• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 299894
  • จำนวนผู้โหวต : 284
  • ส่ง msg :
  • โหวต 284 คน

BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2552
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 4528 , 08:15:28 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       วันนี้ลูกศิษย์พระอาจารย์และผู้มีจิตศรัทธาขึ้นเขามาทำบุญแจกปลาทู เกลือป่น บะหมี่สำเร็จรูป และปลากระป๋อง เขาคัดสรรปลาทูมาอย่างดีแต่ชาวบ้านที่นี่ไม่คุ้นชินคิดว่ามันเน่าแฉะ เนื่องจากเคยได้รับแจกมาแบบแห้งๆ เค็มๆ เดือดร้อนผู้มาแจกต้องอธิบายกันยกใหญ่ ส่วนฉันก็ต้องอรรถาธิบายว่าเกลือป่นมันดีกว่าเกลือเม็ดที่เขาเคยทานอย่างไร ต้องให้ล่ามบอกว่าเป็นหมอพะโด (หมอใหญ่หรือหมอจริงๆ) จากโรงพยาบาลสวนดอกจึ่งจะเรียกศรัทธาชาวบ้านทะลุผ่านสภาพซกมกได้

“มีคำถามไหมคะฉันถามเมื่อพูดจบแล้วเห็นชาวบ้านซุบซิบๆ อมยิ้มกัน

“มีอะไรเหรอฉันหันไปถามล่าม

“เขาว่าทำไมหมอใหญ่ตัวเล็กครับ”

“……”

 

 

 

 

 

วันต่อมาเราตัดสินใจเดินกำหนดสติเข้าป่าอีกด้านของหมู่บ้าน อีกทั้งจะมองหาต้นไม้ที่จะทำพิธีบวช  ป่าทึบมากแทบมองไม่เห็นร่องรอยทางเดินนอกจากรอยหญ้าราบๆ กว้างประมาณสองคืบ ต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมพื้นที่เขียวชอุ่ม ส่วนทื่ล้มตายก็ย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติเป็นอาหารให้เพื่อน เถาวัลย์ขนาดมหึมาห้อยย้อยดั่งนิ้วมือยักษ์ มันมียางไม้สีแดงชวนให้ขนลุก ฉันดึงปลอกแขนขึ้นเพื่อกันกิ่งไม้ใบหญ้าบาด เสียงสรรพสัตว์ดังก้องไปทั้งป่าต้อนรับแขกผู้มาเยือน พระอาจารย์เล่าให้ฟังสมัยที่ท่านออกธุดงค์ในป่าเขาลำเนาไพรว่า ถ้าเป็นนายพรานล่าสัตว์เข้าป่า จะมีเสียงบ่างร้องก่อนแล้วเสียงบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายจะเงียบหายไปจนกว่านายพรานจะออกจากอนาบริเวณสุดแสนวังเวงนี้ไป

 

 

 

 

 

 

       ฉันมัวแต่ง่วนเก็บภาพพืชพันธุ์ไม้อยู่เงยขึ้นมาสหายธรรมหายหมด ใจแป้วเมื่อเห็นแต่หมู่ไม้ที่หนาทึบบดบังไปทุกด้าน ต้องตั้งสติคลำทางแล้วฟังเสียงจับทิศไปเรื่อยๆ จึงพบญาติธรรมรออยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เราเดินลงหุบเขาสู่ลำห้วยเล็กๆ มีเฟินโบราณต้นใหญ่มากขึ้นอยู่ 

 

 

 

 

 

เมื่อข้ามลำห้วยได้สักสิบเมตรเพื่อหาที่นั่งพัก ฉันก็จามขึ้นมาติดๆ กันหลายครั้งเหมือนแพ้ละอองเกสรหรืออะไรบางอย่าง สงสัยจะคิดมาก อ้ายงอจัดแจงปูอาสนะให้พระอาจารย์กับครูบานั่ง ยังไม่ทันได้ถวายน้ำปานะเลยพระอาจารย์ก็คันบริเวณแขนจึ่งรู้ว่าโดน ‘ใบช้างร้อง’ ซึ่งคันสมชื่อ ขนาดช้างยังร้องเลย

 

 

 

พืชพันธุ์ในป่าบางอย่างมีขุยทำให้คันที่ใบ บางอย่างก็อยู่ในเปลือกไม้ ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าซนเด็ดนู๊นดึงนี่หรือปีนป่ายเป็นอันขาด ขอบอก

 

 

 

เราจึงย้ายมานั่งที่ลำห้วยแทน 

 

 

ยังไม่ทันถวายน้ำปานะ เจ้าทากก็คลานกระดึบกระดึบที่ย่ามครูบากอ 

 

ทั้งหิว เหนื่อย แล้วพวกทากก็ไม่เยอะ เราก็ทู่ซี้นั่งสู้มันไปเลย อ้ายฉอชาว 

กระเหรี่ยงที่นำทางตามมาบอกเราย้ายฮวงจุ้ยใหม่ จึ่งได้ที่สนทนาธรรมอย่างสงบสุขเสียที 

เวลากลับออกมาจากป่าเรามักเดินผ่านหมู่บ้าน และหยุดพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุข วันนี้เจอผะตี้ที่นั่งต้มสมุนไพรด้วยกาน้ำเก่าแก่ใบเล็กมีสีดำจากเขม่าฟืนถามเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ ว่า

‘ไปทำไม ’ เพราะไม่เห็นว่าเราต้องทำมาหากินอะไรกับป่า

‘ไปดูธรรมชาติ’ เรามักจะตอบเช่นนั้น ยากแก่การอธิบาย

 

 “กะเดียวเกาะสุกละ กินโตยกันบ๋อ (เดี๋ยวก็สุกแทน กินด้วยกันไหม) ”  ผะตี้ชักชวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ผะตี้ต้มอะไร

“ยาสมุงไพร”

“มีอะไรบ้าง

“มีเก้าอย่าง ”

“รักษาอะไรได้บ้างหละ

“สะปะ อ่องแฮง ปวกเมื่อย เป๋งไข้.... (เยอะแยะ ไม่มีแรง ปวดเมื่อย เป็นไข้…) ”  คุณลุงใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยมิตรไมตรีรินน้ำต้มสมุนไพรควันฉุยสีน้ำตาลอ่อนลงในกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดเป็นท่อนสั้นๆ แทนแก้ว เราค่อยๆ จิบอย่างช้าๆ ดื่มด่ำกับดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำลงมาคลอเคลียขุนเขาอย่างอ้อยสร้อย

 

วันต่อมาเรามีเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 2 ชั่วโมง จึงไปน้ำตกด้านหลังหมู่บ้านที่มีน้ำใสเย็นไหลซัดสาดตลอดปี เพื่อนั่งสมาธิ ทางเดินเริ่มจากถนนลูกรังหน้าสำนักงานลงไปทางทิศใต้ แล้ววกอ้อมเข้าสู่ทางดินแดงเล็กๆ เลียบเนิน ผ่านต้นมะขามป้อม ลำน้ำใสที่ทะลุออกมาจากเนินดินเสมือนเปิดท่อน้ำประปา และแนวไม้ใหญ่ 

 

เมื่อเดินเข้าใกล้น้ำตกจะพบต้นไม้ขึ้นเขียวครึ้มปกคลุมไปทั่วบริเวณ ลำแสงอาทิตย์สาดส่องลอดใบไม้ลงมารำไร อากาศเย็นสบายด้วยละอองฝอยน้ำตก เผลอใจละเลียดความสุขทางผัสสะไปชั่วขณะ

 

 

 

บางปีมีเด็กมาปฏิบัติธรรมด้วย ฉันก็มักจะใช้เป็นข้ออ้างพาเด็กไปเล่นน้ำตก เล่นกับเด็กผู้ชายนี้ต้องใช้พลังเยอะเพราะต่อสู้กันด้วยอาวุธน้ำ ตัวเปียกมะล่อกมะแล็ก มือเหี่ยว หิวโซกกลับที่พักกันบ่อยๆ

 

ชาวบ้านต่อท่อรองด้วยด้วยรางไม้เข้าสู่เรือกสวนไร่นา เป็นระบบชลประทานง่ายๆ แบ่งปันน้ำกันใช้ 

 

 

 

 

หลังจากการเดินด้วยสติมาพักใหญ่ ฟุ้งบ้างอยู่กับเท้าที่ก้าวย่างบ้าง เราก็เลือกทำเลเหมาะปูแผ่นพลาสติกรองนั่งแล้วนั่งสมาธิ การเดินก่อนนั่งถูกกับจริตฉันดีนักแล....หรือจะเคยเกิดเป็นควายด้วย ก็มิรู้ได้ 

 

 

 

ขากลับจากนั่งสมาธิเราเดินลัดเลาะป่าเข้าสู่ท้ายหมู่บ้าน แวะทักทายแม่สาวที่กำลังเตรียมพื้นที่ไว้ปลูกบ้านปีหน้า ลูกสาวเล็กๆ สองคนเล่นอยู่ใกล้ ฉันจึงควักลูกอมแจก

 

รวมถึงเด็กน้อยที่เพื่อนบ้านอุ้มมาด้วย ลืมนึกไปว่าเด็กยังเล็กต้องบิให้มีขนาดเล็กลงจึงจะไม่เสี่ยงติดคอ แต่ทว่าสายไปเสียแล้ว ลูกอมเม็ดสวยอยู่ในปากเด็กน้อยที่ปิดสนิทเรียบร้อย จึงบอกให้แม่เอาออกมาจากปาก เห็นท่าทางที่แม่ใช้นิ้วหัวแม่โป้กับนิ้วชี้แยงเข้าไปในปากคีบลูกอมไว้ เจ้าตัวเล็กก็กัดฟันปิดปากแน่นสู้สุดฤทธิ์ แม่ก็ยื้อจนลูกคอยืดตามมือ ยังไงๆ เด็กน้อยก็ไม่ปล่อย  น้ำลายเริ่มไหลย้อยหยดติ๋งๆ ตามมุมปากที่เริ่มเผยอ ยังฉลาดมาก ไม่ยอมร้องไห้เพราะลูกอมจะหลุดออกจากปากทันที หล่อนสู้สุดชีวิต แต่มิใยจะแพ้พ่ายนิ้วมหาปะลัย  แม่รีบขบแบ่งขนาดใส่กลับเข้าไปในปากก่อนที่ลูกจะแผดเสียงร้องออกมา 

 

เราผ่านบ้านที่ลูกโคป่วย ฉันสอบถามอาการ ปรึกษาพระอาจารย์ที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ธุดงค์ไปในที่ต่างๆ จึงจัดยาให้ โดยปรับขนาดเอาจากคนนี่แหละ  ดูๆ แล้ว อาการหนักไม่ใช่น้อย มาทราบข่าวตอนหลังว่าตาย  ครูบากอท่านก็เลยบอกว่า 

“ผู้ป่วยหมอก๊วยตายหนึ่งรอดหนึ่ง”

ฟังดูคล้ายเสียประวัติอย่างไงก็ไม่รู้ พอวันหลังๆ มี คนไข้เพิ่มขึ้น สถิติจึงดูดีขึ้นเป็นลำดับ

 

 

ปีนี้ฉันโชคดีเป็นพิเศษ ได้มีโอกาสทำทางเดินจงกรมถวายครูบาร่วมกับญาติธรรม กุฏิครูบาสร้างเป็นเพิงเล็กๆ แบบเรียบง่าย ไม่มีฝาผนัง หลังคามุงด้วยใบไม้ ตั้งอยู่ในแนวป่าเนินเขากลมกลืนกับธรรมชาติ พระอาจารย์บอกว่าทำให้มีความขยันหมั่นทำความเพียรได้ดีกว่ากุฏิที่สร้างปิดมิดชิดอย่างดี

 

พระภิกษุไม่สามารถขุดดินได้ ผิดธรรมวินัย ฆราวาสอย่างเราจึงมีโอกาสได้ทำบุญ เราใช้จอบ เสียม ปรับดินให้เรียบเป็นทางเดินจงกรมเล็กๆ ยาวสัก 30 ก้าว   แล้วก็ทำบันไดดินเดินขึ้นไปทางจงกรม ใช้เศษไม้และลิ่มกั้นคันดินไม่ให้ถล่ม หนูลอเด็กสาววัยรุ่นตัวสูงชะลูดผอมเหมือนไม้ซีกแต่แรงดีมาก เวลากราบพระแต่ละทีได้ยินเสียงกระดูกกระแทกกระดานกุกๆ กักๆ อยู่เป็นประจำ หล่อนใช้ไม้ฟาดไปที่ลิ่มเพื่อตอกให้มันจมดิน    ดูแล้วน่าชื่นใจแทนพ่อแม่แท้เทียว ขั้นตอนสุดท้ายคือปรับหน้าดินให้เรียบสวย งานนี้ต้องอาศัยหมอปอกระทืบดิน เพราะคนที่เหลือน้ำหนักน้อยกันทั้งนั้น

 

 

ฉันเอาโคมไฟสนามที่มีแผงพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งหัวหน้าป่าไม้ให้มาปรับใช้กับทางจงกรม เนื่องจากเห็นว่าเทียนทนฝนทนลมไม่ไหว ขออ้ายฉอเจ้าหน้าที่ชาวกระเหรี่ยงตัดกระบอกไม้ไผ่ฝังดินแล้วใส่ดินข้างใน เพื่อปักโคมไฟรับแสงแดดที่ลานดินข้างล่างเพราะข้างบนนี้มีแต่ต้นไม้ปกคลุมครึ้มไปหมด พอตกเย็นครูบาก็แค่ถือขึ้นมาเสียบกระบอกไม้ไผ่ที่เราทำปักไว้ตรงทางเดินจงกรมก็ใช้การได้แล้ว ตรวจสอบดูหลายคืนก็ได้ผลดีแม้วันฟ้าครึ้มก็ตาม

 

เราได้ธรรมบันเทิงขณะทำทางจงกรมเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ้ายฉอ

“ฆ่ายุงบะบาป (ฆ่ายุงไม่บาป)” อ้ายฉอว่า

“บาปสิ” ฉันว่าบ้าง

“บะบาป เพาะมันขบเฮาก่อน มันเยี๊ยะบาปก่อน เฮาเลยเอาคืน (ไม่บาปเพราะยุงทำบาปกัดเราก่อนจึงเอาคืนได้

“ไล่มันไปก็ได้ จะได้บุญ” ฉันท้วง

“ทำบุญกับมัน ถ้าจะบะได้บุญเน้อ (ทำบุญกับยุงไม่ขึ้น
“ทำไมไม่ได้หละ

“มันนำเจื๊อมาลาเลีย (มันแพร่เชื้อมาลาเลีย)”
“……” อึ้งพูดไม่ออก

“กิ๋นเหล้าบะบาป” อ้ายฉอว่า
“บาปสิ” ฉันว่าบ้าง

“บะบาป เพาะกิงนิงหน่อย กิงคงเดียว บะเบียกเบียงไค๋ (ไม่บาป เพราะดื่มนิดหน่อย แต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้เบียดเบียนใคร)”

“……” อึ้งพูดไม่ออก

ภาษาเรียบง่าย ซื่อๆ ตรงประเด็นเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากจากคนพื้นราบ อ้ายฉอเป็นเพื่อนกับอ้ายคอเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชาวกระเหรี่ยงที่เคยเอ่ยถึงคราวที่แล้ว ผู้นำทางที่ชอบหลงทาง   ขอเล่าคุณสมบัติที่ดีของอ้ายคอเพิ่มเติมหน่อย แกเป็นคนใสซื่อ อารมณ์ดี มีน้ำใจ ขี้อาย และรักป่าเขาเป็นชีวิตจิตใจ แกแอบมองเราทำสมาธิเวลานำทางเข้าป่าหรือศาลาธรรม แล้วแอบไปทำเองจนเป็น แกค่อยๆ งดเหล้าลงทีละน้อย มีวาทะเด็ดหลายประโยคเพราะความเป็นคนซื่อนั่นเอง เช้านี้แกหุงข้าวและทำ ‘แก๋งสุกยอก(แกงสุดยอด)’ มาถวายพระ ข้าวที่แกหุงขาวยาวเรียงเม็ดสวยงามกว่าข้าวเพื่อนบ้านที่กลมๆ ป้อมๆ สีน้ำตาลติดๆ กัน จนพระอาจารย์ที่นั่งรับประเคนอยู่บนอาสนะต้องเอ่ยถาม 

          “ข้าวสวยเนาะ หุงยังไงโยมคอ

อ้ายคอค่อยๆ เงยหน้า ช้อนสายตาขึ้นช้าๆ มองหน้าพระอาจารย์ แล้วตอบเบาๆ ว่า 

“หุงด้วยไฟ”

“.....” 

ส่วนฆราวาสแถวหน้าอย่างฉันที่คอยรับถ้วยโถโอชามที่ประเคนเสร็จแล้วกลั้นหัวเราะไม่อยู่...บาปจริงๆ 

 

          เวลาเดินป่าแกจะมีมีดพร้าคู่ใจอยู่ด้ามหนึ่ง แล้วมักจะเหน็บเอวให้เสียวตูด เพราะไม่มีปลอกหุ้ม พวกเราก็ติชมเสียจนแกต้องดั้นด้นไปหาท่อพีวีซีสีฟ้ามาทำให้แบนปรับปลายหนึ่งให้ปิดเป็นปลอกมีดที่ไม่มีใครเหมือน

 

 

อ้ายคอเคยบอกเล่าสมัยที่ฉันเดินป่าด้วยครั้งแรกเมื่อปีก่อนนู๊นว่า เคยทำสวนสตรอเบอร์รี่ของโครงการ

“เขาพ่นยาเยอะไม่ใช่รึ

“ต๋อนนี้บะพ่นละ (ตอนนี้ไม่พ่นแล้ว

“งั้นก็ดีสิ”

“เปิ้นฮดเอา (เขาใช้วิธีราดยาฆ่าแมลงลงไปเลย

“........” อึ้งพูดไม่ออก

อ้ายคอ เคยให้ข้อคิดธรรมที่ออกจากใจซื่อๆ ของแกหลายครั้ง

“จบหมอก็สูงแล้ว” สาวพยาบาลบอก

“ยังบะสูง” อ้ายคอค้าน

“งั้นก็จบปริญญาเอกเหมือนหมอก๊วย”

“ยังบะสูงเตื้อ” อ้ายคอยังยืนยัน

“มีอะไรสูงกว่านี้อีก

“จบถ่าน”

“หา..จบอะไรนะ

“จบถ่าน”

“วิชาอะไร

 “สุดท้ายเกาะเผาหมดกู้คน”

“สาธุ...สาธุ...สาธุ...”

บางทีแกก็จะมาถามความหมายของภาษาไทยที่ไม่คุ้นชิน อาทิเช่น 

‘โลโซ๊ะแป๋ว่าอะหยั๋ง (โลโซแปลว่าอะไร

‘สา-มัก-คี-ลอง-ด่องแป๋ว่าอะหยั๋ง (สามัคคีปรองดองแปลว่าอะไร 

วันนี้อ้ายคอมาร่วมวงอาหารเช้าด้วย 

“อ้ายคอ ใบที่เราเก็บมาจากป่านี้เรียกว่าไงนะ 

“สะเบยฉี่”

“อะไรนะ
“สะเบยฉี่”

“เปรี้ยวๆ อร่อยดีนะ”

 

 

 

“แล้วหล่อหรือสวยเนี๊ย เขาพูดว่าไง

“ü

“ห๋า”

“ü*”

 “ห๋า”  มันเป็นคำควบกล้ำ ออกเสียง 2 วรรณยุกต์ในหนึ่งคำ พร้อมกับขากถุยจากลำคอ

“เคอะ-เอ๊ะ ”

 “ฮิ..ฮิ..”       อ้ายคอหัวเราะขำฉันกับเจ้าเด็กมอที่พยายามออกเสียง

“เค๊ะ..เค๊ก..เคอะ-เอ๊ะ”  เจ้าเด็กมอออกเสียง

“คาก..ขะ..ขาก..เขอะ-เอ๊ะ”  ฉันออกเสียง

“หยุดๆ ” ยายรอสุดกลั้น

“เค๊ะ..เค๊ก..เคอะ-เอ๊ะ”  เจ้าเด็กมอออกเสียง

“คาก..ขะ..ขาก..เขอะ-เอ๊ะ”  ฉันออกเสียง

 “หยุดๆ ขอร้อง ยายแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก” ยายรอทนฟังเราออกเสียง แล้วคอยลุ้นตามยามเราขากถุยไม่ไหวแล้ว

“……..”

ภาษากระเหรี่ยงวันละคำจึงต้องหยุดลงด้วยประการละฉะนี้

วันสุดท้ายฉันตามพระอาจารย์กับครูบาไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน พบเด็กอายุ 8 เดือน ถูกน้ำร้อนลวกที่ลำตัวและแขนขาซีกซ้าย ฉันจึงพากลับมายังศาลาธรรมเพื่อทำแผล มีชุดทำแผลสดจากกระเป๋าร่วมยาสีดำที่พวกเราบริจาค ฉันให้แม่อุ้มเด็กนอนหงายเพื่อกรอกยาน้ำบรรเทาปวด เพราะไม่มียาสลบให้ใช้  แล้วจัดแจงทำแผลอย่างรวดเร็วเพื่อให้เด็กเจ็บปวดน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้ 

 

 

 

 

มองดูผ้าห่มหนาๆ เก่าๆ  สกปรกแล้วทนไม่ได้ ฉันจึงวิ่งลงไปเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กของฉันมาให้แม่เด็กแทน  จากนั้นก็สอนการป้อนยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดผ่านล่าม ยังไงๆ แม่เด็กก็ไม่พาไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองข้างล่าง เพราะเสียค่าใช้จ่ายมากเมื่อเทียบกับรายได้ที่ครอบครัวมีทั้งปี อีกทั้งความเป็นอยู่ก็ลำบาก แล้วยังต้องทำมาหากินอีก ฉันใช้แผนสองขอยาจากญาติธรรมและให้พยาบาลที่จะขึ้นมาปฏิบัติธรรมช่วยทำแผลต่อ มาทราบภายหลังว่าเขาใช้สมุนไพรจนเด็กดีขึ้น ตำรากับชีวิตจริงบางทีมันก็สวนทางกันเช่นนี้แล มีอะไรในโลกกว้างอีกเยอะที่ฉันไม่รู้ บางครั้งอัตตามันก็ปิดหูปิดตาเสียจนมืดบอด

 

แปดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว การอยู่กับปัจจุบันขณะมันเป็นเช่นนี้เอง ทางสายเก่าในขามาดูต่างไปในใจอันสงบ แสงสีทองอาบท้องทุ่งเขียวขจีที่เรียงรายอยู่กลางหุบเขาเบื้องล่าง ใบข้าวไหวพลิ้วไปตามสายลมที่ลูบไล้อย่างอ่อนโยน

 

ลำธารใสไหลลัดเลาะโขดหินดินทราย ผ่านกระต๊อบสีน้ำตาลเล็กๆ ดูเรียบง่ายแต่งดงามนัก

 

 

 

 

บางครั้งคนเราก็ลืมคิดไปว่า ทำไมต้องทุรนทุรายตะเกียกตะกายเพียงเพื่อ ‘ความยากที่มิมีวันสิ้นสุด’ แทน ‘หนึ่งอิ่มที่สังขารต้องการ’ เล่า


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
kroo-ngoe วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smcmfb
http://www.oknation.net/blog/swcmband วงดนตรีบำบัดhttp://www.oknation.net/blog/my  กีฬา+นานาสาระ

อ่านม่วนแต้ ๆ คุณหมอ
บรรยายได้เยี่ยมเลย
วันเสาร์ 29 มาซ้อมดนตรีก่อครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
kamolnum วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 01.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

สำนวนพี่น่ะนะ เผ็ดมันไม่เปลี่ยนแปลง
อ่านตั้งแต่ต้น ใจมันเย็นขึ้นยังไงก็ไม่รู้

เจอกันจ้ะพี่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 28/07/2009 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

มาตอบคำถามค่ะ
"ถ่ายรูปได้สวย สื่ออารมณ์ได้จริงๆ ตั้งค่า shutter speed กับความชัดลึกอย่างไรคะ"

ถามคนถ่ายรูปแล้วค่ะ
เธอบอกว่าอย่างนี้ค่ะ
1. ใช้ Mode A หรือ Aperture คือ ตั้งรูรับแสงเป็นหลักแล้วกล้องจะปรับความเร็ว shutter ให้อัตโนมัติค่ะ
2. วัดแสงที่แสงกลาง คือ สีเทา แล้วล็อคค่าแสง
3. แช๊ะ... ถ่ายภาพได้เลยค่ะ

เสริมให้เองว่า... ถ่ายภาพแบบนี้เหมาะกับภาพที่แสง contrast สูงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 28/07/2009 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

บ้านขุนวินอยู่ที่ไหนคะ
ดูอากาศดีจังเลยค่ะ
อยากไปปฏิบัติธรรมแบบนี้บ้าง น่าอิจฉาค่ะ...
คือ ไปเชียงใหม่บ่อยเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่า อยู่โซนนั้นหรือเปล่าน่ะค่ะ

มาชวนไปเที่ยวแก่งกระจานค่ะ
วันที่หัวใจสบาย แบบเบิร์ด..เบิร์ด
http://www.oknation.net/blog/sea-sand-n-star/2009/07/28/entry-1

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

“บะบาป เพาะกิงนิงหน่อย กิงคงเดียว บะเบียกเบียงไค๋ (ไม่บาป เพราะดื่มนิดหน่อย แต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้เบียดเบียนใคร)”

ต้องขอยืมสำนวนอ้ายฉอ ไปใช้บ้างเสียแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Toitoi วันที่ : 25/07/2009 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

ธรรมชาติ สวยงามมากมาย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ดอกพร้าวชาวเกาะ วันที่ : 25/07/2009 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witthansadej

นี่คือความจริงที่..ยากจะได้เจอ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 25/07/2009 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

มาชมธรรมชาติ และร่วมยินดีที่ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรม และทำบุญท่ามกลางธรรมชาติทีงดงามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
lovelyboard วันที่ : 25/07/2009 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelyboard

งดงามน่าไปเยือนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน