมายแม้แต่น้อยในบทสวด

ดังนั้น  ครั้งนี้ผมจึงได้ตั้งใจคัดลอก (พิมพ์) พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์  รวมทั้งคำแปล  พิมพ์ติดตัวไว้เวลาไปฟังพระสวดอภิธรรม  โดยเลือกเอาคำแปลจากสำนักพิมพ์ธรรมสภาซึ่งเป็นสำนักพิมพ์หลักที่เผยแพร่ธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุ  ซึ่งมีความกระชับมากกว่า

เมื่อผลิตเอาไว้ใช้ส่วนตัว  และเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์กับสาธุชนชาวบางโอเคที่สนใจในเรื่องแบบนี้  จึงนำเอามาลงในบล็อกเสียในคราวเดียวกัน

บทสวดนี้มีคำอธิบายเพิ่มเติมเป็นภาษาไทยในหนังสือ มนต์พิธีชาวพุทธ แปล ของคณาจารย์สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง  ไว้ว่า  “พระอภิธรรมนี้ถือเป็นหลักธรรมชั้นสูงในพระพุทธศาสนา  พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโปรดพุทธมารดา  และเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพียงครั้งเดียว  นิยมสวดในงานศพ  มี ๗ คัมภีร์”

พระสังคิณี
กุสะลา  ธัมมา,    พระธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล,  ให้ผลเป็นความสุข
อะกุสะลา  ธัมมา,    ธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล,  ให้ผลเป็นความทุกข์,
อัพ๎ยากะตา  ธัมมา,    ธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากฤต,  เป็นจิตกลาง ๆ อยู่,
กะตะเม  ธัมมา  กุสะลา,    ธรรมเหล่าใดเป็นกุศล
ยัส๎ะมิง  สะมะเย,    ในสมัยใด,
กามาวะจะรัง  กุสะลัง  จิตตัง  อุปปันนัง  โหติโสมะนัสสะสะหะคะตัง  ญาณะสัมปะยุตตัง,    กามาวจรกุศลจิตที่ร่วมด้วยโสมนัส,  คือความยินดี,  ประกอบด้วยญาน คือ ปัญญาเกิดขึ้น ปรารภอารมณ์ใด ๆ,
รูปารัมมะนัง  วา,    จะเป็นรูปารมณ์,  คือยินดีในรูปเป็นอารมณ์ก็ดี,
สัททารัมมะนัง  วา,    จะเป็นสัททารมณ์,  คือยินดีในเสียงเป็นอารมณ์ก็ดี,
คันธารัมมะนัง  วา,    จะเป็นคันธารมณ์,  คือยินดีในกลิ่นเป็นอารมณ์ก็ดี,
ระสารัมมะนัง  วา,    จะเป็นรสารมณ์,  คือยินดีในรสเป็นอารมณ์ก็ดี,
โผฏฐัพพารัมมะนัง  วา,  จะเป็นโผฏฐัพพารมณ์,  คือยินดีในสิ่งที่กระทบถูกต้องกายเป็นอารมณ์ก็ดี,
ธัมมารัมมะนัง  วา  ยัง  ยัง  วา  ปะนารัพภะ,    จะเป็นธรรมารมณ์,  คือยินดีในธรรมเป็นอารมณ์ก็ดี,
ตัส๎ะมิง  สะมะเย  ผัสโส  โหติ,  อะวิกเขโป  โหติ,  เย  วา  ปะนะ  ตัส๎ะมิง  สะมะเย,  อัญเญปิ  อัตถิ  ปะฏิจจะสะมุปปันนา  อะรูปิโน  ธัมมา,    ในสมัยนั้นผัสสะและความไม่ฟุ้งซ่านย่อมมี,  อีกอย่างหนึ่ง  ในสมัยนั้น ธรรมเหล่าใด,  แม้อื่นมีอยู่เป็นธรรมที่ไม่มีรูป,  อาศัยกันและกันเกิดขึ้น,
อิเม  ธัมมา  กุสะลา,    ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล,  ให้ผลเป็นความสุข

พระวิภังค์
ปัญจักขันธา,    ขันธ์ห้าคือส่วนประกอบหน้าอย่างที่รวมเข้าเป็นชีวิต ได้แก่,
รูปักขันโธ,    รูปขันธ์คือส่วนที่เป็นรูปภายนอกและภายในคือร่างกายนี้,  ประกอบด้วยธาตุ ๔,
เวทะนากขันโธ,    เวทนาขันธ์คือความรู้สึกเสวยอารมณ์ ที่เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือเฉย ๆ,
สัญญากขันโธ,    สัญญาขันธ์คือความจำได้หมายรู้ในอารมณ์ ๖,
สังขารักขันโธ,    สังขารขันธ์คือความคิดที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือชั่วหรือเป็นกลาง ๆ,
วิญญาณักขันโธ,    วิญญาณขันธ์คือความรู้แจ้งในอารมณ์ ทางอายตนะทั้ง ๖,
ตัตถะ  กะตะโม  รูปักขันโธ,    บรรดาขันธ์ทั้งหมดรูปขันธ์เป็นอย่างไร,
ยังกิญจิ  รูปัง,    รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง,
อะตีตานาคะตะปัจจุปปันนัง,    ที่เป็นอดีต  อนาคต  และปัจจุบัน,
อัชฌัตตัง  วา,    ภายในก็ตาม,
พะหิทธา  วา,    ภายนอกก็ตาม,
โอฬาริกัง  วา  สุขุมัง  วา,    หยาบก็ตาม  ละเอียดก็ตาม
หีนัง  วา  ปะณีตัง  วา,    เลวก็ตาม  ประณีตก็ตาม
ยัง  ทูเร  วา  สันติเก  วา,    อยู่ไกลก็ตาม  อยู่ใกล้ก็ตาม,
ตะเทกัชฌัง  อะภิสัญญูหิต๎วา  อะภิสังขิปิต๎วา,    ย่นกล่าวร่วมกัน,
อะยัง  วุจจะติ  รูปักขันโธ,    เรียกว่ารูปขันธ์

พระธาตุกถา
สังคะโห  อะสังคะโห,    การสงเคราะห์  การไม่สงเคราะห์ คือ,
สังคะหิเตนะ  อะสังคะหิตัง,    สิ่งที่ไม่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์แล้ว,
อะสังคะหิเตนะ  สังคะหิตัง,    สิ่งที่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้,
สังคะหิเตนะ  สังคะหิตัง,    สิ่งที่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ได้,
อะสังคะหิเตนะ  อะสังคะหิตัง,    สิ่งที่ไม่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้,
สัมปะโยโค  วิปปะโยโค,    การอยู่ด้วยกัน  การพลัดพรากกัน คือ,
สัมปะยุตเตนะ  วิปปะยุตตัง,    การพลัดพรากจากสิ่งที่อยู่ด้วยกัน
วิปปะยุตเตนะ  สัมปะยุตตัง,    การอยู่ร่วมกับสิ่งที่พลัดพรากไป
อะสังคะหิตัง,    จัดเป็นสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้

พระปุคคลปัญญัตติ
ฉะปัญญัตติโย,    บัญญัติ ๖ ประการ,  อันบัณฑิตผู้รู้พึงบัญญัติขึ้น คือ,
ขันธะปัญญัตติ,    การบัญญัติธรรมที่เป็นหมวดหมู่กันเรียกว่าขันธ์  มี ๕,
อายะตะนะปัญญัตติ,    การบัญญัติธรรมอันเป็นบ่อเกิด (แห่งทุกข์และไม่ทุกข์),  เรียกว่าอายตนะ มี ๑๒,
ธาตุปัญญัตติ,    การบัญญัติธรรมที่ทรงตัวอยู่เรียกว่าธาตุ  มี ๑๘,
สัจจะปัญญัตติ,    การบัญญัติธรรมที่เป็นของจริงเรียกว่าสัจจะ  มี ๔,  คือ อริยสัจจ์ ๔,
อินท๎ริยะปัญญัตติ,    การบัญญัติธรรมที่เป็นใหญ่เรียกว่าอินทรีย์  มี ๒๒,
ปุคคะละปัญญัตติ,    การบัญญัติจำพวกบุคคลของบุคคลทั้งหลาย,
กิตตาวะตา  ปุคคะลานัง  ปุคคะละปัญญัตติ,    บุคคลบัญญัติของบุคคลมีเท่าไร,
สะมะยะวิมุตโต  อะสะมะยะวิมุตโต,    ผู้พ้นในกาลบางคราว,  ผู้พ้นอย่างเด็ดขาด,
กุปปะธัมโม  อะกุปปะธัมโม,    ผู้มีธรรมที่กำเริบได้,  ผู้มีธรรมที่กำเริบไม่ได้,
ปะริหานะธัมโม  อะปะริหานะธัมโม,    ผู้มีธรรมที่เสื่อมได้,  ผู้มีธรรมที่เสื่อมไม่ได้,
เจตะนาภัพโพ  อะนุรักขะนาภัพโพ,    ผู้มีธรรมที่ควรแก่เจตนา,  ผู้มีธรรมที่ควรแก่การรักษา,
ปุถุชชะโน  โคต๎ระภู,    ผู้เป็นปุถุชน,  ผู้คร่อมโคตร,
ภะยูปะระโต  อะภะยูปะระโต,  ผู้เว้นชั่วเพราะกลัว,  ผู้เว้นชั่วไม่ใช่เพราะกลัว,
ภัพพาคะมะโน  อะภัพพาคะมะโน,   ผู้ควรแก่มรรคผลนิพพาน,  ผู้ไม่ควรแก่มรรคผลนิพพาน,
นิยะโต  อะนิยะโต,    ผู้เที่ยง,  ผู้ไม่เที่ยง,
ปะฏิปันนะโก  ผะเลฏฐิโต,    ผู้ปฏิบัติอริยมรรค,  ผู้ตั้งอยู่ในอริยผล,
อะระหา  อะระหัตตายะ  ปะฏิปันโน,    ผู้เป็นพระอรหันต์,  ผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นพระอรหันต์

พระกถาวัตถุ
ปุคคะโล  อุปะลัพภะติ  สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ,    ค้นหาบุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์,  คือความหมายอันแท้จริงหรือ ?,
อามันตา,    ถูกแล้ว,
โย  สัจฉิกัตโถ  ปะระมัตโถ,  ตะโต  โส  ปุคคะโล  อุปะลัพภะติ,  สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ,    ปรมัตถ์ คือความหมายอันแท้จริงอันใดมีอยู่,  ค้นหาบุคคลนั้นไม่ได้โดยปรมัตถ์,  คือความหมายอันแท้จริงอันนั้นหรือ
?
นะ  เหวัง  วัตตัพเพ,    ท่านไม่ควรกล่าวอย่างนั้น,
อาชานาหิ  นิคคะหัง  หัญจิ  ปุคคะโล  อุปะลัพภะติ,  สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนะ  เตนะ  วะตะ  เร  วัตตัพเพ,  โย  สัจฉิกัตโถ  ปะระมัตโถ  ตะโต  โส  ปุคคะโล  อุปะลัพภะติ  สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ  มิจฉา,    ท่านจงรู้นิคหะ (การข่ม  ปราม) เถิด,  ถ้าท่านค้นหาบุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์,  คือโดยความหมายอันแท้จริงแล้ว,  ท่านก็ควรกล่าวด้วยเหตุนั้นว่าปรมัตถ์,  คือความหมายอันแท้จริงอันใดมีอยู่,  เราค้นหาบุคคลนั้นไม่ได้โดยปรมัตถ์,  คือโดยความหมายอันแท้จริงนั้น,  คำตอบของท่านที่ว่าปรมัตถ์  คือความหมายอันแท้จริงอันใดมีอยู่,  เราค้นหาบุคคลนั้นไม่ได้โดยปรมัตถ์,  คือโดยความหมายอันแท้จริงอันนั้นจึงผิด,

พระยมก
เย  เกจิ  กุสะลา  ธัมมา,    ธรรมบางเหล่าเป็นกุศล,
สัพเพ  เต  กุสะละมูลา,    ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีกุศลเป็นมูล,
เย  วา  ปะนะ  กุสะละมูลา,    อีกอย่างหนึ่งธรรมเหล่าใด  มีกุศลเป็นมูล,
สัพเพ  เต  ธัมมา  กุสะลา,    ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดก็เป็นกุศล,
เย  เกจิ  กุสะลา  ธัมมา,    ธรรมบางเหล่าเป็นกุศล,
สัพเพ  เต  กะสุละมูเลนะ  เอกะมูลา,    ธรรมเหล่านั้น  ทั้งหมดมีมูลอันเดียวกับธรรมที่มีกุศลเป็นมูล,
เย  วา  ปะนะ  กุสะละมูเลนะ  เอกะมูลา,    อีกอย่างหนึ่งธรรมเหล่าใดมีมูลอันเดียวกับธรรมที่มีกุศล  เป็นมูล,
สัพเพ  เต  ธัมมากุสะลา,    ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล

พระมหาปัฏฐาน
เหตุปัจจะโย,    ธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัย,
อารัมมะณะปัจจะโย,    ธรรมที่มีอารมณ์เป็นปัจจัย,
อะธิปะติปัจจะโย,    ธรรมที่มีอธิบดีเป็นปัจจัย,
อะนันตะระปัจจะโย,    ธรรมที่มีปัจจัยไม่มีอะไรคั่นในระหว่าง,
สะมะนันตะระปัจจะโย,    ธรรมที่มีปัจจัยมีที่สุดเสมอกัน,
สะหะชาตะปัจจะโย,    ธรรมที่เกิดพร้อมกับปัจจัย,
อัญญะมัญญะปัจจะโย,    ธรรมที่เป็นปัจจัยของกันและกัน,
นิสสะยะปัจจะโย,    ธรรมที่มีนิสัยเป็นปัจจัย,
อุปะนิสสะยะปัจจะโย,    ธรรมที่มีอุปนิสัยเป็นปัจจัย,
ปุเรชาตะปัจจะโย,    ธรรมที่มีการเกิดก่อนเป็นปัจจัย,
ปัจฉาชาตะปัจจะโย,    ธรรมที่มีการเกิดภายหลังเป็นปัจจัย,
อาเสวะนะปัจจะโย,    ธรรมที่มีการเสพเป็นปัจจัย,
กัมมะปัจจะโย,    ธรรมที่มีกรรมเป็นปัจจัย,
วิปากะปัจจะโย,    ธรรมที่มีวิบากเป็นปัจจัย,
อาหาระปัจจะโย,    ธรรมที่มีอาหารเป็นปัจจัย,
อินท๎ริยะปัจจะโย,    ธรรมที่มีอินทรีย์เป็นปัจจัย,
ฌานะปัจจะโย,    ธรรมที่มีฌานเป็นปัจจัย,
มัคคะปัจจะโย,    ธรรมที่มีมรรคเป็นปัจจัย,
สัมปะยุตตะปัจจะโย,    ธรรมที่มีการประกอบเป็นปัจจัย,
วิปปะยุตตะปัจจะโย,    ธรรมที่ไม่มีการประกอบเป็นปัจจัย,
อัตถิปัจจะโย,    ธรรมที่มีปัจจัย,
นัตถิปัจจะโย,    ธรรมที่ไม่มีปัจจัย,
วิคะตะปัจจะโย,    ธรรมที่มีการอยู่ปราศจากเป็นปัจจัย,
อะวิคะตะปัจจะโย,    ธรรมที่มีการอยู่ไม่ปราศจากเป็นปัจจัย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ซันญ่า วันที่ : 17/04/2013 เวลา : 11.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ใช้พระอภิธรรมคัมภีร์ 7 บทสวดพระอภิธรรมในงานบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ตามตำนานพระพุทธเจ้ายกขึ้นมาแสดงแก่พุทธมารดาฟังที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์พร้อมเหล่าเทวดา





ในการสวดพระอภิธรรม งานบำเพ็ญพระราชกุศล พระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้นิมนต์พระภิกษุจากวัดพระเชตุพน วัดมหาธาตุ วัดสุทัศนเทพวราราม วัดสระเกศ วัดระฆังโฆสิตาราม วัดจักรวรรดิราชาวาส วัดประยุรวงศาวาส วัดราชสิทธาราม มาในการนี้ โดยพระอภิธรรมคัมภีร์ที่ใช้สวด เป็นบทสวดพระอภิธรรมทำนองหลวงมี 7 บท (7 คัมภีร์) คือ



1.พระสังคิณี ว่าด้วยเรื่องธรรมที่เป็นกุศล กับ อกุศล



2.พระวิภังค์ ว่าด้วยเรื่องขันธ์ 5



3.พระธาตุกถา ว่าด้วยเรื่องการสงเคราะห์ธรรม



4.พระปุคคะละปัญญัติ ว่าด้วยที่ตั้งของบุคคล



5.พระกถาวัตถุ ว่าด้วยความจริงแท้



6.พระยะมะกะ ว่าด้วยธรรมที่เป็นคู่



7.พระมหาปัฏฐาน ว่าด้วยที่ตั้งใหญ่




พระคัมภีร์ทั้ง 7 บทใช้สวดในตั้งแต่ 07.00-24.00 น. ตลอดการพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระศพทั้ง 7 วัน



โดยในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งเสด็จไปโปรดพุทธมารดา ได้ยกพระอภิธรรม 7 คัมภีร์เพื่อตอบแทนพระคุณของมารดา จึงเลือกธรรมะแสดงแก่พุทธมารดาฟังที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะเป็นสวรรค์ชั้นกลางๆ เทวดาชั้นต่ำก็สามารถขึ้นไปฟังได้ ชั้นที่สูงกว่าก็ลงมาฟังได้ ทำให้เหล่าเทวดาทั้งหลายได้บรรลุธรรมพร้อมกัน มีพระโสดาบันเป็นเบื้องต่ำ และอนาคามีเป็นเบื้องสูง พุทธมารดาทรงจุติที่สวรรค์ชั้นดุสิต เป็นสวรรค์ชั้นสูงกว่าดาวดึงส์ ใช้เวลาในการแสดง 3 เดือน (1 พรรษา) ปัจจุบันพระสงฆ์จึงใช้ธรรมะหมวดอภิธรรมเป็นบทสวดเนื่องในการสวดอภิธรรมศพ



สำหรับบทแปลพระอภิธรรมจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทย จัดทำโดยพระมหาพรชัย กุสลจิตโต วัดราชสิทธาราม บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ มีดังนี้




1.พระสังคิณี



กุสะลา ธัมมา ธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข มากามาวจรกุศลเป็นต้น



อกุสะลา ธัมมา ธรรมที่เป็นอกุศลให้ผลเป็นทุกข์ มีโลภมูลจิตแปดเป็นต้น



อัพยากะตา ธัมมา ธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นจิตกลางๆ มีอยู่ มีผัสสะเจตนาเป็นต้น



กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมัง สะมะเย ในสมัยใด ธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุขย่อมบังเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง



กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง จิตที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมนำสัตว์ให้ไปเกิดในกามภพทั้งเจ็ด คือมนุษย์ 1 สวรรค์ 6



อุปปันนัง โหติ ย่อมบังเกิดมีแก่ปุถุชนผู้เป็นสามัญชน



โสมะนัสสะสะหะคะตัง เป็นไปพร้อมกับจิตด้วย ที่เป็นโสมนัสความสุขใจ



ญาณะสัมปะยุตตัง ประกอบพร้อมด้วยญาณเครื่องรู้คือปัญญา



รูปารัมมะณัง วา มีจิตยินดีในรูป มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง



สัทธารัมมะณัง วา มีจิตยินดีในเสียง มีเสียงท่านแสดงพระสัทธรรมเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง



คันธารัมมะณัง วา มีจิตยินดีในกลิ่นหอม แล้วคิดถึงการกุศล มีพุทธบูชาเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง



ระสารัมมะณัง วา มีจิตยินดีในรสเครื่องบริโภค แล้วยินดีใคร่บริจาคเป็นทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง



โผฏฐัพพารัมมะณัง วา มีจิตยินดีในอันถูกต้อง แล้วก็คิดให้ทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง



ธัมมารัมมะณัง วา มีจิตยินดีในที่เจริญพระสัทธรรมกรรมฐาน มีพุทธานุสสติเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง



ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ อีกอย่างหนึ่งความปรารภแห่งจิต ก็เกิดขึ้นในอารมณ์ใดๆ



ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ ความกระทบผัสสะแห่งจิต จิตที่เป็นกุศลก็ย่อมบังเกิดขึ้นในสมัยนั้น



อะวิกเขโป โหติ อันว่าเอกัคคตาเจตสิกอันแน่แน่วในสันดานก็ย่อมบังเกิดขึ้น



เย วา ปะนะ ตัสมิง สะมะเย อีกอย่างหนึ่ง ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ก็ย่อมบังเกิดขึ้นในกาลสมัยนั้น



อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา ธรรมทั้งหลายอาศัยซึ่งจิตทั้งหลายอื่นมีอยู่ แล้วอาศัยกันและกันก็บังเกิดมีขึ้นพร้อม



อะรูปิโน ธัมมา เป็นแต่นามธรรมทั้งหลายไม่มีรูป



อิเม ธัมมา กุสะลา ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข แก่สัตว์ทั้งหลายแล




2.พระวิภังค์



ปัญจักขันธา กองแห่งธรรมชาติทั้งหลายมี 5 ประการ



รูปักขันโธ รูป 28 มีมหาภูติรูป 4 เป็นต้น เป็นกองอันหนึ่ง



เวทะนากขันโธ ความเสวยอารมณ์ เป็นสุขและเป็นทุกข์ เป็นโสมนัสและโทมนัส และอุเบกขา เป็นกองอันหนึ่ง



สัญญากขันโธ ความจำได้หมายรู้ ในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ อันบังเกิดในจิต เป็นกองอันหนึ่ง



สังขารักขันโธ เจตสิกธรรม 50 ดวง เป็นเครื่องปรุงแต่งจิตให้คิดอ่านไปต่างๆ มีบุญเจตสิกเป็นต้นที่ให้สัตว์บังเกิด เป็นกองอันหนึ่ง



วิญญาณักขันโธ วิญญาณจิต 89 ดวงโดยสังเขป เป็นเครื่องรู้แจ้งวิเศษมีจักขุวิญญาณเป็นต้น เป็นกองอันหนึ่ง



ตัตถะ กะตะโม รูปักขันโธ กองแห่งรูปในปัญจขันธ์ทั้งหลายนั้นเป็นอย่างไรบ้าง



ยังกิญจิ รูปัง รูปอันใดอันหนึ่ง



อะตีตานาคะตะปัจจุปันนัง รูปที่เป็นอดีตอันก้าวล่วงไปแล้ว และรูปที่เป็นอนาคตอันยังมาไม่ถึง และรูปที่เป็นปัจจุบันอยู่



อัชฌัตตัง วา เป็นรูปภายในหรือ



พะหิทธา วา หรือว่าเป็นรูปภายนอก



โอฬาริกัง วา เป็นรูปอันหยาบหรือ



สุขุมัง วา หรือว่าเป็นรูปอันละเอียดสุขุม



หีนัง วา เป็นรูปอันเลวทรามหรือ



ประณีตัง วา หรือว่าเป็นรูปอันประณีตบรรจง



ยัง ทูเร วา เป็นรูปในที่ไกลหรือ



สันติเก วา หรือว่าเป็นรูปในที่ใกล้



ตะเทกัชฌัง อะภิวัญญูหิตวา พระผู้มีพระภาคทรงประมวลเข้ายิ่งแล้วซึ่งรูปนั้นเป็นหมวดเดียวกัน



อะภิสังขิปิตวา พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่นย่อเข้ายิ่งแล้ว



อะยัง วุจจะติ รูปักขันโธ กองแห่งรูปธรรมอันนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่าเป็นรูปขันธ์ แล




3.พระธาตุกถา



สังคะโห พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด 1



อะสังคะโหฯ พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด 1



สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ซึ่งเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว



อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์



สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว



อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตังฯ พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ซึ่งเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์



สัมปะโยโค เจตสิกธรรมทั้งหลายอันประกอบพร้อมกับจิต 55



วิปปะโยโคฯ เจตสิกธรรมทั้งหลายอันประกอบแตกต่างกันกับจิต



สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกันเป็นหมวดเดียว



วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกันเป็นหมวดเดียว



อะสังคะหิตังฯ พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่สมควรสงเคราะห์ให้ระคนกัน




4.พระปุคคะละปัญญัติ



ฉะ ปัญญัตติโย ธรรมชาติทั้งหลาย 6 อันบัณฑิตพึงแต่งตั้งบัญญัติไว้



ขันธะปัญญัตติ กองแห่งรูปและนามเป็นธรรมชาติ อันบัณฑิตพึงแต่งตั้งบัญญัติไว้



อายะตะนะปัญญัตติ บ่อเกิดแห่งตัณหา คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อันบัณฑิตพึงแต่งตั้งบัญญัติไว้



สัจจะปัญญัตติ ของจริงอย่างประเสริฐ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นธรรมชาติอันบัณฑิตพึงแต่งตั้งบัญญัติไว้



อินทริยะปัญญัตติ อินทรีย์ 22 เป็นธรรมชาติอันบัณฑิตพึงแต่งตั้งบัญญัติไว้



ปุคคะละปัญญัตติ บุคคลที่เป็นธรรมชาติอันบัณฑิตพึงแต่งตั้งบัญญัติไว้



กิตตาวะตา ปุคคะลานัง แห่งบุคคลทั้งหลายนี่มีกี่จำพวกเชียวหนอ



ปุคคะละปัญญัตติ บุคคลที่เป็นธรรมชาติอันบัณฑิตพึงแต่งตั้งบัญญัติไว้



สะมะยะวิมุตโต พระอริยบุคคล ผู้มีจิตพ้นวิเศษเป็นสมัยอยู่ มีพระโสดาบันเป็นต้น



อะสะมะยะวิมุตโต พระอริยบุคคล ผู้มีจิตพ้นวิเศษไม่มีสมัย มีพระอรหันต์เป็นต้น



กุปปะธัมโม ฌานที่เป็นเครื่องฆ่ากิเลส อันบุคคลได้แล้ว ย่อมกำเริบสูงไป



อะกุปปะธัมโม ฌานที่เป็นเครื่องเผากิเลส อันบุคคลได้แล้ว ย่อมไม่กำเริบ



ปะริหานะธัมโม ฌานที่เป็นเครื่องฆ่ากิเลส อันบุคคลได้สูงขึ้นไปแล้ว ย่อมเสื่อมถอยลง



อะปะริหานะธัมโม ฌานที่เป็นเครื่องเผากิเลส อันบุคคลได้สูงขึ้นไปแล้ว ย่อมไม่เสื่อมถอย



เจตะนาภัพโพ ฌานที่เป็นเครื่องฆ่ากิเลส อันบุคคลได้แล้ว ไม่สามารถที่จะรักษาไว้ในสันดาน



อะนุรักขะนาภัพโพ ฌานที่เป็นเครื่องฆ่ากิเลส อันบุคคลได้แล้ว ก็ตามรักษาไว้ในสันดาน



ปุถุชชะโน บุคคลที่มีอาสวะเครื่องย้อมใจ อันหนาแน่นในสันดาน



โคตระภู บุคคลที่เจริญในพระกรรมฐานตลอดขึ้นไปถึงโคตรภู



ภะยูปะระโต บุคคลที่เป็นปุถุชน ย่อมมีความกลัวเป็นเบื้องหน้า



อะภะยูปะระโต พระขีณาสะวะ บุคคลผู้มีความกลัวอันสิ้นแล้ว



ภัพพาคะมะโน บุคคลผู้มีวาสนาอันแรงกล้า สามารถจะได้มรรคและผลในชาตินั้น



อะภัพพาคะมะโน บุคคลผู้มีวาสนาอันน้อย ไม่สามารถจะได้รับมรรคผลในชาตินั้น



นิยะโต บุคคลผู้กระทำซึ่งปัญจอนันตริกรรม มีปิตุฆาตเป็นต้น



อะนิยะโต บุคคลผู้มีคติปฏิสนธิไม่เที่ยง ย่อมเป็นไปตามยถากรรม



ปะฏิปันนะโก บุคคลผู้ปฏิบัติมั่นเหมาะในพระกรรมฐาน เพื่อจะได้พระอริยมรรค



ผะเลฏฐิโต บุคคลผู้ตั้งอยู่ในพระอริยผล มีพระโสดาบันปัตติผลเป็นต้นตามลำดับ



อะระหา บุคคลผู้ตั่งอยู่ในพระอรหัตตผล เป็นผู้ควรแล้ว เป็นผู้ไกลแล้วจากกิเลส



อะระหัตตายะ ปะฏิปันโน บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อจะให้ถึงพระอรหัตตผล เป็นผู้ควรแล้ว เป็นผู้ไกลแล้วจากกิเลสฯ




5.พระกถาวัตถุ



ปุคคะโล มีคำถามว่าสัตว์ว่าบุรุษว่าหญิงว่าชาย



อุปะลัพภะติ อันท่านควรรู้ด้วยปัญญา อันบังเกิดในสันดานของท่านเถิด



สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ โดยปรมัตถ์คืออรรถอันอุดม เป็นอรรถอันจริงแท้มิได้แปรผันดังนี้มีอยู่หรือ



อามันตา มีคำแก้ตอบว่าจริง สัตว์บุคคลหญิงชายมีอยู่ฯ



โย มีคำถามว่า ปรมัตถธรรมมีประการ 57 มีขันธ์ 5 เป็นต้นทั้งหลายเหล่าใด



สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ เป็นปรมัตถ์คืออรรถอันอุดม เป็นอรรถอันจริงแท้มิได้แปรผัน



ตะโต โส โดยปรมัตถธรรมมีประการ 57 มีขันธ์ 5 เหล่านั้น



ปุคคะโล ว่าเป็นสัตว์บุคคลเป็นหญิงเป็นชาย



อุปะลัพภะติ อันท่านควรรู้ด้วยปัญญา อันบังเกิดในสันดานของท่าน



สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ โดยปรมัตถ์คืออรรถอันอุดม เป็นอรรถอันจริงแท้มิได้แปรผันดังนี้มีอยู่หรือฯ



นะ เหวัง วัตตัพเพ มีคำแก้ตอบว่า ประเภทของปรมัตถ์มีขันธ์ 5 เป็นต้น เราไม่มีพึงกล่าวเชียวหนอฯ



อาชานาหิ นิคคะหัง ผู้ถามกล่าวตอบว่า ท่านจงรับเสียเถิด ซึ่งถ้อยคำอันท่านกล่าวแล้วผิด



หัญจิ ปุคคะโล ผิแลว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคลเป็นหญิงเป็นชาย



อุปะลัพภะติ อันท่านควรรู้ด้วยปัญญา อันบังเกิดในสันดานของท่าน



สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนะ โดยปรมัตถ์คืออรรถอันอุดม เป็นอรรถอันจริงแท้มิได้แปรผัน



เตนะ โดยประการอันเรากล่าวแล้วนั้น



วะตะ เร ดังเรากำหนด ดูก่อนท่านผู้มีหน้าอันเจริญ



วัตตัพเพ โย ปรมัตถธรรมมีประการ 57 มีขันธ์ 5 เป็นต้น อันเราพึงกล่าว



สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ เป็นอรรถอันกระทำในสว่างแจ้งชัด เป็นอรรถอันอุดม



ตะโต โส โดยปรมัตถธรรมมีประการ 57 มีขันธ์ 5 เป็นต้นเหล่านั้น



ปุคคะโล ว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคลเป็นหญิงเป็นชาย



อุปะลัพภะติ อันท่านควรรู้ด้วยปัญญา อันบังเกิดในสันดานของท่าน



สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติฯ โดยปรมัตถ์คืออรรถอันอุดม เป็นอรรถจริงแท้มิได้แปรผันดังนี้



มิจฉา ท่านกล่าวในปัญหาเบื้องต้นกับปัญหาเบื้องปลาย ผิดกันไม่ตรงกันฯ




6.พระยะมะกะ



เย เกจิ จิตและเจตสิกบางพวกทั้งหลายเหล่าใด



กุสะลา ธัมมา ธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข อันบัณฑิตควรสะสมไว้



สัพเพ เต จิตแลเจตสิกทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น



กุสะลมูลา เป็นมูลเป็นที่ตั้งของรากเหง้าแห่งกุศล ให้ผลเป็นสุข อันบัณฑิตควรสะสมไว้ฯ



เย วา ปะนะ อีกอย่างหนึ่ง จิตและเจตสิกทั้งหลายเหล่านั้น



กุสะลามูลา เป็นมูลเป็นที่ตั้งของรากเหง้าแห่งกุศล ให้ผลเป็นสุข อันบัณฑิตควรสะสมไว้



สัพเพ เต ธัมมา ธรรมคือจิตและเจตสิกทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น



กุสะลา ชื่อว่าเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข อันบัณฑิตควรสะสมไว้ฯ



เย เกจิ จิตและเจตสิกบางพวกทั้งหลายเหล่าใด



กุสะลา ธัมมา ธรรมเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข อันบัณฑิตควรสะสมไว้



สัพเพ เต จิตและเจตสิกทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น



กุสะละมูลเลนะ เอกะมูลา เป็นมูลอันหนึ่งด้วยเป็นมูลเป็นที่ตั้งแห่งกุศลให้ผลเป็นสุขอันบัณฑิตควรสะสมไว้แล้วฯ



เย วา ปะนะ อีกอย่างหนึ่ง จิตและเจตสิกทั้งหลายเหล่านั้น



กุสะละมูเลนะ เอกะมูลา เป็นมูลอันหนึ่งด้วยเป็นมูลเป็นที่ตั้งห่างกุศลให้ผลเป็นสุขอันบัณฑิตควรสะสมไว้



สัพเพ เต ธัมมา ธรรมคือจิตและเจตสิกทั้งหลายทั้งปวง



กุสะลา ชื่อว่าเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข อันบัณฑิตควรสะสมไว้ฯ




7.พระมหาปัฏฐาน



เหตุปัจจะโย ความไม่โลภไม่โกรธไม่หลงเป็นต้น เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้เกิดในที่สุข



อารัมมะณะปัจจะโย อารมณ์ความยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



อะธิปะติปัจจะโย ธรรมที่ชื่อว่าอธิบดี 4 ประการ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



อะนันตะระปัจจะโย จิตอันกำหนดในวัตถุและรู้แจ้งวิเศษในทวารทั้ง 6 เนื่องกันไม่มีระหว่าง เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



สะมะนันตะระปัจจะโย จิตอันกำหนดในวัตถุและรู้วิเศษในทวารทั้ง 6 พร้อมกัน ไม่มีระหว่าง เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



สะหะชาตะปัจจะโย จิตและเจตสิกอันบังเกิดกับดับพร้อม เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



อัญญะมัญญะปัจจะโย จิตและเจตสิกค้ำชูซึ่งกันและกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



นิสสะยะปัจจะโย จิตและเจตสิกอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



อุปะนิสสะยะปัจจะโย จิตเจตสิกอันเข้าไปใกล้อาศัยซึ่งกันและกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



ปุเรชาตะปัจจะโย อารมณ์ 5 มีรูปเป็นต้นมากระทบซึ่งจักษุ เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



ปัจฉาชาตะปัจจะโย จิตและเจตสิกที่บังเกิดภายหลังรูป เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



อาเสวะนะปัจจะโย ชะวะนะจิตที่แล่นไปส้องเสพซึ่งอารมณ์ต่อกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



กัมมะปัจจะโย บุญบาปอันบุคคลกระทำแล้ว เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด ในที่ดีที่ชั่ว



วิปากะปัจจะโย และวิเศษแห่งกรรมอันบุคคลกระทำแล้ว เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิดในที่ดีที่ชั่ว



อาหาระปัจจะโย อาหาร 4 มีผัสสาหารเป็นต้น เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



อินทริยะปัจจะโย ธรรมชาติที่เป็นใหญ่ ในตา หู จมูก ลิ้น กายใจ เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



ฌานะปัจจะโย ธรรมชาติเครื่องฆ่ากิเลส เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิดในรูปพรหม



มัคคะปัจจะโย อัฏฐังคิกะมรรคทั้ง 8 มีสัมมาทิฏฐิเป็นต้น เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิดในโลกอุดร



สัมปะยุตตะปัจจะโย จิตและเจตสิกอันบังเกิดสัมปยุตพร้อมในอารมณ์เดียวกันเป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



วิปปะยุตตะปัจจะโย รูปธรรมนามธรรมที่แยกต่างกัน มิได้ระคนกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



อัตถิปัจจะโย รูปธรรมนามธรรมที่ยังไม่ดับ เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิด



นัตถิปัจจะโย เจตสิกที่ดับแล้ว เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้เกิดจิตและเจตสิกในปัจจุบัน



วิคะตะปัจจะโย จิตและเจตสิกที่แยกต่างกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิดจิตและเจตสิกในปัจจุบัน



อะวิคะตะปัจจะโยฯ จิตและเจตสิกที่ดับและมิได้ต่างกัน เป็นเครื่องอาศัยเป็นปัจจัยให้บังเกิดจิตและเจตสิกในปัจจุบันฯ.


http://audio.palungjit.com/f69/พระอภิธรรม-7-คัมภีร์-305.html

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ซันญ่า วันที่ : 17/04/2013 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ท่านคุรุปราชย์แนบ มหานีรานนท์ ผู้ถ่ายทอดค่ะ
อนุโมทนา ท่านเจ้าของกระทู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ForestHang วันที่ : 09/05/2011 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/foresthang
จุดหมายปลายทางของใครหลายคน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของใครบางคน

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
LhinHui วันที่ : 24/08/2008 เวลา : 00.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tsasalak

ขอบคุณค่ะพี่จิ๋ว
เป็นประโยชน์และเตือนสติได้ดีมากค่ะ
เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นของธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
yongchan วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

โหย.. พี่จิ๋วขยันจริงๆ เลยค่ะ

ส่วนบทสวดนี้ เห็นด้วยว่าเป็นประโยชน์มาก ต่อไปนี้ไปฟังสวด จะได้ลองอ่านตามมั่ง ดีกว่านั่งพนมมือแล้วไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรเนาะ

Schoenes Wochenende นะคะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 


ขอบคุณมากค่ะ คุณปฏิจจชน ขอบันทึกกระทู้นี้ไว้ในเครื่องเลยนะคะ ยอดเยี่ยมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

โห..เก่งจังค่ะ ทิดจิ๋ว...555
พรุ่งนี้ต้องไปงานศพสามีเพื่อนเพิ่งแต่งงานกันมาได้ 1 ปีเองค่ะ...น่าสงสารมาก ๆ ค่ะ

ถ้าเลือกได้ไม่อยากไปงานศพใครเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
แวะมาชวนไปอ่าน Tag โบว์ลิ่งการกุศลด้วยจ้า

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
vickie วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

ป๋มเองก้เช่นกัน งานแต่งยังเป็นรอง ตามแต่สถานการณ์เอื้ออำนวย แต่ถ้าเป็นงานศพ ต้องหาโอกาสไปให้ได้ ไกลแค่ไหนก็ต้องพยายามหาโอกาสไปเท่าที่จะทำได้ เพราะ อย่างน้อยเป็นงานที่เค้าจะต้องว๊าเหว่ โศกเศร้า ควรได้รับกำลังใจเยอะๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
lovecondo3 วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovecondo3
ขอให้ทุกรูปภาพทุกเรื่องราวเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้สู่สังคมไทย

เข้าวัด สวดมนต์ ไหว้พระบ้างก็ดีนะ ผมนี่ห่างวัด ธรรมะมานานครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
sat11 วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


ช่วงห้าหกปีหลังเนี่ยฟังสวดอภิธรรมเกือบร้อยจบแล้วค่ะ

ตอนเราเป็นทุกข์นี่เหมือนบทสวดรอยผ่านหูเราไป

ไม่เข้าใจแต่ตั้งใจเพื่อผู้ล่วงลับ
และใจสงบขึ้นค่ะ

ขอบคุณค่ะอ่านบทสวดจบไปอีกหนึ่งจบพร้อมคำแปล
คุ้นเหมือนเสียงพระท่านแว่วมาเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

สมัยบวชเป็นพระ ธรรมบทนี้ต้องท่องจำให้ได้เลยครับ เพราะเวลาออกงานจะต้องใช้ ผมก็เคยศึกษาคำแปลกับหนังสือของที่วัดในสมัยนั้น ดีใจที่ได้กลับมาอ่านอีกที.....

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
AJ.p วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheTaleOfFourTribes
- - " หูยาว จ้าวป่า " - - (นะจ๊ะ)

เคยถามญาติผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็กแล้วครับ...ว่าแปลว่าอะไรหรอ? เพิ่งได้รู้ก็วันนี้...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
phiroj วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

พูดตามตรงครับว่าผมก็เพิ่งได้รู้ความหมายก็ครั้งนี้แหละ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ขอบคุณสำหรับคำแปลครับ
.
.
.
ขอบคุณสำหรับคำสอนและข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวด้วยครับพี่

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
น้ำอมฤต วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

ขอบพระคุณเหลือหลายค่ะคุณปฏิจจชน

ขออนุญาตเก็บไว้ แล้วศึกษาเพิ่มเติมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 03.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

เอนทรีนี้ หนูเมนต์ไม่ถูกค่ะพี่

แต่จะถามว่า หนูมีหนังสืองานศพเล่มนึง หนูเขียนเอง
อยากส่งให้พี่ค่ะ ทางไปรษณีย์ ได้ไหมคะ


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
arekoy วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arekoy
อนาคตและอดีตไม่สำคัญ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ที่บ้านเพิ่งจะมีงานศพของคุณย่าค่ะ
มีการสวดพระอภิธรรม 2 เตียง ทุกคืน และมีพระธรรมเทศนาด้วย
สงสัยเหมือนกันค่ะว่า คนที่นำสวดเรียกว่า เรามีการสวด พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ แปลกใจว่าทำไมเรียก 7 คัมภีร์
ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

หนูกำลังจะออกไปงานศพเลยค่ะพี่
เดี๋ยวจะไปลองฟังดู

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
TaTee วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

ต้อง Save ไว้ค่อยๆอ่านครับ..ส่วนความเข้าใจก็ต้องค่อยๆศึกษากันต่อไป...ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Lyrics วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เข้ามาทักทายคร่า
บทสวดศพ พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ เข้าใจยากจริง ๆ ค่ะ
ว่างๆแวะเข้ามอ่านนะคร่า
http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/04/19/entry-1

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chompoopookha วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

คิดถึงค่ะ แวะมาทักทาย...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 02.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

แปลไทยเป็นไทย

เข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วิตามินบี วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 00.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


เพิ่งได้เคยอ่านคำแปล
แต่ขนาดแปลแล้ว
ก็ยังทำความเข้าใจได้ยากอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชาลี วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaleejang
แผ่นดินนี้สอนให้ฉันรู้จักคุณค่าของชีวิต

พี่ชายคะ

ปู่ กับ ย่า สอนไว้เสมอค่ะ
ว่างานศพ เป็นงานสำคัญที่สุดในชีวิตคนเรา
หากวันนั้นมีงานต้องเลือกไป ระหว่างงานศพ
กับงานอื่น ๆ ขอให้เลือกไปงานศพ

บทสวดศพ พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ เข้าใจยากจริง ๆ ค่ะ
มิหนำซ้ำที่บ้านของชาลียังจะมีบทสวดศพพระอภิธรรม
ที่นอกจากจะเป็นภาษาบาลี ที่ต้องแปลไทยเป็นไทย
ยังมีภาษามอญอีก

ขอบคุณพี่ชายที่นำคำแปลอย่างง่ายมาให้ค่ะ ชาลีเก็บคำแปลของพี่ชายไว้ดีกว่า

"ชาลี"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

At Your Side : The Corrs

When the daylight's gone, and you're on your own And you need a friend, just to be around I will comfort you, I will take your hand And I'll pull you through, I will understand

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]