• pattamarot
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pattamarot@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-20
  • จำนวนเรื่อง : 190
  • จำนวนผู้ชม : 165451
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
pattamarot
บันทึกการเดินทางของเพื่อนที่เดินข้างๆคุณ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pattamarot
วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน 2560
Posted by pattamarot , ผู้อ่าน : 278 , 02:52:56 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิดีโอช่วยผู้ตัดสินเกมฟุตบอล (VAR) มันว้าว! หรือ ว้าย...!

หากเราได้ชมเกมฟุตบอลอุ่นเครื่อง เตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 ของรัสเซีย ในศึกคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ทาง FIFA ได้มีการใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสินเกม นั่นคือ Video Assistant Referees (ย่อว่า VAR) มีการใช้ใน 2 นัดที่ผ่านมา นั่นคือ

เกมในกลุ่ม เอ ระหว่างโปรตุเกส กับ เม็กซิโก มีการใช้เทคโนโลยี VAR แล้ว โดยเป็นเหตุการณ์การปฏิเสธได้ประตูออกนำ 1-0 ของทีมชาติโปรตุเกส และเช็คจังหวะประตูขึ้นนำ 2-1 เมื่อเช็ตจาก VAR แล้วโปรตุเกสก็ได้ประตู แมตช์นี้จะจบลงด้วยผลเสมอ 2-2
ขณะที่อีกคู่ในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นเกมของกลุ่มบี ระหว่างแคเมอรูนกับชิลี ก็มีการใช้ VAR ช่วยตัดสินถึง 2 ครั้งด้วยเช่นกัน เริ่มจากครั้งแรกในจังหวะที่ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส หลุดเดี่ยวไปซัดบอลตุงตาข่ายแล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้ประตู เนื่องจากหัวหอกจากติเกรสอยู้ในตำแหน่งล้ำหน้า 
ส่วนอีกครั้งคือจังหวะได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ของชิลี ซึ่งเป็นการเช็คตำแหน่งการยืนของ อเล็กซิส ซานเชซ ก่อนจะลากหลุดเดี่ยวว่าล้ำหน้าหรือไม่ ผลคือ ไม่ล้ำหน้า ซึ่งเกมนี้ก็จบลงด้วยชัยชนะของแชมป์อเมริกาใต้ด้วยสกอร์ 2-0
สิ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกคือ การดูฟุตบอลนั้นเสียอรรถรส เนื่องจากขาดความต่อเนื่อง แถมผู้เล่นที่ทำประตูก็ยังไม่กล้าดีใจมาก เฮไม่สุด ต้องหันไปเช็คว่ามีการรีวิวดูวีดีโอและเลี่ยนคำตัดสินไหม?

เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว FIFA ได้ทดลองใช้ VAR มาแล้ว ในเกมชิงแชมป์สโมสรโลก ระหว่าง รีล มาดริด ชนะ คลับ อเมริกา 2-0 จนได้แชมป์ไปครอง

วิธีการทำงานของ VAR คือให้ผู้ตัดสินจำนวน 2 คน ประจำการอยู่ที่ห้องส่งและข้างสนาม ซึ่งมีจอมอนิเตอร์ ลิงค์สัญญาณจากกล้องถ่ายทอดสดความละเอียดสูงหลายตัวๆมาให้ดู เมื่อผู้ตัดสินในสนามเกิดความสงสัยต่อจังหวะที่เกิดขึ้นก็จะติดต่อให้คนที่เฝ้ามอนิเตอร์ ร่วมมือกับทีมถ่ายทอดสดเช็คภาพเหตุการณ์จากกล้องที่ถ่ายชัดเจนที่สุด ก่อนส่งคำตอบกลับไปให้เชิ้ตดำในสังเวียนตัดสิน

คำกล่าวที่ว่า "ความผิดพลาดของกรรมการ เป็นสีสันของฟุตบอล" คงจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะผู้ตัดสินเป็นมนุษย์ปุถุชน ย่อมพลาดได้ สี่เท้ายังก้าวพลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง แล้วจะไหวังอะไรกับสายตาของกรรมการ หรือ บ้านเราจะเรียกว่า "จารย์" แม้ไม่ได้สอนหนังสือ เป็นกรรมการบอล มีแต่คนเรียกว่า"จารย์" เช่น "จารย์ลูกนี้ไม่ฟาวล์เหรอ" "จารย์มันอ๊อฟชัดๆ" ...

วงการกีฬาโลกทุกวันนี้ก็มีการใช้ภาพรีเพลย์มาช่วยตัดสินมากมาย ที่เห็นบ่อยคือ เทนนิส, แบดมินตัน หรือกระทั่ง เทควันโด ที่หากใครสงสัยหรือติดใจอะไรก็สามารถใช้สิทธิ์ของตัวเองเรียกร้องขอตรวจสอบได้ ยิ่งวงการฟุตบอลซึ่งมีผลประโยชน์เป็นเม็ดเงินมหาศาล ทำอย่างไรจะลดความผิดพลาดตรงนี้ให้ได้

นักฟุตบอลหรือโค้ชที่ยังยึดติดอยู่กับระบบเดิมๆ ก็ต้องรู้จักหมุนตามเทคโนโลยีให้ทัน โลกเปลี่ยนไปแล้ว เพราะคงไม่มีฝ่ายใดอยากเสียผลประโยชน์จากความผิดพลาดของ “มนุษย์” ที่อยู่กลางสนาม ผลการแข่งขันอาจจะเปลี่ยนได้เพราะผู้ตัดสิน “มองไม่เห็น"

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลเป็นเกมที่แต่กต่างจากกีฬาอื่นๆ เพราะเสน่ห์คือความต่อเนื่อง และมีจุดพลิกผันได้ตลอดเกม ผมยังนึกถึงเกมวอลเลย์บอลหากใช้แบบสิทธิ์ในการ Challenge หากทีมที่ขอ Challenge ชนะการตรวจสอบสิทธิ์ก็จะอยู่ต่อ แต่หากแพ้การ Challenge สิทธิ์ก็จะหมดไป
เกมฟุตบอลน่าจะเป็นแบบนั้นได้ เพราะในเกมคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ผู้ที่ตัดสินใจดู VAR คือ กรรมการผู้ตัดสิน ยิ่งมีการใช้ก็เป็นการประจานความผิดพลาดของผู้ตัดสิน และหากกรณีกรรมการตัดสินผิดพลาด มันมีผลกระทบหลายกรณี ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เกิดมีผู้เล่นยิงเข้าประตูแล้ววิ่งไปดีใจถอดเสื้อ ผู้ตัดสินแจกใบเหลือง แต่ปรากฏว่า ผลการตรวจสอบจาก VAR พบว่า ไม่ได้ประตู ผู้เล่นคนนั้นดีใจไปแล้ว ไม่ได้ประตู แถมโดนใบเหลืองไปด้วย
อะไรทำนองนี้ ต่อไปจะด๊ใจคงไม่กล้ามากเพราะกลัวหน้าแตก ต้องผ่านการตรวจสอบจาก VAR ก่อน และตอนนั้นมันจะมีอารมณ์มาดีใจกันไหม

บทสรุปคือ วิดีโอช่วยผู้ตัดสินเกมฟุตบอล (VAR) มัน ว้าว! หรือ ว้าย...! ต้องดูกันต่อไป หวังว่า ฟุตบอลโลกในปี 2018 ที่เป็นรายการใหญ่ เราจะได้ชมเกมที่สนุกและลดความผิดพลาดลงได้มากขึ้น รวมถึงวงการฟุตบอลไทย จะได้ถึงเวลาปรับปรุง ยกมาตรฐานการตัดสินของกรรมการไทยมากขึ้น

ดูบอลให้สนุก ไม่ทุกข์เพราะเล่นพนัน ไม่งั้น ตัดสินด้วย VAR ทีไร หัวใจมันจะวาย !

 

https://www.pageqq.com/…/co…/view/page/cntth1/0-3550182.html





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน