• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 299894
  • จำนวนผู้โหวต : 284
  • ส่ง msg :
  • โหวต 284 คน

BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 16 มกราคม 2551
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 6726 , 08:31:39 น.  
หมวด : ส่งการบ้านครู

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนเด็กๆ เคยบ้าอ่านหนังสือสืบสวนสวนสอบสวนอย่างเช่น เชอร์ล็อคโฮมอยู่หลายปีดีดัก อ่านไปอ่านไปเกิดอาการหลุดโลก ฮึกเหิม (หรืออาจจะกำเริบ) คิดจะไปโรงพักเพื่ออาสาเป็นนักสืบ พอโตมาจึงกลายมาเป็นหมอระบาดวิทยา หรือเรียกสั้นๆ ในหมู่พวกว่า ‘หมอระบาด’ เวลาพูดไม่ระมัดระวังกลายเป็น ‘หมอละบาท’ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จนที่สุดในบรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายของประเทศไทย เพราะทำงานให้กับวงการสาธารณสุขเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมจึงมีหมอ(บ้า)มาสมัครเรียนน้อยมาก สมัยนั้นก็ประมาณ 5 คนต่อปี ในขณะที่สาขาอื่นเป็นร้อยเป็นพันคน  แต่ถ้าอยู่ในอเมริกาหรือยุโรปจะมีรายได้ดีมากเพราะเป็นที่ต้องการขององค์กรระดับชาติต่างๆ และ บริษัทยา ยิ่งมหาวิทยาลัยดังๆ อย่างเช่น Johns Hopkins ซึ่งติดอันดับหนึ่งนั้น  บริษัทยามาล่าตัวถึงโรงเรียนเลย เงินเดือนไม่ต้องพูดถึง ต่างกันประมาณ 10 – 15 เท่า ไอ้พวกเราเป็นประเภทจนแล้วยิ่งชอบอาหารเค็มจัด กัดก้อนเกลือกินกันอยู่ในไทยนี่แหละ เพราะความรู้สึกดีๆ  บางอย่างใช่ว่าหาซื้อได้ด้วยเงิน

งานหลักอย่างหนึ่งของพวกเราคือออกสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการระบาดของโรค เป็นด่านหน้ากล้าตาย ถ้าสืบไปสืบไปแล้วกลายเป็นเรื่องคดีอาชญากรรม เราก็หมดหน้าที่ เป็นเรื่องของหมอพรทิพย์ ไม่ใช่หมดระบาด เราจับผู้ร้ายประเภทเชื้อโรคหรือสารก่อโรคเท่านั้น คุกตะรางเราไม่ต้องมี เพราะจับได้ก็ตั้งศาลเตี้ย ไม่มีทนายฝ่ายจำเลย ไม่ต้องรอลงอาญา ลงโทษประหารด้วยยาหรือวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสม เรียบง่าย ตรงไปตรงมา

 

 

ไอ้เรื่องหวาดเสียวก็มีเยอะ และเรื่องขำกลิ้งก็มีแยะ ไว้ค่อยๆ เล่าให้ฟังเป็นเรื่องๆ ไป แต่ต้องใช้นามสมมุติ เพราะบุคคลสถานยังมีอยู่จริง ลักษณะงานสอบสวนโรคระบาดส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องเร่งด่วน หน้าสิ่วหน้าขวาน เสี่ยงต่อการติดโรค และ มีโอกาสผิดข้องหมองใจกับคนในพื้นที่ได้ทุกเมื่อ ลองนึกดูง่ายๆ ว่า ชาวบ้าน ขี้ไหลแห่แหนกันเข้าโรงพยาบาลกันเพียบทุกวัน แล้วท่านเป็นข้าราชการผู้ดูแลสุขภาพปวงชนในพื้นที่ ไม่รู้ว่าเขาไปกินอะไรมา อีกทั้งนักข่าวก็คอยตามวอแวทุกวัน แล้วมีหมอหน้าตาไม่น่าเชื่อถือเข้ามาสอบสวนในพื้นที่ จะไม่ให้เสียอารมณ์ได้อย่างไร  บางครั้งพวกเราก็เจอเรื่องตื่นเต้น มีระเบิดไฟไหม้สารเคมีทั้งชุมชน ไม่รู้ชาวบ้านหนีตายสูดดมควันพิษอะไรไปบ้าง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่ต้องออกไปเสี่ยงเก็บข้อมูล  หรือกรณีโรงไฟฟ้าแม่เมาะยุคแรกๆ ที่ต้องสู้กับรัฐบาล จนบางครั้งต้องเปลี่ยนรถเข้าไปในพื้นที่ คนงานไทยไหลตายที่ประเทศสิงคโปร์ หรือ ชาวเลตายจากการดำน้ำ เป็นต้น แต่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องขวัญหนีดีฝ่อดอกนะ บางเรื่องก็นึกไม่ถึงเช่น คันทั้งหมู่บ้าน ผีเข้าสาวโรงงานตุ๊กตา เป็นต้น ดังนั้นคุณสมบัติที่ควรมีของผู้นำคณะสอบสวนโรคคือ สามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีได้อย่างคล่องแคล่ว วางแผนในภาวะคับขันได้รวดเร็วเหมาะสม มีมนุษยสัมพันธ์ดี ประนีประนอมเก่ง อึด  ทนต่อทุกเรื่อง และ กินง่ายอยู่ง่าย จะสังเกตเห็นได้ว่าเราตัดคุณสมบัติความสวยความหล่อออกไปโดยสิ้นเชิง   แต่ถ้ามีด้วยก็จะช่วยให้บรรยากาศสดใสซาบซ่าขึ้น

    ครั้งนี้ฉันต้องนำคณะสอบสวนโรคจาก สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขออกไปสอบสวนโรค  Visceral Leishmaniasis  หรือที่ในหมู่พวกเราชอบออกเสียงเรียกง่ายๆ แบบไทยๆ ว่า  คาลา-อ้าซ่า (Kala-azar)   ฟังดูโป๊หน่อยแต่น่ากลัวนะ ถือว่าเป็นโรคสำคัญที่ต้องไปสอบสวนแม้ว่าจะเกิดเพียงรายเดียวก็ตาม  โรคนี้เกิดจากเชื้อ protozoa กลุ่ม Leishmania ผู้ป่วยมีอาการได้ 3  ลักษณะตามอาการแสดงเด่นๆ คือ ผิวหนัง เยื้อบุ หรือ อวัยวะภายใน ความรุนแรงตั้งแต่น้อยๆ เป็นแผลตามผิวหนังจนกระทั่งถึง มีไข้ อ่อนแรง ตับม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองโต เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ  และตายได้

 

 

 

โรคนี้ติดต่อโดยแมลงริ้นฝอยทราย (Sand Fly) ที่ติดเชื้อกัดเอา  ตราบใดที่เชื้อยังอยู่ในกระแสเลือดหรือผิวหนังก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้แม้ว่าอาการป่วยจะหายไป การป้องกันการแพร่กระจายโรคนั้นให้ระมัดระวังเลือดและสารคัดหลั่ง แต่ไม่ถึงกับต้องกักกันผู้ป่วย  รายที่จะไปสอบสวนนี้ค่อนข้างแปลกเพราะเป็นเด็กอายุเพียง 2-3 ขวบ กว่าจะวินิจฉัยได้ก็ล่วงเลยมาเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากถูกส่งต่อไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ เนื่องจากไม่ใช่โรคประจำถิ่นและพบน้อยเหลือเกินในเมืองไทย   

 

เมื่อได้รับข่าวฉันนัดประชุมเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์และวางแผนการโดยด่วน แล้วแยกย้ายกันไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมายก่อนเดินทางลงพื้นที่ ทีมเรามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้อาวุโสไฟแรงสองท่านซึ่งเป็นสัตวแพทย์กับนักกีฏวิทยา (แมลง) หรือที่พวกเราตั้งสมยานามให้ด้วยความเคารพรักว่า “หมอหมากับหมอแมง” พี่หมอหมาเปิดคลินิกและต้องรีบไปตรงเวลาเสมอมิฉะนั้น คน(หมา)ไข้ทะเลาะ(กัด)กัน  ส่วนพี่หมอแมงไม่เปิดคลินิกเพราะคงไม่มีใครบ้าพาแมลงมารักษา  นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์ที่ฉันรับผิดชอบพาออกไปฝึกด้วยอีก 2 คน ทั้งคู่เป็นแพทย์ฝึกหัดในโครงการแพทย์ระบาดวิทยาที่มีบุคลิกภาพโดดเด่นตรงกันข้ามกัน หมอเอ (นามสมมุติ) เป็นชายหนุ่มผิวขาว หน้าตาแบบลูกครึ่งจีน มาจากภาคกลางพร้อมบุคลิกมาดมั่น แ่งตัวเนี๊ยบเหมือนนักธุรกิจ หนีบเครื่องมือเรียกทาส(โทรศัพท์มือถือ)ที่เอว ซึ่งสมัยนั้นเป็นของหายาก ส่วนหมอบี (นามสมมุติ) เป็นชายหนุ่มผิวคล้ำ ผมบาง ใบหน้าเข้ม มีบุคลิกสบายๆ  แบบหมอชาวบ้าน มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเจ้าของวาทะเด็ด

“พี่ลู้ได้ไ()   ว่าผมคนใต้(าย

 

งานนี้ถึงคราวหมอเอเป็นผู้สอบสวนหลักจึงได้รับมอบหมายให้ไปคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล  เพื่อหาข้อมูลแมลงลิ้นฝอยทราย (Sand fly) ที่เป็นพานะนำโรค พ่อคุณต้องจดจำลักษณะแมลงนี้ให้ได้ เพราะต้องลงไปเก็บตัวอย่างในพื้นที่เกิดโรคด้วย ส่วนหมอบีเตรียมเรื่องการประสานงานติดต่อร่วมกับเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย 

เราเคลื่อนขบวนออกจากกรุงเทพทางอากาศ แล้วอาศัยรถเจ้าหน้าที่ระบาดฯ ในพื้นที่เมื่อไปถึงจังหวัดเป้าหมาย จากนั้นเข้าพบนายแพทย์สาธารณสุข  เพื่อรายงานตัวและปรึกษาหารือกันในการสอบสวนโรค  ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานหลายประการไม่ว่าจะเรื่องประเด็นการสืบสวน ส่งกำลังหนุน ช่วยประสานกับชาวบ้าน และแนะนำเรื่องความเชื่อและวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่เข้าไปสอบสวนโรค ซึ่งนอกจากคณะจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว ยังมีคณะสัตวแพทย์ของเขตภาคใต้และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมสมทบ

        เวลาพวกเราออกทำงานตามจังหวัดต่างๆ นั้น ไม่ค่อยได้เที่ยวดอก อย่าว่าแต่คิดเลย เวลาพักผ่อนก็แทบไม่มีเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา อาศัยการทำงานตอนลงสำรวจพื้นที่เป็นการเที่ยวไปในตัว มีสิ่งที่น่าสนใจเรียนรู้ในแง่บริบทของวัฒนธรรมสังคมไทยมากมาย ดีกว่าไปกับ ‘อาอึ่มทัวร์’ เจ้าของสโลแกน ‘โบกธง..ลง(กิน)...ช็อบ (shoping)’  เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นตรงที่จะมีมัคคุเทศเดินนำหน้าถือธงให้สัญญานลูกทัวร์ไม่ให้ผิดกลุ่ม ตะโกนบอกอาม่าอาอึ่มให้ลงจากรถทัวร์มาทานข้าว แล้วก็พาไปซื้อของ จากนั้นก็ต้อนให้ขึ้นรถเป็นวัฐจักรตลอดการเที่ยว  

รถตู้พาพวกเราออกจากตัวเมืองไปยังที่หมายซึ่งห่างออกไปราวร้อยกว่ากิโลเมตร สองข้างทางมีไร่นาสวนยางเขียวครึ้มเรียงรายดังภาพวาด ภูเขาสีม่วงทาบทับท้องฟ้าสีครามช่วยแต่งแต้มสีสรรงดงาม เขาเล่าว่ายามที่ใบต้นยางเปลี่ยน สีนั้นสวยไม่แพ้ต้นเมเปิลผลัดใบของประเทศเมืองหนาว ฉันยังไม่มีโชคได้ชื่นชมสักครั้งในการเดินทางตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ที่ฉันเคยเห็นตอนอยู่อเมริกานั้น ยากแก่การบรรยายออกมาเป็นคำพูดว่าสวยงามเพียงใด มันเหมือนนางฟ้าเทวดาสะบัดพู่กันหลากสีลงบนขุนเขาสีม่วงมหึมา ที่มีเมฆขาวนวลโอบกอดบนผืนผ้าใบสีฟ้ากว้างใหญ่   

 

รถตู้ค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อผ่านถนนลูกรังเข้าสู่หมู่บ้าน   บ้านเรือน  ทำด้วยไม้ชั้นเดียวเรียบง่าย มีลานดินหน้าบ้านรายล้อมด้วยต้นยางร่มครึ้มรักษาระยะห่างของบ้านแต่ละหลังออกจากกัน  ซึ่งลักษณะนี้จะแตกต่างจากภาคอีสานและเหนือที่แต่ละบ้านมักจะอยู่ใกล้กัน  พวกเราลงไปทักทายทำความเคารพและ  ทำความเข้าใจกับโต๊ะอิหม่ำ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการทำงานพื้นที่ภาคใต้  จากนั้นแยกย้ายกันออกปฏิบัติหน้าที่  กลุ่มหนึ่งไปพูดคุยกับครอบครัวผู้ป่วยเพื่อ   ซักประวัติและตรวจร่างกายเด็กน้อยเพิ่มเติม อีกกลุ่มหนึ่งออกเดินสำรวจสิ่งแวดล้อม และป่าวประกาศให้ชาวบ้านนำวัว เป็ด ไก่ สุนัข มาเจาะเลือดตรวจหาเชื้อ

 

พี่หมอแมงเดินท่อมๆ หาตำแหน่งติดตั้งเครื่องดักแมลงสำหรับคืนนี้ ต้อง เล็งฮวงจุ้ยตรงบริเวณที่แมลงริ้นฝอยทรายจะมาชุมนุมกัน เครื่องดักแมลงมีแสงไฟเป็นตัวล่อให้แมลงที่หลงแสงสีบินเข้ามาติดกับดักตาข่ายถี่ๆ  โดยมีพัดลมช่วยดูดจับแมลงไว้ แล้วค่อยมาเก็บตัวอย่างแมลงในวันรุ่งขึ้น 

สำหรับพี่หมอหมากับคณะของสัตวแพทย์หญิงจากเขตภาคใต้ไปเดินตรวจตราดูซองวัวชั่วคราวที่ชาวบ้านทำให้เพื่อนำวัวมาเจาะเลือดตรวจหาเชื้อโรค  ฉันเคยชินกับคณะสอบสวนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายไม่ว่าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่  สำหรับผู้หญิงที่มาเรียนสาขาวิชานี้ ก็มักจะแข็งแรงบึกบึน อดทนน้องน้องควาย และมีสภาพความเป็นหญิงน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานหญิงไทยทั่วไป พอมาเจอสัตวแพทย์หญิงที่มีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แถมยังใส่กระโปรงยาวพลิ้วกับรองเท้าคัทชู ดูแล้วน่าทะนุถนอม ต่างจากฉันในชุดกางเกงดำเสื้อแพทย์สีเทาแบบแพทย์อาสาสมเด็จย่าคีบรองเท้าแตะ สีเสื้อและรูปแบบของเสื้อทำให้ฉันเกือบซวยมาแล้วถ้าใส่ในกรุงเทพ  ตอนนั้นยังเป็นข้าราชการซีน้อยๆ ขึ้นเครื่องบินไม่ได้ เหนื่อยสายตัวแทบขาดอย่างไงก็ต้องนั่งรถทัวร์กลับกรุงเทพ แล้วค่อยต่อรถเมล์จากท่ารถมาถึงสนามหลวง จากนั้นก็เดินไปขึ้นเรือข้ามฟากไปท่าวังหลังเพื่อเดินกลับหอพัก มีอยู่คราวหนึ่งระหว่างที่เดินเลาะตามถนนขนาบด้วยกำแพงขาวสูงใหญ่ใต้ร่มเงาไม้ดำทมึนจากสนามหลวงมุ่งสู่ท่าพระจันทร์ในบรรยากาศสลัวๆ  ก็เห็นวัยรุ่นกลุ่มใหญ่วิ่งมาทางฉันพร้อมสียงตะโกนแว่วๆ ไม่ค่อยชัด คล้ายๆ อะไรถวายสักอย่าง สงสัยจะรีบไปวัด ยังไม่ทันจะพินิจพิจารณาให้ดีว่า ไอ้เงาวูบวาบที่พุ่งมาเป็นสายนั้นเป็นอย่างไร ทำไมพวกที่วิ่งอยู่หัวแถวที่ใส่เสื้อคล้ายฉันดูท่าทางขวัญหนีดีฝ่อ ส่วนพวกกลางๆ ถึงหางแถววิ่งหน้าตาขมึงทึงไล่กวดมาพร้อมแถบโลหะแผ่นยาวคล้ายดาบอยู่ในมือ ไม่ต้องดูให้ถนัดตาแล้ว สัญชาตญาณสั่งให้ขาตะเกียบทั้งคู่วิ่งอ้าว  ไปก่อน 

“อุเทนถว..า..ย” คราวนี้เสียงคำรามดังราวสายฟ้าฟาด

ไม่ต้องรอให้เข้าใจกระจ่างแจ้ง งัดฝีเท้านักกรีฑาเก่าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมอาราธนาหลวงพ่อโกยวัดหน้าตั้งมาคุ้มครองด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉัน    ไม่ใส่เสื้อตัวนี้เดินในกรุงเทพเมืองฟ้าอมรอีกเลย

 

 

กลับมาที่สัตวแพทย์หญิงกิริยาอ่อนช้อย แม่คุณค่อยๆ เยื้องย่างไปเข้าหา บั้นท้ายวัว แล้วบรรจงเลิกหางวัวขึ้น หยิบเข็มที่ติดกับกระบอกสูญญากาศปักเข้าไปที่เส้นเลือดใกล้โคนหาง แม่นราวกับจับวาง เลือดแดงข้นไหลปู๊ดตามกันเข้ากระบอกอย่างว่าง่าย   พี่หมอหมาของเราเป็นคนรุ่นเก่าที่ยังนิยมเจาะเส้นเลือดตรงคอวัวอยู่ 

หมอบีที่ยืนอยู่ไม่ห่างเกิดคึกอะไรขึ้นมาไม่รู้ อยากลองบ้าง จึงปราดเข้ามาขออนุญาตฉัน ผีใฝ่รู้คงเข้าสิงร่างกระทันหัน เมื่อมองเห็นสายตาที่เป็นประกายบนใบหน้ามุ่งมั่นทำให้ปฏิเสธไม่ลงจึงพยักหน้าอนุญาตให้ด้วยความลังเล เพราะไม่แน่ใจว่าหมอบีจะตระหนักรู้ไหมหนอ ว่าคนกับควายมีสรีรภาพแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว สัตว์ใหญ่สุดที่เคยฝึกผ่าสมัยเป็นนักเรียนแพทย์ก็คือสุนัข ถึงแม้จะมีอวัยวะบางส่วนบนใบหน้าของหมาที่เทียบเคียงคน แต่ก็แค่คำเปรียบเปรยเท่านั้น  ไม่ทันที่จะทักท้วง พ่อคุณก็เเว็บเข้าไปคุยกับสัตวแพทย์หญิงหุ่นอรชรเสียแล้ว 

            ฉันเดาเอาว่าคุณหมอสัตว์คงคิดว่า ‘เมื่อบ้าขอ..ก็บ้าสอน’ 

ชาวบ้านชวนกันทั้งลากทั้งดันเจ้าวัวตัวขาวที่ดีดดิ้นเข้าไปอยู่ในซอง   ฉันจึงถอยออกมาหาทำเลถ่ายรูปให้ลูกศิษย์ที่เนินใต้ร่มไม้ไม่ไกล   

หมอบีค่อยๆ เดินเข้าหาบั้นท้ายวัวบรรจงจับหางยกขึ้นมาช้าๆ ดูมาดดี จากนั้นก็ค่อยๆ คลำหาเส้นเลือดตรงโคนหางวัวเหนือรูทวาร คลำแล้วคลำอีกเพื่อหาความแน่ใจว่าใช่แน่ แล้วปักเข็มลงไป

อุ๊แม่เจ้า...ฉับพลันทันใดนั้นเจ้าวัวตัวขาวก็กระโดดขึ้นดีดผางจนซองแตก แล้ววิ่งปุเลงปุเลงไปพร้อมหลอดฉีดยาที่คาอยู่เหนือรูทวาร  เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมาก  ผู้คนแตกฮือ ต่างคนต่างวิ่งกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทางด้วยสันชาตญาณการเอาตัวรอด  ฉันจะรีบเข้าไปช่วยลูกศิษย์แต่นึกถึงคำครูบาอาจารย์ที่สอนได้ว่าต้องมีสติดีจึงจะช่วยด้วย  จึงเผ่นไปตั้งสติในที่ปลอดภัยก่อนค่อยกลับมาช่วย  เดชะบุญหมอบีก็เปิดแน็บไปคนละทางกับวัว   สักพักทุกคนค่อยๆ ขยับเข้ามารวมตัวกันใหม่หลังจากชาวบ้านไปช่วยกันจับวัวมาได้  วัวมันคงรู้ว่ามือใหม่ ฉันสงสารเจ้าวัวตัวขาวเสียนี่กระไร  เลยต้องไล่ผีใฝ่รู้ออกจากร่างหมอบีบัดเดี๋ยวนั้น 

 

 

ตกตอนบ่ายคณะสัตวแพทย์จากเขตภายใต้ก็กลับ ที่เป็นปัญหาก็คือหมาของชาวบ้านที่นัดมาเจาะเลือดเหลือตกค้างอยู่บางตัว  คราวนี้หมอคนอย่างหมอเอต้องเจาะเอง  แต่ก็ยังลังเลในสรีภาพของหมากับคนอยู่ หรืออาจจะสยองกับเหตุการณ์เมื่อเช้านี้  หลังจากทำมาดเท่จดจดจ้องจ้องอยู่สักพัก คุณลุงชาวบ้านที่มีน้ำใจช่วยจับหมามาตั้งแต่เช้าจึงชี้ตรงตำแหน่งเส้นเลือดให้ทันทีพร้อมกับพูดว่า 

“เห็นเขาเจาะกันตรงนี้ละหมอเอ็ย”

            หมอเอเจาะตามที่คุณลุงชี้แล้วก็ได้เลือดสมใจ หมาเวลาถูกมัดปากมันจะหมดฤทธิ์ ยินยอมอย่างง่ายดาย  อย่างน้อยตัวมันก็เล็กกว่าวัวหลายเท่าพอจัดการไหว ความรู้ของชาวบ้านนี้ควรน้อมนำมารับฟัง  เพราะหลายครั้งที่ฉันได้เรียนรู้จากชาวบ้านด้วยประสบการณ์ที่แตกต่างไม่จำเป็นต้องมีปริญญารับรอง 

          กว่าจะกลับถึงโรงแรมก็ค่ำมืดดึกดื่น  หลังจากทานข้าวทานปลากันแล้ว ก็ประชุมกันอีก ซึ่งถือเป็นกิจวัตรเวลาออกสอบสวนโรคระบาด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดที่ซับซ้อนขยายวงกว้าง หรือไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไรกันแน่  เพื่อวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลที่เก็บมาแล้ววางแผนการทำงานสำหรับวันรุ่งขึ้น ซึ่งไม่รับประกันว่าแผนหนึ่งแผนสองหรือแม้กระทั่งแผนสามที่วางไว้สำหรับกรณีต่างๆ อาจจะไม่ได้ใช้สักแผนเหมือนเหตุการณ์โรคผีเข้าที่ไปสอบสวน  การนอนน้อยทำงานหนักแข่งกับเวลาจึงเป็นเรื่องปกติ 

          วันรุ่งขึ้นหมอแมงไปเก็บอุปกรณ์ดักแมลงกลับมาเพื่อคัดแยกหาแมลงริ้นฝอยทรายส่งตรวจพิสูจน์ว่าเป็นสายพันธุ์ที่เป็นพาหะนำโรคได้หรือไม่   หมอเอได้รับอำนาจเต็มที่ในการสั่งการเนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้มากที่สุดหลังจากไปศึกษาจากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน  หมอเอเปลี่ยนทีท่าเป็น ‘ท่านเอ’ ในบัดดล   สั่งให้จัดห้องที่มีแสงไฟสว่าง ปราศจากลมพัด มีโต๊ะสีขาว และขอคีมขนาดเล็กพิเศษเพื่อคีบแมลง  เราได้ห้องแอร์อย่างดี ส่วนคีมขนาดเล็กพิเศษนั้น เจ้าหน้าที่จังหวัดกระเสือกกระสนไปยืมมาจากจักษุแพทย์โรงพยาบาลจังหวัด  ท่านเอชี้นิ้วให้ความรู้กับผู้ร่วมงานควานหาแมลงริ้นฝอยทรายตัวกระจ้อยร่อยจากประชากรแมลงนานาชนิดในถุงใหญ่ พวกเราก้มหน้าก้มตางมหาแมลงริ้นฝอยทราย แล้วต้องยกให้ท่านเอดูด้วยนะ   เมื่อไรที่ท่านเอพยักหน้าหงึกๆ ด้วยมาดผู้รู้ ก็แปลว่าใช่เลย  แมลงที่เลือกแล้วจะส่งไปที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อนเพื่อตรวจพิสูจน์  ส่วนที่เหลือทิ้งไปทั้งหมด

เราสรุปผลเบื้องต้นให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและคณะฟัง ก่อนเดินกลับเพื่อมาประมวลผลนำเสนอในที่ประชุมที่สำนักระบาดวิทยา เป็นภาษาอังกฤษ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนและระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ดูดูอาจจะแปลกไปสักนิด เพราะแต่ละคนที่เข้าประชุมก็หน้าไทยไทยทั้งนั้นทำไมต้องส่งภาษาอังกฤษให้เมื่อยมือ  ทว่าลักษณะเนื้อหาวิชาที่ต้องใช้ตำราต่างประเทศ และการประสานงานกับระดับนานาชาติเป็นสิ่งจำเป็น  ดังนั้นการฝึกที่ใช้เวลาสองปี จึงส่งผลได้บ้างไม่มากก็น้อย  ขึ้นกับความขยันหมั่นเพียรของแต่ละคน ตอนฉันเข้ามาเรียนใหม่ๆ ถูกอาจารย์ดุแบบเจ็บเจ็บคันคันว่า

“ ตอนนี้มีการระบาดของความไม่รู้ภาษาอังกฤษอยู่ในหมู่พวก (ถอดความ

จากภาษาอังกฤษที่ท่านด่าอย่างปราณี

แปลความได้ว่า ที่เป็นอยู่กันมาทั้งอาจารย์และรุ่นพี่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษดี พอรุ่นฉันเข้ามาเรียนแล้ว กลับพบอัตราคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องเพิ่มสูงมากผิดปกติ หรืออีกนัยหนึ่งพูดแบบกรรมกรก็คือ พวกโง่เข้ามาเรียน ฉันก็เลยแก้เกี้ยวตอบป็นภาษาอังกฤษแปลความได้ว่า 

“นึกว่าเป็นโรคประจำถิ่นที่มีชุกชุมอยู่แล้ว”

 

 

 

ผลการตรวจพิสูจน์แมลงกลับมาปรากฏว่าส่วนใหญ่เป็นยุง        เนื่องจากหมอเอดูภาพจากสไลด์ที่ขยายขนาดใหญ่  ทำให้เมื่อเห็นของจริงจึงเลือกมาแต่ยุง  นอกจากจะถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากเพื่อนฝูงและลดระดับความสำคัญจาก ‘ท่านเอ’ เป็น ‘ไอ้เอ’ แล้ว หมอเอยังต้องกลับไปเก็บแมลงอีกรอบ  คราวนี้ไม่พลาดเพราะนำตัวอย่างของจริงซึ่งดองในขวดใส่น้ำยากันเน่าฟอร์มาลินไปด้วย  ช่วงนั้นใครอย่ามาถามหมอเอเรื่องแมลงให้เสียดแทงหัวใจเชียวนา…. เป็นเรื่อง

ผลการสอบสวนโรคมิได้ออกมาสวยหรูทุกครั้งไป ในครั้งนี้ก็เช่นกัน เนื่องจากช่วงเวลาที่คาดว่าจะได้รับเชื้อเกิดมาเกือบปีก่อนแจ้งการระบาด อีกทั้งผู้ป่วยยังเป็นเด็กเล็กมาก พวกเราจึงไม่สามารถหาแหล่งเชื้อโรคได้ชัดเจน พ่อแม่ได้แต่คาดเดาว่ามีโอกาสเกี่ยวข้องกับชาวตะวันออกกลาง ผู้ที่มาจากแถบประเทศอินเดีย  ชักจะยุ่งกันใหญ่เพราะญาติโยมลากไปจนถึงแขกขายโรตี อย่างไรก็ตามเมื่อเฝ้าระวังโรคต่อไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่แต่อย่างใด เป็นอันปิดคดี

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
itarinenglandoneday วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 13.36 น.

อ่านสนุกมาก ขนาดกึ่งๆ วิชาการหน่อยๆ ยังอ่านได้เพลินๆ เลยค่ะ
สนใจเข้ามาอ่าน "เอาตัวรอดอย่างไรเมื่อไปต่างแดน"
เพราะมีแพลนจะไปเที่ยวคนเดียวที่ลอนดอนปีนี้ค่ะ
แต่ประสบการณ์แบ็คแพ็คช่างอ่อนหัดนัก เลยต้องอ่านเก็บเรือ่งราวของคนอื่นเยอะๆ ชอบที่พี่ชอบบอกว่า "อนุญาติให้ตกใจได้แค่แป๊บเดียว" จะจำเอาไว้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

เป๊ปซี่
แด่ท่านเช่นกัน

nakin
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
nakin วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiparn

สุดยอด เลยพี่ท่าน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8


Happy Valentine's Day.....ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

แม่น้องฯ กับ mookie
อย่าเพิ่งน้อยใจนะ ภาระกิจมากจริงๆ ไถนาอยู่หลายหน่วยงานทั้งในและนอกประเทศ หลายๆปีแทบไม่ได้ลาพักร้อน นี่ก็เพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืนวาน ได้รับรางวัลมา

เรื่องไข้หวัดนก หมอระบาดฯก็ทำ ไก่ดิบๆสุกๆ ยังไงก็ไม่ดีต่อสุขภาพและเสี่ยงหลายโรค ไก่สุกแล้วฟาดได้สบายปาก ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบอะไรต่อมิอะไรเข้าปากเป็นดีที่สุด

เดี๋ยวจะลองตามหมอเขมรให้ ไม่ได้เยี่ยมนานแล้วเหมือนกันมัวแต่ไถนาอยู่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 12/02/2008 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

เมื่อไหร่จะอัพบล็อกล่ะคะพี่ หนูมีข้อสงสัยอีกอย่างว่าไข้หวัดนกเนี่ย
หมอระบาดต้องดูแลด้วยหรือเปล่าคะ
แถวบ้านหนู ยังมีรายงานเรื่องไข้หวัดนกอยู่เป็นระยะๆ
ทุกวันนี้ยังกินไก่แบบกลัวๆ อยู่เลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
mookie วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

ศูนย์รวมหมอ....

หมอพี่ก๊วย....ตอนนี้มุกกี้มีปัญหา...

หมอเขมรของมุกกี้อ่ะ....หายปายหน๋ายย ก๊ะม๊ะรุ...

วานหมอพี่ก๊วย....ช่วยตามหาห้ายด้วยน้า....

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

แม่น้องฯ
ไปไถนาต่างจังหวัดมา แล้วกลับมาไถนาต่อที่ทำงาน เพิ่งได้เงยหน้าอ้าปากหายใจสักช่วงเช้านี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 18.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

หวัดดีค่ะพี่ิก๊วย
งานยุ่งเหรอคะ พี่สบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

กิต & Supawan
ยินดีเจ้า

แม่น้องฯ
มักเจอในคนที่เดินทางกลับมาจากทำงานในตะวันออกกลางค่ะ ปัจจุบันยังถือว่าไม่ใช่โรคประจำถิ่น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

หมอหมา หมอแมง หมอละบาทมาแว้ว
โรคคาลา อ้าซ่า เจอแต่ในภาคใต้ของไทยใช่ไหมคะ

เป็นหมอระบาดยากจน แต่ได้เดินทางไปทั่ว น่าอิจฉาออก
รูปฤดูใบไม้ร่วงสีสันสวยจัง อิ่มบุญกลับมาแล้วนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันครูค่ะ ..

ขอบคุณ .. สำหรับบทความดีๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กิต วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอบคุณข้อมูลครับ

สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน