• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 299894
  • จำนวนผู้โหวต : 284
  • ส่ง msg :
  • โหวต 284 คน

BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2552
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 2334 , 08:25:14 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าใบหน้าที่ดูฉลาดน้อยของฉันจะมีเรื่องมากมายจนต้องมาเขียนต่ออีก  คราวนี้ไม่ใช่แค่ระดับท้องถิ่นนะ แต่เป็นถึงระดับชาติหรือนานาชาติก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่สมัยทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขราวปี พ.ศ. 2538 – 2539 เจ้านายแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาจากสำนักปลัดกระทรวงไปดูแลเรื่องโรคที่เกิดจากการดำน้ำแถวภาคใต้ ซึ่งช่วงนั้นมีชาวเลตายเยอะ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านู้นไม่ค่อยมีใครตาย ฉันเดินทางไปหลายจังหวัดเพื่อทำหน้าที่ที่ปรึกษาตามนิตินัย แต่ตามพฤตินัยนั้น  น่าจะเรียกว่า ‘ผู้เชียวชาญด้านบริการ หรือ General เบ้ หรือ เซี่ยวเอ้อ’ มากกว่า เพราะทำตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ เปลี่ยนหมวกแทบไม่ทัน อะไรต่อมิอะไรแล้วแต่ควายปริญญาตัวนี้จะทำได้

 

 

ตอนไปจังหวัดภูเก็ต เขาก็ส่งเจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่มารับที่ปรึกษาจากกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีชื่อแบบหญิงโบราณอย่างฉัน บรรดาเจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบลายเส้นฟ้าสลับขาวสีคล้ายบรรจุภัณฑ์ผ้าอนามัยยืนเป็นแถวตรงแผงกั้นอาคารผู้โดยสารขาเข้า แต่ไม่มีป้ายชื่อฉันชูให้เห็น ต้องรีบไปแสดงตนก่อนเอากระเป๋า เนื่องจากเคยถูกทิ้งที่สนามบินโคราชมาแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ไปรับนางใดไม่รู้ที่ดูฉลาดมีสง่าราศีไปแทน ฉันต้องกระเซอะกระเซิงไปหารถตีตรางูสัญลักษณ์กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขออาศัยเข้าเมืองไปด้วย กว่าจะอธิบายให้เขายอมรับในรูปลักษณ์ให้ติดรถมาด้วยก็น้ำลายแห้งเถือก ก็สมัยนั้นสนามบินโคราชใช้ของทหาร แถมยังอยู่เสียไกลโพ้น ยิ่งตอนดึกยิ่งหารถราลำบาก  ยังไงๆ ก็ต้องตะกายเข้าไปในรถตรางูให้ได้ ฉันทำตาแสนซื่อพร้อมฉีกยิ้ม แล้วรีบโดดผลุงเข้าไปในรถ ในวินาทีที่พวกหมอกับพยาบาลเจ้าของรถยังงงๆ อยู่ กะว่าถ้าจะให้ลงคงมีสถานเดียว คือ…ต้องถีบลงมาเท่านั้น 

คราวนี้เกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยฉันจึงยังไม่ไปเอากระเป๋าแต่รีบวิ่งไปแสดงตนก่อน เนื่องจากเหลือบไปเห็นหญิงวัยกลางคนไว้ผมทรงตีโป่งเส้นเรียงเป็นแถวด้วยฤทธิ์สเปรย์ ที่หน้าผากมีกระบังยกช่อฟ้า ใส่กระโปรง รองเท้าส้นสูง และถือกระเป๋าเจมส์บอนด์ (กระเป๋าเอกสารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแข็งเป๊กมีรหัสล็อกตรงฝาเปิด)   หล่อนเยื้องย่างออกมาดั่งนางหงส์ ดูมีสง่าราศียิ่งนัก ฉันวิ่งหน้าตั้งไปเบรกพรึดที่หน้าแผงเจ้าหน้าที่พร้อมละล่ำละลักแนะนำตัว ทุกลำคอหมุนใบหน้ามายังฉันอย่างฉับพลัน สายตาที่จ้องมองมาทุกดวงส่อแววฉงนฉงายคล้าย...โลกแตกกะทันหัน   เมื่อฉันยืนยันอย่างหนักแน่น  เด็กดำผอมเก็งผมซอยสั้นกระเซิงด้วยแรงเบรกในชุดเสื้อเบสบอลสีขาวลายเส้นสีฟ้า กางเกงยีนสีน้ำเงิน คีบรองเท้าแตะ ทำลายศรัทธาโดยสิ้นเชิง ถ้ารอให้หายตกใจคงใช้เวลานาน ฉันรีบบอกว่าจะไปขนกระเป๋า แล้วย้ำว่าให้รอด้วย พี่ที่ไปรับสารภาพกับฉันภายหลังเมื่อสนิทสนมมักคุ้นกันแล้วว่า ‘เกินทำใจได้จริงๆ’   ขอนินทาชาวบล็อกชื่อ Kamolnum สักหน่อย สมัยที่ท่านยังรับราชการอยู่นั้น ก็เคยไปยืนรอรับ ‘ผู้เสียวซ่าน’ (ภาษาอีสาน) หรือ ‘ผู้เชียวชาญ’ อย่างฉันเหมือนกัน ขนาดหาข้อมูลเตรียมตัวมาอย่างดี ท่านยังหวั่นไหวกับรูปลักษณ์นักท่องเที่ยวหญิงชาวญี่ป่นที่มีรูปร่างเล็กเข้าให้  ดีนะที่ท่าน Kamolnum ไหวตัวท่าน ฉันก็เลยได้ขึ้นรถมาด้วย ไม่งันคงยืนเป็นจิ้งจกตากแห้งแปะตามพื้นสนามบินไปอีกนาน

 

 

 

 

วันรุ่งขึ้นก็เดินทางไปโรงแรมที่จัดอบรมแต่ยังไม่ถึงเวลาสอน จึงไปช่วยครูสอนดำน้ำขนตีนกบ หน้ากาก อุปกรณ์ดำน้ำต่างๆ ช่วงนั้นดำน้ำบ่อย ตัวจึงผอมดำปิดปี๋และผมโดนแดดเผาจนแดง ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลซึ่งคบหากันมาจวบจนปัจจุบันนี้ คิดว่าเป็นเด็กพม่าที่หนีเข้าเมืองมาทำงานในเรือประมง ขนาดแรงงานไทยยังใบหน้าไม่ถึงระดับเลย ได้แค่เป็นแรงงานเถื่อน…เฮ้อ ตกบ่ายก็ไปช่วยสอนว่ายน้ำให้บุคลากรสาธารณสุข อ้อ...อย่านึกนะว่าใส่ชุดว่ายน้ำแล้วจะวาบหวิว เคยใส่ 2-pieces สีแสดลงว่ายน้ำในสระที่ชายหาดรัฐโคโลไลนาเหนือของอเมริกา  ขณะกำลังดำผุดดำว่ายเพลินๆ ก็รู้สึกว่ามีคนเข้ามาว่ายสีด้วย ตอนแรกเป็นปลื้มนึกว่าหนุ่มตาถึง ที่ไหนได้…กลายเป็นเด็กผู้หญิงฝรั่ง อายุราว 8-9 ขวบ ว่ายเข้ามาชวนไปเล่นด้วย ดูสภาพของตัวเองก็คงคล้ายไม้ไอศกรีมรสส้มแบนๆ ที่ไม่มีเนื้อไอศกรีมเหลือแล้วมากกว่าสาวสวยเซ็กซี่   เฮ้อ... ขอเน้น...เด็กผู้หญิง ไม่ใช่เด็กผู้ชายนะที่ว่ายมาสี

งานประเภทนี้ชุดวิทยากรจึงมิสามารถเลิศหรูได้ แค่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดก็พอ ไม่ต้องเป็นห่วงว่าผู้เข้าอบรมจะโดดเรียนเพราะสอนในเรือที่ลอยลำอยู่ในทะเล ต่อให้เสื่อมศรัทธายังไงก็ต้องอยู่ฟัง

 

 

 

โปรดสังเกตใบหน้าและสายตาท่านทั้งหลายที่นั่งเรียนช่างส่อแววหวาดกลัวเสียนี่กระไร (มิใช่ตื่นตาตื่นใจนะ) เพราะสอนเรื่องโรคที่เกิดจากการดำน้ำที่ทำให้ตายได้อย่างฉับพลัน จะหลบไปอยู่ตรงไหนของเรือก็หาได้ไม่ ครั้นจะไปสิงอยู่ที่ส้วมสถานที่ยอดนิยมของนักเรียนเกเรก็คงลำบาก เพราะมันแคบแถมโคลงไปแคลงมาอีกต่างหาก ส้วมในเรือไม่ได้สวยเลิศหรูดูดีสักเท่าไร แค่มีก็ดีแล้ว เรือประมงบางลำที่ฉันเคยลงนั้น ต้องไปโหนอยู่ท้ายเรือเพื่อทำภารกิจส่วนตัว สำหรับมือใหม่หัดขับต้องบอกกล่าวเพื่อนฝูงไว้ด้วย เพราะถ้าหายไปนานจะได้ตามไปดูว่ายังห้อยอยู่หรือหงายตกเรือไปแล้ว…ฮิ..ฮิ.. เป็นเรื่อง  

 

 

 

 

อีกคราวหนึ่ง ฝ่ายวัคซีน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเชิญไปสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถานที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กว่าจะดินทางไปถึงก็ดึกดื่น เนื่องจากเป็นคืนวันอาทิตย์จึงไม่อยากรบกวนเจ้าหน้าที่ให้มารับตามประเพณี  ตรงเข้าโรงแรมที่เขาจองไว้ให้เอง

“ไม่มีชื่อค่ะ”

“อ้าว...เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าจองไว้ให้แล้วนี่”

“ไม่มีชื่อค่ะ”

“คุณคะ ดิฉันต้องพัก 5 วันค่ะ ดึกแล้ว มีห้องเหลือมั๊ย”
         

“ใครจองมาคะ”

“ดิฉันไม่ได้จองค่ะ มีคนที่จัดหารอบรมเขายืนยันว่าจองให้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นตอนนี้”

“คุณจองกับใคร”

“คุณฟังดีๆ นะคะ ดิฉันไม่ได้จองค่ะ คุณไปลุยกันเอง ตอนนี้ดึกแล้ว มีห้องเหลือมั๊ย”

“มีแต่ห้องพิเศษ”

“จะพิเศษยังไงก็ช่าง จ่ายได้ จะนอนแล้วค่ะ” ตอนนั้นตอบไปอย่างไร้มารยาทเพราะขาดสติ

“ค่ะๆ” 

มานึกดูอีกที ถ้าหล่อนคิดได้คงเป็นผู้จัดการไปแล้ว ไม่ต้องมาเป็นแผนกต้อนรับ โกรธไปก็โง่แล้ว

 

รุ่งเช้าฉันยืนรอที่ห้องโถงโรงแรม เห็นคุณน้าแต่งชุดผ้าทอลายไทยกับผมทรงตีโป่งลงรถมาด้วยมาดนักวิชาการ ท่านเดินเข้ามาพร้อมปรายตาไปทางซ้ายทางขวาราวกับมองหาใครสักคน แล้วก็เดินผ่านฉันไป  ฉันเดาเอาว่าคงเป็นเจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่ที่มารับวิทยากรชื่อไทยโบราณ จึงวิ่งย้อนเข้าไปถาม  พับผ่าสิ...ถ้าเป็นหวยก็ถูกรางวัลไปแล้ว พอรู้ว่าฉันคือใครใบหน้าท่านแปรเปลี่ยนอย่างเก็บอาการไม่อยู่  ถ้าอุทานได้แก่คงอยากตะโกนว่า ‘อกอีแป้นจะแตก’ แทนคำขอโทษขอโพย

“ขอโทษค่ะ จำอาจารย์ไม่ได้จริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” จะจำได้ยังไงในเมื่อไม่เคยเห็นกันมาก่อน แกคงรู้สึกผิด

“คือ...”

“โอ๊ยพี่...หน้าตาอาจารย์เป็นแบบนี้ ถ้าพี่คิดว่าเป็นวิทยากรก็แปลกผิดมนุษย์มนาแล้ว  อาจารย์โดนประจำจนชินแล้ว รถจอดอยู่ไหนหละ ไปกันเถอะ”

“ค่ะๆ” คุณน้าพยักพเยิดด้วยความโล่งอก

 

รถแล่นออกจากโรงแรมมุ่งสู่ห้องคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ไม่ไกลสักเท่าไรแต่รถติดบรรลัยวายวอดนี่ถ้าเดินไปคงจะไปถึงแล้ว

ฉันรีบเข้าไปในห้องเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ โปรแกรม เครื่องฉายภาพ อุปกรณ์ชี้แสงเลเซอร์ กระดาน เครื่องเสียง ลำโพง และไมโครโฟนแบบไร้สายที่ติดตามตัว ไม่ใช่อยากเป็นนักร้องดังอย่างป้ามาดอนน่าดอกนะ เนื่องจากเวลาสอนฉันจะไม่นั่ง แต่จะเดินไปเดินมาแบบเดี่ยวไมโครโฟนเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนสนุกสนาน อายุผู้เรียนไม่ใช่น้อยๆ เป็นครูก็ต้องช่วยไม่ให้นักเรียนหลับตลอด 5 วัน จะได้วิชาไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย  อีกทั้งยังต้องคอยช่วย ‘พระพี่เลี้ยง’ หรือผู้ที่มาฝึกหัดสอนอีก แถมยังต้องคอยดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ผู้เรียน  ต้องพิมพ์แป้นคอมพิวเตอร์ด้วย และเขียนกระดานอีกต่างหาก

อาศัยว่าเคยเป็นนักดนตรีเก่าจึงพอจะมีความรู้เรื่องเครื่องเสียงบ้าง จึงก้มๆ เงยๆ ปรับเครื่องเสียงสักพักจนได้ที่ก็ยืนรอผู้เรียนให้พร้อม     รอเท่าไรก็ยังจ๊อกแจ๊กจอแจเหมือนตลาดสดเช่นเดิมจนชักจะทนไม่ไว้ จึงประกาศออกไมโครโฟนว่า

“ฮะ...แอ้ม ไม่ทราบว่าท่านพร้อมเรียนหรือยังคะ ดิฉันพร้อมนำเรียนแล้วค่ะ”

“…….” หลายคนสะกิดกันอุตลุด เมื่อเห็นสภาพวิทยากร

 

มาทราบทีหลังว่า ผู้เรียนนึกว่าฉันเป็นช่างซ่อมมาแก้เครื่องเสียงจึงมิได้นำพา

 

 

 

 

 

 

ต่อมากรมสุขภาพจิตเชิญไปบรรยายที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพร่วมกับวิทยากรชื่อดังหลายท่าน ฉันก็แต่งตัวในชุดที่คิดว่าเสริมราศีให้ดูดีที่สุด โดยเลือกเสื้อกางเกงสีดำคู่กับรองเท้าหนังขัดมันสีดำ เสียเวลาแต่งหน้าตั้ง 5 – 6 นาที ส่วนหางเต่าหรือน่าจะเรียกว่าปอยผมขนาดจิ๋วที่ยาวจนถึงกลางหลังก็รวบด้วยยางยืดเล็กๆ ให้เรียบร้อย มีคนถามอยู่บ่อยๆ ว่า ไว้ทำไม ถ้าเป็นสมัยก่อนที่นิสัยยังห่ามๆ อยู่ ก็ตอบว่า

“มีไว้ให้ (หมา) ถาม”

“üÿЖ&” เกือบร้อยทั้งร้อยจะถูกด่ากลับในพริบตา หลังจากผ่าตัดเอาหมาออกจากปากแล้วก็มักจะตอบว่า

“ถ้าตัด เดี๋ยวจะไม่สบาย” มั่วนิ่มตามความเชื่อของชาวเขา

 

อันที่จริงฉันบ้าพระเอกหนังบู๊ฝรั่งที่ไว้ผมยาวแล้วรวบผมไว้ด้านหลัง พอมีฉากต่อสู้หรือขี่รถจักรยานยนต์เหาะข้ามสิ่งกีดขวางแบบช้าๆ ท่ามกลางไฟที่ลุกไหม้ ผมพระเอกจะปลิวสยายไปในอากาสดูเท่ไม่หยอก

หลังจากถูกประณามหยามเหยียดว่าเป็นครูบาอาจารย์แล้วไว้ผมแบบนี้ดูเหมือนกุ๊ยข้างถนน ก็เลยสวนกระแสสังคม กวนโลกสมมุติไปงั้นๆ  เอาไว้เป็นสัจจะธรรมสอนผู้ที่ประเมินความเป็นคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ก็ ‘ใช้สมองสอน’ ไม่ได้ ‘ใช้เท้าเอ๊ย..ผมสอน’ นี่นา มันคนละอวัยวะกัน

กลับมาเรื่องไปบรรยายต่อ ชักจะบ่นมากไปหน่อย พอฉันมาถึงแผนกลงทะเบียนหน้าห้องประชุมก็เอ่ยกับเจ้าหน้าที่ว่า

“คือ..”

“อ๋อ...เซ็นต์ชื่อแล้วเข้าไปนั่งได้เลยค่ะ”

“คือ..เอ้อ”
          “เอกสารการประชุมวางอยู่บนโต๊ะ เลือกนั่งที่ไหนก็ได้ค่ะ”

“ค่ะ...คือยังงี้” ฉันพยายามจะบอกว่าตัวเองเป็นใคร แล้วต้องการจะถามว่าจะเอาแฟ้มข้อมูลบรรยายไปส่งให้ใครหรือลงในคอมพิวเตอร์เครื่องไหน

“เร็วๆ เข้าคุณ เดี๋ยววิทยากรจะมาแล้ว”

“….(ก็กูนี่แหละ)...(เอื๊อกฉันกลืนน้ำลายอย่างเหนียวคอ

“เซ็นต์ชื่อแล้วเข้าไปนั่งเลยค่ะ” หล่อนยังคะยั้นคะยอให้รีบเข้าไป

“คือ..คุณคะ...” ฉันยังดื้อด้านพยายามจะอธิบาย

“อ้าวอาจารย์....สวัสดีค่ะ” เสียงสวรรค์จากเจ้าหน้าที่อีกคนดังแทรกขึ้นมาจากหน้าห้องประชุม

“สวัสดีค่ะ” ฉันรีบตอบราวกับพระมาโปรด

“เชิญขึ้นเวทีได้เลยค่ะ”

“คืออาจารย์ใคร่เรียนถามว่าจะเอาพาวเวอร์พอยต์ที่ใช้บรรยายไปส่งให้ใครหรือลงในคอมพิวเตอร์เครื่องไหนคะ” ฉันรีบบอกขณะที่เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนกำลังอึ้งกิมกี่อยู่

“…..” เขาและหล่อนได้แต่ยิ้มแห้งๆ พูดไม่ออก

เป็นความผิดของรูปลักษณ์ฉันเองแหละที่ทำให้เขารู้สึกขายหน้า

 

 

คราวต่อมามีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองพัฒนารูปแบบในการบริหารงานโรงพยาบาลโดยใช้หลักการของ Balanced Scorecard กับระบาดวิทยา ซึ่งงานหลักอันหนึ่งคือไป(กราบ)สอนผู้บริหารระดับกลางขึ้นไปให้คิดเป็น การไปครั้งแรกนั้นมีผู้บริหารมาตั้งแถวรับ ด้วยความคาดหวังว่าจะเห็นสาวชาวเหนือวัยกลางคน รูปร่างขาวท้วม ไว้ผมทรงตีโป่ง มีกระบังช่อฟ้าที่หน้าผาก ในชุดผ้าไหมไทย เมื่อเห็นเด็กดำผอมเกร็ง ไว้ผมซอยสั้นมีหางเต่ายาวเฟื้อยกระโดดลงมาจากรถตู้ก็หาใส่ใจไม่ มาเอ๊ะใจก็ตอนที่รอตั้งนานแล้วทำไมวิทยากรไม่ลงมาสักที กว่าจะถึงบางอ้อก็ใช้เวลาโขอยู่ 

 

 

 

 

 

สมัยที่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย John Hopkins  หรือ ‘จอนหอบกิน’ ที่เด็กไทยเรียกเพราะนักศึกษาปริญญาเอกเรียนหนักจนผมหงอกแทบหอบกิน อันที่จริงฉันว่าเรียนสนุกและง่ายกว่ามหาวิทยาลัยไทยตั้งเยอะ เพราะข้อสอบออกแบบเน้นการใช้ความคิดมากกว่าความจำ ฉันพักอยู่ Reed Hall หรือที่เด็กไทยเรียกหอจิ้งหรีด ใต้ถุนหอพักมีโต๊ะปิงปองกับโต๊ะสนุ๊กให้สันทนาการกัน ถ้าให้เดาก็คงไม่ยากว่าเด็กหัวดำจะเล่นอะไร (ไม่ใช่ Black head ที่แปลว่าสิวเสี้ยนเหมือนวงดนตรีบางวงนะ) ตกเย็นไหนว่าง พวกเราก็ลงไปปะทะฝีมือกัน ใช้ปากตีด้วยเอาไว้ยั่วยุคู่ต่อสู้ให้โมโหจนตีเสียเอง ฉันก็พอมีฝีไม้ลายมืออยู่บ้างหัดแบบมวยวัด คือเริ่มหัดกันหน้าวัดสวนดอกโดยใช้โต๊ะที่พ่อเพื่อนทำให้ ใช้ไม้วางแทนตาข่าย ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาตีติดตะข่ายเพราะถ้าไม่ลอดไม้ก็เด้งขอบออกไป ส่วนท่าจับไม้ปิงปองก็ไม่เคยมีปรากฏในตำราใดในโลก เล่นไปตามวาระตามโอกาส ถามคนนั้นดูคนนี้แบบครูพักลักจำ จึงได้วิชามารมาเพียบ

 

 

 

 

 

ขณะกำลังตบตัดอย่างเมามันเหงื่อไหลไคลย้อยอยู่นั้น ก็ปรากฏร่างเด็กผู้หญิงชาวอัฟริกันอเมริกันอายุราว 6 – 7 ขวบยืดลับๆ ล่อๆ มองมาทางฉัน  สงสัยคงปลื้มในฝีไม้ลายมือ ฉันจึงวาดลวดลายใหญ่ แบบว่า...ท่าสวยไว้ก่อน ลงไม่ลงเอาไว้ทีหลัง สักพักแม่หนูก็ทนไม่ไหวเดินตรงมายังฉันด้วยสายตาเหมือนจะทึ่ง

“Are you a boy or a girl? (เธอเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงกันแน่)”  แม่หนูเอ่ยด้วยความสงสัยไม่ใช่ทึ่ง

“…..” ฉันหยุดกึกน้ำลายจุกคอหอยพูดไม่ออก

“ฮะ...ฮะ...ฮ่า..ฮ่า”

“ก๊าก...”

เสียงหัวเราะดังลั่นมาจากพี่รอหมอเด็กกับเจ้าจอหมอลูกคหบดีที่มาเรียนเรื่องส้วม

“เด็กอะไรวะ ตาไม่ถึง สวยสะใจแบบนี้ยังคิดว่าเป็นผู้ชายได้ยังไงนะ” ฉันกำลังอยู่ในภาวะปฏิเสธความจริง

“เด็กพูดจากใจจริง ไม่มีเสแสร้ง เจ้าก๊วยเอ๋ย..ฮ่า..ฮ่า” พี่รอเยาะเย้ยและตอกย้ำความจริง

ตั้งแต่นั้นเรื่องนี้ก็แพร่หลายไปในหมู่นักเรียนไทยให้ขำกลิ้งไปอีกนาน 

 

 

 

ล่าสุดเมื่ออายุปาเข้าไปวัยกลางคนก็ยังโดนอีก ขากลับจากไปทำงานที่ศูนย์ควบคุมป้องกันโรค รัฐบาลสหรัฐอเมริกา (Center for Disease Control and Prevention, Atlanta) ในช่วงต่อเครื่องจากเมืองเดนเวอร์ไปนครลอสเอลเจลิส จู่ๆ ก็มีไอ้หนุ่มผมทอง ตาสีฟ้า ผิวสีแทน หล่อเริด เดินตรงมาทางฉัน แม่เจ้าโว้ย...ขอให้หยุดแถวฉันสักนาทีก็ยังดี ดั่งฟ้าเบื้องบนเป็นใจ พ่อหนุ่มหุ่นทรมานใจสาวเดินมาหยุดตรงที่ฉันนั่งอยู่ส่งยิ้มให้  แหม่...ใจแทบทะลุซี่โครงออกมาจากทรวงอกลงไปกองที่เท้าพ่อคุณพ่อทูนหัว แล้วเขาก็เอื้อนเอยมาด้วยน้ำเสียงไพเราะเสนาะโสตว่า

“Excuse me…young man….  (ขออภัย หนุ่มน้อย)”

“…..” จุกอกพูดไม่ออก หัวใจฉันแทบละลายไหลย้อยติดเก้าอี้  ตาบ้า...มีตาหามีแววไม่ ตูผู้หญิงชัดๆ

“Would you please ..”  ตาบ้านี่นั่งถัดจากฉันเข้าไปด้านใน จึงขอทางฉัน

ถ้าฉันไม่ลุก ตานี่คงแหกเข้าไปนั่งอย่างลำบากลำบนแน่

“Please…” ฉันลุกขึ้นยืนอกผายไหล่ผึ่งเปิดทางให้

“Oops!…Ta..ta..thank you. (อุ๊ย!...ขะ ขะ ขอบคุณครับ)” พ่อหนุ่มอึ้งกึ่งเขินเมื่อรู้ว่าฉันเป็นหญิง

“You’re welcome.(ยินดีค่ะ)” ฉันกัดฟันพูด

 

จวบจนลุจุดหมายปลายทาง ฉันหาเอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ กับตานี่ไม่ งอนคนหล่อที่ตาไม่ถึง..ฮึ 

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กู่ วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ฮ่า ฮ่า ฮ่า หนุ่มน้อย

อายุยังน้อยอยู่เลย รีบแก่ไปไหนเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kroo-ngoe วันที่ : 02/05/2009 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smcmfb
http://www.oknation.net/blog/swcmband วงดนตรีบำบัดhttp://www.oknation.net/blog/my  กีฬา+นานาสาระ

5 5 5
ชอบตอนท้ายนะหมอ
แหม หน้าตา หุ่นของหมอพี่ก้วยแบบนี้ ยังจะงอนเขาอีก โถ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
nilsamai วันที่ : 29/04/2009 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

อ่านแล้วน๊า..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kamolnum วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum


โดนหางเลขไปด้วยแฮะเรา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ถนนโบราญ วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tonhorm

สร้างรอยยิ้มยามเที่ยงให้ผมเลยนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
spyone วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน