• patijjachon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 276
  • จำนวนผู้ชม : 698705
  • ส่ง msg :
  • โหวต 425 คน
ปฏิจจชน
: อุดมการณ์แม้กินไม่ได้ แต่สิ่งที่กินไม่ได้สิ่งนี้ จะช่วยทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีกิน มีกินขึ้นมาได้สักวัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2552
Posted by patijjachon , ผู้อ่าน : 5887 , 19:25:06 น.  
หมวด : ต่างจังหวัด

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อีกเพียง ๔ วัน จะครบกำหนด ๑ ปีที่ผมมาทำงาน/ใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมนี
นอกเหนือจากความในใจส่วนตัวที่ผมเคยเขียนไว้
เยอรมนี ... ทำไมต้องเป็นประเทศนี้
ผมได้เคยบันทึกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยตามประสบการณ์ที่มีโอกาสได้สัมผัสไว้ คือ
มหัศจรรย์แห่งชีวิตของหญิงไทย ณ เมือง บาด ฮอมบวร์ก
ช่องว่างระหว่าง “การมีน้ำใจ” และ “การเคารพในสิทธิส่วนบุคคล”  ตัวอย่างจากเบอร์ลิน  และ
คุณต้องเจอมันแน่ ... เมื่อเข้าห้องน้ำ (ส้วม) ในเยอรมนี

วันนี้ผมจะขอบันทึกเรื่องประทับใจอีกเรื่องหนึ่งที่ผมสังเกตเห็น  นั่นก็คือการข้ามถนนของคนเยอรมัน

โดยปกติแล้วตามทางแยกต่าง ๆ ที่มีสัญญาณไฟจราจร  จะมีจังหวะสัญญาณไฟในการข้ามถนนสำหรับ “คนเดินเท้า” และ “คนขี่จักรยาน”  เสมอ

นอกจากนี้  ตามถนนต่าง ๆ  ก็มักจะมีสัญญาณไฟสำหรับให้คนข้ามถนนอยู่เป็นระยะเช่นกัน

จากการสังเกตลักษณะนิสัยในการข้ามถนนของคนเยอรมันตามเมืองใหญ่  เช่น เบอร์ลิน, มิวนิค  และแฟรงค์เฟิร์ต 

คนที่ยืนรอข้ามถนน ณ จุดที่มีสัญญาณไฟจราจรนั้น  เขามักจะไม่เดินข้ามถนนตราบใดที่ยังไม่มีสัญญาณไฟเขียวให้ข้าม  แม้ว่าในช่วงเวลานั้นจะปลอดรถก็ตาม

เป็นสิ่งที่ผมเห็นจนติดตา

ถามว่ามีคนที่ไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่ผมเห็นบ้างไหม   ตอบว่า  มีบ้าง  แต่นับว่าน้อยมาก ๆ

ส่วนใหญ่จะเป็นการข้ามถนนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรหรือไม่มีทางม้าลายมากกว่า

นั่นคือส่วนของคนเดินถนนหรือคนขี่จักรยาน

หันมามองคนที่ใช้รถบ้าง

แน่นอนว่าคนที่ขับรถ  ยิ่งต้องมีความระมัดระวังและยึดถือกฏจราจรที่เคร่งครัดเสียยิ่งกว่า

ผมยังไม่เห็นรถคนไหน  ไม่หยุดให้คนข้ามถนนตามทางม้าลาย หรือตามสัญญาณไฟจราจร

ซึ่งมันแทบจะเป็นหนังคนละม้วนเลยกับ  การฝ่าไฟแดงบริเวณทางข้ามของคนขับรถในประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของผม  ซึ่งเคยมีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ

ผมเคยเห็นกับตาว่า  นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตสายไหม  เกือบถูกรถชนที่ ถ.วัชรพล ขณะกำลังจะก้าวข้ามถนนในจังหวะที่น้องเขาได้สัญญาณไฟเขียวสำหรับการเดินข้ามซึ่งเป็นจังหวะไฟแดงสำหรับให้รถหยุด    

รวมทั้ง  เคยเห็นคนข้ามถนนที่ต้องยืนรอบนทางเท้าเพื่อรอให้รถฝ่าสัญญาณไฟแดงบริเวณทางข้ามหมดเสียก่อน  บน ถ.สายไหม  ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก สน.สายไหม มากนัก

ย้อนมาที่เยอรมนีกันต่อ

นอกจากนี้  บรรดาคนขับรถที่เขาจอดรอตามจังหวะสัญญาณให้คนข้ามไปแล้วนั้น  เขาก็จะไม่มีวันออกรถโดยเด็ดขาด  ตราบเท่าที่เขายังไม่ได้รับสัญญาณไฟเขียวให้ไป  แม้จะไม่มีคนข้ามถนนแล้วก็ตาม

เห็นวิถีการใช้ชีวิตในการข้ามถนนของคนเยอรมันแล้ว  มันแสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะที่เด่นชัดของคนประเทศนี้บางประการ  นั่นก็คือ  การเคารพกฎกติกาของสังคมที่กำหนดไว้อย่างค่อนข้างเคร่งครัด

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศเขาถึงได้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงจุดนี้

มันทำให้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันง่ายขึ้นในที่สาธารณะ  และที่สำคัญคือทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนผู้ใช้ถนน

อีกปัจจัยที่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ คือ

การได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ในประเทศเยอรมนี  มิใช่ได้กันมาง่าย ๆ  เพราะต้องผ่านการเรียนทฤษฎีและการฝึกขับ  ก่อนที่จะทำการสอบ  รายละเอียดเป็นอย่างไร  ผมจะขอให้บล็อกเกอร์ท่านหนึ่งซึ่งมาใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมนีเช่นกันอย่าง คุณหย่งชาน  เล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปจะดีกว่า  เพราะทราบว่าเธอกำลังสอบเพื่อขออนุญาตทำใบขับขี่ของเยอรมันอย่างเอาจริงเอาจัง

เรื่องอ่านนิสัยคนเยอรมันที่ผมตั้งใจเล่าให้ฟังนั้น  จบแล้วครับ

แต่ผมมีเรื่องคาใจอยู่เรื่องหนึ่ง
สืบเนื่องจากเรื่อง ห้องน้ำ (ส้วม) ในเยอรมันที่ผมเคยเขียนไว้   โดยมีบล็อกเกอร์ท่านหนึ่งได้คอมเมนต์ต่อท้ายว่า

“นับว่าคุณ (ตัวผม) ช่างเป็นผู้มองโลกในแง่ดีเหลือเกิน (น่าจะเหมาะกับอาชีพที่ทำนะคะ)”

อาจเป็นเพราะเธอเคยมีเรื่องฝังใจที่ไม่ค่อยดีนักกับคนเยอรมันตามที่อธิบายต่อมาหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้

ผมจึงขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อคอมเมนต์ที่บล็อกเกอร์ดังกล่าวได้ฝากไว้เสียเลย ณ ที่นี้  เนื่องในโอกาสที่นาน ๆ จะเขียนสักเรื่อง

ว่าไปแล้ว  ประเด็นเรื่องการมองโลกในดีที่เพื่อนบล็อกเกอร์ได้เปิดประเด็นทิ้งไว้นี้  สามารถนำเอามาขยายผลต่อได้เป็นหน้า ๆ ก็ว่าได้

ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ขาวหรือดำไปเสียทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นคนในประเทศใด  ย่อมมีทั้งดีเลวปะปนคละเคล้ากันไป   เพียงแต่ว่า  คนประเภทใดที่มีมากกว่ากัน หรืออาจมีน้อยแต่มีอิทธิพลมากกว่า  ก็จะมีส่วนนำพาประเทศไปในทิศทางนั้น ๆ ได้

ผมชอบมองและพูดถึงคนเยอรมันในภาพรวม  ซึ่งเป็นตัวสะท้อนหรือขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า  มากกว่าจะพูดถึงคนที่มีวิถีชีวิตแปลกแยกไปจากคนส่วนใหญ่

นเรื่องการมองโลกในแง่ดีนั้น  ผมยอมรับว่าผมชอบมองเช่นนั้นอย่างแน่นอน  ผมไม่เห็นประโยชน์อันใดต่อการมองโลกในแง่ร้ายหรือมองโลกในแง่ลบเลย

ที่จริงต้องเรียกว่า  มองโลกตามความเป็นจริงน่าจะเหมาะสมกว่า

เพราะการมองโลกแบบนี้  ทำให้ผมสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข   แม้แต่เมื่อยามต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือปัญหาต่าง ๆ  การมองโลกแบบนี้  ทำให้สมองผมปลอดโปร่ง  ไม่ยอมเสียเวลามาคร่ำครวญเสียดายหรือเสียใจในสิ่งที่ไม่มีทางแก้ไขได้  ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะต่อสู้และฝ่าฟันปัญหาต่าง ๆ ได้ดีกว่า

ในขณะเดียวกัน  ผมไม่เคยลืมปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ คือ  การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท  ไปพร้อม ๆ กัน

ซึ่งทั้ง “การมองโลกในแง่ดี”  และ “การไม่ประมาทในการชีวิต”  สามารถไปกันได้ด้วยดี  ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน

บางท่านอาจเคยประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่น่าประทับใจกับใครบางคน  ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ

เรื่องของการเกิดมาเป็นคนแล้วจะต้องเจอเรื่องที่ดีหรือร้ายนั้น  หากตอบแบบไม่ต้องคิดมาก  ก็ต้องบอกว่า  “แล้วแต่เวรแต่กรรม”  หากตอบแบบใช้ความคิดสักนิด  ก็ต้องบอกว่า  “ทุกอย่างมันเป็นไปมันเป็นไปตามเหตุและปัจจัยที่พอเหมาะพอเจาะกัน  มันเป็นไปเช่นนั้นเอง”

ผมมีความเชื่อว่า   ตราบใดที่เราคิดดี  ทำดี  และพูดดีแล้ว  ชีวิตเราก็มักจะเจอแต่เรื่องดี ๆ หรือมักเจอแต่คนดี ๆ  แต่หากว่าเมื่อใดก็ตามที่ต้องเผชิญกับคนไม่ดี (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโลก)   คนเหล่านี้  ก็ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตเราได้ง่ายนัก

และการมองโลกในแง่ดีน่าจะมีคุณต่อคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ  มิได้จำกัดอยู่สำหรับคนอาชีพใดเลยครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 26/10/2009 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

1 ปีแล้ว
เร็วมากๆเลยครับเวลาที่ผ่านผัน
ยังระลึกถึงพี่เสมอครับ
..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ธมลวรรณ วันที่ : 24/10/2009 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tamonwan


คุณปฏิจจชน
.
ประทับใจวินัยคนข้ามถนนและคนขับรถในเยอรมัน
อ๊อดเคยมีโอกาสสั้นๆในประเทศสหรัฐอเมริกา คนขับจะเกรงใจคนข้ามถนนเอามากๆ บางแยกมีสัญญานไฟรูปมือ ให้คนข้ามกดเอง กรณีจะขอข้ามด้วยค่ะ
.
ประทับใจเรื่องของการมองโลกของคุณ
มองตามความเป็นจริง ซึ่งมีทั้งดีและร้าย
เราเลือกมองด้านดีแล้วได้ชื่นชมกัน
มีความสุขดีกว่าค่ะ
.
อันนี้เกิดกับตัวช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
กับเพื่อนร่วมงาน
ต้องพยายามบอกตัวเอง "มองด้านดี มองด้านดี
" ใจสบาย ปัญหาคลี่คลายไปได้มากค่ะ
.
แวะมาสวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
yongchan วันที่ : 10/10/2009 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

พี่คะ

ที่เยอรมนี ที่พี่เคยเห็นว่า คนข้ามถนนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ไฟเขียวน่ะ หนึ่งในนั้น ต้องเป็นหย่งแน่ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า

แต่ถ้ามีเด็กยืนอยู่จะรอนะพี่ เพราะว่า "เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก"

เรื่องใบขับขี่นั้น... 555 ยากจริง ตอนนี้ผ่านข้อเขียนแล้วค่ะ แต่จะไม่เขียนเรื่องนี้จนกว่าจะผ่านปฏิบัติ ไม่งั้นจะอธิบายไม่ได้ถึงใจว่ามันยากยังไง 55

นี่ก็พยายามท่องทุกวันว่า ชั้นทำได้ๆๆๆ ชาวบ้านเขาทำได้ ชั้นก็ต้องทำได้ ให้กำลังใจตัวเองสุดฤทธิ์...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
rainny วันที่ : 01/10/2009 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainny
 [มีอาการคล้ายๆ ขี้เกียจเขียนบล็อก] 

เหมือนเพิ่งได้อ่านบล็อกร่ำลาว่าจะไปอยู่เยอรมนีของพี่เมื่อไม่นานมานี้เอง ผ่านไป 1 ปีแล้วหรือคะนี่

น้องชอบที่พี่นำเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ของประเทศเค้ามาเล่าให้ฟังนะคะ สำหรับคนที่ไม่เคยได้ไป จะได้รู้ว่าสังคม วิถี ของประเทศอื่นเค้าเป็นยังไงกัน เวลาเห็นขยะเกลื่อนพื้น เห็นคนทิ้งขยะต่อหน้าต่อตา น้องพลางคิดว่า เค้าไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ตอนทิ้งมันลงไป ทำไมวินัยของคนในชาติเรามันถึงน้อยนักก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็ว่าคนไทยจิตใจดีงาม ??

ส่วนเรื่องตอนท้ายนั้น น้องอยากบอกว่า ที่น้องชอบอ่านบล็อกของพี่ ก็เพราะพี่เป็นคนมองโลกในแง่ดีนี่แหละค่ะ

คิดถึงท่านพี่เสมอ แม้จะไม่ได้แวะมาบ่อยๆ ช่วงนี้ทั้งงานเข้า ทั้งสอบ ตีกันให้ยุ่งเลยค่ะ แต่ก็สนุกแบบเหนื่อยๆดี รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อาโต้ วันที่ : 25/09/2009 เวลา : 04.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rtoto

ทั้งหลายทั้งมวล

ทุกชนชั้นเชื้อชาติ

..สุดท้าย..ก็อยู่ที่วินัยในตัวคนครับท่านจิ๋ว

ผมเชื่ออย่างนั้นนะ
*****
แวะมาบอกบุญครับ(อยู่ไกล ส่งแต่ใจไปรับทราบ-อนุโมทนา ..ก็เพียงพอแล้ว)

ขอให้สุขภาพดีครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 24/09/2009 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

สวัสดีค่ะพี่จิ๋ว,

แวะมาอ่านงานพี่ตามคำเชิญของแฟนคลับพี่นะคะ...เอาเป็นว่ามีไม่กี่คนหรอกค่ะ...ที่ตามอ่านงานกันจริง ๆ จัง น่ะ
ไม่อยากอ้างแต่ต้องบอกว่า...งานเยอะมาก ๆ เช่นกัน
ที่บ้านก็ดองไว้นานแสนนานค่ะ...ตั้งใจว่าจะ Up Blog บ้าง กลัวเพื่อนบ้านลืมเหมือนกัน...หุหุ

เรื่องไฟจราจรอ่านแล้วคล้ายกับที่สิงคโปร์นะคะ...แต่เคยไปเกือบสิบปีที่แล้วค่ะ...คนข้ามถนนไม่ต้องระวังตัวเองเหมือนกัน...คนขับขี่รถที่นั่นก็มีวินัยมาก...เรียกว่า ประเทศอื่นช่างต่างกับประเทศเราจริง ๆ ค่ะ ... หุหุ

ความคิดเห็นต่อมาไม่ขอเสนออะไรมาก...แค่เห็นด้วยกับพี่ค่ะว่า "เราควรคิดแง่บวกเสมอ" เพราะสิ่งนี้จะทำให้เรามีความสุขมาก ๆ ค่ะ

จริง ๆ ยังไม่ได้บอกใครเป็นทางการทาง Blog นะคะว่าตัวเองมาอยู่ลาวได้ 1 เดือนแล้วค่ะ...

Anniversary 1 ปีของพี่นะคะ...เพราะวันที่ 20 กันยายนก็ครบรอบ 1 เดือนพอดีของแตนเหมือนกันค่ะ เป็นอะไรที่ Surpise ตัวเองมาก ๆ ที่ตัดสินใจปุ๊บปั๊บไปอยู่ที่นั่นค่ะ...

ยังไงก็ตั้งใจจะเขียนเรื่องดี ๆ และเรื่องราวมากมายที่มาอยู่ที่นี่เหมือนกันนะคะ...พี่เขียนถึงเยอรมัน แตนจะเขียนถึงลาวดีกว่านิ...

ช่วงนี้กำลังปรับตัวหลายอย่าง...ทั้งวิถีชีวิต ภาษา การแต่งกายและอะไรอีกมาก...คิดถึงบ้านค่ะ

ดูแลสุขภาพนะคะพี่มีเวลาจะแวะมาอ่านใหม่ค่ะ

แตน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 22/09/2009 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ชอบสัญญาณไฟที่เยอรมนีเหมือนกันค่ะ บางที่ก็กดเองได้ รอจนกว่าสัญญานคนข้ามจะขึ้น ก็ข้ามได้ และบางที่ก็มีเสียงบอก สําหรับคนตาบอดได้รับรู้

เคยเจอคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฏเหมือนกันค่ะ ปรากฏว่าถูกคนใช้ถนนด้วยกันตําหนิระนาว การผิดกฏกติกาที่นี่ เป็นเรื่องน่าอายมาก

คนขับรถต้องจอดที่ทางม้าลายทุกครั้งที่มีคนข้ามค่ะ อันนี้เรื่องจริงเลย เจี๊ยบเคยโดนคนขับบีบแตรใส่ด้วย ทั้ง ๆ ที่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย แต่เป็นที่เมืองไทยนะคะ ไม่ใช่ที่เยอรมนี

เรื่องจริงอีกหนค่ะ ใบขับขี่รถยนต์ของเยอรมันนี่ไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สงราษฎร์ วันที่ : 22/09/2009 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Leo

คุณจิ๋ว...ไม่เจอกันนานมากนะครับ....ผมงานเข้าเยอะมาก..หายไปนานเหมือนกัน...แต่ความรู้สึกดีๆ ในฐานะเพื่อน..ผมไม่มีเปลี่ยนครับ...
ผมยืนยันตามที่คุณจิ๋ว..นำเสนอว่า..คนเยอรมัน เขาเคร่งครัดต่อหน้าที่...จริงๆ...และมีวิถีประชาค่อนข้างสูง....คนที่ไม่มีระเบียบแบบคนไทยส่วนหนึ่ง...อยู่ในประเทศเยอรมันไม่ได้แน่นอนหากไม่ปรับตัว....
บทความช่วงท้ายของคุณ..ทำให้ผมนึกหาเหตุผลที่คนเยอรมัน ซึ่งนำโดยฮิตเลอร์ ดำเนินการรุกรานประเทศอื่น และชาวยิว ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุผลหนึ่งคือ คนเยอรมัน มีวินัย และทำให้พวกเขามีคุณภาพ มาก จนเกินเลยไป ทำให้เห็นชาติอื่นห่วยแตกหมด..จนในที่สุด..ก็อยากทำให้คนอื่นเหมือนพวกตน..โดยการรุกรานเสียเลย...พอไหวไหมครับ เหตุผลของผม...
ประเทศที่ประชาชนเจ้าของประเทศ เข้าใจในเรื่องความเป็นเจ้าของร่วมของประเทศ และรู้จักหน้าที่ และสิทธิ ของตนเอง เป็นอย่างดี อย่าง เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี คนพวกนี้ เจอวิกฤติ ก็ฝ่าได้ ไม่ยาก แต่พวกห่วยแตก ที่ทำตัวกร่างไปทั่ว แบบเราๆท่าน..แถม เชื่อคนง่าย..อีกต่างหาก..คงได้รอวันล่มจมในที่สุด...
ไม่ได้ดูถูกกันเองครับ...แต่เพราะเข้าใจ...และเชื่อว่า..คนดีๆไม่มีที่ยืนจริงๆ ในสังคมไทย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
redribbons07 วันที่ : 20/09/2009 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

นับว่าเขามีระเบียบดีมากค่ะ



เล่าเรื่องเศร้าของเมืองไทยดีกว่า

บนถนนเส้นทางธุรกิจ ตอนเช้าบริเวณไฟแดงที่ไม่ใช่สาม

แยก สี่แยก ก่อนจะหยุดรถตามสัญญาณไฟ ต้องดูว่าคัน

หลังตามมาในระยะกระชั้นชิดหรือเปล่า และขณะเดียว

กันต้องมองว่ามีคนกำลังจะข้ามหรือเปล่าค่ะ

เพราะถ้าหยุดกระทันหันเนี่ยอาจถูกคันหลังกระแทกได้ง่ายๆ

ที่เจอก็คือเมือเราหยุด เขาบีบแตรไล่หลังค่ะ..บางทีเขาก็

เบี่ยงซ้ายหลบออกไป



เล่าสู่กันฟังค่ะ....


ที่ที่ดีก็มีค่ะ






ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สมดุล วันที่ : 20/09/2009 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บรรดาน้องๆทุกคนที่มีอีเมล ของตนเองแล้ว นับเป็นบันไดขั้นแรกที่จะก้าวต่อไป เป็นเจ้าของธุรกิจ ระหว่างที่เล่าเรียนดีไปด้วย เช่นเดียวกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่เริ่มทำะธุรกิจตอน ๑๑ ขวบ ซึ่งวอร์เรน ยังบอกว่าเริ่มช้าไป

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทั้งการเรียนรู้ และลงมือทำไปด้วย ยิ่งเพิ่มศักยภาพของตนเองและดีวิเศษ ในการบริหารเวลาของชีวิต

มีแบบอย่างรายละเอียดให้ศึกษาที่ http://www.ainews1.com แม้จะเพียงแวะไปเยี่ยมชม ส่วนจะดีอย่างไร น้องๆที่สนใจ ต้องการต่อยอดการเป็นผู้นำเยาวชนรุ่นจิ๋ว เพื่อนๆเขาทำกันอย่างไร ก็คุ้มแล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

At Your Side : The Corrs

When the daylight's gone, and you're on your own And you need a friend, just to be around I will comfort you, I will take your hand And I'll pull you through, I will understand

View All
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]