• peanut
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-29
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 50138
  • ส่ง msg :
  • โหวต 24 คน
Peanut's Peaceful Politics
พูดคุย วิพากษ์สังคม การเมือง เรื่องประเทศชาติ ในแนวทางเสรีภาพสาธารณะ ที่จำกัดด้วยกรอบจริยธรรม ธรรมาภิบาล และจิตสำนึกที่ดี. พร้อมสลับแทรกด้วยสาระบันเทิง เรื่องเล่าเพื่อ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/peanut
วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม 2550
Posted by peanut , ผู้อ่าน : 1025 , 11:16:08 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ครบรอบ 10 ปี วิกฤติเศรษฐกิจไทย ที่ลุกลามไปทั่วเอเซีย จนเรียกขานกันว่าเป็น "ต้มยำกุ้ง ดิซีส" (ซึ่งคนละเรื่องกับ "ต้มยำกุ้ง ช้างกรูอยู่ไหน") วันนี้เราลองมองทบทวนตลอด 10 ปี เหตุการณ์นี้ได้เตือนใจ เตือนสติคนไทยอะไรได้บ้าง แล้วสังคมไทย นักลงทุน ผู้ประกอบการ ได้ปรับตัวจากบทเรียนนี้มากน้อยเพียงใด เทียบกับเพื่อนที่ล้มไปกับเรา

นับจากวันที่ 2 กรกฏาคม 2540 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังจากอุ้มแบงค์และทรัสต์จนแฟบแล้ว ทำเอาอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลดอลล่าร์สหรัฐ พรวดขึ้นเป็นสองเท่า มีไปแตะที่ระดับ 50 บาท/ดอลล่าร์ กันมาแล้วนั้น ส่งผลฟาดฟันไปยังผู้ประกอบการจำนวนมากที่กู้เงินนอก ถึงกับล้มละลายลงเป็นทิวแถว ที่เหลือประคองพอสู้ก็ย่ำแย่กัดฟันไปตามๆ กัน ไม่เพียงส่งผลกระทบเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังดึงเศรษฐกิจโดยรวมของเอเซียทรุดลงด้วยเช่นกัน

เกือบทุกประเทศในเอเซีย ได้รับผลไปถ้วนหน้า มากน้อย ขึ้นกับพฤติกรรมของคน ผู้นำและนโยบายในแต่ละประเทศ เมื่อมาถึงวันนี้ครบรอบสิบปี เหตุการณ์นี้ได้สอนอะไรแก่เรา?

มองดูสังคมคนไทยเวลานี้ ก็ยังเป็นเหมือนๆ เดิมที่เคยเป็นมา วนเวียนอย่างนี้อยู่เป็นวัฏจักรไม่ได้ต่างไปจากกี่สิบปีก่อนเลย แม้ความเจริญด้านวัตถุจะมากขึ้นตามระบบโลก แต่อุปนิสัยคนไทย พฤติกรรมการบริโภค-เก็บออม-ควบคุมระมัดระวัง ไม่เคยจะเปลี่ยน ...เพราะสันดานพี่ไทย ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ลืมง่าย เจ็บไม่จำ ขาดความรอบคอบ ไม่ชอบวางแผนหรือเผื่อทางเลือกป้องกัน รักสบาย ชอบทำอะไรง่ายๆ ลวกๆ เสร็จไวๆ แค่ให้ได้เงินมาเสพสมหลงฟุ้งเฟ้อไปตามความเจริญโลก อุปนิสัยเหล่านี้ล้วนตรงกับคำจำกัดความแต่นมนานกาเลที่ว่า "ทำตามใจคือไทยแท้" ทุกประการ.

ความจริงในสังคม
พื้นฐานคนไทยส่วนใหญ่เน้นอารมณ์ความรู้สึก ความเชื่อและศรัทธา จึงขาดการศึกษาอย่างเพียงพอ เน้นความง่ายสบายเป็นสำคัญ. จะเห็นว่าแท้จริงแล้วในทุกเรื่องไม่ว่าจะ การเมือง เศรษฐกิจ ปฏิรูปการศึกษา ระบบราชการ การบริหารงานต่างๆ โดยคนไทย ฯลฯ ล้วนมีปัญหามาโดยตลอด แก้ไม่เคยได้ แก้ไม่เคยตก เพราะคนไม่ยอมปรับเปลี่ยน แม้ปากจะบอก "คิดใหม่ทำใหม่" ก็ตาม. รูปแบบจึงเสมือนบริหารหรือแก้ปัญหาไปตามกระแส หรือไม่ก็โชคชะตา ดวงดาวฟ้าดิน. มันเลยไม่แปลกอะไรที่เราได้ยินข่าว อดีตนายกรัฐมนตรีบางคนไปเชื่อหมอดู, ชาวบ้านร้านตลาดเล่นขูดเลข หาหวย ฟังหมอดู หรือไม่ก็ตั้งหน้าตั้งตารอของแจก รอเงินโครงการประชานิยม ฯลฯ

ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ของเราก็ไม่เคยจะพลิกผันตัวเองไปเป็นผู้พัฒนา หรือเป็นต้นน้ำของนวัตกรรมเองเลย ภาครัฐก็มีแต่ความพยายามดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนั้นนี้ โดยโชว์แรงงานฝีมือดีราคาถูก โชว์ภาพการเป็นผู้รับจ้างผลิตชั้นดี เป็นฐานการผลิตของภูมิภาค เพื่อส่งออกไปๆๆ ในส่วนภาคเอกชนของคนไทย นอกจากประพฤติตามนโยบายรัฐข้างต้นแล้ว ยังนิยมในหลักการ "ตาอยู่ จับแพะชนแกะ" อีกด้วย ที่เห็นชัดคือ การเป็นตัวแทน การเป็นคนกลาง นำเข้าสินค้าหรือแฟรนไชน์จากต่างประเทศ เพราะไม่ต้องเสียเวลาพัฒนา ไม่ต้องทำอะไรให้มากมาย คนธุรกิจไทยที่มีกำลังหน่อยจึงชอบในแนวทางนี้

แอบมองมิตรประเทศ
มองไปที่มิตรประเทศที่โดน"ต้มยำกุ้ง" เช่นเดียวกับไทยอย่าง "เกาหลี" เพียงในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการผลิกฟื้นภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ ของเขาขึ้นมาจนเป็นแนวหน้าเอเซีย และสู่เวทีโลกได้อย่างรวดเร็ว จนได้รับรางวัลและการยกย่องมากมาย. คนไทยเริ่มมองสินค้าของเกาหลีว่ามีคุณภาพ น่าใช้ และนิยมชมชอบเกาหลีกันมากขึ้น ไม่ว่าจะทั้งจาก สินค้าเทคโนโลยีต่างๆ ดารา นักร้อง หนังละคร อาหาร และการท่องเที่ยว ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลดีย้อนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจของเขาแทบทั้งสิ้น โดยที่ไทยเทียบกันไม่ได้เลย

นี่แหละแบบพี่ไทย
ผลิตภัณพ์ของไทยแท้ กลับเป็นภาคการบริการ การท่องเที่ยว ซึ่งเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ล้วนขึ้นกับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวและกระแสสนใจ, กับในภาคของสินค้าการเกษตร เราก็มักโดนกีดกัน โดนกำแพงภาษีอยู่เรื่อย. ที่เราบอกว่านี่คือจุดแข็งของเรา ตรงนี้มันอาจเป็นเพียงเพราะว่า เราเน้นและทำตรงนี้มานานกว่าใครในภูมิภาค นานจนไม่ใส่ใจเสริมในทางเลือกอื่น เพราะยังเห็นว่าตรงนี้ยังกินงายกินคล่อง. เอาเข้าจริงแล้ว ก็หาได้แข็งกว่าใครที่ไหนมากมายเลย ความเป้นผุ้นำตลาดด้านนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องคงอยู่ถาวร หรือมีเพียงเราที่ทำได้ ไร้คู่แข่งเมื่อไหร่กัน. ที่อื่นๆ เขาก็สามารถทำได้ ถ้าเขาพัฒนาและส่งเสริมจริงจังขึ้นมา

เราต้องพึ่งพาต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่นี่เอง เราถึงยืนด้วยตัวเองได้อย่างไม่มั่นคง ต้องคอยเกาะคนอื่น ให้คนอื่นจูงนำ ชี้ทางสว่าง จะก้าวออกไปแต่ละทีต้องมีไม้เท้า มีสุนัขนำ ก้าวเดินคลำกันออกไปสู่ตลาดโลกภายนอก แบบที่ต้องคอย ก้มๆ เงยๆ มองคนนั้นคนนี้เขาทำอะไร จ้องหาเศษหาเลย หาช่องที่จะพอมุดไปเอาประโยชน์มาได้ง่ายๆ หรือเอากลับไปทำเองหลอกขายไทยกันเอง อย่างนี้เรื่อยตลอดมาเป็นสิบๆ ปี.

ภาคการพัฒนาและวิจัยของไทย ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง และทุ่มเทเพียงพอ ผลงานวิจัยมากมายไม่สามารถต่อยอดไปสู่ภาคธุรกิจ แม้จะมีนักวิจัย มีนักเรียน นักศึกษาที่มีคุณภาพ ชนะระดับโลกมากมาย จนน่าแปลกใจว่า "ภูมิปัญญาเราคงมีแน่ แต่เราคงแพ้ตรงจิตสำนึกสาธารณะ" นี่มากกว่า เพราะคนไทยเรายังหลงกับการหากินแบบง่ายๆ คิดได้แต่ไม่ทำ เป็นพวกชอบวาดฝันในวิมาน ในแผนพัฒนาบนกระดาษกันอยู่ร่ำไป โครงการที่ผุดออกมาในอดีต เช่น การจะเป็นเมืองแฟชั่น เมืองดีทรอยด์เอเซีย เมืองคานเอเซีย อีลิทการ์ด ครัวโลก ไทยแลนด์ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ เมดิคัลฮับ ศูนย์กลางคมนาคมภูมิภาค ฯลฯ สารพัดจะโม้ ก็ล้วนแต่เข้าตามแบบอิหรอบคนไทย คือดีแต่ปาก เอาหน้าใหญ่ กินง่าย ลืมง่าย ไปวันๆ ...เราจึงไม่มีจุดเด่น จุดแข็งที่ยั่งยืนเพียงพอ

มองดูปัจจุบัน ย้อนไปในอดีต
ทุกวันนี้เมืองไทยจึงล้วนเต็มไปด้วย ห้างสรรพสินค้าที่มีให้เลือกสำหรับทุกชนชั้น สินค้ามากมายจากทั่วทุกมุมโลก รถทุกยี่ห้อ แม้แต่ราคาต่ำ(ซึ่งก็ไม่ต่ำนัก) อย่างจีน ก็กำลังจะนำเข้ามาประเคนให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง อุดทุกช่องของคนมีรายได้ทุกระดับ. ลองสังเกตดูธุรกิจคนไทยระดับแนวหน้าของประเทศ หาได้มีกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมใด ที่เราจะเป็นผู้สร้างนวัตกรรมให้กับโลกเลยแม้แต่รายเดียว ธุรกิจเกือบทั้งหมดของไทย ล้วนต้องพึ่งพาการนำเข้าหรือร่วมทุนเป็นรองเขาไปซะหมด. ทั้งพึ่งพาการนำเข้าเทคนิค พึ่งพาเทคโนโลยี วัตถุดิบ แหล่งเงินทุน ผุ้บริหารระดับสูง พึ่งพาการนำเข้านักท่องเที่ยว ฯลฯ

ในอดีตเราเคยเป็นประเทศที่เปิดรับเทคโนโลยี เปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก ประเทศแรกๆ ของภูมิภาค มีความเจริญแบบอารยธรรมตะวันตกล้ำหน้าก่อน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ จนเขาต้องมาศึกษาดูงานในประเทศไทย แต่วันนี้เรายังคงย่ำอยู่ที่เดิม เรายังคงเป็นแมวที่ฝันอยากเป็นเสือเหมือนสิบๆ ปีก่อน แต่เพื่อนมิตรประเทศที่ตามหลังเรามา กลับพัฒนาก้าวไปเกินเราหมดแล้ว วันนี้เราต้องไปดูงานที่เขา ไปใช้สินค้าเขา สมองของเราไหลไปอยู่ประเทศเขา ฯลฯ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพราะอะไร?

สรุป เอาอย่างไรกันดี
หากเรายังเต็มไปด้วย นักการเมือง นักธุรกิจ และชาวบ้านที่เห็นแก่ประโยชน์ หรือรายได้ความมั่งคั่งส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศ ยังหลงภูมิใจอยู่กับการเป็นผู้นำในเรื่อง ที่ต้องอาศัยต่างชาติ หลงภูมิใจกับความเจริญที่ยังเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านรอบข้าง โดยไม่พัฒนาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลวๆ ของคนไทยที่ฝังรากลึกมาแต่เดิม ตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ให้หมดไป แล้วหันหน้ามาร่วมมือกัน เลิกแก่งแย่งแข่งขัน กัดกันเอง เลิกเห็นแก่ตัว แล้วมามุ่งส่งเสริม พัฒนา สร้างทางเลือกรองรับ ผันตัวเองขึ้นมาสู่การเป็นต้นน้ำของผลิตภัณฑ์อย่างสมบูรณ์แบบ. เราก็ยังคงต้องเป็นเหมือนที่เราเป็นมาตลอดสิบปี นี้อยู่ต่อไป ต้องเจอเหตุการณ์ที่วนซ้ำอย่างนี้เป็นวัฏจักรไม่จบไม่สิ้น ก็เนื่องจาก คนของเราเอง ไม่ดิ้นรนที่จะให้หลุดไปจากวงจรมักง่ายนี้ ด้วยตัวเอง.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ยัยตัวหนอน วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน"

เย็นๆ เกือบค่ำ รถรายังติดไม่หาย เลยขอแวะมาทักทาย เพื่อนชาวบล็อกก่อนกลับบ้านดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
peanut วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peanut
ธรรมาภิบาลคืองานของเรา

ไม่ต้องห่วงครับ คุณ Thaihippy มีเวลาว่างผมก็ชอบเข้าไปอ่านเรื่องใน blog ของคุณครับ ...(เห็นม๊ามีรายชื่อใน blog เพื่อนบ้านด้วย)

blog ท่านอื่นๆ ที่แวะเวียนมาเยี่ยม ผมก็ตามกลับไปครับแต่เวลามีน้อยไม่ค่อยได้ login แสดงตน ฮ่า!

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Thaihippy วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

...นั่นแหละ..พี่ไทยเรา
เขียนน่าอ่านดีครับ มีเวลาว่างเชิญที่บ้านผม..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
หาดใหญ่2521 วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wanderer

คิดว่าใช่เพราะคนไทยไม่ใช่คนซีเรียสจริงจังหรือปล่าว
ความสำเร็จในกิจการต่างๆต้องทุ่มเท ขวนขวายอย่างจริงจังและยาวนาน ซึ่งไม่มีในลักษณะนิสัยคนไทย
โลกทุกวันนี้แข่งขันรุนแรงแต่คนไทยก็ลอยชายไปได้เรื่อยๆเปื่อยๆ ชาวต่างชาติเลยชอบมาเที่ยวเพราะรู้สึก relax

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สุภา วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 02.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/msupa

สงสัยเรายังขาดความเชื่อ ความศรัทธา หรือแก่นสารที่เป็นตัวตนของเราที่จะยึดถือ เพื่อให้เราเป็นคนไทยที่ภูมิใจในตนเองกระมังคะ จึงเห็นได้บ่อยๆ ว่าเราชอบเลียนแบบ ชอบเปรียบเทียบกับคนอื่น ชอบรอคอยความเมตตาที่หาได้ยาก หรือแม้แต่ชอบรอคอยองค์จตุคามบันดาลโชค กันทั้งเมือง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
fanggg วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fanggg


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
lady วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladystudio

เศรษฐกิจพอเพียงช่วยได้
อย่าโลภ "อะไรที่เป็นของเรามันก็เป็นของเรา อะไรที่มันไม่ใช่ของเราทำยังไงมันก็ไม่ใช่ของเรา"

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

ในทางวิชาการชี้ว่า ขาดการวิจัยและประเมินผล ( คิด ทำ เทียบ ทดลอง ขยายผล ของ อ.ปุรชัย) ส่วนหลักพุทธาบอกว่า เพราะมนุษย์มีกิเลส ตัณหา รัก โลภ โกรธ หลง หรือ ความไม่พอเพียง นั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chompoopookha วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

บอกว่า...
ประสบการณ์มีไว้ให้ซ้ำรอย ค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นิธิวติฯ วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitivati

ของดีมีอยู่ ใครทำใครก็ได้ผลกับตัว

"เศรษฐกิจพอเพียง" ทำได้ทุกคน ทุกฐานะ ทุกอาชีพ ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร

หลักสำคัญมีง่ายๆ แค่สามอย่าง หนึ่งรู้จักประมาณตน สองคิดบนเหตุบนผล สามมีภูมิคุ้มกัน (พร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน)

เพิ่งไปนั่งฟัง ดร.สุเมธ บรรยายมาเมื่อเช้านี้เอง

ว่างๆ เร็วๆ นี้ จะสรุปใจความสำคัญจากที่ไปฟังมา นำมาให้อ่านกันแบบเต็มๆ กว่านี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
nona วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook

10 ปี แล้ว สินะต้มยำกุ้ง..ทำให้คนตกงานบริษัทเลิกกิจการ..ล้มละลาย...ฯลฯ ณ ปัจจุบันก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ยัยตัวหนอน วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน"

หลายอย่างเปลี่ยนไป แต่บางอย่างยังคงเดิม

"หลังม่าน ค่าเงินบาทลอยตัว 10 ปีต้มยำกุ้งที่มีค่า"
http://www.oknation.net/blog/bookclub/2007/07/03/entry-2

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NARKA

ประเทศไทยอาศัย "ทฤษฎีพึ่งพา"มาตลอดแผนพัฒนาฯฉบับ1-9
เราไม่มีเงินออม
เราไม่มีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่
เรากู้เขามาตลอด
ร.5 กู้แบงค์โลกมาสร้างรถไฟ
ตั้งแต่นั้นมา เรา "กู้"มาโดยตลอด
และบ้านเรา ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
ประชาชนรอรับจากบนลงล่าง คิดเองไม่เป็น
นี่งบประมาณปีนี้1.66ล้านล้านบาท ก็เป็นงบขาดดุลย์กู้เขามา
ใช้ไปในภาคราชการประมาณ70%
ใช้หนี้เงินกู้ประมาณ2-3%
ใช้ลงทุนประมาณ20กว่า% เท่านั้น
ยิ่งงบพัฒนาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่เราใช้เพียง 0.2% เท่านั้น จึงไม่มีผลงานพอที่จะเป็นภูมิคุ้มกันทำในเชิงพาณิชย์ได้ จึงต้องซื้อ สั่งนำเข้าลูกเดียว
เมื่อสภาพการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ไทยเราจึงเป็นสังคมบริโภคนิยม วัตถุนิยม ทุนนิยม ไปแล้ว
แต่สังคมเดิมยังเป็นเกษตรกรรม
ดังนั้นเศรษฐกิจพอเพียง จึงมิอาจสู้ทุนนิยมได้เลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ราษีไศล วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

มาทักทายและชวนไปเที่ยวน้ำตกครับผม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namtan
simply9

บอกให้ เรา พอประมาณค่ะ เรื่องแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก..
มาชวนไปอ่าน 5 วันที่เหลือ ของ ตุ้มจิ๋ว ค่ะ.....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]


ตรงไหนคือจุดเด่นที่สุดของทักษิณ
ปากเสีย พูดอย่างทำอย่าง
1 คน
พฤติกรรมส่อทุจริต คดโกงชาติ
1 คน
ไร้คุณธรรม ศีลธรรมจรรยา
0 คน
บ้าอำนาจ เห็นแก่ตัว อัตตาจัด
0 คน
โดดเด่นทุกข้อที่กล่าวมา (1-4)
40 คน
ร่ำรวยช่วยคนจน
2 คน
คนดีอาสาทำงานเพื่อบ้านเมือง
6 คน

  โหวต 50 คน