• patijjachon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 276
  • จำนวนผู้ชม : 699627
  • ส่ง msg :
  • โหวต 425 คน
ปฏิจจชน
: อุดมการณ์แม้กินไม่ได้ แต่สิ่งที่กินไม่ได้สิ่งนี้ จะช่วยทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีกิน มีกินขึ้นมาได้สักวัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2552
Posted by patijjachon , ผู้อ่าน : 4142 , 17:15:55 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“เอิร์ธ ชอบโรงเรียนใหม่ไหมลูก” 
ผมเคยถามลูกชายหลังจากที่เขาเข้าเรียนที่โรงเรียน
Berlin International School ได้ประมาณเดือนกว่า  (พ.ย. ๕๑)

 “ชอบครับพ่อ”
“ทำไมถึงชอบล่ะ”
“เพราะเรียนสนุก และมีการบ้านน้อยครับ”


(ผลงานหน้าห้องเรียน 2T)

คำตอบที่ได้ไม่ทำให้ผมผิดหวังแม้แต่น้อย  และจากที่สอบถามล่าสุด  เขายิ่งชอบโรงเรียนมากยิ่งขึ้น  หลังจากที่เขาสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อน ครู และโรงเรียนได้เป็นอย่างดี 

ตอนอยู่ที่เมืองไทย  ผมไม่มีทางเลือกมากนักในการหาโรงเรียนให้ลูก ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง และเท่าที่สังเกต  แต่ละโรงเรียนมีระบบการเรียนการสอนที่ไม่แตกต่างกันมาก  คือ แข่งขันด้านวิชาการที่เน้นการท่องจำ  มากกว่าที่จะสอนให้เด็กรู้จักคิด


(อุปกรณ์ (ดินน้ำมัน, หลอด) ในการช่วยให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับรูปทรงต่าง ๆ )

สิ่งที่ทำให้ผมมักอึดอัดอยู่บ่อย ๆ ก็คือ  เมื่อเห็นลูกต้องขนการบ้านกลับมาทำทุกวัน บางครั้งก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง   ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า  จะยัดเยียดอะไรกันนักหนาให้กับเด็กอายุแค่ ๔ ถึง ๖ ขวบ 

ภริยาผมเคยแซวผมอยู่บ่อย ๆ ว่า  โลกมันไปถึงไหนแล้ว  ผมจะให้ลูกเรียนเหมือนผมเมื่อตอนเป็นเด็กได้อย่างไร 

เพราะเขารู้ดีว่าผมจบชั้น ป. ๔  จากโรงเรียนวัดใกล้บ้าน  ในขณะที่เรากำลังส่งลูกเรียนโรงเรียนสองภาษาในเมืองหลวง


(หนังสือดี ๆ และน่าอ่าน ที่มีให้นักเรียนอย่างพอเพียง)

ผมไม่เถียงเขาในเรื่องวิทยาการและความรู้ทั้งหลาย  ตลอดจนโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่โรงเรียนตั้งใจมอบ (ยัดเยียด) ให้   ในอายุเท่า ๆ กัน ลูกมีโอกาสเรียนรู้มากกว่าผมแน่นอน   แต่สิ่งหนึ่งที่ลูกอาจมีน้อยกว่าผม (ตอนที่เรียนอยู่เมืองไทย)  คือ ความสุขในการเรียน   

ผมยังสามารถย้อนความทรงจำเก่า ๆ สมัยเริ่มต้นการเรียนได้เป็นอย่างดี 

การเรียนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กจนจบ ป. ๔ ของแทบไม่มีการบ้านในตอนเย็นเลย ... ยกเว้นการท่องบทอาขยานและสูตรคูณก่อนกลับบ้าน 

ตอนเช้าก่อนเข้าเรียนก็เล่น เล่น และก็เล่น ... เล่นจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวก่อนเข้าเรียน 

ส่วนของเล่นเด็กสมัยก่อน  ไม่ต้องรบกวนเงินพ่อแม่แม้แต่บาทเดียว  แน่นอนว่าของโปรดคือ  การเล่นฟุตบอลซึ่งเป็นนักฟุตบอลสมัครเล่นเท้า (ตีน) เปล่ากันทุกคน  เพราะทั้งโรงเรียนไม่มีนักเรียนคนไหนใครมีรองเท้าใส่เลย ... รวมทั้งนักเรียนต้องหาฟุตบอลกันมาเอง เนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีอุปกรณ์กีฬาแม้แต่ชนิดเดียวสนับสนุน 

ที่เหลือก็เป็นของเล่นตามธรรมชาติ เช่น ไล่จับแมงปอ  จิ้งหรีด  แมงทับ ...
หรือจะเป็นแบบออกกำลังล้วน ๆ อย่าง กระต่ายขาเดียว หรือเล่นเตย
หรือไม่ก็เล่น ลูกหิน ล้อต็อก โยนเส้น เป่ายาง  ซึ่งไปตามความนิยมในแต่ละห้วงของเด็ก
 

พักกลางวัน นักเรียนหลายคนก็แปลงกายเป็นลูกศิษย์พระ กินอาหารกลางวันหลังจากพระฉันมื้อเพล  ซึ่งมีอยู่เหลือเฟือ  ใครกินอิ่ม ล้างบาตร ล้างปิ่นโตเสร็จ  หากมีเวลาก็มาเล่นกันต่อ 

ตอนเย็นก็แยกย้ายกันไป นัดเจอกันตามลานวัดบ้าง ลานบ้านบ้าง ... หรือไม่ก็ช่วยทางบ้านทำไร่ ทำนา เลี้ยงควายเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ไปตามประสา 

สมัยยังไม่มีการปฏิรูปการศึกษา  ค่าเทอมก็ไม่เสีย  แถมมีสมุดแจกฟรีให้นักเรียนด้วย 

ดังนั้น  ผมจึงไม่ค่อยประทับใจสักเท่าไรกับการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลในยุคหลัง 

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้รับมาตั้งแต่วัยเด็กจนโต
ในเรื่องระบบการเรียนการสอนนั้น  ผมขอแค่  ๒ ประการ คือ  นักเรียนควรจะมีความสุขกับการเรียนรู้  และผู้ปกครองไม่ควรจะแบกรับค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาของลูกจนเกินไป  ดังเช่นประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลายที่เขามอบให้กับประชาชน


ห้องเรียนด้านไอที (ที่ไม่ต้องแลกด้วยการจ่ายเงินกินเปล่าให้ผู้บริหาร หรือค่าหัวคิวสำหรับนักการเมืองบ้านเรา)

ไม่ว่าโลกจะก้าวหน้าไปสักเพียงใด  พระธรรมขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้ายังทันสมัยอยู่เสมอ 

คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จ หรือ อิทธิบาท ๔ นั้น  จะเริ่มต้นด้วย ฉันทะ ซึ่งแปลความได้ว่า  ความพอใจที่จะทำ  ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ  

เป็นที่แน่นอน  เมื่อคนเราพอใจหรือรักที่จะทำสิ่งใดแล้ว  ผลของการกระทำนั้นย่อมมีแนวโน้มที่จะออกมาในทางที่เป็นประโยชน์ หรือเป็นคุณ 

และการเรียนรู้ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น ไม่ว่าจะยุคไหน  ขอให้มีหัวใจรักที่จะเรียนเป็นพอ 

ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เด็กรักการเรียน  ก็มีองค์ประกอบหลัก ๆ หลายประการด้วยกัน  เช่น ระบบการศึกษาภาคบังคับ (ครอบงำ) ของรัฐ,  ครูอาจารย์  และการปลูกฝังค่านิยมที่เหมาะสมจากทางบ้าน 

ในสององค์ประกอบแรกที่ประชาชนสมควรจะได้รับจากรัฐนั้น  เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมของผู้ที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง 

ระบบการจัดการสอนของโรงเรียนที่นี่  (เยอรมนี) หรืออย่างในอเมริกา  อังกฤษ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่เราพยายามนำมาเป็นแนวทางการศึกษาในบ้านเรา  เป็นอย่างไร ... ผมเชื่อว่า ผู้บริหารการศึกษาระดับสูง ระดับกลาง บ้านเรา  คงรอบรู้อย่างทะลุปรุโปร่ง  เนื่องจากน่าจะมีโอกาสได้ศึกษาดูงานกันไม่รู้กี่รอบแล้ว ... แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็น  ผมไม่อยากลงในรายละเอียด


แม้ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักกับรัฐบาลปัจจุบันเพราะกลัวจะผิดหวังเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา

แต่ผมก็แอบฝันอยู่ลึก ๆ ว่า  เมื่อเราได้ผู้นำที่มีโอกาสได้รับการศึกษาจากสถาบันที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง  ท่านคงจะซาบซึ้ง ตระหนักในสิ่งที่ท่านได้รับ  และหาทางนำมามอบให้กับลูกหลานไทยของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ  ตามศักยภาพและกำลังความสามารถในฐานะผู้นำของประเทศบ้างเท่านั้น

มิใช่ว่า  โอกาสทางการศึกษา  เปิดกว้างไว้สำหรับชนชั้นสูง-กลาง หรือผู้มีอันจะกินแค่กลุ่มเดียวในเมืองไทยเท่านั้น 

การปฏิรูปการศึกษา ต้องร่วมมือ ร่วมแรง กันอย่างจริงจังของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง 

ที่เล่ามาเรื่อยเปื่อยทั้งหมด  อยากสรุปแค่เพียงว่า 

ความหวังที่ผมอยากเห็นลูกสนุกและมีความสุขกับการไปโรงเรียนเหมือนกับผมตอนที่เป็นเด็ก เป็นจริงแล้ว ณ ที่แห่งนี้ 

การเรียนระดับเกรด ๒  ของลูกชายคนโต  ณ โรงเรียนนานาชาติ ในเมืองหลวงของประเทศเยอรมนี  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพอสมควร (แต่ถูกกว่าที่เมืองไทยครึ่งต่อครึ่ง)  ได้ผลเหมือนกับ การเรียน ณ โรงเรียนวัดแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา  เมื่อ ๓๕ ปีที่แล้ว ของผม 

ผลที่ว่านั้นคือ  เราเริ่มต้นชีวิตการเรียนในโรงเรียนอย่างมีความสุขเหมือนกันทั้งพ่อและลูก 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
baie วันที่ : 02/07/2009 เวลา : 08.34 น.

โดยส่วนตัวดิฉันและสามีชอบการศึกษาของเยอรมนีมาก และอยากที่จะส่งลูกไปเรียนพร้อมครอบครัวไปด้วยเหมือนที่คุณ ปฏิจจชนทำ จึงอยากเรียนถามว่าต้องทำอย่างไรถึงเข้าไปอยู่เยอรมนีได้พร้อมครอบครัวแบบนี้ อยากติดต่อคุยกับคุณปฏิจจชนมากมีอีเมลล์ที่ติดต่อได้มั้ยคะ ขอบคุณมากคะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
yongchan วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

อืม...

หย่งไม่ค่อยได้เล่นสมัยตอนเด็กๆ เพราะวิ่งเล่น เหงื่อออก เหนื่อย ร้อน ไม่สนุก (ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือเปล่าที่เป็นผู้หญิง) ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไรไป

รู้แต่ว่าได้การบ้านมา ก็รีบๆ ทำ จะได้ไปดูทีวี

ถึงได้อ้วน และสายตาก็สั้นตั้งแต่เด็กไงคะพี่ ฮ่าฮ่าฮ่า

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ขอโทษด้วยนะครับจ่าบ่มีลูกเลยบ่เข้าใจ.
การศึกษาประเทศไทยยังล้าหลังครับผม..

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
rainny วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainny
 [มีอาการคล้ายๆ ขี้เกียจเขียนบล็อก] 

น้องว่า การที่เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมแบบที่พี่จิ๋วได้ทำตอนเด็กๆ มันทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้ด้านวิชาการและเรียนรู้ชีวิตนะคะ และบางครั้งวิชาการก็มาจากการเรียนรู้ของชีวิตนั่นเอง

น้องเห็นชีวิตเด็กนักเรียนสมัยนี้ที่ตั้งหน้าตั้งตากวดวิชาแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ตอนเรียนมัธยมน้องเองก็ทำแบบนั้นบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไปหลับซะมากกว่า ไม่ได้เรียนเอาเป็นเอาตายเหมือนเด็กทุกวันนี้

ทำแบบนี้ ทำให้ความสุขในวัยเด็ก วัยรุ่นหายไปรึเปล่า สำหรับบางคน น้องไม่แน่ใจ แต่ถ้าน้องมีลูก คงไม่ให้ทำแบบนั้น

ท่านพี่สบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ลูกคนที่รู้จักกันยอมเสียเงินกินเปล่าให้โรงเรียนดังย่านพุทธมณฑล สาย 3 (ธนบรี) 7 หมื่นบาท ทั้งที่สอบเข้าม.4 ได้แล้ว เขาอาจะได้วิชาการ แต่ไม่รู้จะมีความสุขแบบที่ปฏิจจชนเรียนโรงเรียนวัดฟรีรึเปล่า?

คล้ายกับข้อสงสัยและคำถามหลายๆ ข้อที่ผมเขียนไว้ที่

http://www.oknation.net/blog/chao/2009/04/04/entry-1

และ

http://www.oknation.net/blog/chao/2009/05/11/entry-1

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
แม่หมี วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แค่ลูกไปโรงเรียนแล้วบอกว่ามีความสุข แค่นี้แม่หมีก็พอใจแล้วค่ะ ไม่ชอบให้ลูกมีการบ้านมากมาย ตอนเล็กๆหมีน้อยกับหมีใหญ่เรียนอนุบาลมีความสุขมากๆค่ะ ไม่เคยเขียนหรืออ่านหนังสือเลย เตรียมความพร้อมผ่านกิจกรรมต่างๆที่ครูจัดมาให้ ได้ฝึกการเข้ากลุ่ม การเรียนรู้อย่างมีความสุข
ดีจังค่ะที่น้องเอิร์ธ ปรับตัวได้เร็ว อย่างนี้คุณพ่อก็สบายใจได้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
sat11 วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


ผลของการศึกษาที่ล้มเหลวสะท้อนออกมาเป็นความแหลกเหลวของสังคมสมัยนี้ไหมนะ คุณภาพชนชั้นปกครองที่ผลักดันนโยบายหลักๆอ่ะเป็นคนรุ่นไหนกันคะ แค่ลองคิดเล่นๆดูนะคะ วิเคราะห์ได้ไม่ถึงแก่นเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
cozy วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

นักเรียนควรจะมีความสุขกับการเรียนรู้ และผู้ปกครองไม่ควรจะแบกรับค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาของลูกจนเกินไป ดังเช่นประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลายที่เขามอบให้กับประชาชน

ผมเห็นด้วยกับพี่มากครับ ประเทศเราควรเล็งเห็นคุณค่าของการศึกษามากขึ้นทั้งรูปแบบการสอนและคุณภาพการสอนครับ

ที่โน่นเขาทำได้ดีจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
มะอึก วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เรื่องการศึกษาของเมืองไทยนี่ยังเป็นปัญหา และมีมุมมองให้แก้ไขกันตลอดไปครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับคุณจิ๋ว
ในฐานะที่เคยเรียนโรงเรียนวัด บางวันครูไม่พอ หลวงพ่อที่วัดก็ทำหน้าที่สอนแทนครู
จากนั้นก็มาเรียนโรงเรียนบ้าน
โรงเรียนในเมืองหลวง ที่ไม่ต้องเสียเงินกินเปล่า
จนถึงมหาวิทยาลัยของรัฐ
ผิดหวังกับระบบจนเป็นเหตุให้คิดว่า ถ้าเรียนและสอนกันแบบนี้ ป.โท ผมไม่ต้องการ ครับ

จนถึงรุ่นลูกชาย ผมก็ยังคิดว่าเขา(โรงเรียน)ยังสอนเหมือนเดิม ผมเริ่มต้องสอนภาษาอังกฤษลูกชายอย่างจริงๆจังเสียทีเพราะทนไม่ได้กับความรู้ที่ลูกมี

หลายอย่างเหมือนกันครับที่โรงเรียนวัดให้ได้แต่โรงเรียนในเมืองให้ไม่ได้ คิดไว้นานแล้วครับมีเวลาเมื่อไหร่จะพาลูกไปเรียนรู้การทำนา ปักเป็ด เกี่ยวข้าว ผมไปเจอเครื่องมือหาปลา ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าวัดใหญ่ฯ นึกไม่ถึงว่าผมจะเจอ ที่อยุธยา ผมเคยใช้ โพส เมื่อไหร่ผมจะมาเชิญ คุณจิ๋วไปแวะดูนะครับ

ด้วยระลึกถึงจากเชียงใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 07.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ผมเรียนโรงเรียนบ้านครับพี่
"โรงเรียนบ้านบัวโคก"
แรกๆผมไม่เข้าใจนักกับการมีคำว่าบ้านเข้าไปอยู่ในชื่อของโรงเรียน
แต่ที่ผมคุ้นและเห็นบ่อยๆคือ เมื่อสมัยที่ผมเรียนระดับประถมอยู่ บรรดาผู้ปกครองจะไปประชุมที่โรงเรียนบ่อยๆ
และผอ.(ครูใหญ่)ของโรงเรียน มักจะขอความคิดเห็นจากบรรดาผู้ปกครองบ่อยมากๆ และหลายๆกิจกรรม บ้านและโรงเรียน ต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยดีมาตลอด
ผมจึงทึกทักเอาเองว่า โรงเรียนบ้าน อาจมาจากบ้านและโรงเรียนต่างช่วยเหลือและดูแลซึ่งกันและกันมา
ต่างกับปัจจุบันมักเรียกเก็บค่าโน่นค่านี่จิปาถะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

อ่านแล้วนึกตัวเองตอนเด็ก
แปลกแต่จริงค่าเรียนโรงเรียนนานาชาติที่เยอรมันถูกกว่าไทย มันผิดพลาดที่ตรงไหน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มีนา วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

การศึกษาสร้างคนค่ะ

ถ้าหากไม่มีความสุขหรือสนุกกับการเรียนแล้ว
ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะปั้นคนให้มาสร้างชาติได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chompoopookha วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

เผลอแปปเดียวโตเป็นหนุ่มแล้ว หล่อมาก ๆ ค่ะ ฝากหอมแก้มหนุ่มน้อย ขอให้เรียนเก่ง ๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

เจี๊ยบกับน้องชายก็เรียนโรงเรียนวัดตั้งแต่ ป.3 จนจบ ป.7ในสมัยนั้นค่ะ เนื่องด้วยว่าไม่ต้องเสียค่าเทอมแพงเหมือนเรียนโรงเรียนราษฏร์ แบ่งเบาภาระให้แม่ที่ตอนนั้นต้องทํางานหนักรับภาระครอบครัวคนเดียว

ระบบการเรียน การสอนที่เยอรมนีต่างจากระบบท่องจําเมื่อสมัยที่เจี๊ยบเรียนที่เมืองไทย เห็นแล้วยังสนุกไปด้วย เพราะเด็กได้คิด ได้แสดงออก ได้สัมผัสกับสภาพความเป็นจริง มันทําให้พวกเขามีความสุขจริงๆ นะคะ

ไม่มีลูกค่ะ แต่ดูจากข่าวทางทีวี และฟังจากเพื่อน ๆ ที่มีลูกเท่านั้นอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
redribbons07 วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07


ดูภาพแล้วเด็กมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์

ดีใจด้วยค่ะ ที่ลูกมีที่เรียนดี ๆ




ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กลองไท วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 18.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kraitong
ไทนาหว้า

ทุกวันนี้เด็กหลายคนไม่อยากไปโรงเรียนเพราะเรียนแล้วไม่มีความสุข

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

อ่านเมนต์พี่สอนสุพรรณ...
อ้อ...เจ้าตัวเล็กตัวนี้เองเหรอที่ถ่ายรูปหาตัวตั้งนาน
รวมทั้งบล็อกของคุณพ่อด้วย
จำไม่ได้เลย
ขออภัยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้รับมาตั้งแต่วัยเด็กจนโต
ในเรื่องระบบการเรียนการสอนนั้น ผมขอแค่ ๒ ประการ คือ นักเรียนควรจะมีความสุขกับการเรียนรู้ และผู้ปกครองไม่ควรจะแบกรับค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาของลูกจนเกินไป ดังเช่นประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลายที่เขามอบให้กับประชาชน

.................................
นั่นเป็นความคาดหวังสูงสูดเช่นกันค่ะ
เด็กในเมืองไทยคุณภาพการศึกษาต่ำเด็กในโรงเรียนวัด
ย่อมมีคุณภาพที่ด้อยกว่าเอกชนในทุกด้าน
แต่โดยส่วนตัวแล้ว
การเล่นเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดคือเด็กโรงเรียนวัดมีโอกาสวิ่งเล่นช่วงพักการวันตรงนี้เองที่สามารถเสริมการเรียนรู้ด้านสังคม อารมณ์และประสบการณ์ชีวิต
ในขณะที่ดูเป็นเรื่องน่าเศร้า ที่โดยรวมๆแล้วโรงเรียนอินเตอร์ หรือเอกชนโดยส่วนใหญ๋จะเก็บเด็กไว้ในอาคารเรียนปรับอากาศบางแห่งมีสนามบาสสนามบอลในตึกเด็กไม่ได้มารับแสงเดือนแสงตะวัน บางที่ที่เคยพบ(แถวๆหนองแขม)พักกลางวันเด็ฏจะนั่งเรียงกันเหมือนหุ่นยนต์เพราะทีชเซ่อ เอ้ยทิชเช่อ(ฮ่วย..ก็ครูน่านล่ะเรียกให้ยาก)
บอกให้นั่งเฉยๆห้ามวิ่ง...
ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแต่มันเป็นไปแล้วในบ้านนี้ประเทศนี้
ไอ้โรงเรียนดีๆก็มีนะ
แบบโรงเรียนทางเลือก..แต่เลือกจริงๆ เลือกไม่เอาเพราะแพงชนิดที่ว่า เงินเดือนแม่กับพ่อรวมกันยังเหนือย คนธรรมดาเรียนไม่ได้ต้องระดับเจ้าของกิจการเท่านั้น
นี่ยังไม่รวมเรื่องระบบโรงเรียนด้วยนะคะ
โรงเรียนที่ตัวเองทำอยู่เป็นลักษณะคล้ายโรงเรียนทางเลือกพยายามปรับราคาให้ถูกที่คนระดับเงินเดือนไม่ถึงหมื่นเอาลูกมาเรียนได้..
แต่ปรากฎว่ารัฐมิได้ให้การสนับสนุนแต่อย่างใด
(เนื่องจากจัดตั้งในระบบสถานรับเลี้ยงเด็ก)
ไม่ให้การสนับสนุนยังไม่เท่าไรค่ะ
เราก็ยังมีแรงที่จะทำเนื่องด้วยมีอุดมการณ์
แต่สิ่งที่เราขบขันอย่างขื่นขมคือรัฐมีเงินสนับสนุนส่วนนี้นะคะแต่เอาไปสนับสนุนให้ศูนย์เด็ก ซึ่งขาดคุณภาพการศึกษาโดยสิ้นเชิง อาคารสถานที่ เงินทุน อาหารทุกอย่างพร้อมแต่บุคลาการคือ คนในท้องถิ่น วึ่งเหมือนดีถ้าเพียงแต่จบสูงหรือมีความรู้ด้านการจัดการเรียนความสอนสักนิด
แต่นี่ที่ทราบมา จยเพียงประถม
คนตั้งใจแบบเรา ก็รู้สึกเจ็บปวดนิดนึงเพราะอยากให้เด็กในชุมชน มีคุณภาพผู้ปกครองก็เช่นเดียวกันแต่บางครั้ง
เขาอยากมาเรียนกับเราเพราะสวัสดิการที่รัฐจัดให้ไม่ได้คุณภาพแต่เพราะสภาพจำยอมของเศรษฐกิจ
ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าทั้งผู้สอนและผู้ปกครองค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


สวัสดีครับคุณปฏิจจชน...

ไม่ได้มาทักทายเสียนาน คิดถึงครับ ยังนึกถึงภาพที่น้องเค๊าเอากล้องถ่ายรูป ไล่ถ่ายภาพทุกคนในห้องประชุมที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้อย่างกระจ่างชัดเลยครับ...

การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา เหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง หนำซ้ำแบบอย่างดี ๆ ที่ทำไว้ก็โล๊ะทิ้งหมด จึงล้มเหลวจนถึงทุกวันนี้แหล่ะครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
singlemom99 วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon

ในเมืองไทยปัจจุบันมีโรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งอาจจะเทียบเท่าโรงเรียนวัดสมัยคุณพ่อเรียน แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังแพงอยู่และรับเด็กน้อย
โรงเรียนวัดปัจจุบัน ด้วยสังคมที่ติดวัตถุ ติดเกม ไม่เหมือนสมัยก่อน ก็ทำให้คนที่มีสตางค์หน่อยยอมจ่ายโรงเรียนเอกชนซึ่งก็เจอสังคมวัตถุแบบคนรวย และการเร่งเรียน
คุณภาพการศึกษาไทยที่จะทัดเทียมต่างประเทศ ค่าเล่าเรียนถูก คงเป็นฝันต่อไป

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

การเรียนระดับเกรด ๒ ของลูกชายคนโต ณ โรงเรียนนานาชาติ ในเมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพอสมควร (แต่ถูกกว่าที่เมืองไทยครึ่งต่อครึ่ง) ได้ผลเหมือนกับ การเรียน ณ โรงเรียนวัดแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ ๓๕ ปีที่แล้ว ของผม
++
เขาไม่ต้องประกาศ"เรียนฟรี"...แต่ทำจริงนะครับเนี่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

At Your Side : The Corrs

When the daylight's gone, and you're on your own And you need a friend, just to be around I will comfort you, I will take your hand And I'll pull you through, I will understand

View All
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]