*/
  • พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 318718
  • จำนวนผู้โหวต : 289
  • ส่ง msg :
  • โหวต 289 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 3860 , 11:29:16 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฉันย้ายไปช่วยงานโรงพยาบาลพร้าวชั่วคราวระหว่างที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลอมก๋อย เรื่องเล่าขานตำนาน “หมอเมืองพร้าว” ดึงดูดความสนใจของฉันพอควรอยู่  การเดินทางสมัยสิบกว่าปีก่อนไม่ได้ราบรื่นสะดวกรวดเร็วเหมือนสมัยนี้ ยิ่งเดินทางจากอำเภอตอนใต้สู่แดนดินถิ่นเหนือด้วยแล้ว แทบไม่ต้องสาธยายความวิบาก วันที่เท้าย่างเหยียบปฐพีเมืองพร้าวครั้งแรก ก็มีพระพิรุณกับสหายสายฟ้ามาต้อนรับอย่างคึกคะนอง อบอุ่นร้อนแรงชนิดไฟฟ้าดับทั้งอำเภอ ไม่รู้เป็นยังไงกับฟ้าฝน จนลูกศิษย์ที่เมืองจีนเรียกฉันว่า ‘มังกร’ แต่ที่เมืองไทยกลับเรียก ‘แมวดำ’  ตอนไปนครลอสเอลเจลิสประเทศอเมริกาครั้งแรกนั้นก็เกิดอุทกภัยและโคลนถล่มทั้งๆ ที่แล้งมาตั้งหกปี ไม่ว่าจะเป็นซิมบับเว ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ ถ้าเป็นการไปเยือนเป็นครั้งแรก โอกาสเจอพระพิรุณสูงจนไม่รู้จะหาคำอธิบายอย่างไร  คิดเสียว่าโชคดี ไปไหนก็ชุ่มเย็นเป็นอันจบ

เนื่องจากไปชั่วคราวและไม่เคยมีกล้องถ่ายรูปเป็นของตนเอง สมัยนั้นต้องใช้กล้องฟิมฟ์ (SLR) ซึ่งถือว่าแพง ไม่มีปัญญาซื้อ จะหยิบยืมใครก็เกรงใจ หวังว่ารูปวาดด้วยตัวเองคงพอทดแทนให้จินตนาการได้บ้าง


เราเรียกขนาดของโรงพยาบาลตามจำนวนเตียงที่สามารถรองรับคนไข้ได้ อาทิเช่น โรงพยาบาลอก๋อยขนาด 10 เตียง  โรงพยาบาลพร้าวขนาด 30 เตียง แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้ว สามารถเสริมเตียงกันจนล้น โรงพยาบาลพร้าวนั้นตั้งอยู่บนที่ราบ แบบแปลนก็เหมือนเหมือนโรงพยาบาลรัฐรุ่นเก่า มีตัวตึกหลักสองชั้นรับตรวจผู้ป่วยอยู่ด้านหน้า  ส่วนหอผู้ป่วยนอนแยกชายหญิงชั้นเดียวอยู่ต่อเข้าไปด้านใน ที่พักของหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เรียงรายเป็นแถวลึกเข้าไปในอนาบริเวณของโรงพยาบาล เป็นบ้านพักห้องแถวไม้สองชั้น ถ้าซีสูงหน่อยก็อยู่เรือนแฝด ชั้นล่างก่อปูนทาสีขาวตุ่นๆ ชั้นบนทำด้วยไม้สีน้ำตาน รูปทรงเหลี่ยมทื่อๆ  ฉันมาช่วยราชการชั่วคราว แล้วก็ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆ จึงอาศัยห้องอยู่กับบ้านเจ้าหน้าที่ สุขสบายตามอัตภาพ

        ตัวอำเภอเมืองพร้าวมีความเจริญมากกว่าอมก๋อย ดูจากถนนถึงแม้จะเล็กแต่ก็มีหลายเส้นขดไปมา เรือนไม้เรียงรายอยู่สองข้างทาง ขายของจิปาถะตั้งแต่เสื้อผ้า ถุงเท้า หม้อชามรามไห ทัพพี ไม้กวาด ขนมนมเนย ผงซักฟอกเป็นซองๆ แชมพู สบู่ แป้ง ตะแกรงลวดขวดนม รองเท้า กะละมัง มีแม้กระทั่งด้ายกับเข็ม   การจัดแสดงสินค้ามีทั้งที่ใส่ตู้ วางบนพื้น หรือห้อยระย้อยระย้า เต็มพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ให้ลูกค้าเพลิดเพลินในการค้นหาตามอัธยาศัย ร้านขายของบ้านนอกเขาอยู่กันแบบญาติโยมหรือหอกระจายข่าว คุยไปขายไปไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ไม่ต้องรีบร้อน  ได้ของก็ล่ำลา ไม่ได้ก็แนะร้านอื่นให้ หรือจะหามาให้ตอนเข้าไปในตัวเมืองคราวหน้า   

        ที่ชอบใจก็ตรงที่มีร้านอาหารหลายร้านให้เลือกทาน มีร้านอาหารจีนรสชาติอร่อยเหาะอยู่ร้านหนึ่งที่เหลือก็เป็นร้านอาหารพื้นเมืองเรียงรายอยู่ตามห้องแถวไม้ในตลาด       ที่พิเศษสุดเป็นปลื้มคือมีรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวตอนกลางคืนด้วย  ที่อมก๋อยนั้นไม่มีอะไรให้ทานเมื่อเลยทุ่มหนึ่งไปแล้ว แม้นว่าเมืองพร้าวจะไม่มีโรงมโหรสพใดๆ แต่ยังดีที่มีโทรทัศน์ให้ดูด้วย คลื่นบางช่องพอใช้ได้ ไม่ลายเหมือนฝูงมดหนีตายอย่างในบางที่ ซึ่งต้องใช้เสาอากาศมากมายเหมือนราวตากผ้า แถมมีกะละมังคลอบด้านบน ไม่รู้คิดได้ไง จำได้ว่าต้องใช้ไม้ไผ่ยาวๆ คอยแยงเสาอากาศปรับมุมองศาต่างๆ  เพื่อรับคลื่นตามช่องที่ต้องการดู ถ้าดูหลายช่องแล้วคลื่นสัญญาณมาแต่ละทิศละทาง ต้องทำความตกลงเบื้องต้นว่าจะเอาช่องไหน แล้วจะจัดเวรให้ใครออกไปแยงเสาอากาศ นี่ยังไม่นับรวมกระบวนการเปลี่ยนช่องโทรทัศน์อีกนะ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีรีโมทให้กดสบายใจเฉิบอย่างสมัยนี้  ถ้าโชคดีหน่อยมีโทรทัศน์เป็นระบบปุ่มก็สามารถใช้ไม้กวาดด้ามยาวๆ กดปุ่มเวลาขี้เกียจลุก เจ้าน้องชายเคยนอนใช้เท้ากดแล้วโดนไฟฟ้าดูดจึงเข็ดไปนาน    

งานตรวจรักษาที่นี่หนักมากเพราะมีหมอแค่ 2 คนจากจำนวนที่ควรจะมีคือ 4 คน ต้อง ‘ทนอย่างควายไวอย่างลิง’ วันๆ ไม่รู้ว่าเวลามันหายไปไหน พระอาทิตย์ขึ้นทำงานไม่ทันไรก็ตกเสียแล้ว ตื่นแต่เช้าเพื่อตรวจอาการผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในหอผู้ป่วย ถึงจะเร่งรีบอย่างไรฉันก็ไม่ลืมที่จะทักทายสัมผัสเนื้อตัวให้ความรู้สึกดีๆ กับผู้ป่วย แทนที่จะเปิดดูแฟ้มบันทึกการรักษาสั่งยาแล้วเดินผ่านไป แล้วก็ต้องรีบเผ่นไปห้องตรวจผู้ป่วยนอก เนื่องจากชาวบ้านที่เจ็บป่วยกับญาติโยมเดินทางแต่เช้ามืดมารอตรวจแต่เช้า  บางวันหูชาเพราะแทบไม่ได้ปลดหูฟังออกจากรูหู  กว่าจะหมดยกแรกก็บ่ายจึงจะได้ทานข้าวเที่ยง อันที่จริงจะหยุดทานให้ตรงเวลาก็ได้ แต่ผู้ป่วยกับญาติหลายคนอาจจะพลาดรถโดยสารประจำทาง กลับบ้านไม่ได้  บางคนต้องหยิบยืมเงินทองเขามารักษาเนื้อรักษาตัว เพียงแต่ฉันทานช้าไปสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ช่วยให้อีกหลายคนไม่ต้องเสียเงินเสียทองเสียเวลาไปอีกวัน เรื่องอย่างนี้ไม่ค่อยได้เรียนรู้ในโรงเรียนแพทย์ดอก ต้องออกมาเจอของจริง

  

 

โรคที่พบบ่อยอีกโรคหนึ่งที่นี่คือโรคนิ่ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นปัญหาเรื่องน้ำเพราะเคยออกไปดูตามหมู่บ้านหรือน้ำตก แทบจะไม่มีตะไคร่น้ำเกาะเลย เราตรวจโดยละเอียดทุกราย ถ้ารายไหนผ่าที่นี่ได้ก็ผ่าโดยคำนึงถึงความเสี่ยงและผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก ไม่ใช่ว่าหมอบ้านนอกอย่างเราจะไม่วิตกดอกนะ เนื่องจากถูกกดดันด้วยเรื่องค่านิยมของโรงพยาบาลใหญ่ๆ ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาหรือตายที่โรงพยาบาลเล็กๆแม้ว่าจะเกิดเหมือนกันที่โรงพยาบาลใหญ่ เขาก็จะคิดว่าหมอบ้านนอกอย่างเราไม่มีฝีมือ การรักษาในทางการแพทย์นั้นไม่มีอะไรแน่นอนเต็มร้อย ต้องประเมินสถานการณ์ให้ดี พูดคุยกับญาติให้เข้าใจ แล้วทำให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร นอกจากความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันฉันญาติ 

เนื่องจากมีหมอแค่สองคน เราจึงผลัดกันอยู่เวรคนละสัปดาห์ ถ้าช่วงไหนฉันอยู่ก็เดือดร้อนเจ้าหน้าที่ร่วมเวรหน่อยเพราะเป็นตัวดูดคนไข้ ตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษาแพทย์แล้ว ไม่รู้เป็นไง แต่ฉันว่าดีนะ ได้มีโอกาสทำบุญเยอะขึ้น ดีกว่าหายใจทิ้งไปวันวัน โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรม ถ้าไม่จำเป็นชาวบ้านคงไม่มาดอก และผู้ที่มาแต่ละคนก็ไม่ได้พกอารมณ์สนุกสนานรื่นเริงมาด้วย เพราะไม่ใช่สถานที่พักตากอากาศ ดังนั้น ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้แต่แรกว่าเจอของหนักแน่  โดยปกติพยาบาลที่เรียนจบสี่ปีตามวุฒิจะมีประจำตามโรงพยาบาลชุมชนไม่มากในสมัยนั้น แต่จะมีที่เรียนมาแบบสองปี สิ่งไหนฝึกสิ่งไหนสอนได้ก็จะถ่ายทอดให้ เพราะพี่พยาบาลกลุ่มนี้จะช่วยหมอได้มาก ชาวบ้านจะเรียกว่าหมอทั้งนั้น ถ้าเป็นหมอจริงๆ เขาเรียกว่า ‘หมอใหญ่’ หรือ ‘หมอพะโด่’ ในภาษาปากะญอ เวลาอยู่เวรจะมีวิทยุสื่อสารหุ่นเหมือนกระติกน้ำใหญ่ๆ ที่ตำรวจทหารเขาใช้กันในสมัยนั้น ไม่ต้องใช้รหัส วอ 2 วอ 5 ใดๆ เรียก “หมอเจ้า หมอเจ้า”  แล้วก็รายงานผู้ป่วยได้เลย อะไรที่สามารถทำได้ก็จะจัดการแล้วรายงานให้ทราบ  แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ บ่อยครั้งที่เจอรายหนักๆ โดนตามบ่อยๆ จนมึนก็ยังมี มีอยู่คราวหนึ่ง ถูกตามมาหลายคืนแล้ว กลางวันก็คนไข้เพียบ ไม่ได้พัก  พี่พยาบาลตามตอนดึก  ฉันรีบลุกลากสังขารไปที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อช่วยเหลือเสร็จสรรพก็เดินกลับมาบ้าน ล้มตัวลงนอนแค่เคลิ้มๆ ก็ถูกตามอีกรอบ จึงยันกายลุกขึ้นคว้าเสื้อเชิ้ตคอโปโลลายหมากลุกสีแดงดำมีกระดุมสองเม็ดตัวเดิมสวมใส่ แล้วลงไปยืมจักรยานพี่หมอฟันในโรงรถปั่นไปหอผู้ป่วยเพราะเหนื่อยมาก เมื่อเสร็จภารกิจกลับมา ตาแทบปิดฝืนยกหนังตาไม่ไหว ล้มตัวลงนอน ผล็อยหลับไปไม่ทันไร เสียงวิทยุสื่อสารก็ดังขึ้น ที่นอนเสมือนมีผีแม่เหล็กขนาดยักษ์สิงอยู่ คอยดูดร่างกายและวิญญาณฉันสุดฤทธิ์สุดเดช ต้องสู้แทบแย่กว่าจะฉุดร่างให้หลุดออกจากที่นอนกลับไปดูผู้ป่วยได้  เช้าวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่กระซิบกระซาบหัวเราะคิกคักเวลาฉันเดินผ่าน  หรือมีเขางอกออกมาก็ใช่ที่ มารู้เอาทีหลังว่า ตอนถูกตามไปดูผู้ป่วยนั้น ฉันใส่เสื้อกลับเอาข้างในออกข้างนอกแล้วยังมีความสามารถติดกระดุมเสื้อได้อีก  ขายหน้าห้าแต้มไปทั้งโรงพยาบาล

  

การเป็นหมอบ้านนอกนั้นไม่ได้ทำแค่รักษาพยาบาลเท่านั้น ยังมีงานอีกมากมายที่ไม่ได้เรียนแต่ต้องใช้ความสามารถอันหลากหลาย อาทิเช่น ทำงานบริหาร คิดงบประมาณ เป็นประธานงานต่างๆ เป็นครูสอน เป็นช่างซ่อม เป็นนักดนตรี เป็นนักกีฬา เป็นคนสวน เป็นพนักงานฉายหนัง ฯลฯ โชคดีที่เกิดมาจน พ่อสอนให้ทำเป็นแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ซ่อมจักรยานยนต์ ทำอาหาร เปลี่ยนฟิวส์ไฟฟ้า สร้างส้วม ทำตู้ ทำสวน ขายของ   ฯลฯ ก็เลยได้ฝึกทักษะต่างๆ และฝึกคิดแก้ปัญหา และดัดแปลงประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆ ได้อนิสงค์จนถึงปัจจุบัน

“เรียกช่างมาซ่อมหรือยัง” ฉันตะโกนถามพยาบาลเมื่อผู้ป่วยเริ่มซาลง

“เรียกแล้วหมอ แต่แกยังไม่ว่าง” เสียงหวานๆ ของพยาบาลดังผ่านผนังห้องตรวจ อันที่จริงจะรียกผนังก็ไม่เชิงเพราะมันเหมือนแผ่นปูนกั้นเป็นระยะห่างกันประมาณ 3 เมตร พอจัดวางเตียงตรวจกับโต๊ะไม้เล็กๆ มีประตูไม้ครึ่งบานกั้นห้องตรวจจากม้านั่งยาวที่ผู้ป่วยรอตรวจด้านนอก 

“ไปบอกว่าเร็วๆ หน่อยนะ จะผ่าคนไข้แล้ว” ฉันตะโกนไปอีกรอบ

“ค่ะ ค่ะ”

          ตำแหน่งช่าง อย่านึกถึงนายช่างใหญ่จบวิศวกรรมศาสตร์มาเชียวนา เป็นเพียงลูกจ้างโรงพยาบาลทำสารพัดอย่าง ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ   โรงพยาบาลบ้านนอกอย่างเราใช้คนคุ้มจริง ใครมาอยู่เหมือนอัจฉริยะ ประเภท ‘สีทำได้ หรือ สีทนได้’ อะไรทำนองนั้น ควบหลายตำแหน่งแต่ได้เงินเดือนเท่าเดิม...แฮะ...แฮะ 

“เสร็จหรือยัง” ฉันถามอีกครั้งเมื่อตรวจผู้ป่วยรายสุดท้ายเสร็จ

“ยังไม่มาเลยหมอ” พยาบาลเสียงหวานคนเดิมตอบ

“อะไรวะ ตั้งนานแล้วเสียเวลาคนไข้ ช่วยไปบอกให้หน่อยสิ ว่าด่วนนะ”
น้องพยาบาลหายไปสักพัก แล้วกลับมาแบบคว้าน้ำเหลว

          “ยังไม่มาเลยหมอ”

“งั้น..เดี๋ยวหมอดูเอง” ฉันหมดความอดทนก้าวฉับๆ ออกจากห้องตรวจ มุ่งสู่ห้องผ่าตัด

“เอาค้อนมา วันนี้จะซ่อมใช้ชั่วคราวก่อน ไม่รอแล้ว” ว่าแล้วฉันก็คว้าค้อนจากพยาบาลมาเคาะโป๊กๆ ตรงเตียงผ่าตัด ไม่ได้สังเกตว่าหน้าตาคุณพยาบาลสาวจะแสดงออกมาแบบไหนที่เห็นของแปลก

“พร้อมลุย พาคนไข้เข้ามาได้เลย”

ฉันวางค้อนออกไปล้างมือเพื่อแต่งตัวเข้าผ่าตัด การล้างมือแบบนี้จะต่างจากตอนออกจากห้องน้ำนะ ต้องขัดถูด้วยแปรงหลายรอบทุกซอกมุมและร่องนิ้วจนถึงศอก วันไหนเจอผ่าซัก 6 -7 ราย มือแทบเปื่อย ยิ่งกว่าการเก็บตัวอบผิวของนางงามเสียอีก  ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลขนาดเล็กได้มาตรฐานเครื่องมือและความสะอาดเหมือนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพียงแต่ว่าผ่าตัดใหญ่อย่างเช่น หัวใจ สมอง ปอด ตับ หรือที่ยุ่งยากมากๆ ทำไม่ได้เท่านั้นเอง สิ่งใดที่เราทำได้ ก็จะให้ผู้ป่วยร่วมตัดสินใจเพื่อที่จะไม่ต้องเสียเงินเสียทองกู้หนี้ยืมสินกระเสือกกระสนไปโรงพยาบาลในเมือง  

อุปกรณ์หลักๆ  ในห้องผ่าตัด ก็จะมี เตียงผ่าตัด โคมไฟขนาดใหญ่ ไฟฉุกเฉินในกรณีไฟดับ เครื่องดูดของเหลวรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และถังไนโตรเจนเหลวสำหรับผู้ป่วยที่ต้องดมยาสลบ  เพราะเราไม่มีระบบท่อส่งเหมือนโรงเรียนแพทย์ เครื่องดูดนี้ไม่แรงเท่าระบบท่อ ถ้าเลือดออกเยอะๆ ต้องใช้ผ้าช่วยซับ  ข้อดีอย่างหนึ่งที่ฉันชอบ คือเคลื่อนที่ไปมาได้ สามารถใช้เท้าเปิดปิดได้เวลาขาดผู้ช่วยถึงแม้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่ออวัยวะนี้ก็ตาม บางอย่างก็ต้องเสียมารยาทกุลสตรีไทยไปบ้าง ก็เคยโดนค่อนขอดจากพี่ผู้ช่วยพยาบาลเหมือนกันว่าไม่ต้องวิบากปานฉะนั้น ไม่รู้ว่าทฤษฎีคนมาจากลิงจริงหรือเปล่า เท้าแบนๆ ของฉันก็น่าจะใช้การได้ อดนึกถึงคำสอนของพ่อไม่ได้ พ่อบอกว่า

“เอ็งเกิดมามีสองแขน แบ่งๆ กันทำงานบ้าง” 

พ่อใช้ลักษณะนามแบบนี้จนชิน เรียกลูกว่า ‘เอ็ง’ เรียกหมาว่า ‘ลูก’

 “งานเบาๆ งานหยาบๆ ก็ให้แขนซ้ายทำงาน”  พ่อบอกคนถนัดขวาอย่างฉัน

จนปัจจุบันนี้ เวลาใช้กระดานสอนนานๆ ก็เปลี่ยนมือซ้ายเขียนยามเมื่อย ฉันใช้มือซ้ายทานข้าวจนใช้มือขวาคีบตะเกียบไม่เป็นแล้ว บางครั้งชักไม่แน่ใจว่าตกลงงานเบาหรืองานนักเพราะ ทานบ่อยทานจุ ดูๆ แขนซ้ายน่าจะกล้ามโตพอพอกับแขนขวาเลยทีเดียว

กลับมาเรื่องห้องผ่าตัดต่ออีกหน่อย เคยมีอยู่คราวหนึ่ง คนงานเอาถังไนโตรเจนเหลวมาเปลี่ยนแต่เป็นถังคนละรุ่น คอมันยาวกว่าถังเดิม ก็เลยมีปัญหาเนื่องจากใช้ไฟส่องตรงคอถังเพื่อเปลี่ยนสภาพของเหลวให้เป็นก๊าซไม่ถึง พยาบาลก็มารายงานว่า ผ่าไม่ได้ ฉันก็เดินไปดูพินิจพิจารณาสักพัก ก็หาทางออกได้แต่ต้องถามความเห็นพยาบาลดมยาเพื่อความแน่ใจว่าได้หรือไม่  

“หลักการคือทำยังไงก็ได้ให้ไฟส่องตรงคอตลอดการผ่าใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“งั้นได้เลย... ขวดน้ำเกลือนั้นใช้หรือเปล่า” ฉันถามและชี้ไปที่ขวดน้ำเกลือพลาสติกใช้แล้วที่มุมห้อง

“ไม่ใช้แล้ว”

“ยืมสายรัดคนไข้ใช้สักเส้นได้ไหม” ฉันถามและชี้ไปที่แถบผ้าสีเขียวกว้างราวสองนิ้วและยาวเป็นเมตรๆ ที่ใช้รัดผู้ป่วยติดกับเตียงผ่าตัด

“ได้ มีพออยู่”

“งั้นเอาขวดน้ำเกลือมาสัก 2 -3 ขวด” ฉันรับขวดน้ำเกลือพลาสติกจากพยาบาลดมยามาบีบให้มันแบนๆ แล้วทาบไปกับความโค้งของถังไนโตรเจนเหลวเพื่อเป็นฐานยึดโคมไฟเนื่องจากตัวถังมันลื่น

“ขอสายรัดคนไข้กับโคมไฟด้วย”

“ช่วยจับหน่อย” ฉันหันไปบอกพี่พยาบาลท่าทางลังเล
“ระดับนี้ดีหรือยัง” กะระยะให้ไฟส่องตรงคอถัง

“สูงอีกหน่อย” พี่แกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างกังขา

“พอหรือยัง” ฉันอัดขวดน้ำเกลือพลาสติกเข้ากับตัวถัง

“ได้เลย”        พี่พยาบาลบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น

“จับแน่นๆ นะ ” ฉันนำสายรัดมาพันโคมไฟติดกับถังจนแน่นหนา

          “พร้อมลุย”

การผ่าตัดดำเนินลุล่วงไปด้วยดีไม่มีโคมไฟร่วงหลุด เห็นที่จะต้องเล่าเรื่อง ‘วันมหาโหด’ คราวหน้า 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

มาหาหมอค่ะ

เซ็งการเมืองเลยมาหาหมอ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Dd-Samma วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samma999999999


ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่มานำเสนอให้ได้ทราบกันนะครับ...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

มะอึก
เดี๋ยวจะรีบปั่นตอนถัดไปค่ะ

แม่น้องฯ
ครีมทามืออาจทำให้ฟันนุ่มเนียนขึ้นก็ได้นะ
การแพทย์สมัยนี้ดีขึ้นเยอะ แต่บางอย่างก็ยังต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะตนค่ะ

tuty
ข้าน้อยจะลองทำตามคำแนะนำ ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
tuty วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuty

ไปอ่านบ้านพี่หนุ่มมาค่ะ
คุณมุกกี้บอกว่าพี่เขียนสนุก
เลยเข้ามาอ่านค่ะ
ส่วนตัวหนังสือ คงไม่ต้องเน้นสีเข้มมั้งคะ B
หนูก็มั่วๆเอาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

เรื่องนี้ฮาตกเก้าอี้เลยค่ะพี่

ใส่เสื้อกลับด้านแล้วยังติดกระดุมได้ สามารถสุดๆเลย หนูเคยละเมอ
หยิบหลอดครีมทามือ มาบีบใส่แปรงสีฟัน แปรงตั้งนานถึงนึกได้้ว่าทำไม
มันไม่มีฟองเสียที

ทีวีสมัยก่อน เขายิงส่งสัญญาณผ่านกะละมังแหงๆ

การแพทย์สมัยก่อน สมบุกสมบันจริงๆเลยนะคะ สมัยนี้คงทันสมัยสะดวกหมดแล้วใช่มั๊ยคะ ่

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
มะอึก วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เพลิน.............อ้าวจบซะแล้วพี่ก๊วย....

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

kamolnum
ใช้ low tech สุดๆ วาดแล้วถ่ายจ๊ะ ข้าน้อยค่อยเรียนจากท่านอีกที แล้วอาจจะเจอกันราวกลางเดือนหน้านะ

hathai
อย่าลมกลับมาอ่านนะ จะคอย

เป๊ปซี่
คิดเป็น.ก็ไม่เห็นทกข์ รูปจากมือสมัครเล่น ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

แต่ฉันว่าดีนะ ได้มีโอกาสทำบุญเยอะขึ้น ดีกว่าหายใจทิ้งไปวันวัน โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรม ถ้าไม่จำเป็นชาวบ้านคงไม่มาดอก
********************************************
ชอบวิธีคิดอย่างนี้จังครับ....ถึงงานจะหนักแต่ก็มีความสุขครับ....รูปประกอบน่ารักมากครับ.....

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hathai วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hathai

อุ๊ย drawing ชอบๆๆ

เด๋วแป๊ะไว้ก่อนนะคะ
เด๋ว กลับมาอ่านอีกรอบ เรื่องยาว อ่านยังไม่จบ


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
kamolnum วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

สนุกมากๆๆ
เห็นภาพทุกขั้นทุกตอนเลย
เอนทรี่นี้มีการ์ตูนซะด้วย วาดแล้วสแกน หรือวาดแล้วถ่ายรูปน่ะจ๊ะพี่
ไว้วันไหนน้องหนุ่มหา PenTablet ให้ดีกว่า เป็นกระดานชนวนดิจิตอล วาดๆเขียนๆลงหน้าจอได้เลย

คิดถึงพี่เน้อ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

nakin
วาดเองค่ะ เลยเขียนเพิ่มในเนื้อหาเพราะมีคำถามบ่อย ชีวิตทุกคนมีมุมมองที่ทำให้มันรื่นรมย์ได้เสมอถ้าเลือกมุมดีๆ ชีวิตคุณน้องก็จะสนุกไปอีกแบบค่ะ

salisa_j
วาดเองค่ะ ตามที่คุณครูกับพ่อสอนไว้ ส่วนตัวหนังสือซ้อนยังแก้ไม่เป็น ช่วยแนะนำข้าน้อยด้วยค่ะ

ทวิน
ขอบคุณค่ะ

มุกกี้
คิดว่าพ่อพี่มีอะไรๆคล้ายพ่อมุกกี้หลายอย่าง ยังไม่มีเวลาเขียนถึง
พี่ e-mail ไปบอก +เยี่ยม blog ให้แล้ว เดือนหน้าจะไปเหมือนกัน แต่ต้องไป พนมเปญด้วย เรื่องงานนะ ถ้าโชคดีอาจได้เจอกัน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
mookie วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

หมอพี่ก๊วย ตกลงมุกกี้หาเจอแล้วนะ...หมอเขมรอ่ะ

ไม่รบกวนเวลาหมอพี่ก๊วยหรอก...

เดือนหน้าว่าจะไปให้หมอเขมร เลี้ยงข้าวซักหน่อย สนจายปายด้วยกานม๊ายยย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ทวิน วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twin

ชอบรูปประกอบมากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
mookie วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

โอ้โฮ..... นาน ๆ มาที.... หมอพี่ก๊วยเรา... ครบทุกรสชาด...

นอกจากมีฝีมือผ่าตัดแล้ว ยังมีฝีอีกหลายมือ เอ๊ย... ยังมีฝีมืออีกหลากหลายเจง ๆ เรยยยย

ชอบคุณพ่อพี่จัง.... เรียกลูกว่า "เอ็ง" เรียกหมาว่า "ลูก"

เขียนสนุก อ่านเพลิน เกินห้ามใจเจง ๆ ๆ

+1 นะคร๊าบบบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
salisa_j วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salisa
ฉันคนนี้...กับความรู้สึกดีดีที่อยู่ในใจ.....

หมอเป็นอาชีพที่ฉันยกย่องเสมอ
เล่าเรื่องมองเห็นภาพเชียวค่ะ
เสียดายแต่ตัวหนังสือมันซ้อนกันไปหน่อย
แต่ก็ตั้งใจอ่านจนจบนะ
สงสัยอีกอย่างภาพที่เห็นวาดเองใช่ป่ะคะ
ถ้าใช่อ่ะต้องยกย่องสองต่อเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nakin วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiparn

เขียนได้ละเอียดมากครับ รูปภาพประกอบน่ารักมาก วาดเองหรือป่าวครับ ผมชอบ ชีวิต แบบพี่ท่านมากเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน